เงาหิมะใต้ต้นท้อ (Snow Shadows Beneath the Peach Tree) ภาคอดีต

    เล่มที่ 1 บทที่ 40 กลิ่นกำยานที่พัดผ่านร่มเงา

            ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านแนวกำแพงอิฐสูงตระหง่าน หอบเอาละอองหิมะสีขาวบริสุทธิ์ให้ปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ ผืนฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกฉาบด้วยสีเทาหม่นอย่างถาวร ทว่ามันไม่ได้เกรี้ยวกราดหรือโหดร้าย มันเพียงแค่ทำหน้าที่ห่มคลุมทุกสรรพสิ่งให้อยู่ในความสงบงันของเหมันต์ฤดูอย่างซื่อตรง

            ที่ระเบียงไม้กระดานใต้ต้นท้อโบราณ โคมกระดาษทั้งสามใบยังคงแขวนตัวอยู่ใต้กิ่งก้านที่เปล่าเปลือย ชั้นหิมะบางๆ เกาะกุมอยู่บนหลังคาโครงไม้ไผ่ พวกมันแกว่งไกวไปมาอย่างเชื่องช้า รับน้ำหนักของฤดูกาลที่กำลังนับถอยหลังอย่างเงียบเชียบ

                   ติง... ติง...


            เสียงกังวานใสของป้ายหยกมันแพะดังขึ้นทำลายความเงียบ

                    จ้าวเหยียนโจวปรากฏตัวขึ้นที่ปลายระเบียงทางเดิน องค์รัชทายาทในวัยสิบสามหนาวยังคงสวมชุดคลุมตัวยาวสีเข้มที่ใช้สำหรับเข้าร่วมพระราชพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริย์ กลิ่นกำยานไม้จันทน์หอมที่ใช้ในพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์และเคร่งครัดยังคงลอยอวลติดอยู่ตามเนื้อผ้าและเส้นผม ท่าทางการก้าวเดินของเขามีความเชื่องช้าและหนักอึ้ง บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าจากการต้องยืนตัวตรงท่ามกลางสายลมหนาวและสายตาของเหล่าขุนนางนับร้อยมาตลอดตั้งแต่รุ่งสาง


            เขาก้าวเดินเข้ามาใต้ร่มเงาของต้นท้อ

                    เถาอิ่งในเสื้อคลุมขนสัตว์สีอ่อนนั่งพับเพียบอยู่หน้าโต๊ะตัวเตี้ย สองมือกุมเตาพกทองเหลืองเอาไว้บนตัก ถัดออกไป เสิ่นเยี่ยนฉือในชุดฝึกสีเข้มนั่งชันเข่าพิงโคนเสา ในมือถือมีดสั้นเล่มเล็กที่ใช้แกะสลักด้ามดาบไม้


            เมื่อจ้าวเหยียนโจวทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิบนพื้นกระดานไม้ในตำแหน่งประจำของตน เขาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ปลดปล่อยความตึงเครียดของราชสำนักทิ้งไว้เบื้องหลัง ทว่าในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากบ่นถึงความหนาวเหน็บและบทสวดที่ยาวเหยียด สัญชาตญาณของเขากลับสะดุดเข้ากับบางสิ่ง


            มวลอากาศบนระเบียงไม้กระดานแห่งนี้เปลี่ยนแปลงไป


            มันไม่ได้มีความขัดแย้ง ไม่ได้มีความโศกเศร้าฟูมฟาย หรือความอึดอัดที่ชวนให้กระอักกระอ่วน ทว่าระหว่างเด็กหญิงที่นั่งกุมเตาพกและเด็กชายที่ถือมีดสั้น มีกระแสความเข้าใจบางอย่างไหลเวียนอยู่เงียบๆ เป็นความผูกพันที่หนักแน่นและหยั่งรากลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ราวกับว่าในช่วงเวลาที่เขาไม่อยู่ พวกเขาได้ร่วมกันค้นพบและยอมรับสัจธรรมบางประการไปแล้ว       


            จ้าวเหยียนโจวนิ่งเงียบไป เขามองใบหน้าของเถาอิ่งที่สงบงันและยอมรับในชะตากรรม มองใบหน้าของเสิ่นเยี่ยนฉือที่เด็ดขาดและพร้อมเผชิญหน้ากับหน้าที่

                    เถาอิ่งละมือจากเตาพกทองเหลือง เธอเอื้อมมือไปรินน้ำชาอุ่นๆ ลงในจอกกระเบื้องเคลือบ แล้วเลื่อนมันข้ามโต๊ะมาให้เขา ควันสีขาวลอยกรุ่นขึ้นปะทะความเย็น


            "พิธีบวงสรวงเสร็จสิ้นเร็วกว่าที่คิดนะเจ้าคะ" เถาอิ่งเอ่ยทักทาย น้ำเสียงของเธอราบเรียบ นุ่มนวล และปราศจากการปรุงแต่ง

            จ้าวเหยียนโจวรับจอกชามาถือไว้ ความอบอุ่นซึมผ่านฝ่ามือ 


            "เสด็จพ่อทรงรวบรัดขั้นตอนบางส่วนเพราะอากาศหนาวจัด... ข้าคิดว่าข้าจะแข็งตายอยู่กลางลานพิธีเสียแล้ว"


            เขาจิบน้ำชา ปล่อยให้ความอบอุ่นไหลลื่นลงสู่ลำคอ ก่อนจะทอดสายตามองลานหิมะที่ขาวโพลน


            "พี่เหยียนโจว" เถาอิ่งเอ่ยเรียกชื่อเขา เสียงของเธอไม่ได้สั่นเครือ ทว่ามันมีความเด็ดขาดที่ถูกกลั่นกรองมาแล้วอย่างดี


            จ้าวเหยียนโจวหันกลับมาสบตาเธอ


            "เมื่อหิมะแรกนี้ละลาย และฤดูใบไม้ผลิมาเยือน..."        


            เถาอิ่งสบตากับเขาตรงๆ 


            "ช่างไม้จะเข้ามาเริ่มงานรื้อถอนระเบียงไม้นี้ และข้าจะต้องย้ายเข้าไปพำนักในเรือนชั้นใน เพื่อรับการอบรมกฎเกณฑ์อย่างเต็มรูปแบบ" มือที่ถือจอกชาของจ้าวเหยียนโจวชะงักไปเพียงเสี้ยวอึดใจ


            เขาไม่ได้เบิกตากว้าง ไม่ได้ส่งเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจ เขาเพียงแค่รับฟังถ้อยคำเหล่านั้นอย่างสงบ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยสิ่งใด เสียงทุ้มต่ำของเสิ่นเยี่ยนฉือก็ดังขึ้นจากอีกฝั่งหนึ่ง

            "และเมื่อสาร์ทฤดูมาถึง" 

            เสิ่นเยี่ยนฉือวางมีดสั้นลงบนพื้นกระดานไม้ ดวงตาสีเข้มของเขาทอดมองจ้าวเหยียนโจวอย่างเปิดเผย

            "ข้าต้องย้ายไปกินนอนที่ค่ายทหารฝั่งตะวันออก เพื่อฝึกฝนร่วมกับกองทหารรักษาพระนคร"

            ความจริงทั้งสองสายถูกวางลงบนโต๊ะอย่างซื่อตรงและเปลือยเปล่าที่สุด

            ไม่มีการอ้อมค้อม ไม่มีการพยายามใช้คำพูดสวยหรูเพื่อลดทอนความเจ็บปวด เถาอิ่งและเสิ่นเยี่ยนฉือเลือกที่จะมอบความจริงนี้ให้แก่เขาโดยตรง เพราะพวกเขารู้ดีว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสาม ไม่จำเป็นต้องอาศัยคำลวงเพื่อประคับประคองอีกต่อไป


            จ้าวเหยียนโจวนิ่งเงียบไป


            เขามองใบหน้าของเถาอิ่งที่สงบงันและยอมรับในชะตากรรม มองใบหน้าของเสิ่นเยี่ยนฉือที่เด็ดขาดและพร้อมเผชิญหน้ากับหน้าที่ ในวินาทีนั้นเอง ภาพจิ๊กซอว์ของอนาคตทั้งหมดได้ถูกนำมาประกอบเข้าด้วยกันจนสมบูรณ์


            ตลอดมา จ้าวเหยียนโจวคิดเสมอว่าเขาคือคนเดียวที่ถูกสายเชือกแห่งอำนาจดึงรั้งให้ห่างออกไป เขาคิดว่าเขาจะต้องเป็นฝ่ายก้าวเดินออกจากพื้นที่ใต้ต้นท้อแห่งนี้ไปเผชิญกับโลกที่โหดร้ายเพียงลำพัง ทว่าบัดนี้ เขากลับตระหนักได้อย่างถ่องแท้ว่า ไม่มีผู้ใดสามารถหลบซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มเงาไม้นี้ได้ตลอดกาล โลกของผู้ใหญ่ได้ส่งเทียบเชิญมาถึงพวกเขาทุกคนแล้ว และไม่มีใครสามารถปฏิเสธมันได้


            กาลเวลาไม่ได้เลือกปฏิบัติ มันยุติธรรมและโหดร้ายอย่างเท่าเทียม


            ริมฝีปากขององค์รัชทายาทค่อยๆ ขยับยกขึ้น มันไม่ใช่รอยยิ้มที่สร้างขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความเศร้า ไม่ใช่รอยยิ้มที่ฝืนทำเพื่อสร้างเสียงหัวเราะจอมปลอม ทว่ามันเป็นรอยยิ้มของการยอมรับที่หนักแน่นและเจือไปด้วยความโล่งใจบางประการ


            "เช่นนั้นหรือ" 


            จ้าวเหยียนโจวเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มลึกและมั่นคง เขาหลุบตามองผิวน้ำชาในจอกกระเบื้อง 


            "ดูเหมือนว่า... ตำรากษัตริย์ที่ข้าต้องเรียนในฤดูใบไม้ผลิหน้า ก็คงจะหนาขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัวเช่นกัน"


            เขาเปิดเผยความจริงในส่วนของตนเองออกมาเช่นกัน เป็นการประกาศว่าพวกเขาทั้งสามต่างก็มีสมรภูมิของตนเองที่ต้องก้าวเข้าไปเผชิญหน้า


            ไม่มีคำปลอบประโลมที่ว่างเปล่า ไม่มีใครพูดว่า 'พวกเราจะหาเวลามาพบกันให้ได้' เพราะพวกเขาต่างเติบโตพอที่จะรู้ว่า คำสัญญาลมๆ แล้งๆ มีแต่จะทำให้ความทรงจำที่งดงามต้องแปดเปื้อน


            จ้าวเหยียนโจวยกจอกชาขึ้นดื่มจนหมดจด ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย


            เขายกแขนขึ้นสอดหนุนศีรษะ เอนหลังพิงกับโคนเสาตามความเคยชิน ทอดสายตามองลอดกิ่งก้านที่เปล่าเปลือยขึ้นไปยังท้องฟ้าสีเทาหม่น เถาอิ่งดึงมือกลับไปกุมเตาพกทองเหลืองบนตัก เสิ่นเยี่ยนฉือหยิบมีดสั้นขึ้นมาและเริ่มต้นแกะสลักด้ามดาบไม้ต่อไป       


            เกล็ดหิมะยังคงร่วงหล่นลงมาอย่างเชื่องช้าและเงียบงัน


            ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านระเบียงไม้กระดาน โคมกระดาษทั้งสามใบที่แขวนอยู่เบื้องบนแกว่งไกวเบาๆ เคียงคู่กัน ท่ามกลางฤดูกาลที่กำลังนับถอยหลัง เด็กทั้งสามคนนั่งอยู่ด้วยกันในความเงียบที่ปราศจากความลับใดๆ อีกต่อไป

    คล้ายกับเรื่องเงาหิมะใต้ต้นท้อ (Snow Shadows Beneath the Peach Tree) ภาคอดีต ที่คุณอ่าน

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 3422
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120