บทที่ 19 เทียนอีผู้เห็นแก่ตัว
หลังจากอ่านตำราความลับแห่งรังัในมือจบ เซียวอวิ๋นก็หันหน้ามองไปที่ตี้เทียนด้วยความตื่นเต้นก่อนกล่าวว่า "ท่านอาจารย์ ข้าตัดสินใจแล้ว อีกหนึ่งปีข้างหน้าข้าจะไปที่รังัขอรับ"
ตี้เทียนครุ่นคิดก่อนตอบว่า "ภายในรังันั้นอันตรายมาก อย่างน้อยต้องมีพลังห้าแสนจินถึงจะปลอดภัย หากเ้ายังแข็งแกร่งไม่ถึงระดับนั้น ข้าคงไม่ปล่อยให้เ้าเข้าไปแน่"
เซียวอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็กล่าวอย่างมั่นใจว่า "ท่านอาจารย์วางใจได้ ก่อนเข้าไปในรังั ข้าจะต้องมีพลังถึงเจ็ดแสนจินอย่างแน่นอน"
ตี้เทียนได้ยินก็ยิ้มและกล่าวว่า "หากเป็เช่นนั้น ข้าก็จะไม่ขัดขวางเ้า เ้าจงตั้งใจฝึกฝนให้ดี หากมีอะไรไม่เข้าใจ ก็สามารถถามลุงฝูและข้าได้ตลอดเวลา"
"ขอรับ!" เซียวอวิ๋นพยักหน้า จากนั้นก็นั่งรับประทานเนื้อสัตว์วิเศษอย่างเอร็ดอร่อยด้วยความพึงพอใจ
ในตอนนั้น หลินเสี่ยวหย่าที่นั่งอยู่ด้านข้างเงยหน้าขึ้นมองลุงฝูและถามว่า "ท่านอาจารย์ แล้วข้าจะไปรังัได้หรือไม่เ้าคะ?"
"ไม่ได้!" ลุงฝูส่ายหน้าโดยไม่ลังเลและกล่าวว่า "ด้วยพลังเพียงน้อยนิดของเ้า หากเข้าไปในรังั ข้าเกรงว่าผ่านไปกี่วันก็คงถูกฆ่าตาย เ้าคิดจริงๆ หรือว่าอันตรายในรังัมีเพียงร่างเชื้อสายัสิบตัวนั้น? เพื่อให้ได้มาซึ่งสมบัติล้ำค่าเ่าั้ ผู้ฝึกตนจากสำนักต่างๆ ก็พร้อมที่จะฆ่าฟันกันเองได้ทุกเมื่อ ด้วยพลังของเ้าในตอนนี้ ยังไม่มีคุณสมบัติดีพอที่จะเข้าไปในรังัได้หรอก"
ตี้เทียนที่อยู่ข้างๆ ก็พยักหน้ากล่าวเสริมว่า "ถูกต้อง ทุกครั้งที่รังัเปิดออก อัจฉริยะที่เข้าไปนั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน นอกจากเหล่าอัจฉริยะที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลอมกายาระดับสูงสุดแล้ว ก็ยังมีอัจฉริยะที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตต้องห้ามอีกไม่น้อย ผู้ฝึกตนที่มีฝีมือดาษดื่นธรรมดาอย่างเ้าเข้าไปในนั้นก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้นเอง"
เมื่อหลินเสี่ยวหย่าได้รับคำตอบเช่นนี้ ก็หันกลับมามองเซียวอวิ๋นที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาอ้อนวอนพลางกล่าวอย่างคาดหวังว่า "แต่ว่าในนั้นมีศิษย์พี่อยู่ด้วยนี่นา ศิษย์พี่ ท่านต้องปกป้องเสี่ยวหย่าแน่นอน ใช่หรือไม่?"
เซียวอวิ๋นกำลังจะพยักหน้า ลุงฝูที่อยู่ทางด้านข้างก็ตวาดขึ้นสีหน้าเคร่งขรึมว่า "หุบปาก! นายน้อยเข้าไปเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัด เ้าอยู่ข้างกายเขาจะเป็ภาระเสียเปล่า เ้าจะทำให้นายน้อยตกอยู่ในอันตรายโดยไม่จำเป็"
หลินเสี่ยวหย่าเบ้ปาก แต่ก็ไม่กล้าโต้แย้งอีก
เซียวอวิ๋นยิ้มพลางกล่าวว่า "ลุงฝู จริงๆ แล้วให้เสี่ยวหย่าเข้าไปก็ได้ ถ้าเพียงแค่เผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายา ข้ามั่นใจว่าสามารถปกป้องนางได้"
ลุงฝูส่ายหน้าตอบว่า "พาตัวถ่วงไปด้วย สุดท้ายก็จะทำให้นายน้อยเดือดร้อน ถือว่าเป็เื่ที่อันตรายเกินไป"
"ข้าไม่ใช่ตัวถ่วงสักหน่อย..." หลินเสี่ยวหย่าพึมพำ แต่พอถูกลุงฝูจ้องมองก็ก้มหน้าไม่กล้าพูดอีก
เซียวอวิ๋นยิ้มพลางอธิบายว่า "ลุงฝู ท่านยังไม่เชื่อมั่นในพลังของข้าอีกหรือ? ตามที่อาจารย์กล่าวไว้ แม้แต่ผู้ที่มีร่างกายพิเศษที่แข็งแกร่งที่สุด หลังจากก้าวเข้าสู่ขั้นสูงสุดของขอบเขตหลอมกายาก็มีพลังเพียงสี่แสนจินเท่านั้น"
"แม้พวกเขาจะฝึกฝนเคล็ดวิชาระดับยอดเยี่ยมได้หนึ่งวิชา ก็มีพลังเพียงห้าแสนจิน แม้จะฝึกฝนได้สองวิชา ก็มีพลังเพียงหกแสนจิน แต่ข้ากลับมีพลังถึงเจ็ดแสนจิน ไม่ต้องพูดถึงการกวาดล้างฝ่ายตรงข้าม อย่างน้อยข้าก็สามารถดูแลตัวเองได้แล้ว"
ลุงฝูได้ยินดังนั้นก็ลังเลอยู่บ้าง หากให้หลินเสี่ยวหย่าติดตามเซียวอวิ๋นไปย่อมได้รับประโยชน์ไม่น้อย แม้นางจะไม่ถึงขั้นก้าวสู่ขอบเขตต้องห้าม แต่การบรรลุขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงสุดก็ไม่น่าจะเป็ปัญหาแต่อย่างใด
เพียงแต่ลุงฝูรู้ว่าตี้เทียนได้ทุ่มเทให้กับเซียวอวิ๋นมากมาย จึงไม่อาจให้เซียวอวิ๋นตกอยู่ในอันตรายแม้แต่น้อย
ในทันใดนั้นเอง ตี้เทียนก็ยิ้มก่อนเอ่ยขึ้นมาว่า "เอาเช่นนี้แล้วกัน หากก่อนเข้าสู่รังั เซียวอวิ๋นสามารถมีพลังถึงเจ็ดแสนจินได้จริง ก็ให้เสี่ยวหย่าติดตามเขาเข้าไปด้วยเถิด"
เมื่อเห็นตี้เทียนเอ่ยปาก ลุงฝูย่อมไม่ขัดขวางอีก
หลินเสี่ยวหย่าได้ยินดังนั้นก็ส่งเสียงร้องอุทานออกมาด้วยความดีใจ พลางคำนับตี้เทียนสีหน้ายิ้มแย้ม "ขอบพระคุณท่านผู้าุโสูงสุดที่เห็นชอบด้วยเ้าค่ะ!"
ตี้เทียนยิ้มน้อยๆ
ลุงฝูพลันคำรามอย่างไม่สบอารมณ์ว่า "อย่าเพิ่งได้ใจไป ในเมื่อเ้า้าเข้าสู่รังั เพื่อไม่ให้เ้าเป็ภาระของนายน้อย ใน่หนึ่งปีต่อจากนี้ ข้าจะขัดเกลาเ้าอย่างหนัก เพื่อให้พลังของเ้าแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็ว"
"ฮื่อ..." หลินเสี่ยวหย่าก้มหน้างุด สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล นางรู้ว่าชะตาชีวิตของตนในอีกหนึ่งปีต่อจากนี้จะน่าสงสารเพียงใด
เมื่อเห็นหลินเสี่ยวหย่าคอตก เซียวอวิ๋นและตี้เทียนต่างก็หัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ
สำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น ยอดเขาเทียนอี
ที่นี่คือยอดเขาของผู้าุโสูงสุดเทียนอี
ในขณะนี้ ภายในตำหนักอันยิ่งใหญ่บนยอดเขาเทียนอี ผู้าุโสูงสุดเทียนอีกำลังกำลังกลั่นโอสถด้วยเตาหลอมขนาดใหญ่ เปลวไฟลุกโชน แสงสว่างจ้าอยู่ภายในเตา มีกลิ่นหอมชื่นใจแผ่ออกมาในอากาศ
ฉู่จิงเซียวและจูผิงยืนปรนนิบัติด้วยท่าทางเคารพนบนอบอยู่ที่ด้านข้าง
ไม่นาน ผู้าุโสูงสุดเทียนอีก็กลั่นโอสถสำเร็จ เมื่อเปิดเตาหลอมยา ยาลูกกลอนสีทองสามเม็ดก็ลอยออกมาตกลงในมือของเขา
ฉู่จิงเซียวจ้องมองยาลูกกลอนสีทองสามเม็ดในมือของผู้าุโสูงสุดเทียนอีตาเป็ประกาย
ผู้าุโสูงสุดเทียนอีหันกลับมามองฉู่จิงเซียว ใบหน้าประดับรอยยิ้มขณะกล่าวว่า "ศิษย์ข้า นี่คือยาอู้เสินที่อาจารย์ใช้สมบัติล้ำค่ามากมายกลั่นขึ้น มันสามารถช่วยให้เ้าก้าวเข้าสู่ขั้นสูงสุดของขอบเขตหลอมกายาภายในหนึ่งเดือน และก้าวเข้าสู่ขอบเขตต้องห้ามภายในหนึ่งปี"
กล่าวจบ ผู้าุโสูงสุดเทียนอีก็ส่งยาลูกกลอนสีทองสามเม็ดในมือให้ฉู่จิงเซียว
ฉู่จิงเซียวรับยามา คุกเข่าลงกับพื้นด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความเคารพ เปล่งเสียงดังว่า "ศิษย์ขอขอบคุณอาจารย์ที่อบรมสั่งสอน เมื่อข้าเข้าไปในรังัแล้ว ข้าจะต้องนำยาวิเศษมาให้ท่านอาจารย์ เพื่อช่วยให้ท่านก้าวสู่ความเป็เซียนในภายภาคหน้าให้จงได้ขอรับ"
ผู้าุโสูงสุดเทียนอีได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าอย่างพอใจ ยิ้มพลางกล่าวว่า "เ้าไปฝึกฝนก่อนเถิด อาจารย์ยังต้องหลอมเกราะและดาบให้เ้าต่อ เพื่อเพิ่มพลังในการต่อสู้ของเ้า"
“ขอบพระคุณท่านอาจารย์ ศิษย์คนนี้จะไม่รบกวนท่านอาจารย์แล้ว ขอท่านอาจารย์อย่าได้เหน็ดเหนื่อยเพื่อศิษย์มากนัก โปรดพักผ่อนให้มากด้วยเถิด" ฉู่จิงเซียวได้ยินดังนั้น ในใจรู้สึกซาบซึ้งยิ่ง จึงค้อมคำนับอย่างนอบน้อม แล้วจึงถอยออกจากห้องโถงไป
เมื่อเห็นเขาจากไป รอยยิ้มบนใบหน้าของผู้าุโเทียนอีก็หายไปทันที
จูผิงที่อยู่ข้างๆ ลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า "นายท่าน พร์ของนายน้อยนั้นมีจำกัด แม้จะก้าวเข้าสู่ขอบเขตต้องห้ามแล้ว แต่ในรังัก็หาได้มีฝีมือสูงกว่าผู้ใด หากเกิดอะไรขึ้น..."
ผู้าุโเทียนอีแค่นเสียงเ็า "ตายก็ตายไป ศิษย์หายไปคนหนึ่ง คราวหน้าก็รับใหม่อีกคนก็เท่านั้น แต่หากเขาสามารถนำยาวิเศษกลับมาให้ข้าได้สักหน่อย ผลตอบแทนก็จะมากมายนับพันนับหมื่นเท่าแล้ว"
ความจริง ยาอู้เสินที่เขาปรุงให้ฉู่จิงเซียวนั้น ก็แค่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติที่หาได้ทั่วไป เมื่อเทียบกับยาวิเศษแล้วช่างแตกต่างกันลิบลับ
ในสายตาของเทียนอี ไม่ว่าจะเป็ลูกศิษย์หรือลูกสมุนล้วนไม่ต่างกัน ย่อมเป็เพียงเบี้ยหมากที่เพิ่มผลประโยชน์ จะสลัดทิ้งไปเมื่อไหร่ก็ได้
ในใจของเทียนอี มีเพียงความแข็งแกร่งของตัวเขาเองเท่านั้นที่สำคัญที่สุด
"ข้าต้องเป็ผู้ไร้เทียมทานให้ได้ นี่แหละคือแก่นแท้!"
เทียนอีหัวเราะเยาะ "ตี้เทียนช่างโง่เขลา มีชีวิตแค่ร้อยปี ยังไม่รู้จักรีบเร่งปลีกวิเวกบำเพ็ญเพียร กลับไปรับศิษย์ ช่างเป็การฆ่าตัวตายโดยแท้ ต่อให้ศิษย์เก่งกาจแค่ไหนแล้วอย่างไร หลังจากร้อยปี เ้าก็ไม่พ้นเป็เพียงเถ้าธุลี ศิษย์เก่งกาจจะมีประโยชน์อะไรกับเ้า ก็แค่ได้ชื่อเสียงหลังความตายเท่านั้นเอง!"