ตอนที่ 23 สาดน้ำครำใส่คนบริสุทธิ์ (1)
หลานอี้ตอบรับด้วยรอยยิ้มแล้วกวักมือเรียกสาวใช้คนหนึ่งที่ตามมาด้านหลัง บอกให้นางไปเอารายชื่อที่บันทึกลงสมุดมา
ทว่ายังไม่ทันที่สาวใช้ผู้นั้นจะเดินไปถึงไหน สาวใช้รุ่นเล็กคนหนึ่งที่เดิมทีขดตัวอยู่ท่ามกลางฝูงชนก็ส่งเสียงเรียกคุณหนูแล้วก้มหน้าแฉลบตัวออกมาจากในฝูงชน
ราวกับนางรู้สึกถึงสายตาดุร้ายของเฉินมามาและเฝิงมามาจึงตัวสั่นด้วยความกลัวและไม่กล้ามอง เพียงเดินตรงไปข้างหน้าอย่างเงียบๆ จนกระทั่งอยู่ต่อหน้าสวี่เฉิงอวี๋ห่างออกไปประมาณห้าหกก้าว สองเข่าคุกเข่าลงบนพื้นพร้อมกันแล้วประสานมือทำความเคารพก่อนก้มศีรษะลงไป “คุณหนูห้าไม่จำเป็นต้องไปถามพี่หลานชุ่ยหรอกเจ้าค่ะ เป็นบ่าวเองที่เห็นพวกนางก่อความวุ่นวายและทำตัวไม่เหมาะสม แม้แต่ไฟไหม้ก็ยังไม่สนใจเรียกคนมาช่วยดับไฟก่อน เอาแต่ตบตีกัน จนบ่าวทนดูไม่ไหวจึงแอบไปที่เรือนนายหญิงใหญ่ พอเห็นว่าพี่หลานชุ่ยอยู่ที่นั่นถึงได้รายงานพี่หลานชุ่ยเจ้าค่ะ”
สวี่เฉิงอวี๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงนุ่มนวลลง “เจ้าชื่ออะไร”
สาวใช้ผู้นั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สองมือประสานกันวางอยู่ที่หน้าท้อง “บ่าวชื่อเมี่ยวเอ๋อร์ มารดาของบ่าวคือหลี่มามาที่รับผิดชอบงานซักล้างเจ้าค่ะ”
มิน่าเล่านางถึงสามารถพูดคุยต่อหน้าหลานชุ่ยได้
สาวใช้ที่เกิดในบ้านล้วนมีหน้ามีตาอยู่บ้าง พ่อแม่ของพวกนางก็เป็นหัวหน้าคอยรับใช้ในเรือนจึงยิ่งมีหน้ามีตาขึ้นอีก บรรดาเจ้านายจดจำได้และมักจะมอบหมายงานให้ ดังนั้นในวันปกติพวกนางจึงไปมาหาสู่กันเป็นการส่วนตัวได้และไม่มีใครดูถูกใคร เว้นแต่ว่าจะมีพฤติกรรมไม่ดีทำให้คนรังเกียจ มิฉะนั้นทุกคนยินดีที่จะพูดคุยกันอย่างสุภาพ
สวี่เฉิงอวี๋โบกมือให้นางลุกขึ้นมาตอบคำถาม “เช่นนั้นเจ้าบอกว่าพวกนางดื่มสุราเล่นพนัน นั่นเป็นสิ่งที่เจ้าเห็นด้วยตาตนเองหรือไม่ เจ้าได้มีส่วนร่วมด้วยหรือเปล่า”
เมี่ยวเอ๋อร์ลุกขึ้นพลางส่ายศีรษะไปพลาง “บ่าวไม่ทำเรื่องไม่ดีแบบนี้ มารดาของบ่าวบอกเสมอว่านายหญิงใหญ่เป็นคนใจดี มีเมตตาเหมือนพระโพธิสัตว์ ปฏิบัติต่อพวกเราข้ารับใช้เหล่านี้เป็นอย่างดี พวกเราได้รับการดูแลจากครอบครัวเจ้านาย ย่อมควรปรนนิบัติรับใช้อย่างเต็มที่ เมื่อได้รับมอบหมายงานก็ต้องทำให้ดี ต่อให้บรรดานายหญิงและคุณหนูจะมองไม่เห็นพวกเราก็ต้องปฏิบัติอย่างเหมาะสมต่อมโนธรรมของตนเอง ไม่สามารถทำตัวไร้ระเบียบ มั่วสุมก่อเรื่องในเรือน ทำตัวไม่เหมาะสมได้”
นี่เท่ากับเป็นการตบหน้าสองมามาแล้ว
สวี่เฉิงอวี๋กลับชอบสาวใช้ที่ปากเร็วใจถึงผู้นี้ เป็นคนมีนิสัยตรงไปตรงมา แม้อายุยังน้อยแต่ไม่กลัวปัญหา
นางร้องเรียนโดยไม่กลัวล่วงเกินใคร ตนเองถามนางก็กล้าออกมา ขณะเดียวกันก็กล้าเผชิญหน้าโต้แย้งกับเฉินมามาและเฝิงมามา
เป็นคนตรงไปตรงมาคนหนึ่ง
สวี่เฉิงอวี๋พยักหน้า “เจ้าเป็นคนดี และแม่เจ้าสอนได้ดี”
การที่นางชมไปประโยคสองประโยคนั้นไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร ก็เหมือนแค่ยอมรับคำพูดของเมี่ยวเอ๋อร์ไม่ใช่หรือ
เฝิงมามาตาแดงด้วยความร้อนใจทันที รีบก้าวเข้ามาคว้าสาบเสื้อของเมี่ยวเอ๋อร์ ส่วนมืออีกข้างยกสูงขึ้นแล้วตบลงไปทีหนึ่ง “นางเด็กแพศยาปากเสีย ยังไม่ถึงคราวให้เจ้าพูดจาว่าร้ายจัดการคนอื่น! เดิมทีแม่เจ้ามือเท้าไม่สะอาดจึงถูกส่งไปรับผิดชอบงานซักล้าง พอมาถึงปากเจ้านางกลับกลายเป็นข้ารับใช้ดีที่ซื่อสัตย์ ถุย! ครอบครัวหน้าไม่อาย!”
สีหน้าเฉินมามาขรึมลง คิดในใจว่าไม่ดีแล้ว
ดังคาด สวี่เฉิงอวี๋ลุกขึ้นยืนและทำท่าจะเดินไป “หลานอี้แจ้งทางการเถิด”
หลานอี้ก็ตกใจ ไม่เข้าใจชั่วขณะว่าคุณหนูต้องการทำอะไร
เฝิงมามากลับตกใจไม่เบา ปล่อยมือออก เมื่อรู้สึกตัวว่าเมื่อครู่ตนเองทำอะไรและพูดอะไรไปจึงคุกเข่าลงไปเสียงดังตึง
นางคุกเข่าอย่างแรงจนแทบจะเป็นการกระแทกเข่ากับพื้น เสียงที่ได้ยินทำให้คนที่ได้ยินพลันรู้สึกเจ็บแทน