โต๊ะที่ดีที่สุดบนชั้น3 ของหอฟ้าเริศรส เหลาอาหารที่ดีที่สุดของเมืองฟ้าคำรณตอนนี้บนโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารมากมาย เทียนอี้และเหลียงตงนั่งกินไปคุยไป
"นี่พี่ใหญ่ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมฟางจั่วศิษย์สายในสำนักจันทร์เสี้ยวถึงต้องจ้องเล่นงานพี่"
"คงเป็นวันก่อนที่โรงเตี้ยมตอนที่ข้าเมินมันคงทำให้มันเสียหน้าไม่น้อย"
"แบบนี้นิเองมิน่าล่ะวันนี้มันถึงได้วางแผนให้ข้ามาทำให้ท่านเสียหน้า"
"เหตุการณ์ในวันนี้เป็นแผนของเจ้านั้นสิน่ะ"เทียนอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าเหตุการณ์ในวันนี้เป็นฟางจั่วที่วางแผนต่อตัวเองเทียนอี้จึงคิดว่าคงต้องเพิ่มความระมัดระวังอีกสักหน่อยส่ะแล้ว
"ถ้าเช่นนั้นอะไรคือเหตุผลที่ทำให้เจ้าร่วมมือกับไอ้เจ้าฟางจั่วคนนั้นได้"
พอได้ยินสิ่งที่เทียนอี้ถามเหลียงตงได้แต่เต้าเกาหัวแกร๊กๆแล้วยิ้มพร้อมแก้ตัวออกมาด้วยความอับอาย
"อันที่จริงเรื่องนี้มีเหตุผลอยู่ มันเป็นเพราะวันนี้ตอนที่พวกข้ารอลงทะเบียนเข้าทดสอบพี่ใหญ่เดินผ่านมาพอดีด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาของพี่ใหญ่ ทำให้น้องม่านผิงหญิงสาวที่ข้าตามจีบอยู่ทำหน้าที่เหมือนจะชอบท่านข้าเลย....แฮะๆ" เหลียงตงทำได้เพียงหัวเราะแฮะๆออกมา
"เจ้านี่มันจริงๆเลย...เฮ้อ"เทียนอี้ได้แต่ถอนหายใจออกมาเมื่อได้ยินเหตุผลของเหลียงตง
"ความจริงเจ้าก็ใช่ย่อยสามารถทนแรงกดดัน มากขนาดนั้นได้ และยังมีใจสู้ยอมหมดสติทั้งๆที่ยังยืนอยู่ได้"เทียนอี้ชมออกมาจากใจเพราะในเรื่องความอดทนเหลียงตงนับว่าเป็นหนึ่งไม่มีสองอย่างแน่นอน
"แต่ข้ายังแพ้พี่ใหญ่อยู่ดี ต้องขอบคุณพี่ใหญ่อีกครั้งที่ช่วยข้าตอนที่ข้าหมอสติอยู่ทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นและผ่านการทดสอบมาได้"
ฮ่าๆๆ เทียนอี้ไม่พูดอะไรเพียงแต่หัวเราะออกมาเท่านั้นเขาจะยอมให้เหลียงตงรู้ได้อย่างไรว่าคนที่เพิ่มแรงกดดันเป็นเท่าตัวจนทำให้เหลียงตงหมดสติไปคือตนเองเรื่องที่มันผ่านมาแล้วมันก็ควรผ่านไปเรื่องบางเรื่องไม่ควรพูดมันออกมา
หลังจากกินข้าวเสร็จเหลียงตงก็จ่ายค่าอาหารออกไปหลายพันเหรียญทองแต่เหลียงตงไม่บ่นออกมาแม้แต่คำเดียวนี่แสดงให้เห็นว่าฐานะของเหลียงตงต้องไม่ธรรมดาพอสมควรเช่นกันและทั้งสองคนก็เดินออกจากหอฟ้าเริศรสไป
"พี่ใหญ่ไว้เจอกันพรุ่งนี้น่ะวันนี้ข้าต้องขอตัวไปเตรียมตัวสำหรับการทดสอบของวันพรุ่งนี้ก่อน"เหลียงตงกล่าวลาเทียนอี้ก่อนจะวิ่งกลับที่พักของตนสำหลับเหลียงตงตอนนี้ตัวมันนั้นได้นับถือเทียนอี้ด้วยใจจริงเพราะเทียนอี้ได้ช่วยเหลือตัวมันทั้งๆที่มันพยายามที่จะทำลายชื่อเสียงของเทียนอี้แท้ๆ
หลังจากแยกกับเหลียงตงเทียนอี้ได้แวะไปที่หอการค้าหมื่นธาราสาขาเมืองฟ้าคำรณ เพื่อแจ้งข่าวว่าตัวเองจะเข้าไปหาประสบการณ์ในสำนักกระบี่ฟ้าไปให้เหล่าผู้อาาวุโสและท่านผู้นำหอการค้าทราบเพราะคนเหล่านี้ต่างให้ความสำคัญและการสนับสนุนตนเองเรื่อยมา
จากนั้นเทียนอี้ก็กลับมาพักที่โรงเตี๊ยมเช่นเดิมเมื่อเข้ามาถึงห้องพักเทียนอี้ก็ทำธุระส่วนตัวของตนเองก่อนจะมานั่งลงที่เตียงเพื่อทำการทำสมาธิฝึกลมปราณต่อไปแต่ก่อนที่จะได้ทำสมาธินั้นเทียนอี้กลับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
นั้นก็คือหินสีดำที่ตาซื้อมาจากหญิงชราโดยที่ผ่านมานั้นตลอดการเดินทางเทียนอี้ยุ่งอยู่ตลอดเวลาเลยไม่มีเวลาสำรวจดูว่ามันคือสิ่งไดทำไม่ถึงมีปฏิกิริยากับสัมผัสมังกรที่อยู่ในร่างกายของตนเองเทียนอี้คนหาหินสำดำก้อนนั้นอยู่ในแหวนสักพักก่อนจะนำมันออกมา
ก้อนหินสีดำแวววาวขนาดเท่าลูกบอลที่สัมผัสมังกรของเทียนอี้สามารถสัมผัสถึงการมีอยู่ของมันได้ถ้าไม่มีสัมผัสมังกรที่ได้มาจากการฝึกกายาเทพมังกรเทียนอี้คงคิดว่ามันคือก้อนหินสีดำธรรมดาเท่านั้นเมื่อนั่งพิจารณาก้อนสีดำอีกสักพักก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ
เทียนอี้จึงลองใช้พลังปราณใส่เข้าไปภายในก้อนหินสีดำซึ่งในร่างกายของเทียนอี้มีลมปราณมังกรอยู่เนื่องจากผู้ที่ฝึกกายาเทพมังกรจะมีปราณมังกรอยู่ในร่างด้วยปรากฏว่าก้อนหินสีดำสั่นสะเทือนเล็กน้อยก่อนที่จะปรากฏรอยแตกขึ้นมาจนถายในเผยให้เห็นลูกแก้วสีทองลูกหนึ่ง
ก่อนที่เทียนอี้จะได้ทำอะไรเหตุการที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นลูกแก้วสีทองได้ลอยขึ้นก่อนจะพุ่งเข้าใส่หน้าผากของเทียนอี้ทันทีก่อนจะหายไปในที่สุดเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่เทียนอี้ยังไม่ทันได้ตั้งตัวและหลังจากลูแก้วสีทองหายเข้าไปในหัวของเทียนอี้ สติของเทียนอี้ก็หายไปด้วยเช่นกัน
จบตอน