เสียงลมพัดกระโชกแรงด้านนอกคฤหาสน์หรูสองชั้นป้ายแดงดังหวีดหวิวสอดแทรกเข้ามาในห้องทำงานไม้สักชั้นล่าง ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับเงียบสงัดเย็นเฉียบชวนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ชาญยืนตัวแข็งทื่อเป็นก้อนหิน ขาสองข้างที่สวมกางเกงเลเก่าๆ เกร็งแน่นจนเกือบสั่นสะท้าน มือใหญ่หนาหยาบกร้านปูนที่กุมขอบโต๊ะไม้สักขัดมันเริ่มเย็นชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อกาฬที่ผุดซึม สายตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มจ้องเขม็งมาที่ข้อข้อมือนิ้วก้อยข้างซ้ายของพ่อบังเกิดเกล้าสลับกับหน้าจอแอปพลิเคชันไลน์ที่โชว์รูปภาพแอบถ่ายเบลอมัวสีหม่นซึ่งปรากฏวงแหวนหยกสีเขียวมรกตชัดเจน
"พ่อครับ... ทำไมเงาแหวนในรูปนี้มันถึงได้มีลายวงกลมกับรอยแหว่งคล้ายปูนกะเทาะเหมือนกับแหวนแม่ที่พ่อใส่อยู่เป๊ะเลยล่ะครับ?" เอกยังคงเค้นถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือระคนเจ็บปวดลึกๆ แววตาเต็มไปด้วยความสับสนกังวลและเริ่มมีรอยเคลือบแคลงสงสัยก่อตัวขึ้นในดวงตาคู่คม
ชาญกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงลำคอที่แห้งผากเป็นผุยผง สมองที่ผ่านโลกมานานนับสิบปีคิดคำนวณอย่างรวดเร็วพัลวันดุจเครื่องจักรคอนกรีต เขาจะยอมจำนนและปล่อยให้ครอบครัวลูกชายที่เขาเฝ้าประคองสร้างขึ้นมาต้องพังพินาศคามือในวันนี้ไม่ได้เด็ดขาด ชาญฝืนสูดลมหายใจร้อนผ่าวเข้าปอดลึกยาวสะกดกั้นอารมณ์ตระหนกขวัญหนีดีฝ่อ จากนั้นจึงฝืนยิ้มกลบเกลื่อนรอยร้าวแล้วแสร้งทำน้ำเสียงตกใจสวมรอยปัดเบี่ยงเบนพิรุธอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด:
"โอ๊ย! เอกเอ๊ย... พ่อก็ตกอกตกใจหมดคิดว่าเรื่องใหญ่อะไร ที่แท้ก็เรื่องแหวนหยกวงนี้เอง เอกจำไม่ได้เหรอว่าแหวนหยกเก่าของคุณแม่วงนี้ พ่อทำตกหล่นหายไปในห้องน้ำชั้นล่างตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้วลูก พ่อพยายามก้มหาตั้งหลายวันแต่หาไม่เจอ นึกว่ามันไหลลงท่อสุขาภิบาลระบบน้ำทิ้งไปแล้ว ที่ไหนได้... สงสัยไอ้ยามโฉม รปภ. ทรชนตัวแสบนั่นแหละที่มันแอบมาซ่อมปั๊มน้ำหรือเดินตรวจระบบปูนแล้วลอบหยิบไปสวมรอยใส่เองเพื่อหวังตัดต่อจัดฉากรูปถ่ายป้ายสีพ่อผัวสะใภ้แบล็คเมล์ไถเงินพวกเรา พ่อเห็นหน้าซองจดหมายแดงข่มขู่เมื่อกี้ก็เดาทางเล่ห์เหลี่ยมพวกโจรชั่วพวกนี้ออกหมดแล้วลูก!" ชาญไหลลื่นคันปากปั้นน้ำเป็นตัวอย่างรวดเร็ว
เอกเงียบงันไปชั่วอึดใจ สายตากวาดมองใบหน้าแห้งเหี่ยวของบิดา คิ้วหนาของวิศวกรหนุ่มยังคงขมวดม้วนเป็นปมแน่นอย่างไม่ยอมวางใจเต็มร้อย ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะหันหลังก้าวเท้ายาวๆ ออกไปจากห้องทำงานมุ่งตรงไปยังโถงห้องครัวปูนใหม่ชั้นล่าง เสียงฝีเท้าเหยียบย่ำพื้นกระเบื้องแกรนิตโตดังกังวานก้องบ้านเดี่ยว ชาญใจคอไม่ดี รีบก้าวสับเท้าก้าวตามไปอย่างรวดเร็วเพื่อระวังเหตุการณ์
ในห้องครัว แก้มกำลังยืนเกร็งตัวสั่นเทาอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัวปูนปั้นขาวสะอาด มือเรียวนุ่มกุมด้ามจับกาน้ำร้อนแน่น ใบหน้าสวยนวลผ่องซีดเผือดไร้สีเลือด แสร้งทำทีเป็นกำลังเทน้ำร้อนชงกาแฟเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยการหลบหนีอ้อมลานปูนเมื่อครู่ เอกก้าวเข้าประชิดตัวเมียรักทันที แววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดกดดันบีบคั้นอารมณ์:
"แก้ม! ขอดูโทรศัพท์มือถือของแก้มหน่อยสิ ขอดูแอปไลน์ช่องแชททั้งหมดตอนนี้เลย!" เอกเอ่ยปากเสียงเฉียบพลัน คาดคั้นจับพิรุธภรรยาอย่างตรงไปตรงมา
แก้มสะดุ้งสุดตัว มือสั่นระริกจนน้ำร้อนเกือบกระฉอกลวกหลังมือขาวนุ่ม หล่อนพยายามประคองสติหันกลับมาฝืนยิ้มแต่แววตาสั่นระริกฉายความหวาดกลัวขวัญผวาฉิบหาย ชาญที่ก้าวเดินตามเข้ามาติดๆ เห็นท่าไม่ดีรู้ดีว่าหากปล่อยให้เอกค้นโทรศัพท์มือถือของแก้ม ความลับเรื่องที่แก้มเคยพิมพ์คุยไลน์ตอบโต้กับไอดีข่มขู่ของยามโฉม หรือแย่กว่านั้นคือกิจกรรมรักส่วนตัวที่ลักลอบกระทำชู้สาวอาจจะแดงโร่ขึ้นมาทันที ชาญจึงรีบเบียดแทรกตัวเข้าไปขวางจังหวะกะทันหัน เอื้อมมือใหญ่หยาบกร้านไปกดแขนของเอกลงต่ำและใช้น้ำเสียงดุดันเข้มงวดสวมบทบาทพ่อผัวผู้ปกครองบ้านบังคับสถานการณ์:
"เฮ้ย! เอก! ทำไมทำตัวพาลใส่เมียตัวเองแบบนี้ล่ะลูกรัก? แก้มเขาจะไปรู้เรื่องไลน์ขยะพวกนี้ได้ยังไงกัน ในเมื่อพ่อเป็นคนเฝ้าบ้านคนดักดูเหตุการณ์ทั้งหมดมาตลอดสัปดาห์ เอกลืมไปแล้วเหรอว่าพ่อเคยบอกเรื่องที่พ่อติดตั้งกล้องวงจรปิดแบบแอบถ่ายตัวจิ๋ว ไว้รอบบ้านเดี่ยวใหม่เพื่อสืบเบาะแสความทุจริตอู้งานของยามโฉม พ่อแอบสแกนเจอภาพสดออนไลน์จับพฤติกรรมยามโฉมที่ชอบย่องมาส่องกลอนประตูหลังบ้านเดี่ยว พ่อเลยก้าวออกไปตักเตือนสั่งสอนมันลับหลังไม่ให้มายุ่งวุ่นวาย ภาพในไลน์ที่เอกเห็นน่ะ พ่อวิเคราะห์ดูแล้วมันเป็นรูปตอนที่พ่อกำลังเดินส่องท่อปูนหลังสวนแล้วไอ้ยามโฉมมันเอามาปรับแสงแต่งรูปให้ดูเหมือนสวมกอดกับแก้มเพื่อปั่นประสาทให้ครอบครัวเราแตกร้าวและยอมจ่ายเงิน 5 แสนบาทตามเดดไลน์ที่มันขู่ต่างหาก!" ชาญพูดเสียงดังฟังชัดอ้างอิงพยานพัลวัน
คำพูดแก้ต่างไหลลื่นมีเหตุผลของชาญ ประกอบกับท่าทีดุดันของพ่อผัวผู้ผ่านโลกมามาก ทำให้อารมณ์คุกรุ่นปะทุระแวงของเอกเริ่มคลายลงชั่วครู่ เอกถอนหายใจยาวกวาดสายตามองเมียรักและมองพ่อ พยายามเชื่อมโยงวิเคราะห์เรื่องราวตามหลักตรรกะวิศวกรรมปูนพัง ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ เม้มริมฝีปากแน่น:
"ถ้ามันเป็นอย่างที่พ่อพูดจริงๆ แสดงว่าไอ้ยามโฉมมันกล้าท้าทายกฎหมายและจงใจข่มขู่ทำลายชีวิตครอบครัวของผมขนาดนี้เลยเหรอครับ? มันกล้าส่งรูปตัดต่อบ้าๆ นี่มาปั่นประสาทผมถึงเครื่องส่วนตัว ผมทนไม่ได้แล้วพ่อ ผมจะแจ้งตำรวจจับมันเข้าคุกเดี๋ยวนี้เลย!" เอกกำหมัดแน่น ท่าทางเกรี้ยวกราดดุดันจนคอหอยขึ้นเส้นเลือดปูดโปน
ชาญรีบยกมือห้ามดึงรั้งแขนลูกชายเอาไว้แน่นหนา:
"ไม่ได้เด็ดขาดเอก! ตอนนี้เรามีแค่รูปถ่ายเบลอๆ มืดสลัวที่คนร้ายส่งมาด้วยบัญชีไลน์อวตารนิรนามที่บล็อกโปรไฟล์ ถ้าเอกวู่ยามไปแจ้งตำรวจตอนนี้โดยไม่มีพยานหลักฐานของกลางมัดตัวคาหนังคาเขา ตำรวจท้องที่เขาไม่รับฟ้องหรอกลูก แถมโจรชั่วอย่างยามโฉมมันจะไหวตัวทันและลบไฟล์แฉทำลายทิ้งไปหมด หรือมันอาจจะแว้งกัดเอาหลักฐานปลอมไปโพสต์แฉทำลายชื่อเสียงหนูแก้มให้เสียหายกู้ไม่กลับ เอกต้องใจเย็นๆ เชื่อนึกคำพ่อ ให้พ่อจัดการวางแผนล่อซ้อนแผนจับมันให้มั่นคงก่อน พ่อแก่แล้วพอมีทางหนีทีไล่คุมมันอยู่ เอกทำงานคุมไซต์ปูนหัวสมองแล่นเรื่องตึกอย่าเอาตัวมาพัวพันกับพวกขยะสังคมแบบนี้เลยลูกรัก" ชาญปลอบประโลมเสียงต่ำ พยายามล้อมกรอบความคิดลูกชายให้กลับมาอยู่ใต้การควบคุมของตน
เอกยืนนิ่งสงบเงียบงันจ้องมองถ้วยกาแฟในครัวปูน แววตาสับสนว้าวุ่นใจยังคงหลงเหลือคราบตะกอนความกังวลลึกๆ ทว่าสุดท้ายชายหนุ่มก็พยักหน้ายอมโอนอ่อนเชื่อฟังตามประสบการณ์ของบิดาช่างแก่:
"ก็ได้ครับพ่อ... ผมจะเชื่อพ่อครั้งนี้ แต่พ่อต้องสัญญากับผมนะว่าถ้ามีเบาะแสอะไรเกิดขึ้นอีก พ่อต้องรีบบอกผมทันที ห้ามปิดบังผมเด็ดขาด ไม่งั้นผมลุยเดี่ยวไปพังป้อมยามหน้าโครงการถล่มมันแน่!" เอกพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงคาดโทษดุดัน ก่อนจะก้าวเดินเลี่ยงกลับขึ้นไปพักผ่อนบนชั้นสองของบ้านเดี่ยวทิ้งความอึดอัดเย็นยะเยียบไว้ในครัวปูน
ภายหลังเสียงฝีเท้าของเอกก้าวพ้นบันไดขึ้นชั้นสองและเสียงประตูปิดลง ชาญและสะใภ้แก้มสบประสานสายตากันในห้องครัวสลัวลึก แววตาของสะใภ้แก้มเบิกกว้างเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัวขวัญผวาเนื้อตัวสั่นเทา แก้มก้าวเท้าประชิดโผเข้ากอดบ่ากว้างของพ่อผัวเงียบๆ พลางกระซิบเสียงสั่นระรัวเบาหวิวปนเสียงสะอื้นคลอเคลีย:
"พ่อจ๋า... แก้มกลัวเหลือเกินค่ะ... เกือบไปแล้วจริงๆ... ถ้าเอกเห็นข้อความแชทไลน์เก่าๆ หรือจับได้ว่าแหวนหยกนั่นอยู่กับพ่อตลอด แก้มต้องตายแน่ๆ... ครอบครัวเราต้องพังพินาศปูนพังแน่ๆ พ่อจ๋า..." แก้มร้องไห้กอดบ่าชาญแน่นสะโพกงอนงามบดเบียดเนื้อกางเกงเล
ชาญโอบกอดประคองร่างอวบอัดของสะใภ้รักแน่นหนา ลูบแผ่นหลังนุ่มนิ่มปลอบประโลมสะกดอารมณ์สวาทที่เริ่มคุกรุ่นปะปนความเครียด ชาญก้มหน้าสูดกลิ่นหอมปนกลิ่นเหงื่อจางๆ จากซอกคอขาวของแก้ม สายตาคมกริบของเฒ่าช่างปูนจ้องมองลอดหน้าต่างครัวออกไปยังป้อมยามจัดสรรหน้าโครงการ แววตาดุร้ายสลัวร่าเต็มไปด้วยรังสีฆาตกรรมฉายประกายแวววับในความมืดสลัว
ชาญตระหนักดีแก่ใจตนเองแล้วว่า... พวกเขาไม่สามารถเล่นเกมตั้งรับปล่อยให้ไอ้ยามทรชนขู่กรรโชกปั่นประสาทจนความลับชู้ชั่วรักบาปชำรุดทรุดโทรมแบบนี้ได้อีกต่อไป ยามโฉมเปรียบเสมือนเนื้อร้ายที่กำลังลามเลียโครงสร้างบ้านเดี่ยวป้ายแดงของลูกชาย หากไม่รีบผ่าตัดทำลายทิ้งถอนรากถอนโคน ความฉิบหายนรกอเวจีจะต้องมาเยือนเขาและสะใภ้รักในเร็ววันคามือแน่นอน ชาญเกร็งกล้ามเนื้อฝ่ามือขวาที่สวมแหวนหยกกุมขอบเคาน์เตอร์ครัวแน่นจนเนื้อเหล็กสังกะสีก้านช้อนกรีดเสียงดังแกรก ชาญก้มกระซิบข้างหูแก้มด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยียบเหี้ยมเกรียมแฝงจิตใจเด็ดเดี่ยวเด็ดขาดชี้ชะตา:
"แก้มไม่ต้องกลัวนะลูกรัก... พ่อสัญญากับแก้มแล้วว่าจะปกป้องแก้มด้วยชีวิต พ่อจะไม่ยอมให้ความลับของเราแตกเด็ดขาด... และพ่อตัดสินใจแล้วว่า... เราจะไม่ยอมจ่ายเงินสดให้มันอีกแม้แต่บาทเดียว... พ่อจะวางแผนย้อนเกล็ดทำลายล้างไอ้ยามโฉมชั่วช้านั่นให้หมดสิ้นอนาคต ต้องถูกตำรวจลากตัวจับเข้าคุกตารางข้อหาหนักจมดินถอนรากถอนโคนไม่ให้มันได้มีโอกาสอ้าปากตะโกนแฉเรื่องของเราคามือได้อีกชั่วชีวิต!" ชาญประกาศเจตจำนงเด็ดขาดหักมุมท้าทายเส้นทางนรกชี้ตายวินาทีพินาศสิ้นของยามโฉมชั่วในหมู่บ้านหรูวันนี้จริงๆ!