ตอนที่15 ดาบคู่เกล็ดหิมะ
ผู้าุโทั้งห้าคน้าสอบถามเื่การหายตัวไปของหลิวเย่เพิ่มเติม
แต่เ้าสำนักเหมันต์พูดตัดบทขึ้นทันทีว่า
“เอาละ ในเมื่อผู้าุโหลิวปลอดภัยและกลับมาแล้วพวกเ้าก็แยกย้ายกันไปทำงานได้”
ผู้าุโทั้งห้าคนได้แต่สบตากันอย่างหงุดหงิดเล็กน้อยและขานรับคำสั่งจากเ้าสำนักพร้อมกัน“ขอรับ/เ้าค่ะ”
เมื่อผู้าุโทั้งห้าคนออกไปแล้ว
จ้าวตงหันหน้ามาสบตากับหลิวเย่และบอกกับเขาตามตรงว่า
“ข้าจะไม่ถามว่าเ้าหายไปไหนมาแต่จงจำไว้ว่าการเข้าไปในมรดกของสำนักเหมันต์นั้นอันตรายยิ่งนัก ดังนั้นจงหวั่นฝึก
ปรือวิชาให้ดีข้ามีบางสิ่งที่้าให้เ้าช่วยเหลือก่อนออกเดินทาง”
“มีอะไรให้ข้าน้อยช่วยเหลือหรือขอรับ?”หลิวเย่ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกและถามจ้าวตงอย่างสงสัย
“ไม่หนักหนาสำหรับเ้าแต่ทว่ามันสำคัญสำหรับสำนักเหมันต์มากนักหากเ้าสามารถใช้ภูมิปัญญาที่ได้รับมาจากท่าน
จักรพรรดิะหลิวเย่ จงช่วยลงไปค้นหาดาบคู่เกล็ดหิมะที่ทะเลถูจ่ายให้กับข้าทีเถิด”
น้ำเสียงของจ้าวตงบ่งบอกถึงความกังวลอย่างปิดไม่มิด
“หือดาบคู่เกล็ดหิมะหรือขอรับ?”หลิวเย่แปลกใจที่ได้ยินชื่ออาวุธนี้
“ใช่มันเป็อาวุธประจำสำนักเหมันต์ที่หายสาบสูญไปในการต่อสู้ระหว่างอาจารย์ของข้ากับอดีตเ้าสำนักวิหคเพลิงเมื่อห้า
ร้อยปีก่อนที่ริมทะเลถูจ่ายเวลานั้นอาจารย์ได้รับาเ็สาหัสและดาบคู่ได้หล่นลงไปในทะเลถูจ่ายหลังจากนั้นสำนัก
เหมันต์ไม่มีหินมรดกถือกำเนิดอีกเลย หินมรดกที่มีอยู่เวลานี้สามารถใช้เปิดมรดกสำนักเหมันต์อีกได้แค่9 ครั้งเท่านั้น”
หลิวเย่ขมวดคิ้วแน่นมากขึ้นเมื่อได้ยินเื่ราวจากท่านเ้าสำนัก
กลับกลายเป็ว่ารางวัลที่เขาควรได้รับอย่างสบายๆจะต้องแลกมาด้วยการช่วยเหลือสำนักเหมันต์
ซึ่งเป็การเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง
แต่หลิวเย่คิดว่าก่อนที่เขาจะออกเดินทางจากดาวเคราะห์เทียนถังแห่งนี้ไป
บางทีเขาควรตอบแทนอะไรกับทางสำนักเหมันต์บ้างใช่หรือไม่?
หลิวเย่ตอบรับความท้าทายนี้ด้วยความรู้สึกที่อยากตอบแทนเ้าสำนักเหมันต์ทันทีว่า
“ตกลงขอรับข้าจะลองดูสักครั้ง ดาบคู่เกล็ดหิมะนั้นหล่นบริเวณใดหรือขอรับ?”
เขาถามถึงพิกัดที่แน่นอนเพื่อจะได้ไม่ต้องตามหาเหมือนกับงมเข็มในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
“ทางเมืองหวางกันที่เป็เมืองชายแดนระหว่างอาณาจักรเซียนเทียนกับอาณาจักรอี้ซาง”
จ้าวตงตอบหลิวเย่อย่างมีความหวังเมื่อเห็นว่าเขายินยอมช่วยเหลือสำนักเหมันต์โดยสมัครใจ
“เช่นนั้นข้าจะออกเดินทางเลยก็แล้วกันนะขอรับ”
หลิวเย่้าไปทำภารกิจให้เสร็จโดยเร็ว
เพราะเขายังเหลือพื้นที่ในส่วนทะเลทรายของโลกซือเจี๋ยที่ยังไม่ได้สำรวจ
ดังนี้จึงไม่้าเสียเวลามากไปกว่านี้อีก
“เช่นนั้นข้าขอบใจเ้ามากผู้าุโหลิว”จ้าวตงพูดกับหลิวเย่ด้วยความซาบซึ้งใจ
เขากล้าขอความช่วยเหลือจากหลิวเย่เพราะว่าผู้ที่สามารถต่อสู้กับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งในทะเลถูจ่ายได้
จะต้องมีขอบเขตั้แ่แกนเทพขึ้นไป
ดังนั้นหลิวเย่ที่มีโชคชะตาจากจักรพรรดิะหลิวเย่อาจจะสร้างปาฏิหาริย์ให้กับจ้าวตงได้
หาไม่แล้วสำนักเหมันต์คงถึงกาลอวสานเมื่อไม่มีหินมรดกอีกต่อไป
“ข้าขอฝากความหวังของสำนักเหมันต์ไว้กับผู้าุโหลิวด้วย”
จ้าวตงพึมพำกับตัวเองขณะจ้องมองแผ่นหลังของหลิวเย่ที่เหินตัวบินกลับยอดเขาซือหวู่
..........
เมื่อสำรวจรอบคฤหาสน์และรวบรวมของใช้ส่วนตัวแล้ว
หลิวเย่กวาดสายตามองคฤหาสน์หลังงามด้วยความรู้สึกหลากหลาย
เพราะเขาไม่กล้าคาดเดาว่าตนเองจะได้กลับมาที่คฤหาสน์นี้หรือไม่?
หากว่ากลับมาอีกครั้งเขาตั้งใจที่จะยกคฤหาสน์หลังงามนี้ให้กับโหวพั้งจื่อ
ผู้ช่วยที่ซื่อสัตย์และคอยช่วยทำงานแทนเขาในขณะที่เขาไปทำภารกิจส่วนตัว
“เป็ไงเป็กัน อันที่จริงฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าในทะเลถูจ่ายมีสัตว์ประหลาดหรือสมบัติใดไหม?”
หลิวเย่คิดอย่างให้กำลังใจตนเองก่อนที่จะเหินตัวบินตรงไปยังเมืองหวางกันทันที
เขายอมรับภารกิจนี้นั่นเป็เพราะว่าเหตุผลของเ้าสำนักเหมันต์สะท้อนให้เห็นถึงจุดสิ้นสุดของสำนักเหมันต์
หากเขาไม่ช่วยเหลือสำนักเหมันต์อาจไม่มีอยู่บนดาวเคราะห์เทียนถังอีกต่อไป
หนึ่งชั่วยามต่อมา
หลิวเย่เหินตัวลงจอดเขตพื้นที่ชายแดนของเมืองหวางกัน
ซึ่งเบื้องหน้าของเขาคือทะเลถูจ่าย
ผิวน้ำดูสงบราบเรียบเหมือนไม่มีอันตรายใดๆ
แต่อันที่จริงแล้วมีปลาสังหารที่แข็งแกร่งในขอบเขตแกนจำนวนมหาศาลที่แหวกว่ายไปมาอย่างเงียบเชียบ
เพื่อรอคอยเหยื่อแสนโอชนะไม่ว่าจะเป็มนุษย์หรือสัตว์ใดๆก็ตาม
แต่ทว่าพลังปราณอันแข็งแกร่งที่ส่งออกมาจากใต้ท้องทะเลถูจ่ายเป็ระยะนั้น
กลับทำให้หลิวเย่ขนลุกด้วยความหวาดกลัวมากกว่าปลาสังหารตัวเล็กตัวน้อยพวกนี้
อย่างไรก็ตามหลิวเย่ไม่คิดที่จะถอยเด็ดขาด
“ไหนๆก็มาถึงที่นี่แล้วลองดูสิว่าัั์จะสามารถใช้สำรวจภายในทะเลถูจ่ายได้มากน้อยเพียงใด”
หลิวเย่คิดอย่างเข้าข้างตนเองที่มีตัวช่วยสำคัญก่อนที่จะใช้ัั์ส่งตรงเข้าสำรวจลึกในทะเลถูจ่าย
“เอ๊ะ!” ครู่หนึ่งเขาเห็นหมอกควันในทะเลส่วนลึกที่สุดและอยู่ใกล้กับร่องลึกทะเลด้านทิศเหนือ
ซึ่งห่างจากจุดที่เขายืนอยู่ถึง60 ลี้
“โชคดีที่ใช้ัั์ได้แต่หมอกนั่นคืออะไร?ทำไมไม่สามารถใช้ััสำรวจได้?น่าสนใจ”
หลิวเย่ลูบคางครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตัดสินเปิดใช้งานโล่พลังต้านะทันทีและพุ่งตัวลงไปในทะเลถูจ่ายโดยตรง
“ตู้ม”
บรรดาปลาสังหารจำนวนมหาศาลกรูกันเข้ามาหาเหยื่อแสนโอชะ
ปรากฏว่าปลาสังหารไม่สามารถเข้าใกล้หลิวเย่ได้เลย
ทำให้หลิวเย่สามารถดำดิ่งตรงไปยังตำแหน่งที่มองเห็นหมอกควันอยู่ท่ามกลางน้ำทะเลที่รอบข้างมืดมิดได้สะดวก
สิบลมหายใจต่อมา
เขามาถึงตำแหน่งใกล้ร่องลึกที่มีหมอกควันปกคลุมอยู่เป็บริเวณกว้าง
“ขอให้ข้าหาดาบคู่เกล็ดหิมะเจอด้วยเถอะ”หลิวเย่ภาวนาในใจอย่างมีความหวัง
เขาอยากจบงานนี้โดยเร็วเนื่องจาก้าไปสำรวจทะเลทรายในโลกซือเจี๋ยให้ได้โดยเร็ว
พลันมีพลังปราณอันแข็งแกร่งพุ่งเข้าใส่หลิวเย่จนทำให้ร่างของเขาลอยหมุนคว้างในน้ำทะเลออกไปไกลถึง10 ลี้
“บ้าชิบ! มันคืออะไร?”หลิวเย่สบถด้วยความโมโหที่ถูกทำร้ายโดยไม่ทันตั้งตัว
แต่เขากลับพบว่ามันแค่สะท้อนเขาออกมาแต่ไม่ได้ตามมาทำร้ายเขาต่อ
เหมือนกับว่ามันแค่ป้องกันบางสิ่งไม่ให้เขาเข้าใกล้หมอกควันนั่น
“ไม่ว่าเ้าคืออะไร? ข้าจะต้องรู้ให้ได้ บังอาจทำให้ข้าลอยคว้างแบบนี้ระวังตัวไว้ให้ดี”
หลิวเย่บ่นพึมพำอย่างขุ่นเคืองใจ
โชคดีที่เขามีโล่พลังต้านะไม่อย่างนั้นเขาอาจาเ็ได้
เพราะว่าพลังปราณที่พุ่งกระแทกเขานั้นมีความแข็งแกร่งในขอบเขตแกนเทพระดับสูงสุด
ซึ่งแข็งแกร่งมากกว่าเขาถึงสองระดับ
หลิวเย่ครุ่นคิดครู่หนึ่งว่าควรทำอย่างไรดี?
พลันเขานึกถึงยานรบลำเล็กที่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งในขอบเขตแกนะระดับต้นได้อย่างง่ายดาย
“ฮ่าๆ พอดีเลยฉันยังไม่ได้ใช้ยานรบลำเล็กสักที ลองใช้ที่นี่ดูสิว่าจะเป็อย่างไรบ้าง?”
เมื่อคิดวางแผนไว้เช่นนี้แล้ว
หลิวเย่พุ่งตัวออกจากทะเลถูจ่ายกลับขึ้นไปบนฝั่งเพื่อเตรียมยานรบลำเล็กก่อนดำดิ่งลงสู่ใต้ท้องทะเลลึกนั่นอีกครั้ง
..........
ณ ชายฝั่งทะเลถูจ่ายเมืองหวางกัน
หลิวเย่นำยานรบลำเล็กและหินพลังงานออกมาจากมิติพื้นที่ทันที
แล้วเข้าไปในยานรบลำเล็กพร้อมนำหินพลังงานจำนวนหนึ่งบรรจุในช่องเติมพลังงานเพื่อเปิดใช้งานเต็มที่
เพราะเขาจำเป็ต้องใช้ยานรบลำเล็กให้สามารถใช้อาวุธโจมตีและฟังก์ชันการทำงานอื่นๆได้เต็มประสิทธิภาพ
ปกติยานรบลำเล็กสามารถบินไปมาได้อีกเป็เวลานาน
แต่ไม่สามารถโจมตีหรือปลดปล่อยอาวุธทรงพลังอย่างเช่นเลเซอร์ หรือ ปืนอะตอมออกมาได้
ดังนั้นเขาจึงต้องใช้หินพลังงานเพื่อทำให้ยานรบลำเล็กสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“ฮึๆลองดูสิว่าคราวนี้ใครจะเป็ฝ่ายชนะกันแน่ เ้าหมอกนั่นหรือว่าฉัน”
จากนั้นหลิวเย่กดปุ่มโฮโลแกรม5 มิติที่แสดงผลต่อหน้าเขาทันที
และสวมอุปกรณ์คล้ายหูฟังขนาดเล็กเข้าที่หูข้างหนึ่งของตนเองเพื่อสั่งการทำงานของยานรบด้วยเสียงโดยตรง
ทันใดนั้นยานรบลำเล็กบินขึ้นเล็กน้อยก่อนพุ่งตัวลงสู่ทะเลถูจ่ายอย่างรวดเร็ว
ครู่หนึ่งหลิวเย่ซึ่งนั่งอยู่ในยานรบลำเล็กได้ลอยลำจอดนิ่งใกล้หมอกควัน“มาทดสอบดูสิว่าผลจะเป็อย่างไร?”
หลิวเย่สั่งการทำงานด้วยเสียงให้ยานรบลำเล็กเคลื่อนตัวตรงเข้าไปในกลุ่มหมอกควันนั้นโดยตรง“เข้าไป!”
พลันมีเสียงเหมือนโลหะครูดเข้ากับของแข็งบางอย่างที่ทรงพลัง
แต่ครู่หนึ่งพลันจางหายไปพร้อมๆกับปรากฏภาพเบื้องหน้าหลิวเย่ที่สวยงามจนทำให้เขาอ้าปากค้างตกตะลึง
“มันคืออะไร? ทำไมสวยงามแบบนี้?”
ภาพที่หลิวเย่มองเห็นคือทะเลปะการังและดอกไม้ทะเลที่หลากสีสันสวยงามกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา
และมีสิ่งที่ทำให้หลิวเย่ััได้ว่าภายในทะเลปะการังและดอกไม้ทะเลอันสวยงามนั้น
เหมือนมีโดมโปร่งแสงครอบไว้เพราะเขาไม่เห็นร่องรอยการเคลื่อนไหวของน้ำทะเลแต่อย่างใด
“สภาพแวดล้อมของทะเลปะการังแห่งนี้เหมือนกับภายในโดมโปร่งแสงที่เมืองโบราณใต้ทะเลซือเจี๋ย”
หลิวเย่ตัดสินใจที่จะออกจากยานรบเพื่อััวิวทิวทัศน์รอบด้านอย่างสะดวก
ปรากฏว่าเมื่อเขาออกมาจากยานรบลำเล็กแล้ว“หือ อากาศเย็นสบายสดชื่นจริงๆ”
เขาพบกับอากาศสดชื่นและมีพลังฉีเข้มข้นเหมือนอยู่บนบกอย่างไรอย่างนั้น
“แปลกจริงๆใครมาสร้างโดมโปร่งแสงไว้ที่นี่ มันเหมือนกับโดมโปร่งแสงที่ทะเลโลกซือเจี๋ยเลย”
หลิวเย่กวาดสายตามองรอบตัวก่อนโบกมือนำยานรบลำเล็กเข้าเก็บในมิติพื้นที่ไว้ก่อน
จากนั้นทดลองเหินตัวบินสำรวจอาณาเขตของทะเลปะการังและดอกไม้ทะเลทั้งทิศเหนือใต้ออกตกอย่างละเอียด
โชคดีที่เขาสามารถใช้พลังปราณได้ตามปกติจึงเหินตัวบินสำรวจบริเวณโดยรอบอย่างสบายใจ
“ไชโย! ในที่สุดฉันก็เห็นดาบคู่เกล็ดหิมะแล้ว”
หลิวเย่ส่งเสียงโห่ร้องอย่างมีความสุขเมื่อมองเห็นดาบคู่เกล็ดหิมะวางอยู่คู่กันบนแท่นหินหยกสีขาวสะอาด
ซึ่งสูงจากพื้นสองฉื่อโดยฐานของแท่นหินหยกสีขาวนั้นเป็หินหยกสีฟ้าเทารูปสายฟ้าล้อมรอบอยู่อย่างสวยงาม
แท่นหินนั้นอยู่ทิศตะวันออกของอาณาเขตทะเลปะการังและดอกไม้ทะเล
แต่ทว่าหลิวเย่ไม่รู้เลยว่ามหันตภัยร้ายกำลังรอเขาให้เข้าไปหา
หลิวเย่เหินตัวบินตรงเข้าไปหาแท่นหินหยกทันทีเมื่อใช้ัั์ตรวจสอบแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ
“เปรี้ยง เปรี้ยงเปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง”
พลันมีสายฟ้าทรงพลังฟาดเข้าใส่หลิวเย่จำนวนนับไม่ถ้วนเมื่อเขาเข้าใกล้แท่นหินนั่น
“โอ๊ะ!!!” หลิวเย่กรีดร้องเสียงหลงด้วยตื่นใ
พลางลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่พบว่ามีโล่ต้านพลังะช่วยต้านพลังสายฟ้าอันแข็งแกร่งนั้นไว้
“บังอาจใช้สายฟ้าทำร้ายอย่างนั้นหรือมาดูกันว่าสายฟ้าใครจะเหนือกว่า”
เขาโมโหสายฟ้านั่นที่ฟาดเข้าใส่ตนเองไม่ยั้งจนเกือบทำให้เขาาเ็สาหัสได้
เพราะเขายังจดจำความเ็ปเมื่อครั้งถูกสายฟ้าไล่ล่าคราวที่อยู่โลกโบราณได้เป็อย่างดี
หลิวเย่หยิบอัสนีแปดพิเคราะห์ออกมาจากมิติพื้นที่
พร้อมกับร่ายเวทมนตร์ขยายขนาดและใช้อัสนีพิฆาตตรงเข้าต่อกรกับสายฟ้าโดยตรง
“เปรี้ยงปร้าง เปรี้ยงปร้างเปรี้ยงปร้าง เปรี้ยงปร้าง เปรี้ยงปร้าง”
สายฟ้าจากอัสนีแปดพิเคราะห์ปะทะต่อกรกับสายฟ้าจากแท่นหินหยกโดยมีความรุนแรงไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน
ครู่หนึ่งสายฟ้าจากแท่นหินหยกไม่สามารถสู้กับสายฟ้าของหลิวเย่ได้
หินหยกที่มีรูปร่างสายฟ้าพลันค่อยสลายๆหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“ชิชะ! ให้รู้เสียบ้างว่าบังอาจต่อกรกับใคร?” หลิวเย่ได้โอกาสสบถด่าหินหยกสายฟ้าด้วยความโมโห
จากนั้นเขาเดินตรงเข้าไปหยิบเอาดาบคู่เกล็ดหิมะโดยตรง
แต่ทว่าเขาไม่สามารถหยิบดาบออกมาได้เลยและดาบไม่มีการขยับเขยื้อนแต่อย่างใด
“อะไรอีกล่ะ? ปัญหาเยอะเสียจริงแล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้?”
หลิวเย่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายพลางพิจารณาอย่างละเอียดบนแท่นหินหยกว่ามีสิ่งใดยึดติดดาบคู่ไว้หรือไม่
“ก็ไม่มีอะไรยึดติดไว้นี่นาแต่ทำไมเอาดาบออกมาไม่ได้?”
เขาครุ่นคิดด้วยความสงสัยพลางใช้ัั์ตรงเข้าสำรวจแท่นหินหยกอย่างละเอียดทุกอณู
พลันพบบางสิ่งที่ทำให้หลิวเย่ลองเสี่ยงดวงดูสักครั้งว่าจะเป็ไปตามที่ตนคิดไว้หรือไม่?
“หรือว่าฉันจะต้องใช้บางอย่างเพื่อแลกเปลี่ยนกับมันแทนดาบคู่เกล็ดหิมะนี่”
หลิวเย่คิดเช่นนี้เพราะเขาเหลือบมองเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติ
นั่นคือขณะที่เขาพยายามดึงหรือกระชากหรือหยิบดาบคู่ออกจากแท่นหินนั้น
ปะการังและดอกไม้ทะเลทั้งหลายต่างพากันโบกสะบัดไปมาคล้ายกับไม่พอใจการกระทำของเขา
เมื่อเขาหยุดทำสิ่งใดกับดาบปะการังและดอกไม้ทะเลก็หยุดนิ่งเช่นกัน
ทำให้เขาสรุปในใจว่าพวกมันคง้าสมบัติบางอย่าง
เพื่อหล่อเลี้ยงหรือดึงดูดพลังปราณให้เข้ามาอยู่ในโดมโปร่งแสงนี้
“มันอาจเป็อย่างนั้นก็ได้แล้วควรเอาอะไรมาทดแทนให้พวกมันดีล่ะ?”
หลิวเย่ครุ่นคิดอย่างจริงจังและสำรวจสมบัติที่เขาพกติดตัวมาด้วยในมิติพื้นที่
ซึ่งมีทั้งที่ได้รับมาจากโลกโบราณและโลกปัจจุบัน
รวมทั้งสมบัติล่าสุดที่ได้มาจากโลกซือเจี๋ยนั่นคือ ไข่มุกัเหยียนเจียง