"แฮ่มๆ เยาว์วัยช่างน่ากลัวนักสำนักกระบี่เหินฟ้าสมควรมีผู้สืบทอดเสียที" สิ้นเสียงของเซียวเฟิงครานี้เองที่ชายชราหยุดการกวาดพื้น กระแอมเบาๆ เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นช้าๆ
เมื่อเหล่าผู้าุโได้ยินคำกล่าวของชายชราเบื้องหน้าต่างมีสีหน้าปลาบปลื้มเพราะพวกเขารู้ดีว่าการได้รับคำชมจากชายชราผู้นี้หาได้ยากเพียงใด
"ท่านผู้ดูแลหอศิษย์ผู้น้อยนี้คือเ้าสำนักคนใหม่แห่งสำนักกระบี่เหินฟ้า!" หลินหรานโค้งคำนับเล็กน้อย กล่าวอย่างเกรงใจแม้เขาจะมีชีวิตอยู่มาหลายร้อยปี แต่เมื่อเทียบกับชายชราเบื้องหน้าแล้วเขาเป็เพียงรุ่นเยาว์ยิ่งกว่ารุ่นเยาว์เสียอีก
ชายชราเบื้องหน้าผู้นี้มีรูปลักษณ์เช่นนี้มาั้แ่สมัยเขายังหนุ่มไม่มีผู้ใดทราบว่าท่านผู้ดูแลหอมีชีวิตอยู่มานานเท่าใดแต่หลินหรานรู้ดีว่าตราบใดที่ท่านผู้ดูแลหอยังอยู่สำนักกระบี่เหินฟ้าจะไม่มีวันล่มสลาย
"ข้ารู้แล้ว เข้าไปในหอจักรพรรดิเถิดแต่จงจำไว้ว่าทุกอย่างต้องเป็ไปตามกฎเกณฑ์!" ชายชราโบกมืออย่างอ่อนแรงดูเหมือนไม่อยากกล่าวสิ่งใดมากความหลังจากสิ้นเสียงชายชราผู้นั้นพักเหนื่อยครู่หนึ่งแล้วจึงเริ่มกวาดใบไม้แห้งบนพื้นด้วยไม้กวาดต่อไป
"ไปกันเถิดท่านผู้าุโมักทำอย่างนี้เสมอ เราอย่ารบกวนท่านเลย" หลินหรานพยักหน้าเงียบๆจากนั้นก็ค้ำไม้เท้าเดินไปยังทิศทางเรือนพักในลานบ้าน
เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนก็มิกล้ารบกวนชายชรา พลางก้าวเดินอย่างแ่เบาตามหลังหลินหรานไปเรือนพักในลานบ้านก็เช่นเดียวกับภายนอก มีเพียงประตูไม้เก่าๆ บานหนึ่งประตูไม้ผุพังราวกับไม่ได้ซ่อมแซมมานาน เอนเอียงพึ่งพิงอยู่กับเสาไม้ด้านข้าง
บนประตูไม้นั้นมีรอยเว้าลักษณะคล้ายกับป้ายอาญากระบี่ที่เซียวเฟิงเพิ่งได้รับมาก่อนหน้านี้
"หาก้าเข้าหอจักรพรรดิต้องใช้ป้ายอาญากระบี่เปิดเท่านั้นแต่หลังจากที่ประมุขสำนักหายตัวไปเมื่อสามปีก่อน ประตูนี้ก็ไม่เคยเปิดอีกเลย"หลินหรานมองประตูไม้แล้วถอนหายใจออกมา เซียวเถิงหายตัวไปสามปีแล้วเพื่อตามหาโอสถวิเศษให้เซียวหาน เกรงว่าคงประสบเคราะห์ร้ายไปแล้วโชคดีที่อาการาเ็ของเซียวหานหายดีได้เองอย่างน่าประหลาด
ในเื่นี้ผู้าุโใหญ่อย่างเขาก็สงสัยเป็อย่างยิ่งในใจก็แอบคาดเดาว่าอาจเป็เพราะบรรพบุรุษสำแดงอิทธิฤทธิ์ถ่ายทอดพลังให้หนุ่มน้อยเซียวหาน พร้อมช่วยฟื้นฟูอาการาเ็ให้
"แกร๊ก!"
เมื่อได้ยินดังนั้นเซียวเฟิงก็หยิบป้ายอาญากระบี่ออกมาจากอก ใส่ลงในรอยเว้า เพียงได้ยินเสียงแกร๊กแสงสีทองพลันเปล่งประกายในชั่วพริบตา ทุกคนก็หายตัวไปจากหน้าประตูไม้อย่างฉับพลัน
หลังจากที่ทุกคนหายตัวไปชายชราที่กำลังกวาดพื้นก็หยุดชะงักเล็กน้อย ดวงตาที่ดูขุ่นมัวกลับเป็ประกายลุกวาวขึ้นมา
"ในชาตินี้ข้าแก่แล้วจึงสามารถพักผ่อนได้อย่างสบายใจ เฮ้อน่าเสียดายที่วิถีอันเรียบง่ายขั้นสุดยอดนี้ ข้าก็ยังก้าวข้ามไปไม่ได้"ชายชราถอนหายใจเบาๆ วิถีแห่งธรรมชาติ เรียบง่ายก่อเกิด!เขายังขาดอีกเพียงครึ่งก้าว แต่พลาดเพียงเล็กน้อยก็ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงระยะห่างเพียงครึ่งก้าวนี้ เกรงว่าทั้งชีวิตนี้เขาคงก้าวข้ามไปไม่ได้
อีกด้านหนึ่งเซียวเฟิงรู้สึกเพียงว่าแสงสีทองวาบผ่านหน้าและในพริบตาต่อมาทุกคนก็ปรากฏตัวในโลกสีทองอร่าม พื้นดินเป็สีทองท้องฟ้าเป็สีทอง โลกทั้งใบราวกับสร้างขึ้นจากทองคำ
ในโลกที่สร้างขึ้นจากทองคำนี้มีตำหนักสีม่วงทองห้าหลังตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าทุกคนตำหนักสีม่วงทองสูงหมื่นจั้ง โอ่อ่าตระการตาอย่างยิ่งแต่ละตำหนักมีแสงแห่งสมบัติส่องประกายดูเหมือนว่าห้าตำหนักนี้จะเป็สมบัติล้ำค่าเช่นกัน
"แท้จริงแล้วทุกสิ่งภายนอกเป็เพียงภาพลวงตาหอจักรพรรดิที่แท้จริงสร้างขึ้นเป็โลกเอกเทศ มิได้อยู่ในสำนักกระบี่เหินฟ้า"เมื่อมองห้าตำหนักสีม่วงทองและโลกสีทองที่ตนเองยืนอยู่เซียวเฟิงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเห็นได้ชัดว่าหอจักรพรรดิแห่งนี้สร้างขึ้นโดยบรรพบุรุษของสำนักกระบี่เหินฟ้า
"ฮ่าๆ ว่าแล้วเชียวข้าก็ว่าหอจักรพรรดิจะเรียบง่ายได้อย่างไรกัน เพราะมีชื่อที่โอ่อ่าเช่นนี้"เมื่อมองตำหนักสีม่วงทองทั้งห้าหลังหม่าเหลียงเฉินก็สลัดความหม่นหมองและความสงสัยก่อนหน้านี้ออกไปเห็นได้ชัดว่าหอจักรพรรดิของสำนักกระบี่เหินฟ้าก็เหมือนกับแดนกระจก์ของสำนักเทียนฮ่าวซึ่งเป็โลกเอกเทศเช่นกัน
ตำหนักสีม่วงทองทั้งห้าหลังมีป้ายขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้านหน้าห้าป้าย บนป้ายสลักชื่อไว้ว่า ตำหนักคัมภีร์ตำหนักวรยุทธ์ ตำหนักเต๋า ตำหนักศาสตราวุธ และตำหนักโอสถ
"ห้าตำหนักนี้ครอบคลุมทุกสิ่งที่ผู้บำเพ็ญเพียรในโลกวิถีแห่งยุทธ์้าเคล็ดวิชา วรยุทธ์ วิถีเต๋า โอสถ ศาสตราวุธท่านประมุขมีสิทธิ์เลือกสิ่งของสามอย่าง อาจเป็เคล็ดวิชา วิทยายุทธ์หรือศาสตราวุธ หรือโอสถก็ได้" หลินหรานชี้ไปที่ห้าตำหนักพลางกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินดังนั้นเซียวเฟิงก็กวาดสายตามองห้าตำหนัก จากนั้นก็ก้าวเดินไปยังตำหนักศาสตราวุธเคล็ดวิชานั้นเขามีเคล็ดเทพอนันตกาลอยู่ในจึงไม่ขาดสิ่งใดส่วนวรยุทธ์เขายิ่งไม่ขัดสน เขามีเพลงกระบี่อยู่มากมายนับไม่ถ้วนส่วนวิถีเต๋าและโอสถเขาไม่เคยให้ความสนใจแม้แต่น้อยเหลือเพียงศาสตราวุธที่เขายังพอจะสนใจอยู่บ้าง
ในฐานะที่สำนักกระบี่เหินฟ้าเป็สำนักกระบี่เก่าแก่ตำหนักศาสตราวุธของสำนักจึงมีศาสตราวุธส่วนใหญ่เป็กระบี่ไม่ผิดจากที่เซียวเฟิงคาดการณ์ เมื่อเปิดประตูตำหนักศาสตราวุธเข้าไปแล้วเห็นเพียงกระบี่ิญญาแขวนห้อยเรียงรายอยู่เบื้องหน้าเต็มตำหนักอันกว้างใหญ่แห่งนี้
กระบี่ิญญาในตำหนักศาสตราวุธนี้ส่วนใหญ่เป็กระบี่ิญญาขั้นศาสตราวุธิญญาและขั้นศาสตราเลิศล้ำมีศาสตรา์จำนวนน้อย ส่วนขั้นศาสตราราชันหรือศาสตราวิเศษนั้นมีน้อยยิ่งกว่าส่วนกระบี่ิญญาขั้นศาสตราสูงศักดิ์นั้นไม่มีเลยเห็นได้ชัดว่าความเสื่อมถอยของสำนักกระบี่เหินฟ้าทำให้คลังสมบัติที่ควรเต็มไปด้วยกระบี่เทพมากมายนี้หม่นหมองลง
ทว่าเซียวเฟิงก็มิได้รู้สึกประหลาดใจหากตำหนักศาสตราวุธนี้ยังมีศาสตราเทพมากมายสำนักกระบี่เหินฟ้าคงไม่เสื่อมถอยมาถึงเพียงนี้
"ช่างอัตคัดเกินไปแล้ว!"
หม่าเหลียงเฉินกวาดสายตามองรอบด้านแล้วหลุดปากออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อสิ้นเสียงคำกล่าวของเขาก็ทำให้เหล่าผู้าุโของสำนักกระบี่เหินฟ้าหน้าเจื่อน
"ฮ่าๆ เมื่อเทียบกับสำนักเทียนฮ่าวตอนนี้พวกเราอัตคัดไปมากจริงๆ" หลินหรานหัวเราะแห้งๆกล่าว
หม่าเหลียงเฉินเหมือนจะรู้ว่าตนเองปากพล่อยจึงรีบกล่าวขอโทษ "ขออภัยข้าน้อยมิได้ตั้งใจ"
แต่ก็ไม่อาจตำหนิหม่าเหลียงเฉินได้เพราะหม่าเหลียงเฉินคือบุตรชายของผู้าุโใหญ่แห่งสำนักเทียนฮ่าว สิ่งดีๆที่เขาได้เห็นจึงมีไม่น้อย เมื่อเทียบกับสำนักกระบี่เหินฟ้าที่เสื่อมถอยสำนักเทียนฮ่าวดีกว่ามากนัก แม้แต่ศิษย์รุ่นที่สามของสำนักเทียนฮ่าวหลายคนก็ยังมีศาสตราราชันในแม้แต่ตัวหม่าเหลียงเฉินเองก็ยังมีศาสตราราชันเช่นกันแต่ในตำหนักศาสตราวุธอันกว้างใหญ่นี้ กลับมีศาสตราราชันไม่ถึงสิบชิ้นส่วนศาสตราวิเศษนั้นมีจำนวนน้อยจนนับได้ด้วยนิ้วมือเพียงข้างเดียว
"ไม่เป็ไร เพราะนี่คือความจริง!"หลินหรานส่ายหน้า ไม่ได้ตำหนิหม่าเหลียงเฉินการที่เขายอมให้หม่าเหลียงเฉินเข้าหอจักรพรรดิก็มีเหตุผลเพราะสิ่งของในหอจักรพรรดิโดยพื้นฐานแล้วไม่มีสิ่งใดดึงดูดหม่าเหลียงเฉินได้มากนัก
ภายในตำหนักศาสตราวุธกระบี่แต่ละเล่มแขวนเรียงรายอยู่ มีทั้งกระบี่ยาว กระบี่เรียว มีทั้งกระบี่หนักกระบี่สั้น หรือกระบี่บาง ฯลฯกระบี่เ่าั้มีสีสันหลากหลายแม้จะแขวนเรียงรายอยู่บนชั้นวางอย่างเงียบๆ ยังมิได้ถูกดึงออกจากฝักแต่ปราณกระบี่ที่แผ่ซ่านออกมาก็บ่งบอกว่ากระบี่เ่าั้เป็กระบี่ิญญาที่ดี