บทที่ 1 อัจฉริยะปรากฏตัวแล้ว
....กริ๊ง ๆ ๆ ๆ
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นรัว ๆ ซึ่งครั้งนี้มันดังขึ้นเป็รอบที่สี่แล้ว เนื่องจากมีมือเรียวเล็กกดเลื่อนมันทุกครั้งที่ส่งเสียงดัง
"ดังอีกแล้ว!!"
"ไม่อยากจะตื่นเลยจริง ๆ"
" เฮ้อ!! แป๊บเดียวเย็นซะแล้วหรอเนี่ย !!"
"เวลาที่ได้นอนพักมันช่างผ่านไปเร็วจริง ๆ"
"นาฬิกามันชักจะหมุนเร็วเกินไปแล้วนะ!!"
ฉันชื่อจ้าวซิ่วอิง ใคร ๆ ก็เรียกฉันว่าเป็อัจฉริยะด้านการประดิษฐ์สิ่งใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็โปรเจคอะไรที่ฉันคิดจะลงมือประดิษฐ์ขึ้นมาแล้วละก็ ฉันก็สามารถทำได้สำเร็จทุกที แถมฉันที่มีความเป็อัจฉริยะอยู่ในตัว จะสนใจหรือหยิบจับอะไรก็สามารถเรียนรู้ได้รวดเร็วไปหมด นั้นจึงเป็ปัญหาใหญ่ที่ทำให้ผู้คนมากมายต่างก็เข้าหาฉันเพื่อหวังผลประโยชน์จสกตัวฉันทั้งนั้น
ความสามารถอย่างอื่นของฉันที่เด่นไม่แพ้การประดิษฐ์คือด้านการแพทย์แผนโบราณ ฉันชำนาญมาก ๆ ทั้งด้านยาสมุนไพรและการฝังเข็ม ที่บ้านของฉันต่างก็เป็แพทย์แผนโบราณกันหมด เริ่มมาั้แ่ปู่ของปู่ทวด สืบทอดมายังปู่ทวด สืบทอดมายังคุณปู่ แล้วก็สืบทอดต่อมายังคุณพ่อ แถมแม่ของฉันก็ยังเป็แพทย์แผนโบราณด้วย จะเรียกได้ว่าตระกูลแพทย์แผนโบราณก็ได้นะ
"เฮ้อ!! เหนื่อยจังเลยนะ่นี้ ผู้คนต่างก็เข้าหาฉันเพราะหวังผลประโยชน์จากฉันทั้งนั้นเลย ไม่มีใครจริงใจกับฉันสักคนเดียว หายากจริง ๆ เลยนะคนที่จริงใจเนี่ย"
"อยากจะมีโมเม้นแชร์เื่ทุกข์สุขกับเพื่อน ๆ จังเลยนะ ถ้าได้นัดรวมกลุ่มมากินข้าว มาคุยเล่นกันมันคงจะดีไม่น้อย"
"...แล้วก็อยากจะลองมีแฟนดูสักครั้ง ความรักเนี่ยมันเป็ยังไงกันนะ"
"อยากจะลองัักับความรักสักครั้งจัง"
จ้าวซิ่วอิงบ่นกับตัวเอง เธอนอนอยู่บนเตียงนุ่ม ๆ ถอนหายใจไปหลายครั้ง คิดอะไรไปเรื่อยเปลื่อยจนเวลาล่วงเลยไปถึงกลางดึกเธอก็ยังนอนไม่หลับ เนื่องจากไม่ได้กินข้าวเย็นจึงทำให้เธอเริ่มรู้สึกหิว เธอพลิกตัวไปมาหลายทีลังเลว่าจะลุกไปหาอะไรกินดีไหม แล้วก็ตัดพ้อกับตัวเองไปเรื่อย
"ฉันที่เป็ถึงอัจฉริยะคนนี้ ทำไมชีวิตถึงได้รู้สึกโดดเดี่ยวและเหงาขนาดนี้นะ"
"พ่อกับแม่ก็ไม่ค่อยว่างเพราะมีคนไข้เยอะ จะนัดเจอกันทีก็นัดเจอกันได้ยากเย็น"
เธอตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงลงมาห้องครัวที่ชั้นล่าง เธอเปิดตู้เย็นหยิบน้ำส้มเทใส่แก้วแล้วก็เดินถือแก้วมาวางไว้ที่โต๊ะในห้องนั่งเล่น
"เราคงทำได้แค่ดูซีรีย์แก้เหงาสินะ บางทีก็อยากจะมีคนพิเศษเหมือนคนอื่นเขาบ้าง"
"ทำได้แค่บ่น ๆ ๆ แล้วก็บ่น ทำไมฟ้าถึงไม่เห็นใจส่งผู้ชายดี ๆ สักคนมาให้ฉันบ้างนะ"
เธอนั่งลงบนโซฟาหยิบรีโมตขึ้นมาเปิดทีวี แล้วเลือกดูซีรีย์สักเื่ เธอเปิดทิ้งไว้เป็เพื่อนใน่ที่เธอรู้สึกเบื่อ ๆ จนนอนไม่หลับแบบนี้ให้อยู่ด้วยกันไปยันเช้าเลย
จ้าวซิ่วอิงเป็สาวสวย รวย ฉลาด ผิวขาว ตาโต ผมยาว ดูรวม ๆ แล้วยังกับตุ๊กตาบาร์บี้ ทั้งที่เธอก็สวยขนาดนี้แต่ก็ยังไม่เคยมีแฟนเลย เพราะผู้ชายที่เข้ามาหาเธอต่างก็หวังผลประโยชน์จากเธอทั้งนั้น เธอจึงอยากจะมีแฟนเหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาบ้าง แต่ว่าเธอไม่ค่อยมีดวงเื่นี้เอาซะเลย
ในเมื่อชะตาเธอเป็เช่นนี้ เธอจึงไม่มีเพื่อน ไม่มีแฟน และไม่มีใครที่ไว้ใจได้นอกจากคนในครอบครัว นั่นเป็สาเหตุที่ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตคนเดียว และรู้สึกโดดเดี่ยวแบบนี้ เธอรู้สึกว่าชีวิตของเธอมันค่อนข้างน่าเบื่อมาก ๆ
การที่เธอเกิดมาเป็อัจฉริยะก็ใช่ว่าจะเป็เื่ดีเสมอไป ถึงมันมีข้อดีมาก ๆ และมันก็ต้องมีข้อเสียด้วยเหมือนกัน เ้าซิ่วอิงเข้าใจเหตุผลข้อนี้เป็อย่างดี เธอทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่ยอมรับและเข้าใจที่จะอยู่กับมัน
"ฉันต้องใช้ชีวิตแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกันนะ รู้สึกเบื่อกับชีวิตที่เป็แบบนี้มาก ๆ เลย"
"อัจฉริยะสาวสวยพรหมจรรย์วัย 36 ปี กำลังจะขึ้นคานแล้ว ปัดโธ่!!"
"เฮ้อ !! .......................เฮ้อ!!"
เธอบ่นเบา ๆ เธอดูซีรีย์ไปดื่มน้ำส้มไป และตอนนี้ก็มีขนมมาเพิ่มมากมาย แต่ก็ไม่มีเมนูอาหารเลยสักจาน มีแต่ขนมขบเคี้ยววางอยู่เต็มโต๊ะทั้งนั้น แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมาจนถึงตีสองแล้วเธอก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะง่วงเลยสักนิด
"วันหยุดนี้มันน่าเบื่อจริง ๆ เลยนะ ซิ่วอิงทำไมชีวิตที่ผู้คนต่างพากันอิจฉาถึงได้น่าเบื่อแบบนี้นะ"
"ตอนนี้สิ่งที่ทำให้ฉันตื่นเต้นได้มีเพียงแต่ทดลองสิ่งประดิษฐ์เท่านั้น"
เธอทำได้แค่บ่นและตัดพ้อกับตัวเองอยู่แบบนั้น แม้ว่ามันจะไม่ช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้น แต่มันก็ยังดีกว่าที่เธอจะทนเก็บเอาไว้ในใจโดยที่ไม่บ่นออกมาเลยสักคำ
"พรุ่งนี้วันหยุดวันสุดท้ายจะทำอะไรดีนะ จะออกไปข้างนอกดีหรือเปล่านะ หรือว่าจะกลับต่างจังหวัดไปหาพ่อกับแม่ดี"
"หรือว่า...ฉันควรจะออกไปเที่ยวหาความสุขให้กับตัวเองนะ"
"ไม่สิ ถ้าออกไปในที่ที่ผู้คนพลุ่งพล่านเดี๋ยวก็โดนคนเข้ามาห้อมล้อมอีก แบบนี้มันก็ไม่ค่อยมีอิสระในการเที่ยวสักเท่าไหร่"
"เอ๊!! หรือว่าฉันควรจะนอนโง่ ๆ อยู่ที่บ้านคนเดียวเหมือนเคย แต่การใช้ชีวิตแบบนี้มันน่าเบื่อเกินไปแล้วนะ ฉันควรจะออกไปข้างนอกสิ ออกไปข้างนอกเพื่อหาความสุขใส่ตัวเอง"
"ช่างมันเถอะ!! งั้นเราก็ไปปีนเขาก็แล้วกัน คนก็น้อย อยู่กับธรรมชาติที่เงียบสงบ คงจะเหมาะกับเราที่สุดแล้ว"
"พรุ่งนี้ขอพบเจออะไรที่มันทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวยทีเถอะ ฟ้าโปรดเห็นใจฉันด้วยนะ สาธุ!!"
...เช้าวันต่อมา
"ฉันควรจะใส่ชุดสีไหนไปดีนะ"
"ชุดก็มีเยอะซะเหลือเกิน เลือกยากจริง ๆ"
เธอหยิบชุดในตู้เสื้อมาเลือกดู ซึ่งมันก็มีเยอะมากมายเต็มไปหมด จนเธอเองก็เลือกไม่ถูกเพราะชุดมันเยอะจริง ๆ
"ปีนเขาชุดก็ต้องรัดกุมหน่อยเลือกเป็โทนสีดำน้ำเงินก็แล้วกัน แต่หน้าผมเราควรจะปกติ หรือต้องปลอมตัวกันนะ ปวดหัวจริง ๆ เลย คงไม่ต้องปลอมตัวหรอกมั้ง ปีนเขาคงจะมีคนไม่เยอะ คงไม่มีใครจำเราได้หรอก"
เธอบ่นกับตัวเองไปเรื่อย จนในที่สุดเธอก็เลือกชุดที่จะใส่ได้แล้ว ตรงตามโทนสีที่เธออยากใส่และมันก็ดูจะเข้ากันได้ดีกับสีของรองเท้าเลยทีเดียว
"ใส่ชุดนี้แล้วดูดีใช้ได้ เหมาะที่จะไปปีนเขาดี"
"ไม่คิดว่าเราจะมีเสื้อผ้าแบบนี้ติดตู้เอาไว้ด้วยแฮะ!!"
... กริ๊ง ๆ เสียงกริ่งดังขึ้นต่อเนื่อง
"ใครมาบ้านเรากันอีกล่ะเนี่ย"
"ยังเช้าอยู่เลยนะ หรือว่าจะเป็พ่อกับแม่มาเซอร์ไพรส์เรา"
"คิดแบบนี้จะคาดหวังมากเกินไปหน่อยมั้ง"
เธอเดินมาเปิดประตูบ้านดูอย่างเร่งรีบ ก็พบพนักงานส่งเอกสารยืนรอส่งเอกสารสำคัญให้เธออยู่
"คุณจ้าวซิ่วอิงใช่ไหมครับ"
"ใช่ค่ะ ฉันเองจ้าวซิ่วอิง"
"นี่เป็เอกสารสำคัญครับ ช่วยเซ็นรับด้วยครับ" พนักงานส่งเอกสารเอ่ย
เธอรีบเซ็นรับในทันที จากนั้นก็หยิบซองเอกสารจากพนักงานส่งเอกสารแล้วเดินเข้าบ้านไปอย่างเงียบ ๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"คงจะมีเื่ด่วนอีกแล้วสินะ ฉันคงจะไม่ได้ไปปีนเขาแล้วสิวันนี้ ทำไมชอบมีอะไรมาขัดเวลาใช้ชีวิตส่วนตัวตลอดเลยนะ สมกับเป็คนที่สื่อแอบจับตาดูอยู่จริง ๆ เลยเรา "
เธอบ่นกับตัวเองแล้วเปิดซองเอกสารดู ข้างในซองเอกสารเป็บัตรเชิญที่สำคัญมาก ๆ มีไม่กี่คนที่จะได้รับบัตรเชิญนี้ได้ เธอนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น แล้วหยิบบัตรเชิญออกมาจากซองเอกสารเพื่ออ่านดูรายละเอียด
"บัตรเชิญเข้างานรับรางวัลอัจฉริยะรุ่นใหม่ แหม!! กว่าจะส่งบัตรเชิญมาได้ก็ส่งมาในวันจัดงานเลยนะ ทำไมไม่ส่งมาตอนเย็นก่อนจะเริ่มงานเลยล่ะ ทีมงานในการจัดงานนี้ทำงานช้าจริง ๆ ไม่มืออาชีพเลย" เธอบ่นแล้วถอนหายใจเบา ๆ
"ถ้าฉันไม่ไปร่วมงานจะเป็ไรไหมนะ"
"จะว่าไปงานนี้ก็จัดขึ้นปีละครั้งไม่ไปคงไม่ได้สินะ"
"...แต่ว่าฉันก็ไม่อยากไปจริง ๆ นั่นแหละ"
นั่นเป็ความคิดจากอารมณ์ชั่ววูบที่แว๊บเข้ามาในหัวของเธอ ซึ่งในใจเธอก็อยากจะทำแบบนั้นจริง ๆ แต่ด้วยชื่อเสียงและหน้าตาทางสังคมมันทำให้เธอทำแบบนั้นไม่ได้ ไม่ว่าจะอย่างไรเธอก็ต้องไปเข้าร่วมงานนี้ตามที่ได้รับบัตรเชิญเข้าร่วมงานเท่านั้น
"ถ้าฉันเลือกเป็แค่แพทย์แผนโบราณเดินตามรอยของวงศ์ตระกูลชีวิตฉันจะต่างออกไปไหมนะ มันจะยังเป็วงโคจรที่น่าเบื่อแบบนี้อยู่หรือเปล่า"
ชีวิตที่น่าอิจฉาของจ้าวซิ่วอิงใครจะรู้กันเล่าว่าเบื้องหน้าที่ทุกคนต่างก็พากันอิจฉาเธอนั้น เื้ัมันจะตรงกันข้ามขนาดนี้ มันเป็ชีวิตที่ไม่น่าอิจฉาเลยสักนิด
จ้าวซิ่วอิงขึ้นไปเปลี่ยนชุดบนห้องนอน เธอสวมใส่ชุดธรรมดา แล้วไปเตรียมชุดราตรีที่จะใส่ไปในงานคืนนี้มาวางไว้ที่เตียงนอน จากนั้นเธอก็ไปเลือกกระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับที่เข้ากันกับชุดนำมันมาวางไว้บนเตียงนอนข้าง ๆ กันกับชุดราตรี แล้วเธอก็ลงมาชั้นล่าง
"ไหน ๆ วันนี้ก็ไม่ได้ออกไปไหนแล้ว งั้นก็เข้าครัวทำอาหารมื้อเที่ยงกินเองก็แล้วกัน ไม่ได้มีเวลาว่างทำอาหารกินเองมานานแล้ว ก็ถือว่าใช้โอกาสนี้รื้อฟื้นฝีมือมันก็ดูเข้าท่าดี"
จ้าวซิ่วอิงเดินเข้าไปในครัวเธอเปิดตู้เย็นแล้วหยิบวัตถุดิบที่จะทำอาหารออกมาวางไว้บนโต๊ะ จากนั้นเธอก็เริ่มทำอาหารอย่างมีความสุข ซึ่งการทำอาหารก็เป็อีกหนึ่งอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขในเวลาที่เธอรู้สึกเบื่อ ๆ
ซึ่งรสชาติมันชวนต้องพูดถึง เพราะทุกเมนูที่เธอทำขึ้นมาต่างก็อร่อยทั้งนั้น วันนี้มื้อเที่ยงของเธอจึงเตรียมไปด้วยอาหารเต็มโต๊ะและมีแต่เมนูที่อร่อยทั้งนั้น เธอทานข้าวเที่ยงเสร็จก็ได้แต่ดูทีวีและเล่นเกมรอเวลาที่จะไปร่วมงานประกาศรับรางวัล