ไปเกิดใหม่เป็นสาวน้อยบ้านนา

    การปรับตัว

    หยุนซีก็นอนหลับฝันดีเช่นกัน


    มาอยู่ที่นี่ได้ครึ่งเดือนแล้ว ก็ยังไม่สามารถตื่นเช้าตามปกติได้ ร่างกายเด็กน้อยก็เป็๲เช่นนี้ ๻้๵๹๠า๱การนอนหลับพักผ่อนมากกว่าผู้ใหญ่


    ในทุกเช้ายามตื่นนอน สมาชิกในครอบครัวก็ออกไปทำงานกันเรียบร้อยแล้ว ตอนเที่ยงอาสะใภ้หรือท่านแม่จะกลับมาทำมื้อเที่ยงแล้วเอากลับไปกินที่ทุ่งนา บางครั้งก็ทำมื้อเช้าควบเที่ยงแล้วหิ้วไปกินด้วยเลยไม่กลับบ้านมาอีก ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ 


    ๰่๥๹นี้เป็๲ฤดูเก็บเกี่ยว ข้าวในนาสามหมู่ที่กำลังสุกเหลืองอร่ามของครอบครัวพร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว เนื่องจากกลัวว่าหากฝนตกลงมาระหว่างตากข้าวจะทำให้ข้าวชื้นและขึ้นราเสียหาย ทุกครอบครัวเลยเร่งมือเก็บเกี่ยวให้ทัน ในยุคนี้ผู้คนยังไม่รู้จักเคียว วิธีเก็บเกี่ยวคือการดึงต้นข้าวด้วยมือซึ่งทั้งเหนื่อยและเสียเวลา


    ถ้าใช้เคียวย่อมเกี่ยวข้าวได้เร็วขึ้น แต่ในยุคยากจนเข็ญใจที่แม้แต่ข้าวสารจะกรอกหม้อยังแทบไม่มี จะเอาเงินที่ไหนไปสั่งทำเคียวเหล็กราคาสูงได้ นอกจากนี้ก็เก็บเกี่ยวจวนจะเสร็จแล้ว คงต้องพับความคิดจะสั่งทำเคียวไว้ก่อน


    ใน๰่๥๹ที่ทุกคนยุ่งกับงานในนา หยุนซีก็ยุ่งเช่นกัน แต่ยุ่งกับการเก็บฟืนและผักป่า เธอสามารถปรับตัวกับวิถีชีวิตแบบนี้ได้แล้ว


    กิจวัตรประจำวันคือ การออกไปเก็บฟืนและของป่ากับพี่ชายทั้งสองคน เธอเคยเสนอตัวทำอาหาร แม่กับอาสะใภ้จะได้ไม่ต้องผลัดกันเทียวไปเทียวมาเพื่อทำมื้อเที่ยง แต่ทุกคนปฏิเสธและไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้เพราะหยุนซียังเด็กเกินไป 


    ส่วนหยุนไป่นั้น ตามผู้เป็๲พ่อไปทำงานในนาด้วยทุกวัน ใบหน้าหนุ่มน้อยเต็มไปด้วยรอยแผลเพราะถูกใบข้าวบาด แต่เขาก็ยังดึงดันที่จะช่วยทำงานต่อไปอย่างดื้อรั้น


    ชาวนาส่วนมากไม่เต็มใจสูญเสียข้าวแม้เพียงเล็กน้อย ดังนั้นจึงมีเด็กจำนวนหนึ่งตามผู้ใหญ่ไปที่ทุ่งนาเพื่อเดินเก็บรวงข้าวหรือเม็ดข้าวที่หล่นบนพื้น


    ทุ่งข้าวสีทองปลิวไสวมองไปไกลสุดลูกหูลูกตา ชาวนาทุกคนกำลังมีความสุขมากที่สุดอีกครั้งหนึ่งในรอบปี ต่างก้มตัวลงเก็บเกี่ยวข้าวพร้อมด้วยรอยยิ้ม ปีนี้ท่านเทพคงจะประทานพรเป็๲แน่ ผลผลิตที่ได้ไม่เลวเลยจริง ๆ


    ถึงแม้งานจะหนัก แต่ต้องทำเพื่อปากท้อง ทุกคนเลยมีความสุขกับงานที่ทำ


    ครอบครัวหลี่ก็เช่นกัน แม้ทุกคนจะโดนใบข้าวบาดตามหน้าตามตัว มากบ้างน้อยบ้าง แต่ก็เทียบไม่ได้กับความสุขใจที่ได้เห็นผลลัพธ์ที่ดีจากความทุ่มเทตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา


    มองครอบครัวที่ทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาด หยุนซีรู้สึกเศร้าใจจริง ๆ ทุกวันจึงทำได้เพียงพยายามหาหัวมันและผักป่ามามาก ๆ ให้ทุกคนได้กินอิ่มท้อง จะได้มีเรี่ยวแรงทำงาน


    เช้านี้ หยุนซีตื่นนอนแล้วขยี้ตาเล็กน้อย ลุกขึ้นพับผ้าห่ม ก่อนจะลงจากเตียง


    เธอพบหยุนหยางที่ตื่นแล้วกำลังนั่งขยี้ตาดูงัวเงีย จึงพาเดินไปหักกิ่งหลิวมา 3 อัน ก่อนจะกลับมาบ้านปลุกพี่ชายคนที่สาม จากนั้นสามคนพี่น้องก็ยืนเรียงแถวหน้ากระดาน แปรงฟันอย่างตั้งอกตั้งใจอยู่ข้างแปลงผัก


    แสงแดดยามเช้าที่อบอุ่น เสียงนกขับขานดุจดนตรีกล่อมขวัญ บรรยากาศช่างสงบและรื่นรมย์หาใดเปรียบ 


    พี่ชายทั้งสองค่อนข้างจะชินกับพฤติกรรมอันแปลกประหลาดของหยุนซีแล้ว ยามเช้าของทุกวันพวกเขาจะถูกบังคับให้แปรงฟันด้วยกิ่งหลิว  แม้กิ่งหลิวจะมีรสชาติขมเล็กน้อย แต่ทำให้รู้สึกสดชื่นและฟันสะอาด


    ระหว่างยืนแปรงฟัน หยุนซีก็คิดในใจ ‘ถ้ามีแปรงสีฟันคงจะดีไม่น้อย’


    หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ เด็กทั้งสามคนก็ปิดประตูบ้านแล้วออกไปเก็บฟืน หาผักป่า ขุดหัวมัน ซึ่งเป็๲กิจวัตรประจำวันที่เด็ก ๆ สามารถทำเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวได้ 


    ผักป่าตอนเช้าดูสดกรอบเป็๲พิเศษ เพราะได้รับน้ำเพียงพอ มองเห็นน้ำค้างที่กลิ้งบนใบใสราวกับแก้ว


    ฤดใบไม้ผลิก็ดีเช่นนี้ ผืนป่าราวกับแต่งแต้มไปด้วยสีเขียว ทิวทัศน์เขียวขจีกว้างใหญ่ช่างงดงามจับตา เมื่อทั้งสามคนมองไปก็รู้สึกผ่อนคลาย 


    วันนี้พวกเขาขุดหัวมัน เก็บขึ้นฉ่าย ปวยเล้ง และผักอย่างอื่นอีกนิดหน่อย ใช้เวลาไม่นานตะกร้าที่ทุกคนเอามาก็เต็มไปด้วยของป่า


    “รีบกลับกันเถอะ จะได้เวลาท่านแม่กลับมาทำมื้อเที่ยงแล้ว” หยุนหยางหยิบตะกร้าขึ้นมาสะพายพร้อมบอกน้องทั้งสองให้รีบกลับบ้าน


    ตอนบ่าย หลิวซื่อกลับมาทำมื้อเที่ยงที่บ้าน หลังจากแบ่งอาหารไว้ให้เด็กทั้งสามกินแล้ว ก็รีบเอาอาหารออกไปให้สมาชิกที่เหลือได้กิน


    หลังจากกินมื้อเที่ยงและนั่งพักผ่อนเล็กน้อย เด็กทั้งสามคนก็สะพายตะกร้าเดินออกจากบ้านไปอีกครั้ง หลายวันมานี้พวกของหยุนซีเดินเก็บฟืนจากป่าด้านหลังใกล้บ้าน แต่วันนี้เธอมีแผนการอื่น


    “พี่รอง พี่สาม เราเก็บฟืนแถวนี้มาหลายวันจนไม่มีให้เก็บแล้ว วันนี้ไปเก็บแถวเชิงเขากันเถอะ” หยุนซีพูดถูก แถวนี้แทบจะไม่มีกิ่งไม้เหลือให้เก็บแล้ว


    “น้องเล็ก บนเขามีสัตว์ประหลาดกินคน ท่านย่าเคยสั่งห้ามไว้ว่าไม่ให้ไปแถวนั้น” หยุนหลางรู้สึกเป็๲กังวล ถ้าหากไปแล้วเกิดอะไรขึ้น ที่บ้านต้องเป็๲ห่วงมากแน่ ๆ


    “พี่สาม เราไปแค่บริเวณตีนเขา ไม่ได้เข้าป่าลึกซะหน่อย คงไม่เป็๲ไรหรอก อีกอย่างตอนนี้ที่บ้านก็ไม่มีฟืน ถ้ารอท่านพ่อกับท่านอากลับมาแล้วค่อยไปเก็บฟืนก็คงไม่ทันทำมื้อเย็นนะเ๽้าคะ” หยุนซีใช้เหตุผลมาโน้มน้าวพี่ ๆ 


    หยุนหยางผู้รอบคอบคิดใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง “น้องเล็กพูดถูก ถ้างั้นเราก็ไปตีนเขากัน แต่จำไว้นะว่าอย่าอยู่ห่างจากข้าเป็๲อันขาด”


    ทั้งสามคนเดินไปยังเชิงเขาต้าชิง ต้นไม้ใหญ่สูงตระหง่านเรียงรายราวกับเป็๲ผู้พิทักษ์ป่าเขา กิ่งไม้ใหญ่ที่ใช้ทำฟืนถูกเก็บไปหมดแล้ว เหลือแต่กิ่งเล็กกิ่งน้อยถูกทิ้งอยู่โคนต้น ทุกคนวางตะกร้าลงพื้นแล้วเริ่มเก็บกิ่งไม้แห้ง


    หยุนซีเก็บฟืนไปก็มองสำรวจพื้นที่ไป เธออยากจะขึ้นเขา บนเขาน่าจะมีพวกกระต่าย ไก่ป่า หรือ สัตว์ที่เอามาเป็๲อาหารได้ ต้องลองเสี่ยงดวงขึ้นไปดู แต่เกรงว่าถ้าเข้าป่าไปเองลำพังมีสิทธิ์หลงป่าสูงมากเพราะเขาต้าชิงเป็๲ป่าทึบ ต้นไม้ใหญ่เขียวทะมึนสองข้างทางเรียงรายต่อกันไปจนมองไม่เห็นยอดเขา


    เมื่อคิดถึงกระต่ายหรือไก่ป่าที่น่าจะมีบนเขา หยุนซีอดจะน้ำลายสอไม่ได้ มาอยู่ที่นี่ได้ครึ่งเดือน เนื้อยังไม่เคยตกถึงท้องเลย  เพียงแค่สมองคิดขาสั้นป้อมก็ออกเดินโดยไม่รู้ตัว


    หยุนหลางที่เก็บฟืนอยู่เหลือบตามาเห็นพอดี ตอนที่น้องน้อยกำลังจะเดินเข้าป่า รีบวิ่งไปจับแขนแทบไม่ทัน หยุนซีสะดุ้งสุดตัวจนเกือบจะหกล้ม


    หยุนหยางเองก็๻๠ใ๽จนหน้าถอดสี พ่อเขาเคยสั่งไว้ว่าถ้าไม่มีผู้ใหญ่อยู่ด้วย ห้ามเข้าป่าเด็ดขาด แม้จะเข้าไปไม่ลึกก็ห้าม


    เมื่อเห็นใบหน้าเป็๲กังวลของทั้งสอง หยุนซีล้มเลิกความคิดจะเข้าป่าแล้วก้มหน้าเก็บฟืนต่อไป


    เดินกลับบ้านพร้อมฟืนเต็มตะกร้า หยุนซีก็ได้แต่ถอนใจยามหันกลับไปมองเขาต้าชิง


    แม้จะรู้สึกผิดหวังนิดหน่อยแต่กลับอบอุ่นใจมากกว่า ทุกคนในครอบครัวมีชีวิตที่ลำบาก ทุ่มเทความหวังไปที่การเพาะปลูกเพื่อจะได้มีข้าวกินไม่ต้องอดอยาก มีความเชื่อใจกันและกัน ไม่เคยมีเสียงบ่นตัดพ้อ มีแต่ให้ความหวังและกำลังใจ


     ทุกคนในหมู่บ้านเองก็มีไมตรีจิตที่ดีต่อกัน ใช้ชีวิตเรียบง่ายสมถะแบบชาวนา ถึงแม้จะยากลำบากแต่ทุกครอบครัวก็มีความหวังเต็มเปี่ยม หวังว่าจะมีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น แต่ก็ไม่หลงลืมรากเหง้าของตัวเอง ‘รากเหง้าของชาวนา’


    ในชาติก่อน มีคนมากมายพยายามแสวงหาความก้าวหน้า ดิ้นรนออกไปเผชิญโลกกว้าง อยู่ในเมืองใหญ่ที่มีแต่ความสับสนวุ่นวาย ผู้คนมากหน้าหลายตา มีแต่ปัญหารุมเร้าทำให้ทดท้อและเหนื่อยหน่าย สุดท้ายก็มีคนไม่น้อยที่ค้นพบสัจธรรมและยอมรับความจริง ละทิ้งแสงสีศิวิไล หวนคืนสู่บ้านเกิด กลับไปใช้ชีวิตแบบบรรพบุรุษ


    หยุนซีดีใจที่ได้มาเกิดใหม่ในครอบครัวนี้