ร่างบางทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มด้วยความรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นหลังจากที่ต้องเผชิญกับปัญหาอันมากมายนับตั้งแต่ย่างเท้าลงบนผืนแผ่นดินอิตาลีลุงคนขับแท็กซี่ใจดีพาเธอมาส่งยังโรงแรมแห่งหนึ่งที่อยู่ในใจกลางกรุงโรม ซึ่งเป็นโรงแรมเก่าแก่ระดับสี่ดาวโดยลุงแท็กซี่รับประกันเรื่องความปลอดภัยและราคาไม่แพงจนเกินไปนัก จึงทำให้นักท่องเที่ยวนิยมมาพักที่นี่กันเยอะ
หลังจากตกลงใจที่จะพักโรงแรมนี้ตุลยาก็จ่ายค่ารถพร้อมกับให้ค่าเสียเวลาแก่คนขับอย่างสมน้ำสมเนื้อกับน้ำใจที่อีกฝ่ายมอบให้จากนั้นหญิงสาวก็จัดการเช็กอินเข้าพักในโรงแรมจนได้มานอนสบายอารมณ์อยู่ในห้องพักอันแสนสะอาดสะอ้านตกแต่งอย่างสวยงามสมกับราคาของห้อง
ตุลยานอนคิดอะไรเล่นไปเรื่อยเปื่อยจนมาคิดถึงคนที่เป็นต้นเหตุทำให้เธอต้องมาตกระกำลำบากในต่างแดนตามลำพัง แทนที่จะได้พักสบายๆอยู่ในบ้านให้อุ่นใจ พอนึกถึงอารมณ์ดีๆ ก็เริ่มขุ่นมัวขึ้นมาอีกครั้ง หญิงสาวจึงลุกขึ้นนั่งแล้วคว้าหูโทรศัพท์ที่อยู่ตรงโต๊ะเล็กข้างหัวเตียงด้านขวามือมาแนบหูนิ้วเรียวกดหมายเลขโทรศัพท์ที่จำได้ขึ้นใจอย่างมีจุดมุ่งหมาย ทว่ากดเบอร์ไปได้แค่เพียงห้าตัวเท่านั้นมือบางที่กำหูโทรศัพท์เอาไว้ก็วางมันลงบนแป้นเครื่องดังเดิมเมื่อคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“ไม่โทรฟ้องดีกว่าถ้าเราฟ้องพ่อกับแม่ก็ต้องคาดคั้นให้เราบอกแน่ๆ ว่าเราอยู่ที่ไหนแล้วพวกท่านก็จะต้องโทรไปบอกอีตาคาร์โลให้มารับเรากลับบ้าน ฮึ...ง่ายไปหน่อยมั้งทำเราเดือดร้อนขนาดนี้อย่าหวังเลยว่าจะลอยตัวไปได้ง่ายๆปล่อยให้ตามหาเราจนหัวปั่นสักวันจะดีกว่า”ประโยคสุดท้ายตุลยาเอ่ยด้วยเสียงกลั้วหัวเราะอย่างสะใจ
พอคิดว่าจะได้แกล้งคู่หมั้นตัวดีให้ปวดหัวเล่นได้อารมณ์ขุ่นมัวเมื่อครู่นี้ของเธอก็มลายหายไปทันทีและเริ่มมีอารมณ์ซุกซนเข้ามาแทนที่ดังนั้นแทนที่จะนอนพักผ่อนอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก หญิงสาวก็เปลี่ยนใจลุกออกไปหาอะไรกินและเดินเที่ยวชมสภาพบ้านเมืองของอิตาลีแถวใกล้ๆกับโรงแรม
ทางด้านคาร์โล น้องชายและคนอื่นๆต่างช่วยกันออกตามหาตุลยาตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงโรงแรมใกล้บ้านคาร์โลหันซ้ายแลขวาไปตลอดทางที่เดินผ่าน โดยมีสองบอดี้การ์ดคอยเดินตามติดทุกฝีก้าวซึ่งพวกเขาทั้งคอยมองหาคู่หมั้นให้เจ้านายและคอยระแวดระวังภัยไปพร้อมๆกันตามหน้าที่ด้วย ขณะที่ทั้งสามคนมัวเดินมองหาเป้าหมายอยู่นั้นความที่เดินไม่ได้มองทางชายหนุ่มจึงเดินชนหญิงสาวร่างบาง ที่กำลังยืนหันหลังถ่ายรูปอยู่เข้าอย่างจัง
“ว้าย!” ร่างบางเซถลาไปข้างหน้าทันทีที่โดนชนแต่โชคยังดีที่หญิงสาวทรงตัวได้จึงไม่ล้มลงให้อายผู้คน และโชคยังดีอีกเหมือนกันที่เธอคล้องสายกล้องดิจิตอลตัวเก่งเอาไว้กับข้อมือกล้องเลยไม่ตกพื้นเสียหาย
“ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจคุณเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ”น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเรียกให้คนโดนชนหันกลับมามองคนชนด้วยสายตาขุ่นเคืองก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของคนถามชัดเจน
หญิงสาวยืนนิ่งอึ้ง ในขณะที่ฝ่ายคาร์โลเองก็ยืนนิ่งเงียบไปเหมือนกันแถมยังเอาแต่จ้องหน้านวลใสตาไม่กะพริบ ทันทีที่ได้สบตากันชายหนุ่มก็รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งแล่นไปทั่วร่างหัวใจเต้นแรงราวกับกลองโดนตีอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน
ผู้หญิงตรงหน้าสวยถูกใจเขานักแต่สิ่งหนึ่งที่สามารถดึงดูดเขาไว้ได้อยู่หมัดนั้นเป็นดวงตากลมโตดำขลับต่างหากคาร์โลเองก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้ชอบดวงตาของผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้นักเขาบอกได้เพียงแค่ว่ามันตรึงตราและตรึงใจให้เขามองได้ไม่รู้เบื่อก็แค่นั้นชายหนุ่มอมยิ้มด้วยความขบขันในความคิดของตัวเอง เขารู้สึกอยากจะทำความรู้จักหญิงสาวคนนี้ให้มากขึ้นเหลือเกินจึงเตรียมที่จะเอ่ยปากถามอีกครั้งเพราะยังไม่ได้รับคำตอบจากเธอ
“คุณไม่...” เขาถามได้เพียงแค่นี้ก็ถูกหญิงสาวพูดแทรกขึ้นมา
“ฉันไม่เป็นอะไรค่ะขอตัวก่อนนะคะ” กล่าวจบหญิงสาวก็รีบเดินลิ่วๆ จากไปทันทีทิ้งให้คาร์โลมองตามไปอย่างไม่เข้าใจแกมผิดหวังเพราะคงจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วชายหนุ่มยืนมองจนร่างบางลับสายตาไปกับผู้คนที่เดินสวนกันไปมา
คาร์โลถอนใจยาวก่อนจะออกเดินตามหาตัวคู่หมั้นอีกครั้งระหว่างทางเขาก็นึกถึงหน้าคู่หมั้นกับผู้หญิงแปลกหน้าคนเมื่อกี้นี้ไปด้วย และอะไรบางอย่างสะกิดใจเขาจนต้องทบทวนความคิดของตนเองอีกครั้งทว่าพอชายหนุ่มนึกถึงหน้าตาของตุลยาในรูปถ่ายที่บิดาให้ดูแล้วก็ต้องส่ายหน้าแต่พอนึกถึงดวงหน้าน่ารักจิ้มลิ้มในสมัยอดีตเมื่อแปดปีก่อนแทนก็พบว่าคู่หมั้นของเขามีส่วนคล้ายกับผู้หญิงคนเมื่อกี้นี้ไม่น้อยเลยทีเดียวแถมยังเป็นคนเอเชียเหมือนกันอีก จะเป็นไปได้ไหมว่าเธอคือ...
คาร์โลคิดด้วยใจที่เต้นแรงขึ้นขณะเดียวกันสองเท้าของเขาก็เริ่มก้าวไปยังทิศทางที่หญิงสาวเดินจากไปพร้อมกับเพ่งสายตามองหาความร้อนใจทำให้จากเดินกลายเป็นวิ่งจนสองบอดี้การ์ดหนุ่มต้องรีบวิ่งตามไปด้วยความสงสัยว่าเจ้านายเป็นอะไรแล้วจู่ๆ คาร์โลก็ผ่อนฝีเท้าลงจนหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่เมื่อความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา
‘เธอจะใช่น้องเหมียวไปได้ยังไงกันในเมื่อรูปถ่ายที่พ่อให้เรามาหน้าตาไม่ใช่แบบนี้เลย สาวเอเชียส่วนมากก็มีรูปร่างตัวเล็กบอบบางเหมือนกันหมดแถมหน้าตายังคล้ายกันก็มีเยอะแยะไป อาจไม่ใช่ก็ได้’
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความผิดหวังนึกต่อว่าตัวเองอยู่ในใจที่เพ้อเจ้อไปกันใหญ่ ซึ่งบางทีอาจเกิดจากความเครียดมากเกินไปก็ได้คาร์โลสะบัดศีรษะแรงๆ เพื่อตั้งสติใหม่อีกครั้งแล้วเริ่มออกเดินหาตัวคู่หมั้นสาวต่อไป
ฝ่ายหญิงสาวที่เดินจากมาเมื่อเดินห่างมาไกลแล้วก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกตุลยานึกถึงใบหน้าคมสันหล่อเหลาสะดุดตาและสะดุดใจเธอเข้าอย่างจังขึ้นมาวินาทีแรกที่ได้เห็นหน้าของชายหนุ่มนั้นหัวใจเธอแทบหล่นหาย ก่อนจะรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นเหมือนมีไฟฟ้าวิ่งแล่นอยู่ในร่างกายยิ่งได้สบกับดวงตาคมกริบก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยอยู่บนก้อนเมฆก็ไม่ปาน แถมใบหน้ายังเห่อร้อนและรู้สึกประหม่าไปหมดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
แปดปีที่ไม่ได้เจอหน้ากันเลยดูเหมือนคาร์โลจะเปลี่ยนไปพอสมควรเมื่อแปดปีก่อนเขาก็นับว่าหน้าตาหล่อเหลาเอาการเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่คมคายและดูเป็นผู้ใหญ่อย่างในตอนนี้ซึ่งดูเหมือนยิ่งมีอายุชายหนุ่มจะยิ่งดูดีและมีเสน่ห์มากขึ้นเรื่อยๆจนน่ากลัว...น่ากลัวต่อหัวใจของเธอยิ่งนัก
ตุลยาจำคาร์โลได้ทันทีหลังจากหายตกใจแล้วเนื่องจากหน้าตาของชายหนุ่มไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักและด้วยความที่กลัวอีกฝ่ายจะจำหน้าเธอได้เหมือนกัน เธอจึงรีบเดินหนีออกมาซะก่อนเพราะยังไม่ล้มเลิกแผนการแกล้งเขาแต่ดูจากปฏิกิริยาของเขาแล้วดูเหมือนคาร์โลจะจำเธอไม่ได้เลย เพราะหากเขาจำได้คงจะรีบวิ่งตามเธอมานานแล้ว
พอคิดว่าชายหนุ่มจำกันไม่ได้ ความน้อยใจก็แล่นเข้าสู่หัวใจดวงน้อยของหญิงสาวทันทีใบหน้างามจึงเศร้าหมองลงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงเมื่อความโกรธเข้ามาแทนที่
“คนบ้า! เป็นคู่หมั้นประสาอะไรกันถึงได้จำหน้าคู่หมั้นของตัวเองไม่ได้ แย่ที่สุดแย่ๆๆ ฉันจะถอนหมั้นให้ได้เลยคอยดูสิ”ตุลยาพึมพำไปตลอดทางด้วยความเจ็บใจและรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมากจริงอยู่ว่าเธอกับเขาไม่ได้พบหน้ากันอีกเลยเป็นเวลาแปดปีแล้ว แต่ในระหว่างนั้นเขาต้องเคยเห็นรูปถ่ายของเธอบ้างสิเพราะพ่อกับแม่ของเธอส่งรูปเธอไปให้ลุงเคลาดิโอกับป้าสาวิกาดูอยู่ทุกปี เหมือนกับที่ทางนั้นก็ส่งรูปของคาร์โลมาให้ทางเธอดูเช่นกัน
ฮึ...เขาคงไม่สนใจดูรูปเธอเหมือนที่เธอไม่สนใจดูรูปของเขาล่ะมั้งตุลยาคิดสรุปเอาเอง แต่แหม...หน้าตาของเธอก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมมากซะจนจำไม่ได้เสียเมื่อไรกันทำไมเขาถึงยังจำไม่ได้อีก ทีเธอยังจำเขาได้เลย เชอะ...ที่จำไม่ได้เพราะว่าเขาไม่ได้สนใจเธอน่ะสิเขาไม่ได้เต็มใจหมั้นด้วยนี่นาถึงได้ละเลยเธอไปตั้งแปดปีแบบนี้
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโหจนหมดอารมณ์ที่จะเดินเที่ยวอีกต่อไปหญิงสาวเลยตัดสินใจเดินทางกลับโรงแรมที่พักทันทีหลังจากหาอาหารเย็นทานเสร็จเรียบร้อยแล้วและด้วยความอ่อนเพลียจากการเดินทางและเดินเที่ยว พออาบน้ำเสร็จตุลยาก็ผล็อยหลับไปเมื่อหัวถึงหมอนได้ไม่นาน
ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้วแต่ก็ยังตามหาตัวคู่หมั้นไม่พบทำให้คาร์โลเริ่มเครียดจัดเพราะกลัวว่าตุลยาจะได้รับอันตราย เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้นขณะที่กำลังกวาดตาไปทั่วบริเวณบันไดสเปนซึ่งเป็นแหล่งที่ผู้คนชอบมานั่งเล่นกัน ชายหนุ่มหยิบขึ้นมากดรับสายก่อนจะรีบถามกลับด้วยความตื่นเต้นดีใจเมื่อได้ยินสิ่งที่น้องชายพูด
“เจอตัวแล้วเหรออัลแล้วตอนนี้น้องเหมียวอยู่ที่ไหน โอเค พี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ” พอวางสายคาร์โลก็ถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก จากนั้นก็หันไปสั่งบอดี้การ์ดทั้งสองให้พาเขาไปยังโรงแรมแห่งหนึ่งทันทีเมื่อมาถึงที่โรงแรมชายหนุ่มก็เดินเข้าไปหาอัลแบร์โต้ซึ่งนั่งรออยู่ที่ล็อบบี้ของโรงแรมสายตาคมกริบกวาดตามองหาบุคคลสำคัญเมื่อไม่พบเขาก็เอ่ยถามน้องชายทันที
“น้องเหมียวอยู่ไหนล่ะนายอัล”
“ใจเย็นๆ ก่อนครับพี่คาร์โลน้องเหมียวพักอยู่ที่โรงแรมนี้แหละครับ ตอนนี้เธอคงกำลังพักผ่อนอยู่ในห้องเพราะผมถามพนักงานแล้วพนักงานบอกว่าน้องเหมียวกลับมาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้เองครับ” อัลแบร์โต้อธิบายให้ฟังก่อนจะแนะนำเพื่อนของเขาให้พี่ชายได้รู้จัก “พี่คาร์โลครับ นี่โรแบร์โต้เพื่อนผมเองครับ เขาเป็นเจ้าของโรงแรมที่นี่”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
“เช่นกันครับ ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยตามหาตัวคู่หมั้นให้ผม”
สองหนุ่มกล่าวทักทายและสัมผัสมือกันอย่างเป็นมิตรก่อนคาร์โลจะกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายเมื่ออัลแบร์โต้เล่าให้ฟังว่าได้โทรมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนให้ช่วยเช็กรายชื่อของแขกที่มาเข้าพักวันนี้ให้หน่อยซึ่งโชคดีเป็นอย่างมากที่ตุลยาเลือกมาพักที่แห่งนี้
“ผมยินดีครับถ้าคุณคาร์โลอยากขึ้นไปหาเธอ ผมจะให้พนักงานพาขึ้นไป”
“ไม่ต้องหรอกครับผมรบกวนขอแค่คีย์การ์ดห้องของเธอเท่านั้นก็พอ” บางสิ่งมาสะกิดใจของคาร์โลอีกครั้งจนเกิดอยากพิสูจน์ขึ้นมาอีกรอบทำให้เขาเอ่ยขอเช่นนั้นออกไปเมื่อโรแบร์โต้เดินจากไปเอาสิ่งที่เขาต้องการมาให้ อัลแบร์โต้ก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยทันที
“พี่คิดจะทำอะไร”
“ไม่มีอะไรหรอกแค่อยากพิสูจน์อะไรนิดหน่อยน่ะ”
“พิสูจน์อะไร”
“เถอะน่า” คาร์โลไม่ตอบ อัลแบร์โต้จึงยักไหล่
“โอเค ไม่อยากรู้ก็ได้ถ้างั้นผมนั่งรอพี่กับน้องเหมียวอยู่ที่นี่ก็แล้วกันนะ”
“ไม่ต้องรอหรอกนายกลับบ้านไปก่อนเถอะ”
“เอ...ผมชักอยากรู้ซะแล้วสิว่าพี่คิดจะทำอะไรกันแน่”อัลแบร์โต้มองหน้าพี่ชายอย่างจับผิด แต่ก็ไม่พบพิรุธอะไรนอกจากใบหน้าเรียบเฉยเท่านั้นเขาถอนหายใจยาวแล้วพยักหน้ารับ “โอเค ผมกลับก่อนก็ได้แล้วเจอกันที่บ้านนะพี่ชาย”
คาร์โลพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปรับคีย์การ์ดจากมือของโรแบร์โต้มาถือไว้เมื่อน้องชายเดินจากไปแล้วชายหนุ่มก็เดินตรงไปยังลิฟต์แล้วกดเรียกชั้นที่ต้องการทันทีหลังจากนั้นเพียงไม่นานคาร์โลก็มาหยุดยืนอยู่หน้าห้องพักของตุลยาชายหนุ่มยกมือขึ้นเคาะประตูเรียกอยู่สองสามครั้งแล้วหยุดรอ คีย์การ์ดที่ได้มายังอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาซึ่งความจริงแล้วการที่เขาขอคีย์การ์ดมานั้นไม่ได้คิดจะเอามาทำอะไรเลยนอกจากสำรองไว้เผื่อฉุกเฉินเท่านั้นเขาไม่ได้คิดจะทำอะไรไม่ดีต่อตุลยาอย่างที่น้องชายสงสัยหรอกเขาแค่อยากจะคุยกับเธอตามลำพังเท่านั้น และอยากพิสูจน์ด้วยว่าเธอจะใช่คนเดียวกับที่เขาเดินชนหรือเปล่า
คาร์โลยืนรออยู่นาน เมื่อประตูห้องไม่เปิดก็จัดการเคาะเรียกอีกหนและรอเหมือนเดิมจนเขารู้สึกว่ามันนานผิดปกติเกินไปแล้ว ด้วยความเป็นห่วงจึงตัดสินใจใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไปสายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องมืดๆ ขนาดกลางอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยุดตรงเตียงนอนซึ่งมีร่างบางร่างหนึ่งนอนหลับสบายอยู่ชายหนุ่มถอนใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอกพลางเดินไปที่เตียง โชคดีที่ห้องนี้ปูพรมหนาพอสมควรเสียงเดินของเขาจึงไม่ดังรบกวนการนอนของเจ้าของห้องมากนัก
คาร์โลเลือกเดินไปยังด้านที่หญิงสาวนอนตะแคงหันหน้าไปทางหนึ่งแสงสว่างจากดวงจันทร์ส่องเข้ามาภายในห้อง ทำให้เขาสามารถมองเห็นทุกอย่างได้เลือนรางชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งยองๆ บนส้นเท้าแล้วจ้องใบหน้านวลใสของคนหลับอย่างเพ่งพิศเส้นผมที่ตกลงมาปรกใบหน้าทำให้เขามองเห็นหน้าคู่หมั้นไม่ชัด อีกทั้งภายในห้องก็ยังมืดอีกคาร์โลจึงตัดสินใจเปิดโคมไฟข้างหัวเตียงขึ้นหนึ่งดวงก่อนจะใช้ปลายนิ้วชี้เกลี่ยเส้นผมสลวยออกจากดวงหน้ามนอย่างระมัดระวัง แต่ก็ยังพลาดจนได้เมื่อเส้นผมของเธอร่วงกลับสู่ที่เดิม
ชายหนุ่มรีบชักนิ้วหนีทันทีเมื่อใบหน้านวลขยับเขาคิดว่าเธอคงตื่นแน่ทว่ากลับผิดคาดเมื่อหญิงสาวยังคงหลับต่อหลังจากที่เธอปัดเส้นผมออกจากใบหน้าของตัวเองแล้วคาร์โลเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นดวงหน้าของคู่หมั้นสาวชัดเจน
‘ใช่จริงๆ ด้วยผู้หญิงที่เราเดินชนเมื่อตอนเย็น’
ชายหนุ่มคิดในใจด้วยความยินดี จนแทบจะเขย่าตัวปลุกหญิงสาวให้ลุกขึ้นมาพูดกันเสียเดี๋ยวนี้หากยั้งใจเอาไว้ได้ไม่ทันหลังจากความดีใจผ่านพ้นไปแล้วความสงสัยก็เข้ามาแทนที่ทันทีทำไมเธอต้องทำเหมือนไม่รู้จักเขาด้วยนะ เขาแน่ใจว่าเธอต้องจำเขาได้แน่ๆ ว่าเขาเป็นใครเพราะท่าทางของเธอดูแปลกไปตอนเห็นหน้ากัน นี่เธอกำลังเล่นตลกอะไรกับเขาอยู่กันแน่ทั้งทำเป็นไม่รู้จักและยังเดินหนีอีกด้วยเอ๊ะ...หรือว่าเธอจะโกรธที่เขาปล่อยให้รอที่สนามบิน
คาร์โลสันนิษฐานแล้วก็ต้องพยักหน้าอย่างยอมรับว่ามันเป็นไปได้เธอคงโกรธเขามากถึงได้ทำแบบนี้และไม่ยอมติดต่อกลับไปที่บ้านอีกเลยคิดแล้วชายหนุ่มก็หัวเราะออกมาเบาๆ กับฤทธิ์เดชของคู่หมั้นสาวเขาลืมไปได้ยังไงกันว่าตุลยาร้ายกาจขนาดไหน ตอนเด็กๆเคยแกล้งเขายังไงตอนโตก็ยังไม่ทิ้งนิสัยเดิมสักนิดเลย
คาร์โลนั่งมองใบหน้านวลใสนิ่งๆราวกับจะพิมพ์เอาไว้ในใจดวงตาคมกริบฉายแววพอใจอย่างชัดเจนขณะกวาดตาไปตามเรือนร่างบอบบางที่อยู่ในชุดนอนเนื้อบางจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งได้รางๆคู่หมั้นของเขาสวยไปทั้งเนื้อทั้งตัวจับตาจับใจยิ่งนักชายหนุ่มยอมรับกับใจตัวเองอย่างไม่ปิดบัง ก่อนรอยยิ้มอ่อนโยนระคนเอ็นดูจะเผยออกมาเมื่อคิดถึงภาพตุลยาในอดีต
เขาไม่นึกเลยว่าคู่หมั้นตัวร้ายที่หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูโตขึ้นมาจะกลายเป็นสาวสวยแถมยังมีเสน่ห์ยั่วยวนใจเขาเสียเหลือเกินไปได้เพราะขนาดแค่เธอนอนอยู่เฉยๆ ก็สามารถทำให้เลือดในกายของเขาร้อนเร่าขึ้นมาได้จนเขาต้องข่มมันเอาไว้ดังนั้นก่อนที่ตบะเขาจะแตกจนหน้ามืดรังแกคนหลับเข้าเสียก่อน ชายหนุ่มจึงตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปยืนมองวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของกรุงโรมที่ตรงบานประตูกระจกใสซึ่งถ้าเปิดออกไปก็จะพบกับระเบียงกว้างแทนเสียก่อน
สายตามองทิวทัศน์แต่ในความคิดของเขากลับมีแต่ใบหน้างามของคู่หมั้นสาวคาร์โลจึงเลิกมองวิวแล้วหันไปมองร่างบางที่ยังหลับสนิทอยู่แทนสงสัยเธอจะเหนื่อยเกินไปถึงได้หลับลึกขนาดนี้ นี่หากคนที่เข้ามาไม่ใช่เขาแล้วละก็ตุลยาคงป่นปี้ไปแล้วแน่ๆชายหนุ่มมองคนหลับตาไม่กะพริบก่อนจะนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบรูปถ่ายที่พกติดตัวมาด้วยออกมาเห็นหน้าตาคนในรูปและนึกถึงบิดาแล้วคาร์โลก็ทั้งขำทั้งฉุนในคราวเดียวกันตัวจริงตุลยาสวยออกอย่างนี้แล้วทำไมบิดาของเขาถึงได้ให้รูปบ้าๆ แบบนี้มาได้กันนะพ่อไปเอารูปใครมาหลอกเขากันล่ะนี่
คาร์โลมองใบหน้าในรูปถ่ายอย่างพิจารณาดีๆก็พบว่าเป็นรูปของตุลยาจริง เพียงแต่ใบหน้าที่ซีดเหมือนผีกับแว่นตาโตๆเหมือนแว่นตาของคนแก่ มันทำให้ความงามของเธอถูกบดบังไปโดยสิ้นเชิง บ้าจริงพ่อต้องแกล้งเขาแน่ๆ ถึงได้เอารูปนี้มาให้ดู ชายหนุ่มส่ายหน้าด้วยความขบขันนึกอยากถามเจ้าของรูปนักว่ารูปนี้เธอถ่ายตั้งแต่เมื่อไรกัน แต่เขาก็แค่คิดเล่นๆเท่านั้นเพราะมันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรขนาดต้องปลุกคนหลับขึ้นมาถาม
พอเห็นใบหน้าที่เปี่ยมสุขขณะนอนหลับของตุลยาแล้วคาร์โลก็ล้มเลิกความคิดที่จะพาเธอกลับบ้านในคืนนี้ทันทีเขาไม่อยากกวนเธอและเขาเองก็อยากจะมองหน้าเธออย่างนี้นานๆ หน่อย เพราะฉะนั้นกลับพรุ่งนี้เช้าคงจะดีกว่าคิดได้ดังนั้นชายหนุ่มก็เปิดประตูกระจกออกไปที่ระเบียง ก่อนจะล้วงโทรศัพท์ออกมากดโทรหาบอดี้การ์ดส่วนตัวและสุดท้ายก็น้องชายของเขา
เมื่อคุยจบแล้วคาร์โลก็เดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งแล้วเอนหลังลงนอนบนโซฟาตัวยาวในห้อง เพราะตั้งใจจะยึดเอาไว้เป็นที่หลับนอนในคืนนี้ชายหนุ่มมองคนบนเตียงยิ้มๆ ด้วยแววตามุ่งมาดปรารถนาอยู่นาน จนกระทั่งผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัวเนื่องจากวันนี้เขาเองก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้วเช่นกัน
“ตกลงพี่คาร์โลว่ายังไงบ้างครับ”อัลแบร์โต้ถามพี่ชายคนรองทันที หลังจากที่อีกฝ่ายวางสายจากคาร์โลแล้ว
“พี่คาร์โลบอกไม่ต้องรอให้พวกเราขึ้นนอนได้เลย เพราะเขาจะพาน้องเหมียวกลับบ้านพรุ่งนี้เช้า” มาร์โก้เล่าให้ฟังด้วยรอยยิ้มขบขัน ในขณะที่อัลแบร์โต้ขมวดคิ้วมุ่นและเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ทำไมต้องพรุ่งนี้ทำไมไม่พากลับมาคืนนี้เลยล่ะครับ”
“เห็นพี่คาร์โลบอกว่าไม่อยากปลุกน้องเหมียวน่ะ”
“ไม่อยากปลุก เอ๊ะมันชักยังไงๆ แล้วนะครับ” อัลแบร์โต้ว่าก่อนจะเล่าเรื่องที่พี่ชายคนโตขอคีย์การ์ดห้องของตุลยาไปให้มาร์โก้ฟังซึ่งพอฟังแล้วพี่ชายคนรองก็หัวเราะร่าออกมาทันที อัลแบร์โต้จึงถาม “พี่คิดเหมือนผมไหมครับว่าพี่คาร์โลทำตัวแปลกๆ”
“ใช่และพี่ก็คิดว่าอีกไม่นานเราอาจได้พี่สะใภ้แล้วล่ะ” มาร์โก้ยักคิ้วหลิ่วตาให้น้องชายด้วยความมั่นใจก่อนสองพี่น้องจะหัวเราะประสานเสียงออกมาพร้อมกัน