ตอนที่ 21 : เื่เล่าอันน่าพิศวง
ทหารยาม รวมกับชาวบ้านและชาวยุทธทั้งหมด มากกว่า 400 คน เดินเข้าไปในตระกูลม๋อ สิ่งที่เห็นทำให้ทุกคน ถึงกับอึ้งตาค้าง เป็ใบ้กันอยู่เป็เวลานาน จากนั้นเสียงนินทา และด่าทอสาดเสียเทเสีย ก็ดังขึ้นจนหูแทบแตก รันฟงเทียนค่อย ๆ หลบฉากออกมาจากทุกคน กลับไปนอนที่โรงเตี๊ยมอย่างสบายใจ
โดยไม่รู้เลยว่า เื่ที่เขาทำลงไปในวันนี้ ทำให้เกิดตำนานขึ้นมา อีกหนึ่งเื่ในเมืองจันทร์ล่องแห่งนี้ ซึ่งก็คือ ตำนานคู่รักอลเวง เป็หนึ่งในเื่เล่า ที่นักเล่านิทาน ชอบนำมาเปรียบเปรย
วันรุ่งขึ้น รันฟงเทียนเดินออกมาจากห้องพัก “ห้าววววว!!! เสียงดังอะไรั้แ่เช้า” เขาหันไปถามเชี่ยอิงอิง
“พี่ฟงเทียน เื่เมื่อคืนเป็ฝีมือของท่านใช่หรือไม่??? ” เชี่ยอิงอิงลากเขามาที่มุมสวนแล้วถาม
“เื่อะไร!!! ข้าไม่รู้เื่??? ” รันฟงเทียนตอบด้วยใบหน้าที่ใสซื่อ
“อย่ามาทำเป็ไม่รู้เื่... ข้าไปประมูลของกับท่านมา มีแต่ท่านเท่านั้น ที่สามารถปลดผนึกสิ่งของได้ และนำออกมาจากตระกูลม๋อ โดยสัญญาณที่แจ้งเตือน ของหอการค้าเทียนเซียนไม่ดังขึ้น” เชี่ยอิงอิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดุดัน
“เออ...!!! ยอมรับก็ได้ว่าเป็ข้าเอง ก็พวกมันคิดจะสังหารข้า และนำตราเทียนเซียนสีดำของข้า ไปปลดผนึกของที่ประมูลมา ข้าก็เลย... ตอบโต้กลับคืนไป เพียงเล็กน้อยก็เท่านั้นเอง!!!” รันฟงเทียนกล่าวอย่างภูมิใจ
“เล็กน้อย!!! เทียนเอ๋อ เ้าก่อปัญหาใหญ่แล้ว นอกจากศึกภายในจะเกิดขึ้น เพราะภรรยาของผู้าุโทุกคนจะแปดเปื้อน ผู้าุโสูงสุดถึงกับโกรธ เพราะความอับอายจนกระอักเื าเ็สาหัสภายในไม่น้อย พร้อมประกาศรางวัลนำจับเ้า หนึ่งล้านเหรียญทอง ไม่ว่าเป็หรือตาย” ป้าเชี่ยทำหน้าเคร่งเครียดทันที
“เดี๋ยว!!! ผู้าุโสูงสุดคือใครกันท่านป้าเชี่ย” รันฟงเทียนถามอย่างสงสัย
“ผู้าุโสูงสุด คือ ม๋อเจียนเจี๋ย เขามีผมเป็สีแดงเพลิง เ้าไม่เคยเห็นหรือ??? ” เชี่ยหลีเนียงตอบอย่างใจเย็นและสงสัย
“อ๋อ!!! คนผู้นั้นนี่เอง ข้าจำได้แม่นเลย เขาดูเหมือนจะมีพลังปราณ ระดับ 5 ขอบเขตก่อเกิดจิตเท่านั้นเอง ท่านป้าเชี่ยสามารถรับมือได้สบายอยู่แล้ว” รันฟงเทียนกล่าวและยิ้มให้นางอย่างสดใส
ในขณะนั้นเอง... ภายในอาณาเขตของคฤหาสน์ตระกูลม๋อสับสนวุ่นวาย เสียงสัญญาณเตือนภัยหวีดแหลม ดังต่อเนื่องเป็เวลานาน ล้วนเป็สิ่งที่รันฟงเทียนได้คาดการณ์ไว้... มีการเรียกระดมพลของตระกูล ภายใต้คำสั่งเรียกรวมตัว เหล่ายามรักษาการณ์ และผู้าุโทุกลำดับชั้น ต่างมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ทั้งหมด
“แค่ก... แค่ก... ที่ข้าเรียกรวมตัวพวกเ้าในเวลานี้ ก็เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น กับพวกเราทุกคนเมื่อคืนนี้ มันเกิดขึ้นจากศิลาก้อนหนึ่ง เรียกว่า ศิลาสงบจิตฝัน อาจเป็เพราะเ้าเด็กเวร... ม๋อเทียนมันตั้งกลไก อะไรสักอย่างเอาไว้ จนพวกเราหมดสติไป ทำให้มันสามารถ มาเล่นตลกกับเราได้ ทุกคนจงไปตามล่า และเอาหัวของมันมาเส้นสังเวย เพื่อลบล้างความอัปยศ ที่เกิดขึ้นกับพวกเรา” ม๋อเจียนเจี๋ยประกาศกร้าวออกมาอย่างเสียงดัง
“เฮ้.........!!! ฆ่ามัน........!!! ล้างความอัปยศที่มันทำกับภรรยาของข้า” ผู้าุโสองกล่าว
“แต่เมื่อเช้าข้าเห็นพี่สะใภ้ นอนกอดกับเ้าม๋ออู๋เสีย แน่นเลยมิใช่หรือ!!!” ผู้าุโสามตอบกลับ
“เพียะ!!!”
“ท่าน.... ตบข้าทำไม” ผู้าุโสามจับไปที่ใบหน้าของเขา
“เห๊อะ!!! ข้าก็เห็นภรรยาของเ้า นอนกอดท่านประมุขแน่นเช่นกัน” ผู้าุโสองตอบโต้
“.........” ประมุขม๋อเป่ย
“อะไร!!! ท่านผู้าุโสอง แต่ข้าเห็นท่านนอนทับ อยู่บนตัวภรรยาของท่านประมุข!!!” ผู้าุโสี่กล่าวออกมาเสียงดัง
“..........” ผู้าุโสอง
“..........” ประมุขม๋อเป่ย
ม๋อเจียนเจี๋ยเหงื่อเริ่มผุดขึ้น เพราะกลัวว่าเดี๋ยวจะลุกลามมาสู่ตน จึงะโออกไปว่า “พอได้แล้ว!!! ทุกอย่างมันเกิดขึ้น เพราะไอ้เด็กเวรนั่น… ไป!!! ไปฆ่ามันได้แล้ว”
เื่ราวทั้งหมด ดูเหมือนไม่มีใครสังเกตเห็นผู้าุโหนึ่ง ที่กำลังนั่งจิตตกอย่างที่สุด อยู่ทางด้านหลังของประมุขม๋อเป่ย เพราะภาพที่เขาได้เห็น เมื่อตอนที่ลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วพบว่าใบหน้าของเขา ไปซุกอยู่ตรงใต้หว่างขา ของผู้าุโสูงสุด ซึ่งมันยังคงตามหลอกหลอนเขาจนถึงตอนนี้
ณ โรงเตี๊ยมที่รันฟงเทียนพักอยู่ ระหว่างที่เชี่ยหลีเนียง รันฟงเทียนและเชี่ยอิงอิง กำลังรับประทานอาหารเช้ากันอยู่นั้น ก็ได้ยินเื่ของตระกูลม๋อ จากบรรดาลูกค้าที่เข้ามาในร้าน
“เฮ้ย!!! เ้ารู้หรือยัง เื่เมื่อคืนที่เกิดขึ้น ภายในคฤหาสน์ตระกูลม๋อ ข้าคนนี้ได้เข้าไปเห็น ทุกอย่างกับตาตนเองเลย” ชายกล้ามโตกล่าวขึ้น
“ใช่ ๆ !!! ข้าก็พอได้ยินชาวบ้าน พูดคุยกันมาบ้าง น่าเสียดายที่ข้า ไม่ได้เห็นกับตาของตนเอง” ชายร่างเล็กกล่าวตอบ
“ไหน ๆ เ้าช่วยเล่าเื่ราวทั้งหมด มาให้พวกเราฟังหน่อย” …..
เชี่ยหลีเนียงและเชี่ยอิงอิง เอียงหูสนใจฟังเช่นกัน ทุกคนขยับตัวเข้าไปใกล้ ยกเว้นรันฟงเทียน
“ตอนนั้นข้า กำลังอยู่ในงานแต่งเพื่อนของข้า ระหว่างที่ทุกคน กำลังส่งตัวเ้าสาวเข้าเรือนหอ ก็ได้ยินเสียงระฆังดังก้องสนั่น มาจากตระกูลม๋อหลายต่อหลายครั้ง ทุกคนจึงเริ่มวิ่งไปดู แต่พอไปถึงก็มีทหารยามรักษาการ ห้ามพวกเราไว้ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น จึงวิ่งกรูกันเข้าไปในตระกูลม๋อ”
“ในตอนที่ข้าเดินผ่านเข้าไป ในประตูใหญ่ของตระกูลม๋อ... ข้าเห็นทุก ๆ คนในตระกูลหลับสนิททั้งหมด ทำให้ข้าใเป็อย่างมาก ข้าจึงเดินตามคนอื่น ๆ ไป ข้า...เห็นภาพที่ไม่มีวันลืม ไปตลอดชีวิตของข้า”
“เ้าเห็นอะไร!!!” ชายร่างเล็กเร่งถาม
“เอ่อ... ข้าเห็นชายวัยกลางคนผมสีแดงเพลิง นอนตะแคงศีรษะอยู่ที่หว่างขา ของผู้าุโหนึ่ง และศีรษะของผู้าุโหนึ่งอยู่ที่หว่างขา ของชายผมสีแดงเพลิง และทั้งสองคนนั้น... ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลยสักชิ้น!!!”
“พรวด!!!” เชี่ยหลีเนียง... ชาที่นางกำลังดื่มอยู่นั้น ตอนนี้ไปอยู่บนหน้าของรันฟงเทียนเป็ที่เรียบร้อย
“เ้า!!! เ้า!!!! เด็กคนนี้!!! เฮ้อ…” เชี่ยหลีเนียงชี้นิ้วไปที่รันฟงเทียนและถอนลมหายใจ
“ยังไม่จบ!!! จากนั้นพวกเราจึงแยกย้ายกัน ไปตามหาคนที่ยังพอมีสติอยู่ เราจึงเปิดเข้าไปในห้องโถงใหญ่... เราพบกับประมุขม๋อเป่ยเข้า... แต่...” ชายกล้ามโตพลันเงียบไป
“แต่อะไร... เ้านี่ช่างลีลาเสียจริง!!!” ชายร่างเล็กและทุกคนเริ่มไม่พอใจ
“ใจเย็นสิ... ข้าแค่คอแห้ง!!! แต่ทว่า... ข้างกายของประมุขม๋อเป่ยนั้น ทั้งซ้ายและขวามีภรรยาของผู้าุโสามและผู้าุโสี่ นอนซบอกของเขาอยู่ แล้วก็... มือ... มือของพวกนาง จับอยู่ที่จุดยุทธศาสตร์ของเขาเอาไว้แน่น... ที่สำคัญทุกคนล้วนเปลือยเปล่า!!!” ชายกล้ามโตะโเสียงดัง
“พรวด!!!” เชี่ยอิงอิงพ่นน้ำชาที่กำลังดื่ม ใส่หน้ารันฟงเทียนทันที
“ไอ้พี่ลามก... ท่าน... ท่าน...!!!” นางถลึงตาใส่เขา
เชี่ยหลีเนียงลุกขึ้นและกล่าวว่า “นี่ก็สายมากแล้ว เราเริ่มออกเดินทางกันเถอะ...”
“เออ... ท่านป้าเชี่ย รอข้าสักครู่ได้หรือไม่” รันฟงเทียนกล่าวอย่างจริงจัง
“เ้าจะไปไหนอีก!!! ยังสร้างปัญหาไม่พออีกหรือ” เชี่ยหลีเนียงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดุดัน
“คือว่า... ข้าอยากกลับไปอาบน้ำก่อน!!!” รันฟงเทียนกล่าวด้วยสีหน้าสลด
“..........” เชี่ยหลีเนียง
“..........” เชี่ยอิงอิง
หลังจากรันฟงเทียนได้ออกจากโรงเตี๊ยมไป ก็มีเงาดำหลายร่างติดตามเสมอ เชี่ยหลีเนียงหันมาสบตา กับรันฟงเทียนและเชี่ยอิงอิง จากนั้นนางก็พยักหน้าให้ทั้งสอง...
ทั้งสามคนเดินไปจนถึง ประตูทางออกของเมืองจันทร์ล่อง ก็พบเงามากมาย เข้าขวางพวกเขาเอาไว้
“เชี่ยหลีเนียง เ้าคิดว่าทำร้ายคนตระกูลม๋อแล้ว จะสามารถหลบหนี ออกไปได้ง่าย ๆ หรือ” ม๋อเจียนเจี๋ยปรากฏตัวขึ้น ยืนอยู่หน้าสุดของทุกคน รัศมีของเขานับว่าไม่ธรรมดา
“ผู้าุโสูงสุด ข้าว่าเราหยุดแต่เพียงเท่านี้เถอะ!!!” เชี่ยหลีเนียงกล่าว
“เหอะ!!! ข้า… ไม่อยากเสียเวลาเสวนาให้มากความ กับพวกคนเนรคุณเช่นเ้า ม๋อฟาหยาง (ผู้าุโสอง) จงไปจัดการนางซะ” ม๋อเจียนเจี๋ยกล่าวออกมาอย่างภาคภูมิ
“ข้า... แม้แต่ผู้าุโหนึ่ง ก็ยังไม่รอด ข้าคงจะไม่ไหวเป็แน่!!!” ม๋อฟาหยางเดินถอยหลัง
ม๋อเจียนเจี๋ยขมวดคิ้ว มองไปที่เชี่ยหลีเนียงอย่างตั้งใจ และกล่าวขึ้นว่า “ข้ารับมือนางเอง พวกเ้าไปจัดการเด็กสองคนนั้น” เขาะโมายืนต่อหน้านาง
“ฮ่า...ฮ่า... ม๋อเทียน!!! ไม่มีใครขวางพวกข้าได้อีก วันนี้จะเป็วันตายของพวกเ้า” รอยยิ้มบนใบหน้าของม๋อฟาหยาง แปรเปลี่ยนเป็รอยยิ้มเย้ยหยัน ชาวเมืองจันทร์ล่องต่างพากัน มองตระกูลม๋อด้วยความดูแคลน สถานการณ์เช่นนี้ มันคือการรุมโจมตีรุ่นเยาว์ จากเหล่าาุโของตระกูลชัด ๆ พวกเขาต่างคิดว่า ถึงคราวที่ชื่อเสียงของตระกูลม๋อ ซึ่งได้สั่งสมมานานนั้น คงจะหดหายไปหมดสิ้นเป็แน่
“หึหึ!!! ไม่จำเป็ต้องพูดให้มากความ จะสู้ก็เข้ามาเลย” รันฟงเทียนหัวเราะ แล้วตอบกลับด้วยวาจาถากถาง ั้แ่ตระกูลม๋อเห็นเขาเป็คนนอก ก็ไม่จำเป็ต้องเมตตาอีกต่อไป
“เห๊อะ!!!” แววตาเหยียดหยาม ในสายตาของรันฟงเทียน ส่งผลทำให้ผู้าุโของตระกูลม๋อ คำรามออกมาอย่างโกรธแค้น พวกเขาะโขึ้น รวบรวมพลังปราณ ไว้ที่ฝ่ามือพร้อมกัน ซัดใส่ทุกส่วนของร่างกายรันฟงเทียน
“ห๊ะห๊ะ!!! ฝีมือพวกท่านมีเพียงเท่านี้เองหรือ” รันฟงเทียนเย้ยหยัน พร้อมทั้งดึงเชี่ยอิงอิง เข้ามาในอ้อมกอด และใช้เคล็ดวิชาท่าร่างเหินนภา หลบหลีกไปอย่างง่ายดาย
ถึงแม้ว่าตระกูลม๋อ จะเป็ตระกูลใหญ่ในเมืองจันทร์ล่อง และผู้าุโบางคนมีระดับพลังขอบเขตก่อเกิดจิต แต่ทว่าฝีมือการใช้วรยุทธ ยังคงห่างไกลจากศิษย์ ของเจ็ดสำนักใหญ่อยู่มาก เพราะเคล็ดวิชาที่ตระกูลม๋อถือครองนั้น เป็เพียงวิชาระดับต่ำนั่นเอง ผนวกกับสภาพแวดล้อม ที่ฝึกฝนแตกต่างกันเป็อย่างมาก
“วูบ!!!”
รันฟงเทียนปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของม๋ออู๋เสีย…..
“มับ!!!”
รันฟงเทียนจับคอม๋ออู๋เสียแล้วยกขึ้น กระแสพลังปราณ ไหลออกมาจากมือของเขา และค่อย ๆ ออกแรงบีบเพิ่มขึ้นทีละน้อย ๆ
“อ๊ากกกกก!!! ท่านพ่อช่วยข้าด้วยยยย!!!” ม๋ออู๋เสียรู้สึกเ็ปมากขึ้น จนน้ำตาไหลอาบแก้ม
“ไม่...!!!! จงปล่อยบุตรชายของข้าเดี๋ยวนี้ ไอ้เด็กเวร!!! ไม่งั้นเ้าจะต้องตายไร้ที่กลบฝัง” ประมุขม๋อเป่ยสั่งให้ทุกคนหยุดเคลื่อนไหว
แต่ทันใดนั้น ก็มีเงาปรากฏขึ้นด้านหลังรันฟงเทียน กลุ่มก้อนพลังปราณสีแดง บนฝ่ามือของม๋อฟาหยาง (ผู้าุโสอง) เดือดพล่านดุจน้ำร้อน เขากำมือเปลี่ยนจากฝ่ามือจนกลายเป็หมัด พร้อมเหวี่ยงเข้าปะทะ ที่ด้านหลังของรันฟงเทียน
“ตู้มมมมม!!!… แกร็ก!!!”
“อ๊ากกกกก!!!”
ม๋อฟาหยางยิ้มมุมปากขึ้น หมัดเมื่อครู่โดนเข้าไปเต็ม ๆ แน่นอน แต่เมื่อร่างที่ปรากฏตรงหน้าของเขา กลับกลายเป็ม๋ออู๋เสีย ที่กระดูกหัวไหล่แตกละเอียด กำลังโอดครวญเ็ปเกินทนทาน
“วิชาที่ม๋อฟาหยางใช้นั้น มันคือ “เคล็ดวิชาตะวันเดือด” ของสำนักเพลิงพิโรธ วิชานี้จะสอนให้เฉพาะ ศิษย์เอกของสำนักเท่านั้นนี่!!!” เ้าเมืองจันทร์ล่อง ที่นั่งอยู่บนกำแพงเมืองกล่าว