ตอนที่116 ขอผมกอดอีกสักครู่นะครับ
ณิชากลับสำนักนิรนามด้วยความรู้สึกหลากหลายเนื่องด้วยการออกไปทำงานตามคำสั่งของอาจารย์ครั้งนี้เป็นผลให้เธอพบกับชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่สุดเท่าที่เคยเห็น ประการสำคัญคืออีกฝ่ายยืนยันหลายครั้งว่าเธอเป็นภรรยาของเขา
เมื่อณิชากลับเข้ามาอยู่ในบ้านพักของตนเองแล้วเธอตบหน้าตัวเองเบาๆอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ประสบมาพร้อมกับพึมพำด้วยความรู้สึกเขินอายและปิดหน้าเป็นระยะคล้ายกับว่าชายหนุ่มคนนั้นมายืนอยู่ตรงหน้าตนเองว่า
“กรี๊ด!...ไม่อยากเชื่อเลยว่า ผู้ชายคนนั้นจะเป็นสามีของฉันจริงๆณิชาจ๋า...เธอช่างมีโชควาสนาสัตว์สองเท้าโดยแท้ นั่น
น่าจะเป็นตัวตึงของจีนเลยนะนี่หล่อกว่าหยางหยางเสียอีก กรี๊ด!....เขาเป็นสามีฉันใช่ไหม?”
ณิชาเดินวนไปมาในบ้านพร้อมกับเอ่ยถามตนเองเป็นระยะด้วยความรู้สึกหลากหลายมีทั้งความปีติที่พบว่าชายหนุ่มหล่อเหลาเป็นสามีตนเองรวมทั้งการพบเงื่อนงำข้อมูลส่วนตัวบางอย่างที่ขาดหายไปเหมือนกับพบจิกซอว์สำคัญของชีวิตซึ่งช่วยให้เธอปะติดปะต่อเรื่องราวได้ชัดเจนมากขึ้น
“แสดงว่าเขาต้องเป็นสามีที่ไม่ได้ตั้งใจของฉันฉันหย่ากับอดีตสามีเฮงซวยนั่น เพราะไม่ได้ตั้งท้องกับเขา เหอะ! เขาดีกว่าอีตาแทนเยอะเชียวล่ะยัยเมย์อยากได้พี่แทนก็เอาไปเลย......ฉันยกให้ ของพรรค์นั้นสู้สามีฉันก็ไม่ได้”
ณิชายืนเท้าเอวสองข้างพร้อมเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจที่พบว่าตนเองได้สามีหล่อเหลาและดูเก่งกาจกว่าธีรภาพมากนัก
จากนั้นเธอนึกถึงเหตุโกลาหลเมื่อเช้านี้ซึ่งทำให้รู้สึกกระดากอายสลับกับกังวลใจในการพบชายหนุ่มอีกครั้งในตอนค่ำ
..........
อู๋หมิงปิงมีเวลาหลบมาพบกับณิชาอีกครั้งในตอนเย็นก่อนถึงเวลากินอาหารเขาหลบผู้คนมาที่บ้านพักของศิษย์คนที่เจ็ดโดยหวังว่าจะพบอีกฝ่ายอยู่ในบ้านโดยไม่หายตัวไปอีกเช่นเมื่อคืนวาน
ครั้นตรวจสอบพบพลังปราณอันคุ้นเคยจึงรีบส่งเสียงเรียกอย่างแผ่วเบาว่า
“ศิษย์น้องเจ็ดผมเองนะ มีเรื่องจะพูดคุยด้วย”
ณิชากำลังวางแผนเตรียมตัวพบกับจ้าวหลงอยู่พอดีพอได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นอยู่หลังบ้าน ซึ่งเป็นเสียงและพลังปราณที่คุ้นเคยจึงลุกเปิดประตูให้อีกฝ่ายอย่างเข้าใจ
ครั้นอู๋หมิงปิงเห็นว่าหญิงสาวมาเปิดประตูหลังบ้านให้แล้วเขาสอบถามเพื่อไม่ให้เสียเวลาอยากรู้ของตนเองว่า
“ศิษย์น้องเจ็ดเมื่อคืนเรายังคุยกันไม่จบเลย พวกพี่หลายคนปรึกษากันมาแล้ว ล้วนอยากรู้เรื่องของศิษย์พี่ใหญ่มากขึ้น”
ณิชายิ้มรับอย่างยินดีพร้อมกับบอกเขาอย่างใจเย็นว่า
“ฉันรู้ค่ะศิษย์พี่สามจิบชาให้หายเหนื่อยก่อน พวกเรามีเรื่องต้องคุยกันยาวค่ะหากเป็นไปได้ฉันอยากพบศิษย์พี่คนอื่นบ้าง พอจะมีหนทางให้ฉันพบปะพวกเขาไหมคะ?”
ณิชาตั้งใจที่จะสอนเวทมนตร์เปิดทางให้กับศิษย์พวกเดียวกันเพื่อให้พวกเขาจะได้ทำหน้าที่แทนตนเองหากว่าเธอทดสอบผ่านเกณฑ์ของอาจารย์และได้รับภารกิจไปทำงานในสถานที่ห่างไกลอย่างน้อยศิษย์พี่ใหญ่จะได้มีคนหาข้าวหาน้ำไปให้แทนตน
“ได้สิพวกเราสามารถพูดคุยกันได้ น่าจะเป็นช่วงเวลายี่สิบสองนาฬิกาเป็นต้นไป”
อู๋หมิงปิงตอบกลับอย่างยินดีที่หญิงสาวต้องการพบปะกับกลุ่มของตนบ่งบอกว่าเธอเต็มใจเข้าร่วมกลุ่มอย่างชัดเจน ช่วยให้เขารู้สึกสบายใจมากขึ้นเนื่องด้วยเขารับรู้เป็นอย่างดีว่าศิษย์น้องเจ็ดคนนี้มีความแข็งแกร่งที่สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้ฝึกตนเหมือนอาจารย์ได้ย่อมหมายถึงการมีโอกาสโค่นล้มอาจารย์ได้นั่นเอง
“ตกลงค่ะเวลายี่สิบสองนาฬิกาพวกเราค่อยเจอกัน ว่าแต่เป็นที่ไหนหรือคะ?”
ณิชาตอบตกลงอย่างสบายใจเพราะมั่นใจว่าการพูดคุยกับจ้าวหลงไม่น่าจะใช้เวลานานเกินไปจึงสอบถามเกี่ยวกับสถานที่นัดพบ
“ปกติพวกเราจะพูดคุยกันที่นี่........”
อู๋หมิงปิงแจ้งสถานที่ให้ณิชารับรู้ซึ่งเธอพยักหน้าด้วยความเข้าใจเนื่องด้วยเป็นสถานที่ที่ใกล้กับแหล่งเก็บซ่อนเหรียญหยกนั่นเอง
จากนั้นทั้งสองต่างแยกย้ายกันไปทำภารกิจส่วนตัวซึ่งณิชารอคอยเวลาหลังกินอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยเพื่อที่จะออกไปพบชายผู้อ้างตัวว่าเป็นสามีของเธอด้วยความรู้สึกหลากหลาย
..........
เมื่อใกล้ถึงเวลานัดหมายกับจ้าวหลงณิชาพบว่าอาจารย์ส่งพลังปราณเข้าสำรวจบ้านพักของศิษย์สายในถี่ขึ้นกว่าเดิมทำให้เธอรู้สึกกังวลใจเพราะเกรงว่าอาจารย์จะตรวจพบความผิดปกติในบ้านตนเองได้
“บ้าจริง! คงเป็นเพราะเหตุการณ์เมื่อคืนแน่ๆ เลยอาจารย์ถึงได้ส่งพลังปราณมาถี่แบบนี้ เอาไงดีละทีนี้?”
ณิชาบ่นออกมาด้วยความไม่สบายใจที่พบพฤติกรรมของอาจารย์มีการเฝ้าระวังพื้นที่โดยรอบสำนักนิรนามถี่กว่าเดิมเธอ
ตัดสินใจเลือกที่จะดำเนินการตามแผนหรือยกเลิกซึ่งใช้เวลาครุ่นคิดสักพักหนึ่งในที่สุดจึงตัดสินใจทำตามความต้องการของตนเองอย่างไม่หวั่นเกรงว่า
“เป็นไงเป็นกันหากมานั่งกลัวอาจารย์อยู่แบบนี้ ฉันก็ไม่ต้องรู้เรื่องอะไรกันพอดีไปพบเขาตามนัดดีกว่า”
เมื่อตัดสินใจเด็ดขาดแล้วณิชาใช้ทักษะล่องหนลอบเอาอาหารและไปตรวจสอบอาการของศิษย์พี่ใหญ่ซึ่งพบว่าเขามีอาการดีขึ้นตามลำดับโดยเธอบอกเล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับข่าวที่มีการนัดพบกับกลุ่มของอู๋หมิงปิงตามจริงว่า
“ดีจริงที่ศิษย์พี่ใหญ่กินข้าวได้เยอะขึ้นรีบรักษาตัวให้หายนะคะ ยี่สิบสองนาฬิกาฉันมีนัดกับพวกศิษย์พี่สามฉันตั้งใจว่าจะสอนเวทมนตร์ที่เรียนรู้มาให้กับพวกเขาอย่างน้อยทุกคนจะได้เข้ามาเยี่ยมศิษย์พี่ใหญ่ได้”
อู๋หมิงเป่าจ้องมองหญิงสาวผู้เป็นศิษย์น้องด้วยความซาบซึ้งใจเขาไม่คาดคิดว่าคนที่จะมาช่วยเหลือตนเองออกจากขุมนรกได้จะกลับกลายเป็นศิษย์น้องที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนรวมทั้งหญิงสาวยินดีให้ความช่วยเหลือพร้อมกับเข้าร่วมเป็นพวกเดียวกันทำให้เขามีขวัญกำลังใจมากขึ้นและพยายามฟื้นฟูตัวเองให้หายบาดเจ็บโดยเร็ว
“ขอบใจมากศิษย์น้องเจ็ดไม่นึกเลยว่าพวกเราจะได้พึ่งพาศิษย์น้องเช่นนี้”
อู๋หมิงเป่ากล่าวขอบคุณณิชาด้วยความรู้สึกที่ดีต่อเธอมากยิ่งขึ้น
“อ๊ะ! จริงสิคะฉันมีหยกชิ้นหนึ่งที่น่าจะเหมือนกับของพวกศิษย์พี่ ว่าแต่หยกของพวกศิษย์พี่อยู่ที่ไหนแล้ว?”
ณิชาฟื้นความทรงจำมาได้เพิ่มขึ้นซึ่งเธอจดจำได้ว่าตนเองคาดหวังที่จะแย่งชิงหยกจากคนกลุ่มหนึ่งที่ไปค้นหาสุสานปริศนาเช่นกันทว่าเธอยังไม่มีโอกาสสอบถามกับศิษย์พี่คนอื่นจึงสอบถามเขาก่อนเป็นคนแรกเพื่อไม่ให้เสียเวลา
อู๋หมิงปิงตาเป็นประกายอย่างยินดีที่พบว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็นหญิงสาวที่ตนเคยพบมาก่อนและเป็นคนที่มีหยกซึ่งสามารถสื่อสารกันได้นั่นเองทำให้เขารีบละล่ำละลักบอกเธอด้วยความรู้สึกเสียดายว่า
“จริงหรือ? นั่นเป็นข่าวดีแต่ต้องระวังอาจารย์ให้ดีนะ หยกที่เคยอยู่กับฉันน่ะ อาจารย์เอากลับคืนไปแล้วเพราะพวกฉันทำภารกิจไม่สำเร็จนั่นซี”
อู๋หมิงเป่าถอนหายใจเสียงดังพลางบอกณิชาตามจริงเขารู้สึกเสียดายที่พลาดโอกาสเข้าไปในสุสานปริศนาซึ่งเขาคาดหวังจะพบสมบัติหรืออาวุธซึ่งสามารถใช้สังหารอาจารย์ได้ทว่าทุกอย่างกลับพังทลายลงจนหมดสิ้น แม้แต่ตัวเขาที่ต้องมาอยู่ในคุกเดือนดับหรือคุกสนธยาเช่นนี้
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะเอาไว้ฉันไปประชุมกับพวกศิษย์พี่สามก่อนแล้วกัน หากได้ข่าวคืบหน้าเป็นอย่างไรจะมาบอกกล่าวศิษย์พี่ใหญ่ให้รับรู้อีกที”
ณิชาพยักหน้าเข้าใจเหตุผลเพราะรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าความลับแห่งดวงดาวย่อมมีความสำคัญสำหรับอาจารย์เป็นแน่มิเช่นนั้นอาจารย์คงไม่ส่งคนไปค้นหาสุสานปริศนา
จากนั้นณิชาและอู๋หมิงเป่าพูดคุยกันอีกสักพักก่อนที่เธอจะขอตัวไปพบกับจ้าวหลงตามนัดต่อไป
..........
ด้านจ้าวหลงที่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวตั้งแต่กลับมาจากสำนักนิรนามและพบภรรยาตนเองแล้วเขากินอาหารเย็นอย่างรวดเร็ว จากนั้นคว้าจักรยานคันเก่าของหวังจ้านถีบรถมายังสำนักนิรนามเพื่อพบกับภรรยาด้วยหัวใจที่คิดถึงเธอเต็มเปี่ยมทั้งที่ระยะทางไกลและขรุขระเป็นระยะ ทว่าไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาแม้แต่น้อย
เขานำรถจักรยานหลบซ่อนอยู่ในพงหญ้าข้างทางก่อนที่จะวิ่งขึ้นไปรอภรรยาในจุดนัดพบที่เธอเคยบอกไว้อย่างกระตือรือร้น
ครั้นใกล้ถึงเวลานัดพบมากเข้าไปทุกทียิ่งทำให้จ้าวหลงเดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่ายเพราะกังวลว่าณิชาจะไม่สามารถออกมาพบตนเองได้
“ขอให้เทพเจ้าทั้งหลายช่วยให้ผมพบกับภรรยาด้วยเถอะ อย่ากลั่นแกล้งผมเลยนะ”
เมื่อก่อนจ้าวหลงไม่เคยสนใจที่จะให้ความเคารพนับถือเทพเจ้าทั้งหลายทว่าในเวลานี้เขากลับต้องการพึ่งพาที่พึ่งทางใจเพื่อให้ตนสมหวังด้วยใจที่กระวนกระวายไม่เป็นสุข
ณิชาเดินทางเข้ามาใกล้ถึงจุดนัดพบพอดีจึงได้ยินเสียงอ้อนวอนต่อเทพเจ้าของจ้าวหลงทำให้เธอลอบยิ้มขำเขาอย่างรู้สึกอบอุ่นหัวใจเป็นอย่างยิ่งซึ่งส่วนลึกในจิตใจนั้นเธอมีความเชื่อมั่นว่าชายหนุ่มรูปงามเป็นสามีของตนอย่างแน่นอนทว่าเธอต้องการรับฟังเรื่องราวทั้งหลายก่อนตัดสินใจ
เธอปล่อยให้เขาอ้อนวอนต่อเทพเจ้าอีกครู่หนึ่งจึงส่งเสียงกระแอมไอเพื่อให้เขารู้ตัว อย่างน้อยอีกฝ่ายจะได้ไม่รู้สึกเขินตน
“ฉันมาแล้วค่ะ”ณิชาแจ้งจ้าวหลงให้รับรู้ว่าเธอมาถึงแล้ว
จ้าวหลงหันขวับมองภรรยาด้วยสายตาลึกลับแต่แฝงด้วยความเสน่หาเต็มเปี่ยมเขาปราดเข้ามากอดเธอแนบแน่นโดยไม่สนใจการพูดท้วงหรือทุบตีจากหญิงสาวแต่อย่างใด
“ณิชา.....ภรรยามาแล้วผมคิดถึงคุณมากรู้ไหมครับ?”
“อื้อ!....ปล่อย!.....ฉันหายใจไม่ออกคุณเอาเปรียบฉันเกินไปแล้วนะ”
ณิชาตื่นตกใจที่จู่ๆเขาหันขวับเข้ามากอดตนเองโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ทว่าเธอไม่ต้องการทำร้ายเขารุนแรงจึงทำแค่ทุบตีเขาเบาๆเพื่อให้ชายหนุ่มปล่อยตนเอง
“ไม่...ณิชาครับ...ขอผมกอดอีกสักครู่นะครับขอกอดอีกแป๊บเดียว ให้ผมหายคิดถึงที่พลาดโอกาสเจอคุณ นะ.....นะครับ.....คนดี”
จ้าวหลงไม่ยอมปล่อยภรรยาตามคำขอเขาอยากรั้งเธอไว้กับตัวให้นานที่สุดโดยคิดว่าเป็นการชดเชยห้วงเวลาที่ผ่านมาเขาและเธอคลาดกันไปมาซึ่งกว่าจะพบกันอีกทีก็กลายเป็นว่าปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปมากแล้ว
ณิชากลอกตามองบนหลายรอบด้วยความจำใจเธอไม่อยากยอมรับว่าชื่นชอบอ้อมกอดแสนอบอุ่นจากเขาจึงได้แต่ทักท้วงเพื่อกลบเกลื่อนความเก้อเขินของตนเอง
สักพักหนึ่งจ้าวหลงจึงยินยอมปล่อยภรรยาออกจากอ้อมกอดอย่างไม่เต็มใจพร้อมกับจับต้นแขนสองข้างและจ้องหน้าเธอท่ามกลางแสงจันทร์สาดส่องลงมารางๆทำให้เขาแทบลืมหายใจที่พบว่าภรรยาตนเองเป็นผู้หญิงที่สวยมากและสวยที่สุดในโลก
“คุณ.....คุณจ้องฉันนานเกินไปแล้วนะคะ”
ณิชาพูดท้วงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นภายในร่างกายเป็นความรู้สึกที่พึงพอใจต่อการกระทำอันอ่อนโยนและอบอุ่นจากฝ่ายชายซึ่งทำให้เธอไม่อยากห่างจากกายเขาแม้แต่น้อย รวมทั้งสายตาหลงใหลที่เขาจ้องมองตนอย่างไม่วางตาเช่นนี้
“ณิชา.....คุณรู้ไหมครับว่า? คุณเป็นคนที่สวยมาก ผมไม่นึกเลยว่าหญิงสาวปริศนาในคืนนั้น จะเป็นผู้หญิงที่สวยน่ารักแบบนี้”
จ้าวหลงอยากเอ่ยชมภรรยาอีกหลายคำทว่าเมื่อเหลือบมองเห็นแก้มขาวผ่องเริ่มมีสีชมพูเรื่อและเข้มขึ้นเรื่อยๆ กอปรกับการที่ณิชาหลุบตามองต่ำบ่งบอกเขาว่าภรรยาตนเกิดอาการเขินแล้วจึงไม่กล้าพูดมากเกินไป
“คุณพูดแบบนี้กับผู้หญิงไปเรื่อยหรือคะ?”
ณิชารู้สึกว่าชายตรงหน้าพูดเอาใจตนมากเกินไปจึงถามด้วยความสงสัยใคร่รู้