ทันทีที่ข่าวการตั้งครรภ์ของหวันเหยียนออกมาก็เหมือนกับพายุฝนฟ้าคะนองกะทันหันในวันที่อากาศแจ่มใสทำให้สีหน้าของสตรีในตำหนักในเปลี่ยนไปอย่างมากและถ้วยชาลายครามของแต่ละเรือนก็แตกเป็เสี่ยงๆ ไปทั่ว
ที่เรือนหลัก ต่งเอ้อซื่อซึ่งพยายามบำรุงร่างกายกลับไม่อาจระงับความโกรธได้เมื่อคิดถึงยาบำรุงที่นางดื่มใน่เวลาที่ผ่านมา นางพลันโกรธแค้น์ที่ไม่เป็ธรรมเหลือเกิน
"พระชายา" อิ่นหมัวมัวก้าวไปเปลี่ยนชาให้อีกฝ่ายพลางเอ่ยปลอบ"พระชายาไม่จำเป็นต้องกังวลมากนักเพคะอนุหวันเหยียนกำลังตั้งครรภ์ยังไม่รู้จะเป็นชายหรือหญิง เราเพียงต้องรอดูต่อไปเท่านั้นแต่มั่นใจได้อย่างหนึ่งนั่นคืออนุหวันเหยียนไม่อาจรับความโปรดปรานยามที่นางตั้งครรภ์”“ข้าจะไม่รู้เื่นี้ได้อย่างไรข้าแค่รู้สึกว่าเพียงแต่รู้สึกว่า์ช่างไม่ยุติธรรมเหตุใดทุกสิ่งดีงามจึงตกอยู่กับนางเสียหมด” ต่งเอ้อซื่อยกถ้วยชาขึ้นดื่มพยายามระงับความริษยาในใจของตนเอง“สตรีในตำหนักในล้วนไม่ธรรดา ทว่าไม่มีใครอยู่เหนือโชคชะตามีเพียงหวันเหยียนซื่อเท่านั้นที่ั้แ่เข้ามาก็ใช้ชีวิตอย่างราบรื่นมาโดยตลอดนี่คือสิ่งที่เรียกว่าชะตาลิขิตหรือ”
ยิ่งสงบนิ่งมากเท่าใดก็ยิ่งมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้นเท่านั้นด้วยคำแนะนำของอิ่นหมัวมัวและตงกูกูในยามนี้ต่งเอ้อซื่อกลับมองเห็นหลายสิ่งหลายอย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน"พระชายา ทุกคนมี่เวลาโชคดีของตนเอง บางทีอนุหวันเหยียนอาจใช้ความโชคดีทั้งหมดในชีวิตของนางไปแล้วก็ได้สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปย่อมเป็ชะตาลิขิตเพคะ”
“จริงหรือแล้วเ้าคิดว่าบุตรชายคนโตเกิดจากนางหรือข้า” ต่งเอ้อซื่อถาม ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
อิ่นหมัวมัวชะงัก สีหน้าของนางจริงจัง แต่ไม่อาจจะเอ่ยสิ่งใดออกมา“นี่..."
บุตรชายหญิงล้วนแต่เป็พรหมลิขิตแม้จะมีข่าวลือเกี่ยวกับการมีบุตรแพร่หลายไปทั่วในหมู่คนร่ำรวยและผู้มีอำนาจก็ตามแต่ไม่เสียสละสิ่งใดแล้วจะบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร หากพูดอย่างชัดเจนคือการเกิดเป็ชายหรือหญิงนั้นสุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับวาสนาและชะตากรรมที่ฟ้าลิขิตไว้ของแต่ละคน
"ช่างเถอะ พูดเื่ร่างกายของข้าเมื่อไหร่จึงจะเป็่ที่ดีที่สุด" ในที่สุด ต่งเอ้อซื่อก็ไม่ฟังสิ่งที่อิ่นหมัวมัวพยายามจะเอ่ยแต่กลับมาสนใจการคลอดบุตรชายคนโตต่อไป
"พระชายา อีกประมาณครึ่งเดือนเพคะ”
"เช่นนั้นก็รออีกครึ่งเดือน! ก็อย่างที่เ้าพูด หากหวันเหยียนซื่อไม่ตั้งครรภ์สตรีในตำหนักในคนอื่นรวมทั้งข้าจะสามารถแย่งชิงความโปรดปรานกับนางได้อย่างไร”
"พระชายา..." อิ่นหมัวมัวมองไปที่ต่งเอ้อซื่อซึ่งสีหน้าค่อยๆ สงบลง ก็ไม่พูดอะไรได้อีก
เมื่อเทียบกับความพยายามของต่งเอ้อซื่อในการสงบสติอารมณ์จ้าวเจียซื่อนั้นใจร้อนกว่ามากนางยืนอยู่ในห้องอาบน้ำ เอาน้ำเย็นจากอ่างมาราดหน้าพยายามให้สีหน้าดุร้ายของตนคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
หวันเหยียนซื่อโชคดีเกินไปจริงๆ นางเข้าประตูตำหนักในเพียงครึ่งเดือนไม่เพียงแต่ได้รับความโปรดปรานจากองค์ชายเท่านั้นแต่ยังเป็คนแรกในบรรดาสนมชายาทั้งหมดที่ตั้งครรภ์อีกด้วยไม่ยุติธรรมเลยจริงๆหากนับ่เวลาแล้วนางคงตั้งครรภ์ไม่นานหลังจากเข้าตำหนักในมาควรรู้ว่าไม่ว่าจะเป็พระชายาหรือจูซื่อหลิวเจียซื่อและคนอื่นๆ ก็ไม่มีสัญญาณของการตั้งครรภ์เป็เวลาหลายปี แต่กับหวันเหยียนซื่อกลับมีข่าวดีในระยะเวลาอันสั้นเช่นนี้
เป็ไปได้หรือไม่ว่านางคือสตรีที่ผู้อื่นไม่อาจเทียบได้จริงๆ
เมื่อเห็นของกำนัลจากฮองไทเฮา ฮ่องเต้ และสนมชายาตำหนักอื่นๆที่ถูกส่งไปยังเรือนของหวันเหยียนซื่อราวกับสายน้ำไหลจ้าวเจียซื่อก็เม้มริมฝีปากแน่นพยายามระงับความเกลียดชังที่พลุ่งพล่านในใจ
อี้เฟยตั้งหน้าตั้งตารอลูกขององค์ชายเก้ามากเพียงใดไม่มีใครรู้ดีไปกว่านางซึ่งเป็อดีตหญิงงามในตำหนักอี้คุนเดิมทีนาง้าใช้ประโยชน์จากอำนาจของอี้เฟยเพื่อเข้ามาในตำหนักใช้โอกาสนี้ในการได้รับความไว้วางใจและความรักจากองค์ชายและในที่สุดก็ให้กำเนิดบุตรชายคนโต และมีสถานะที่มั่นคงในตำหนักในแต่น่าเสียดายที่ผู้ซึ่งองค์ชายให้ความสำคัญไม่ใช่นางแต่เป็หวันเหยียนซื่อ
จ้าวเจียซื่อบังคับตัวเองให้สงบและมีเหตุผลทว่านางก็เป็เพียงสตรีคนหนึ่งที่มีความทะเยอทะยาน้าได้ทุกสิ่งทว่าั้แ่เข้ามาในตำหนักในขององค์ชายเก้า นอกเหนือจากความคับข้องใจมากมายแล้วสิ่งเดียวที่นางทำได้กลับเป็การเฝ้าดูสตรีที่ทำให้นางอับอายขายหน้ากลายเป็ที่ชื่นชอบมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่นางก็ต้องทนแม้ว่านางไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะคลอดลูกเป็ผู้ชายหรือผู้หญิงแต่นางก็ต้องสนใจสิ่งหนึ่ง นั่นคือ ่การตั้งครรภ์นั้นไม่อาจเป็ที่โปรดปรานได้ตราบใดที่จ้าวเจียซื่อสามารถ่ชิงวันเวลาขององค์ชายมาได้นางก็ยังสามารถพลิกสถานการณ์นี้เช่นกัน
ในความเป็จริง สิ่งที่ต่งเอ้อซื่อและจ้าวเจียซื่อสามารถคิดได้สนมคนอื่นๆ ก็คิดได้เช่นกันแม้ว่าแต่ละคนจะเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและริษยาแต่ต่างก็รู้ว่าไม่สะดวกที่จะทำอะไรในเวลานี้ นอกจากนี้ ฮองไทเฮา ฮ่องเต้และคนอื่นๆต่างก็แสดงท่าทียินดีกันหมด ดังนั้นไม่ว่าต่งเอ้อซื่อและคนอื่นๆจะอึดอัดคับข้องแค่ไหน พวกนางก็ต้องยิ้มและส่งของขวัญเพื่อแสดงความยินดี
ด้วยเหตุนี้บรรยากาศที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวาในเรือนของหว่านซีจึงคงอยู่เป็เวลาหลายวันก่อนที่จะค่อยๆสงบลง แต่อิ้นถังซึ่งเพิ่งได้เป็บิดากลับไม่ได้ไปเยือนเรือนอื่นอย่างที่ต่งเอ้อซื่อและคนอื่นๆคิด ตรงกันข้าม ความสนใจทั้งหมดของเขาอยู่ที่หว่านซีและลูกเมื่อใดก็ตามที่หว่านซีรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยเขาจะกังวลมากกว่าคนอื่นเป็เท่าตัว
หว่านซีค่อนข้างพอใจกับสิ่งนี้การได้รับการยอมรับหรือคาดหวังจากผู้เป็บิดาย่อมสำคัญต่อเด็กในชีวิตที่แล้วนางให้กำเนิดบุตรีคนแรกของอิ้นถัง และในชีวิตนี้นางก็เป็คนแรกที่ให้กำเนิดบุตรของเขาไม่ว่าจะเป็เด็กชายหรือเด็กหญิง ลูกๆของนางต้องสถานที่พิเศษที่สุดในหัวใจของอิ้นถัง
"ทิงจู๋ คนในเรือนเพียงพอหรือไม่!"หว่านซีรู้อยู่ในใจว่าเมื่อข่าวการตั้งครรภ์ของนางแพร่ออกไปความอิจฉาของคนทั้งเรือนจะถูกถ่ายโอนจากร่างของนางไปยังท้องของนางนางจึงยินดีระมัดระวังล่วงหน้ามากกว่าที่จะเสียใจที่ถูกคนอื่นเอาเปรียบเพราะความประมาทเลินเล่อของหญิงงามภายหลัง
"นายหญิง ข้าได้ตรวจสอบอาหารจากห้องเครื่องมาหลายครั้งแล้วพบว่ามีบางอย่างถูกใส่ยาลงไป ล้วนเป็ยาที่หายากและไม่ค่อยมีใครรู้จักอันตรายยิ่งนัก หากบ่าวไม่ได้ติดตามเรียนรู้จากพี่ทิงหลานมาก่อน เกรงว่าท่านอาจจะถูกทำร้ายได้”ทิงจู๋กล่าวด้วยสีหน้ากังวล
ทิงหลานและทิงเสวี่ยต่างก็ได้รับการฝึกฝนตามความสามารถและพร์ของพวกนาง เมื่อตอนที่พวกนางยังเด็กนางเก่งเื่ศิลปะงานฝีมือของสตรีและการจัดการบัญชีทิงหลานโดดเด่นในเื่การแพทย์ และทิงเสวี่ยเก่งเื่การครัวเดิมพวกนางได้รับการสั่งสอนเพื่อให้แน่ใจว่านายหญิงจะมีชีวิตที่ดีหลังแต่งงานมิคาดว่าจะได้เข้ามาในตำหนักในขององค์ชายเก้าเสียได้
หากองค์ชายสร้างวังของตนเองที่นอกวังหลวงแล้วก็คงมีปัญหาน้อยกว่านี้ เมื่อนายหญิงเป็ที่โปรดปรานจะนำคนที่ไว้ใจได้อีกสองสามคนเข้ามารับใช้ก็ไม่ใช่เื่แปลกอันใดน่าเสียดายที่องค์ชายเก้ายังไม่ได้สร้างวังข้างนอกและวังหลวงก็ยังมีกฎเข้มงวดที่ต้องปฏิบัติตาม นางและเกาหมัวมัวเข้าวังพร้อมกับนายหญิงแม้จะเป็ระยะเวลาอันสั้นแต่ก็ทำให้ทราบถึงสถานการณ์ซับซ้อนภายใน หากหละหลวมเพียงเล็กน้อยก็จะถูกจัดการได้โดยง่ายจึงไม่ง่ายสำหรับพวกนางที่จะปรับตัวให้เข้ากับกฎของวังใครจะคิดว่านายหญิงจะตั้งครรภ์เร็วถึงเพียงนี้หากไม่มีทิงหลานที่เข้าใจเื่การแพทย์นางซึ่งเป็คนที่รู้เื่นี้เพียงเล็กน้อยจะสามารถรับมือกับปัญหาเหล่านี้ที่เริ่มเกิดขึ้นบ่อยขึ้นเรื่อยๆในตำหนักในเพียงผู้เดียวได้อย่างไร
"โอ้? เนื่องจากมันหายาก ต้องมีคนรู้จักไม่มาก" หว่านซีดื่มชานมแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "ถ้าเ้าสืบหาตามร่องรอยนี้ไปเ้าจะสามารถค้นหาได้ว่าใครเป็คนทำในไม่ช้า”
หลังจากได้ยินคำพูดนั้น เกาหมัวมัวก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า "หากรู้ตัวคนที่อยู่เื้ับ่าวจะให้เสี่ยวเหลียงจื่อสอบสวนต่อไปมีคนเข้ามาเกี่ยวข้องกับเื่นี้เยอะเหลือเกิน ตอนแรกบ่าวคิดว่าเป็พระชายา แต่ไม่คิดว่าคนที่ทำจริงๆคือคนที่เพิ่งเข้ามาในตำหนักอย่างจ้าวเจียซื่อไปเสียได้”
ความสัมพันธ์ในวังนั้นซับซ้อน อำนาจและอิทธิพลต่างๆ พันเกี่ยวไปมาไม่ต้องเอ่ยถึงจ้าวเจียซื่อที่เคยเป็หญิงงามวังมาก่อนแม้จะไม่ทราบว่าครัวขององค์ชายจะมีการจัดการเื่ต่างๆ อย่างไร แต่หญิงงามตัวเล็กๆอย่างจ้าวเจียซื่อกลับมีความสามารถถึงเพียงนี้ ช่างน่าประทับใจจริงๆ
หว่านซียืนขึ้น เดินไปที่โต๊ะ หยิบพู่กันและเริ่มคัดลอกพระสูตรอย่างระมัดระวังแต่มุมปากของนางยกขึ้นอย่างมีความหมายขณะเอ่ยเบาๆ "จ้าวเจียซื่อพยายามแย่งชิงความโปรดปรานกับข้าั้แ่นางเข้ามาในตำหนักในเป็ครั้งแรกเป็เื่ปกติที่นางอยากจะจัดการกับข้าทว่าไม่คิดเลยว่าหญิงงามตัวเล็กๆคนหนึ่งจะมีไพ่ที่ล้ำลึกเช่นนี้อยู่ในมือ”
สำหรับจ้าวเจียซื่อแล้ว หว่านซีไม่เคยมองข้ามนางเลยแม้แต่ครั้งเดียวสตรีที่สามารถให้กำเนิดบุตรชายและบุตรีสองคนได้สำเร็จภายใต้สายตาของต่งเอ้อซื่อและไม่ถูกต่งเอ้อซื่อเกลียดชังย่อมไม่อาจเป็คนเรียบง่ายอย่างที่แสดงออกแม้จะถูกตบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่นางก็ยังสามารถทำตัวนอบน้อมได้แท้จริงแล้วนางเพียงกำลังซ่อนเร้นความโกรธแค้นเอาไว้รอคอยโอกาสที่จะพลิกสถานการณ์เท่านั้น
ตอนนี้นางกำลังตั้งครรภ์ ถ้านางมีบุตรชาย นางจะเป็บุตรชายคนโตขององค์ชายข่าวนี้ทำให้ต่งเอ้อซื่อนั่งไม่ติด แล้วสตรีผู้ทะเยอทะยานอย่างจ้าวเจียซื่อจะอยู่เฉยได้อย่างไร
“นายหญิง หากเรายังไม่โต้กลับไป เกรงว่าพวกนางจะลงมือหนักขึ้นนะเ้าคะ”เกาหมัวมัวคิดถึงวิธีการต่างๆที่อีกฝ่ายสรรหามาทำร้ายผู้คนใน่ครึ่งเดือนที่ผ่านมาพลันหลั่งเหงื่อเย็นออกมาโดยไม่รู้ตัว
หว่านซีคิดถึงความยากลำบากของชีวิตที่แล้วและคิดว่าชีวิตนี้ควรมีเล่ห์เหลี่ยมบ้าง แต่ไม่ว่านางจะพยายามอย่างไรผู้หญิงเหล่านี้จะไม่หยุดคิดที่จะทำร้ายนางดังนั้น เมื่อนางทำไม่ได้ ก็ให้คนที่ทำได้ลงมือเถิด
หว่านซีหยุดเขียน ใช้มือซ้ายจับชายแขนเสื้อโน้มลงล้างพู่กันในอ่างแล้วส่งให้ทิงจู๋ที่อยู่ด้านข้าง
ทิงจู๋ก้าวไปข้างหน้าทันทีเพื่อหยิบพู่กันและเก็บมันอย่างระมัดระวัง
หว่านซีถอยไปหนึ่งก้าว มองไปที่เกาหมัวมัวที่อยู่ข้างๆ แล้วพูดว่า "หมัวมัว กับคนบางคน หากไม่ถูกตัดมือที่ยื่นยาวออกมาพวกนางจะไม่มีทางรู้ว่าความเ็ปคืออะไร”
ตีงูต้องตีที่เจ็ดชุ่นนางจำเป็ต้องสะสางเื่พวกนี้ให้หมดไปก่อนที่ท้องจะโตขึ้นมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นแล้วเมื่อคนเ่าั้รวมตัวกันได้แล้วลูกในท้องของนางอาจจะไม่รอด
วันนี้อิ้นถังเดินตรงไปที่เรือนของหว่านซี แต่ก่อนถึงประตูเรือนก็ได้ยินเสียงจากสวนซึ่งอยู่ไม่ไกลคำพูดแ่เบาไม่ชัดเจนกลับมีคำพูดเช่น ‘ไม่เข้ากัน’ และ ‘แท้งบุตร’หลินชูจิ่วซึ่งเดินนำสีหน้าเปลี่ยนไปในทันทีเขาเหลือบมองเ้านายซึ่งมีสีหน้าดำทะมึน ก่อนจะก้มเอวลงต่ำยิ่งขึ้น
อิ้นถังยุ่งกับการออกจากวังเพื่อสร้างจวนด้านนอกของตนเองเื่นี้ถูกหยิบยกขึ้นมาใน่ครึ่งแรกของปีที่แล้วและมีการเลือกตำแหน่งของจวนมานานแล้วที่ผ่านมาความสนใจของเขาอยู่ที่หว่านซีเขาเพิ่งถูกเรียกให้ไปดูจวนที่ได้รับการก่อสร้าง เหลือเพียงวันมงคลที่จะย้ายเข้าไปอยู่เท่านั้น
เขากำลังจะมาถามนางว่าชอบจวนที่จะออกไปอยู่ในอนาคตหรือไม่ทว่ามาได้ครึ่งทางกลับได้ยินเื่เช่นนี้อิ้นถังก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวไปที่กำแพงและฟังอย่างระมัดระวัง
ที่มุมหนึ่งของสวน สาวใช้สองสามคนพูดคุยกัน หนึ่งในนั้นถอนหายใจและพูดว่า "เฮ้อ น่าหงุดหงิดยิ่งนัก ไม่เพียงอาหารที่กินแม้แต่น้ำที่เราดื่มยังต้องตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำอีกนี่มันเหนื่อยเกินไปแล้ว”
สาวใช้อีกคนอดไม่ได้ที่จะพูดอย่างกังวลใจ "เ้ากำลังพูดถึงเื่อะไร! การได้ติดตามอนุถือเป็โชคที่สะสมมาหลายชั่วคนได้กินอิ่มนอนอุ่น นุ่งห่มอาภรณ์ชั้นดี ไม่ถูกทุบตีแล้วยังมีรางวัลประทานเป็ครั้งคราว นี่มีความสุขถึงเพียงไหนแค่ต้องทำงานหนักอีกสักหน่อยก็ไม่เห็นเป็อะไร หากจำเป็ต้องทำมากกว่านี้ข้าก็จะทำตราบใดที่อนุไม่เป็อันตรายจากคนมุ่งร้ายคนอื่น”
"ท่านว่าทำไมถึงไม่มีใครบอกองค์ชายให้รู้เล่า ั้แ่อนุตั้งครรภ์มาของที่ส่งมาให้หากไม่ใช่ของที่แปลกประหลาดไม่ถูกกันก็มีส่วนผสมของสมุนไพรมีฤทธิ์ร้อน อย่างเช่นวันนี้ยิ่งแล้วใหญ่ นอกจากจะมีน้ำซานจา[1] ยังใส่ลูกเดือยลงไปอีก ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ทิงจู๋ไหวตัวทัน อนุก็คงกินเข้าไปแล้วผลที่ตามมาอาจเป็หนึ่งศพสองชีวิตได้!”
อิ้นถังได้ยินหัวใจของเขาก็พลันรัดแน่นขึ้นเขารู้ว่าสตรีในตำหนักในนั้นไม่อาจไว้ใจได้ดังนั้นเขาจึงให้หวังอันจับตาดูพวกนางอย่างใกล้ชิด ทว่าสุดท้ายแล้วเขากลับมองข้ามเื่อาหารไปเสียได้
"เ้าไม่รู้อะไรสักนิด?! เ้าคิดว่าอนุไม่รู้สึกอันใดหรืออนุเพียงไม่อยากให้องค์ชายรู้สึกลำบากพระทัยเท่านั้นเพราะว่าสุดท้ายแล้วคนที่ลงมือก็ไม่พ้นคนในตำหนักในอยู่ดี”
ใบหน้าของอิ้นถังมืดครึ้มฉายแววเหี้ยมโหดขึ้นมาทันทีที่ได้ยินสิ่งที่เหล่าสาวใช้คุยกัน
สาวใช้คนแรกได้ยินอย่างนั้นก็เอ่ยอย่างโกรธเคือง “แล้วปล่อยให้พวกนางโหดร้ายเช่นนี้ไปตลอดหรือ"
“จะเป็ไปได้อย่างไรข้าได้ยินมาว่าอนุให้คนตรวจสอบแล้วหากผลการสอบสวนออกมาแล้วนางวางแผนที่จะให้พวกเขาได้ลิ้มรสสิ่งที่พวกเขาส่งมาด้วยตนเอง”
"นี่เป็วิธีที่ดีที่สุดให้พวกเขาัักับสิ่งที่ตัวเองลงมือกับอนุเสียบ้าง”
"เ้าตัวี้เีพวกนี้มายืนี้เีอยู่เช่นนี้ด้วยเหตุใด ไปทำงาน"เสียงของเกาหมัวมัวขัดจังหวะการสนทนาของสาวใช้น้อยทั้งสองอย่างกะทันหัน จากนั้นเสียงตอบรับและเสียงฝีเท้าของสาวใช้ทั้งสองก็ดังขึ้น
[1] ผลไม้ชนิดหนึ่ง