ตอนที่7 หากฉันทำให้โกลาหลมากเท่าใด
“อ้าว! ไม่วัดตัวผมหน่อยหรือครับ?” เสิ่นอี้ถามด้วยความแปลกใจ
เขาสงสัยการกระทำของซินดี้ที่ไม่สนใจวัดขนาดลำตัวหรือเท้าเพื่อที่จะได้เลือกซื้อชุดใหม่และรองเท้าได้พอดี
ซินดี้หันมาขยิบตาพร้อมยิ้มกว้างให้เสิ่นอี้อย่างสบายใจพลางตอบกลับเพื่อให้อีกฝ่ายวางใจว่า
“ไม่ต้องห่วงค่ะระดับพี่แล้ว พี่รู้กระทั่งว่าเสี่ยวอี้ควรใส่ชุดชั้นในไซซ์อะไร รับรองว่าเื่แค่นี้สบายมาก”
ซินดี้ตั้งใจว่าเมื่อตนจัดหาเสื้อผ้าชุดใหม่สำหรับชายหนุ่มเสร็จเรียบร้อยจึงจะเฉลยถึงทักษะของตนให้ชายหนุ่มฟังเพราะจะได้ประจักษ์ตาในสิ่งที่เขาเลือกสรรให้อีกฝ่าย
หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงซินดี้กลับมาพร้อมกับเสื้อผ้าและรองเท้าในถุงกระดาษใบโตหลายใบโดยเขานำไปซักแห้งทันทีเพื่อให้เสิ่นอี้แปลงโฉมออกจากร้านไปพร้อมผมทรงใหม่
เสิ่นอี้เหลือบมองเห็นการกระทำทุกอย่างของซินดี้ที่ดูเหมือนมีความสุขในการเสริมแต่งความหล่อเหลาของตนทำให้เขาแอบพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ พลางรู้สึกวางใจที่ตนเลือกเชื่อใจคนไม่ผิดตัว
อนึ่งเขากำลังคิดว่าหากมีซินดี้ช่วยจัดการธุระส่วนตัวหลายอย่างให้แทนคงดีไม่น้อยเนื่องด้วยเขากำลังกังวลใจในภารกิจภายภาคหน้าที่ต้องปฏิบัติมากถึงยี่สิบเก้าภารกิจในตลอด่ชีวิตที่มีอยู่
..........
สามชั่วโมงผ่านไปเป็่เวลาพลบค่ำที่ผู้คนเริ่มออกมาเดินเที่ยวเล่นในห้างสรรพสินค้าเป็จำนวนมาก
เสิ่นอี้ถูกซินดี้จับแปลงโฉมใหม่เสร็จเรียบร้อยในเวลานี้เขายืนอยู่หน้ากระจกภายในร้านเสริมสวย โดยมีซินดี้และลูกน้องชายต่างยืนตาโตตกตะลึงอย่างไม่เชื่อสายตา
“โอ้โฮ! พอแต่งตัวเข้าจริง ๆเสี่ยวอี้หล่อเหลือเกิน หล่อบาดตาบาดใจพี่ซินดี้มากกกก”
ซินดี้ยกมือสองข้างประสานกันไว้ด้านหน้าพร้อมกับทำตาหวานเยิ้มชวนฝันเขารู้สึกภูมิใจที่ได้กลายเป็ส่วนหนึ่งของการปั้นแต่งหนุ่มหล่อธรรมดาจนกลายเป็หนุ่มหล่อระดับแถวหน้าได้
“หล่อจริง ๆครับ ขนาดผมเป็ผู้ชาย ผมยังรู้สึกอิจฉาน้องชายเลย” ลูกน้องของซินดี้พยักหน้าเห็นด้วย
เสิ่นอี้ลูบใบหน้าและทรงผมใหม่อย่างตื่นเต้นยินดีเขาไม่คิดว่าร่างใหม่จะหล่อเหลาและสมบูรณ์แบบเช่นนี้ ด้วยผมสีน้ำตาลอ่อนประกายทองและทรงผมแบบหนุ่มเกาหลีซึ่งช่วยทำให้เขาดูหล่อเหลามีระดับยังมีเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวพร้อมลวดลายเล็กน้อยสีเทา กางเกงสแล็กส์สีน้ำเงินเข้มขาเต่อรองเท้าผ้าใบสีขาวยี่ห้อดัง
พลันมีเสียงกรีดร้องจากหญิงสาวหลายคนที่เดินผ่านหน้าร้านเสริมสวยพอดีต่างพยายามกรูเข้ามาในร้านว่า
“ว้าว! นี่เป็ดาราใหม่หรือ? ทำไมหล่อขนาดนี้?”
“โอ้! หยางหยางที่ว่าหล่อที่สุดยังไม่สู้หนุ่มคนนี้เลย น้องชายชื่ออะไรหรือ?พวกเราจะสมัครเป็เอฟซีเสียหน่อย”
“พระเ้า! หล่อม๊ากกก หล่อจริง ๆ”
“มายก๊อด! เขาเป็ไอดอลใหม่หรือ? ทำไมหล่อเหลือเกิน! หล่อจนฉันไม่อยากไปไหนแล้ว”
“กรี๊ด! ดูเขายิ้มสิ!ทำไมรอยยิ้มเขาบาดใจอย่างนั้น? กรี๊ด!.....ฉันหลงรักเขาเข้าให้แล้ว”
หน้าร้านเสริมสวยวันเดอร์ของซินดี้พลันเกิดความโกลาหลขึ้นทันทีโดยมีผู้คนวิ่งกรูมาจากที่อื่นเมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความหล่อเหลาโดยคิดว่าเป็ดาราหรือไอดอลในฝันของตน
เสิ่นอี้จ้องมองประตูทางเข้าออกร้านอย่างลำบากใจเขาพบว่าตนเองคงไม่สามารถฝ่าฝูงชนที่พยายามดันเข้ามาภายในร้าน โดยที่ซินดี้และลูกน้องไหวตัวทันจึงรีบปิดประตูหน้าร้านทันทีถึงอย่างนั้นกระจกใสของทางร้านยิ่งทำให้ผู้คนต่างชะเง้อดูเขามากขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะที่เสิ่นอี้กำลังรู้สึกลำบากใจอยู่นั้นพลันมีเสียงราบเรียบของระบบโกลาหลดังขึ้นว่า
“โอนเนอร์ได้ทำให้ระบบพึงพอใจในความโกลาหลระดับหนึ่งระบบยินดีคืนเงินที่หักไปให้โอนเนอร์เหมือนเดิม”
เสิ่นอี้ตาโตเป็ประกายอย่างยินดีเขาไม่นึกว่าในเวลาที่รู้สึกอึดอัดและลำบากใจจะกลับกลายเป็ว่าสร้างโชคให้กับเขาโดยไม่รู้ตัวทำให้เขาเริ่มคาดเดาทิศทางของระบบได้บ้างแล้ว จึงคิดวางแผนอย่างมีความสุขว่า
‘แสดงว่าระบบโกลาหลชื่นชอบความโกลาหลของผู้คนสินะ หากฉันทำให้โกลาหลมากเท่าใด? ฉันอาจได้รางวัลจากระบบมากขึ้นใช่ไหม? นี่เป็เื่ง่ายสำหรับฉันเลยเสี่ยวอี้เอ๋ย.....เ้ามีโชควาสนาคราวนี้แหละ’
ขณะที่เสิ่นอี้กำลังคิดวางแผนอย่างมีความสุขอยู่นั้นซินดี้ปราดเข้ามายืนประชิดตัวเขาพร้อมแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นให้กับชายหนุ่มอย่างคุ้นเคยว่า
“เสี่ยวอี้คะพี่ขอแนะนำว่าให้เปิดบัญชีเวยป๋อ ติ๊กต็อก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ให้หมดเลยนะคะ ถึงเวลาที่จะนำเสนอความหล่อของตัวเองให้สาธารณชนชื่นชมแล้วค่ะ”
เสิ่นอี้กระพริบตาปริบๆ อย่างไม่คุ้นเคย เนื่องด้วยเขายังมีความเขินอายเล็กน้อยอยู่ถึงแม้ว่าเขาจะชื่นชอบดูภาพคนอื่นในโลกออนไลน์ก็ตาม ทว่าเป็การติดตามไอดอลหญิงที่ตนชื่นชอบเท่านั้น หากตนกลายเป็ไอดอลเสียเองกลับทำให้เขารู้สึกทำตัวไม่ค่อยถูกนัก
ซินดี้เหลือบมองเห็นท่าทางลังเลใจของชายหนุ่มเขาถือวิสาสะหยิบโทรศัพท์จากมือของชายหนุ่มโดยตรงแล้วถ่ายภาพสีหน้าเก้อเขินที่อีกฝ่ายกำลังแสดงอยู่ ซึ่งคิดว่าเป็ภาพบริสุทธิ์ที่น่าจะเรียกยอดไลก์และแฟนคลับได้อีกมาก
“แอปก็มีแล้วภาพก็มีตั้งหลายภาพ จะลงทะเบียนใช้งานเอง หรือว่าจะให้พี่ช่วยดีคะ?”
ซินดี้หรี่ตามองเสิ่นอี้อย่างมีความหมายทำให้เสิ่นอี้ยิ้มแห้งก่อนตอบกลับอย่างเข้าใจในสถานการณ์ว่า
“ไม่เป็ไรครับผมทำเองก็ได้” เสิ่นอี้รู้สึกแล้วว่าความโกลาหลเข้ามาถึงตัวเขาเร็วเกินไป
ถึงอย่างนั้นเขาก็ยินยอมลงทะเบียนเปิดใช้งานแอปพลิเคชันทั้งหลายเพื่อสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ในฐานะชายหนุ่มว่าที่ไอดอลชั้นนำของประเทศโดยใช้ชื่อเพื่อสร้างตัวตนใหม่ว่า “ผมมาจากต่างดาว”
เมื่อซินดี้เห็นว่าเสิ่นอี้ลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชันทั้งหลายเสร็จเรียบร้อยเขาทำหน้าที่เป็คนนำเสิ่นอี้ออกจากหน้าร้านอย่างสง่างามโดยให้ลูกน้องเปิดประตูร้านพร้อมกับที่ซินดี้เข้ามายืนขวางทางเสิ่นอี้ไว้เป็การปกป้องกลายๆ
จากนั้นซินดี้กล่าวกับบรรดาผู้คนที่ยืนออกันเต็มหน้าร้านอย่างมีความสุขว่า
“ทุกคนคะฟังซินดี้ก่อนค่ะ ตอนนี้ว่าที่ไอดอลของซินดี้้าพบปะกับทุกคนแต่ขอให้ทุกคนโปรดดูแลน้องชายคนนี้ และรับไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะอย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวของน้องชายซินดี้ได้ที่....”
ซินดี้หันหน้ากลับมาถามเสิ่นอี้ที่ยืนอยู่ด้านหลังเพราะเขายังไม่ได้สอบถามไอดีที่อีกฝ่ายจะใช้สื่อสารกับผู้คน
“ผมมาจากต่างดาวครับ”เสิ่นอี้ตอบกลับอย่างผ่อนคลาย
เขารู้สึกโล่งใจที่พบว่าผู้คนไม่ได้กรูเข้ามาเพื่อทำร้ายหรือแสดงท่าทางหยาบคายใส่ตนแต่เขาพบว่าแต่ละคนล้วน้าใกล้ชิดกับเขาอย่างมีมารยาท ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและพึงพอใจเป็อย่างยิ่ง
ซินดี้ทำหน้าชอบกลเมื่อได้ยินชื่อบัญชีจากชายหนุ่มโดยหวังว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนชื่อในเร็ววัน ทว่าชื่อที่ดูแปลกและเชยของเสิ่นอี้กลับกลายเป็ว่าผู้คนทั้งหลายต่างให้ความสนใจกันถ้วนหน้าพร้อมกับมีเสียงสนับสนุนว่า
“ว้าว!ชื่อเก๋จังเลยค่ะ พวกเราจะติดตามข่าวของพี่ชายสุดหล่อนะคะ”
“เจ๋ง!เป็ชื่อที่แปลกจริง ๆ หากไปสมัครเป็ไอดอลค่ายไหน?อย่าลืมแจ้งพวกเราด้วยนะ”
“พวกเราติดตามแล้วน้องชายอัปรูปให้ดูหน่อยสิ พวกเราก็จะเซลฟีกับน้องชายเหมือนกัน”
กลุ่มหญิงสาวสวยวัยรุ่นต่างแสดงท่าทางยินดีที่ชายหนุ่มไม่เย่อหยิ่งทำให้พวกเธอทั้งห้าคนต่างหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปตนเองโดยมีเสิ่นอี้ชูสองนิ้วยืนอยู่ด้านหลัง
ทั้งนี้พฤติกรรมเป็กันเองของเสิ่นอี้ได้สร้างความพึงพอใจให้กับผู้คนที่พบเห็นเป็อย่างยิ่งจนก่อให้เกิดความวุ่นวายที่หน้าร้านของซินดี้พักใหญ่ ๆ จนเกือบถึงเวลาห้างสรรพสินค้าปิดทำการ
เสิ่นอี้ชักชวนซินดี้ให้มาทำงานด้วยอย่างจริงใจเนื่องจากตอนนี้เขามีเงินรางวัลจากระบบกลับคืนมาเป็สิบล้านหยวนแล้วโดยเขาไม่จำเป็ต้องเสียเวลาไปตรวจสอบที่ธนาคารเพราะเขาแอบตรวจผ่านแอปธนาคารพลางเห็นว่ามีเงินโอนเข้าจริงซึ่งทำให้เขายินดีเป็อย่างยิ่งว่า
“พี่ซินดี้สนใจไปทำงานกับผมไหมครับ? ผมให้เงินเดือนไม่น้อยเลยนะ”
ซินดีตาโตเป็ประกายอย่างยินดีเพราะคิดว่าชายหนุ่มจะไปสมัครเป็ไอดอลเพื่อเข้าร่วมงานประกวดหนึ่งซึ่งอีกฝ่ายมีโอกาสเข้ารอบกลายเป็ไอดอลได้แน่นอน จึงสอบถามก่อนตอบตกลงว่า
“เอ๊!เสี่ยวอี้จะไปสมัครประกวดไอดอลรายการคิงเฮฟเวนหรือคะ?”
เสิ่นอี้ยิ้มน้อยๆ ก่อนส่ายหน้าแล้วตอบตามจริงว่า “ไม่หรอกครับ แต่ผมอาจมีงานที่ต้องทำอีกมากผมกำลัง้าผู้ช่วย
พอดี หากพี่ซินดี้สนใจก็โทรหาหรือส่งข้อความก็ได้นะครับ”
เขายังไม่รีบร้อนเพราะคิดว่าควรให้เวลากับซินดี้ในการไตร่ตรองเนื่องจากเขาไม่ได้สนใจทำงานในฐานะศิลปินนักแสดงหรือไอดอลเลย
อย่างไรก็ตามเสิ่นอี้ไม่รู้เลยว่าหนึ่งในภารกิจจากระบบโกลาหลนั้นเขาจำเป็ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวในวงการนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จากนั้นเสิ่นอี้กลับโรงแรมที่พักด้วยภาพลักษณ์ใหม่ที่ทำให้ใครหลายคนมองเหลียวหลังอย่างรู้สึกทึ่งและแอบชื่นชมในความหล่อเหลาของเขาเป็จำนวนมาก
..........
รุ่งเช้าเสิ่นอี้เปลี่ยนกลับไปใส่เสื้อผ้าที่เขานำติดตัวมาด้วยเหตุเพราะชุดใหม่ที่เพิ่งซื้อและใส่เมื่อวานนี้ดูหรูเกินไป ซึ่งเขาตั้งใจนำไปใส่อีกครั้งเมื่อซื้อที่อยู่ใหม่เรียบร้อยโดยเขาติดต่อพนักขายคอนโดมิเนียมเพื่อเปลี่ยนใหม่ให้ใหญ่โตและหรูหรากว่าเดิม
จากนั้นลงไปกินอาหารเช้าของโรงแรมแล้วรีบเดินทางตรงไปยังสุสานแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมวันแรก