เล่มที่2 บทที่31 อันตรายในบึงน้ำ
สัตว์อสูรระดับฮวงขั้นห้านั้นมีพลังทัดเทียมกับผู้ฝึกยุทธพลังปราณระดับเรียกิญญาขั้นห้าเป็อย่างน้อยซึ่งนี่เป็กรณีที่สัตว์อสูรตัวนั้นมีสายเือ่อนแอเท่านั้น หากมีสายเืที่แข็งแกร่งแม้แต่ผู้ฝึกยุทธระดับเรียกิญญาขั้นเก้าก็ใช่ว่าจะรับมือได้
“หากตัวประหลาดนั้นเป็วัวเขาอัสนีจริงๆ คงยุ่งยากแล้ว”จั่วเฉินเอ่ย
“ว่าอย่างไรนะ” หลี่หลิงเอ๋อถามกลับ
“เ้าโง่หรือไร ถ้าแม้แต่เซียวหลิงฟงที่มีพลังระดับเรียกิญญาขั้นสองยังทำอะไรมันไม่ได้ เ้าว่านั่นหมายความว่าอย่างไรล่ะ”จั่วเฉินมองหลี่หลิงเอ๋อ
พริบตาถัดมาหลี่หลิงเอ๋อก็เข้าใจ นางตอบเสียงอ่อน
“เป็สัตว์อสูรระดับฮวงขั้นห้า”
“ใช่ วัวเขาอัสนีตัวนี้น่าจะพัฒนาเป็สัตว์อสูรระดับฮวงขั้นห้าแล้วเซียวหลิงฟงจึงไม่สามารถโต้ตอบมันได้ และที่มัจฉาวารีเย็นไม่ปรากฏตัวออกมา อาจจะเพราะมีพลังของวัวเขาอัสนีนี้ข่มอยู่”จั่วเฉินอธิบายเสียงเครียด จากนั้นก็หลับตาลงและเริ่มครุ่นคิดเื่ทุกอย่างอีกครั้ง
ผ่านไปครู่หนึ่ง จั่วเฉินก็พูดออกมา “ยังมีวิธีอยู่”
“เราสองคนไม่น่าจะรับมือกับสัตว์อสูรระดับฮวงขั้นห้าได้แล้วทำไมถึงรอดตายมาได้ล่ะ อีกอย่าง ดูเหมือนวัวเขาอัสนีตัวนี้จะไม่สามารถออกห่างจากบึงน้ำได้ด้วยลำพังแค่บึงวารีเย็นแห่งนี้มีหรือจะกักขังสัตว์อสูรระดับนี้ไว้ได้ ข้าว่าน่าจะมีเหตุผลอะไรบางอย่าง” จั่วเฉินอธิบายสิ่งที่ตัวเองคาดการณ์ออกมา
“ถ้ามีเื่ติดขัดจริง เช่นนั้นก็อาจเป็ไปได้มากว่ามันกำลังฝึกฝนอยู่แล้วการฝึกอะไรที่ทำให้มันต้องอยู่ในบึงนั้นและไม่สามารถออกมาได้... ตอนที่ผู้ฝึกยุทธพัฒนาระดับพลังนั้นห้ามถูกใครรบกวนสัตว์อสูรเองก็เช่นกัน” จั่วเฉินเอ่ยพลางมองหลี่หลิงเอ๋อ
หลี่หลิงเอ๋อชะงัก นางคิดไม่ถึงว่าเพียงเวลาสั้นๆ จั่วเฉินจะอาศัยเบาะแสที่มีเพียงน้อยนิดคาดการณ์เื่นี้ออกมาได้
“เ้ากำลังจะบอกว่าวัวเขาอัสนีตัวนี้กำลังพัฒนาพลังอยู่หรือ แต่มันเป็ระดับฮวงขั้นห้าแล้วนี่”
“หากมันเพิ่งพัฒนา หรือพัฒนาแล้วแต่ยังไม่สมบูรณ์ดีเล่า”จั่วเฉินมองหลี่หลิงเอ๋อก่อนจะพูดต่อพร้อมรอยยิ้ม
“ไม่ว่าจะเป็การพัฒนาระดับพลังของมนุษย์หรือสัตว์อสูร เวลานี้ก็ถือเป็่ที่อ่อนแอที่สุดแม้สัตว์อสูรระดับฮวงขั้นห้าจะเก่งกาจ ทว่ามันก็มี่เวลาอ่อนแอเช่นกัน ซึ่ง่นี้พลังของมันก็จะถดถอยลงด้วยขอข้าสำรวจดูก่อนนะ”
จั่วเฉินก้าวไปด้านหน้าอีกเล็กน้อยก่อนจะปลดปล่อยแรงปณิธานอันแรงกล้าออกมาเพื่อสำรวจดูใต้บึงน้ำ ครั้งนี้จั่วเฉินไม่เก็บงำความสามารถอีก เขาปลดปล่อยแรงปณิธานที่มีทั้งหมดออกมาใช้เมื่อแรงปณิธานกระจายตัวออกไป จั่วเฉินก็เห็นทุกอย่างใต้บึงน้ำอีกครั้ง
ลึกลงไปใต้น้ำหลายสิบเมตร สัตว์อสูรตัวใหญ่ั์นอนหมอบอยู่โดยมีพวกหลงซินเย่อยู่ที่ด้านหลังของมันพวกเขาดูเหมือนจะถูกพลังบางอย่างพันธนาการเอาไว้ จึงไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้ ราวกับถูกจับเป็เชลยอย่างไรอย่างนั้น
จั่วเฉินรู้สึกได้ว่ากลิ่นอายพลังของสัตว์อสูรตัวนี้ไม่มั่นคงบางครั้งก็แข็งแกร่ง บางครั้งก็อ่อนแอ ยามที่แข็งแกร่งก็ชวนให้รู้สึกว่าไม่อาจต่อต้านได้ทว่าตอนที่อ่อนแอก็ให้ความรู้สึกราวกับเป็เพียงสัตว์อสูรระดับฮวงขั้นสี่เท่านั้น
ในที่สุดจั่วเฉินก็มั่นใจ ดูเหมือนการคาดการณ์ของเขาก่อนหน้านี้จะถูกต้องดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว หากไม่ใช่ว่าสัตว์อสูรตัวนี้กำลังพัฒนาพลังอยู่แล้วจะเป็อะไรไปได้อีก
โชคดีที่พวกหลงซินเย่ยังปลอดภัย เป็เพราะวัวเขาอัสนีกำลังอยู่ใน่สำคัญของการพัฒนาพลังมันจึงไม่มีเวลามาสนใจพวกเขา ทว่าปัญหาก็คือ พวกหลงซินเย่ถูกพลังลี้ลับบางอย่างพันธนาการเอาไว้กระทั่งพลังปราณในตัวก็คล้ายจะถูกผนึกไว้ด้วย พวกเขาจึงไม่สามารถหนีออกมาเองได้
“เอาล่ะ พวกเขาแค่ถูกค่ายกลอักขระยันต์พันธนาการเอาไว้ตอนนี้ยังปลอดภัยอยู่”
หลังจากผ่านไปครึ่งเค่อ จั่วเฉินก็ลืมตาขึ้นมามองหลี่หลิงเอ๋อ
“ข้าคิดไว้ไม่ผิด วัวเขาอัสนีตัวนี้กำลังพัฒนาพลังอยู่เพราะอยู่ใน่สำคัญจึงไม่มีเวลามาสนใจพวกเรา ดังนั้นแค่เราไปช่วยพวกเขาออกมาก็หมดเื่แล้ว”จั่วเฉินเอ่ยขึ้น ตอนนี้เขารู้สึกผ่อนคลายลงไม่น้อย
“หา!? นั่นมันสัตว์อสูรระดับฮวงขั้นห้าเลยนะอีกอย่าง ข้าก็ไม่รู้เื่ค่ายกลอักขระยันต์อะไรนั่นเลยสักนิด” หลี่หลิงเอ๋อเอ่ยอย่างกังวล
“มีข้าอยู่ทั้งคนไม่ใช่หรือ” จั่วเฉินเหลือบมองหลี่หลิงเอ๋อครู่หนึ่ง
“เ้ารู้เื่หลักอักขระยันต์หรือ!” หลี่หลิงเอ๋อเบิกตาโต
ั้แ่เื่ที่จั่วเฉินคว้าตัวนางออกมาได้ทัน เื่ที่เขาคาดเดาสิ่งที่เกิดขึ้นได้รวมทั้งการใช้แรงปณิธานเพื่อสำรวจใต้บึงน้ำอีก แค่มีแรงปณิธานแรงกล้าก็นับว่าไม่ธรรมดาแล้วแต่นางคิดไม่ถึงว่าจั่วเฉินจะรู้เื่อักขระยันต์ที่ซับซ้อนอีกด้วย ทำไมคนที่ไม่ธรรมดาเช่นนี้จึงเป็แค่ผู้ติดตามไปได้
“เมื่อนานมาแล้วข้าเคยมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเล็กน้อย จึงพอรู้เื่อยู่บ้าง”จั่วเฉินตอบอย่างไม่ใส่ใจ ทว่าครู่เดียวก็ว่าต่อด้วยรอยยิ้ม
“แต่ว่า... เ้าอย่าบอกเื่นี้ให้ใครรู้นะ”
“อื้อ ข้าเข้าใจแล้ว” หลี่หลิงเอ๋อเบิกตาโตพลางพยักหน้าตอบรับ
หลังจากผ่านไปหนึ่งถ้วยชา[1] จั่วเฉินกับหลี่หลิงเอ๋อก็ใช้พลังปราณห่อหุ้มร่างกายเอาไว้ ก่อนจะดำลึกลงไปใต้บึงน้ำอย่างระมัดระวัง
บึงแห่งนี้ไม่ได้กว้างเท่าไรนัก และเพราะจั่วเฉินรับรู้ตำแหน่งของมันได้ก่อนแล้วจึงทำให้หาวัวเขาอัสนีพบได้อย่างรวดเร็ว เมื่อรู้สึกได้ว่าหลี่หลิงเอ๋อที่อยู่ด้านหลังกำลังตัวสั่นเพราะหวาดกลัวจั่วเฉินก็หันกลับไปปลอบ
“ไม่ต้องกลัวนะ เ้ามีข้าอยู่”
ได้ยินดังนั้น ส่วนลึกของหัวใจสาวน้อยก็มีความรู้สึกดีๆ เพิ่มขึ้นทั้งที่ภายนอกดูเป็สตรีอ่อนแอแท้ๆ ทว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอันตรายเช่นนี้ นางกลับยังเลือกที่จะติดตามจั่วเฉินมาอย่างเด็ดเดี่ยว นับว่านางเองก็ไม่ธรรมดา
ทันทีที่จั่วเฉินและหลี่หลิงเอ๋อปรากฏตัว พวกหลงซินเย่ก็คล้ายจะเห็นฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้ายอย่างไรอย่างนั้น
“เร็ว ช่วยพวกเราด้วย!”
วัวเขาอัสนีเองก็รับรู้ได้ทันทีเมื่อจั่วเฉินปรากฏตัว ดวงตากลมโตคู่นั้นเปล่งลำแสงเย็นเยียบออกมาเพื่อเป็การเตือนทว่ามันไม่ได้ลงมือในทันที
จั่วเฉินกวาดตามองไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว เขาเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนหลี่หลิงเอ๋อที่อยู่ด้านข้างไม่ทันสังเกตเห็น ว่าดวงตาของจั่วเฉินมีลำแสงแห่งความตื่นเต้นพาดผ่านทว่าเพียงครู่เดียวสิ่งนั้นก็หายไป
จั่วเฉินหันมาเอ่ยกับหลี่หลิงเอ๋อ
“ตามข้ามา”
เพราะมีพลังการรับรู้ที่กล้าแกร่งจากแรงปณิธาน จั่วเฉินจึงสามารถวิเคราะห์ค่ายกลอักขระยันต์ตรงหน้าออกมาได้เขาเดินนำหลี่หลิงเอ๋อเข้าไปที่ใจกลางค่ายกลอย่างช้าๆ
ค่ายกลอักขระยันต์นี้เกิดขึ้นจากพลังอักขระยันต์ที่มีมาแต่กำเนิดของวัวเขาอัสนีแม้ภายในจะมีพลังสายฟ้าอันน่ากลัวแฝงอยู่ ทว่าเทียบกันแล้วโครงสร้างค่ายกลนี้กลับเรียบง่ายกว่ามาก จั่วเฉินไม่จำเป็ต้องทำลายค่ายกลนี้ทิ้งก็สามารถอาศัยแรงปณิธานวิเคราะห์จนรู้ถึงเส้นทางที่ปลอดภัยในการช่วยเหลือพวกหลงซินเย่ออกมาได้
เพียงครู่เดียว คนทั้งสองก็มาถึงใจกลางค่ายกลชั่วขณะที่จั่วเฉินกับหลี่หลิงเอ๋อปรากฏตัว คนที่ถูกจับอยู่ก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาก
“ไปเร็ว! หากวัวเขาอัสนีตัวนี้พัฒนาพลังได้สำเร็จพวกเราได้ตายกันหมดแน่!” จั่วเฉินว่าออกมาด้วยสีหน้าจริงจังขัดจังหวะหลี่หลิงเอ๋อกับหลงซินเย่ที่กำลังกอดกันด้วยความยินดี
“รู้แล้ว” หลงซินเย่พยักหน้าพลางใช้สายตาประหลาดเหลือบมองจั่วเฉินครู่หนึ่ง
จั่วเฉินกวาดสายตามองทุกคนก่อนจะเอ่ยออกมา “เส้นทางในค่ายกลอักขระยันต์สามารถผ่านไปได้ครั้งละสามคนเท่านั้น”
เซียวหลิงฟงได้ยินดังนั้นก็รีบก้าวขึ้นมาด้านหน้า “เร็ว รีบพาข้าออกไป”
จั่วเฉินจ้องเซียวหลิงฟงก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า “ศิษย์พี่เซียวมีพลังกล้าแกร่งที่สุด แถมยังเป็ชายชาตรีแต่กลับคิดจะหนีไปก่อนศิษย์พี่หญิงอย่างนั้นหรือ”
ได้ยินดังนั้นศิษย์หญิงคนอื่นๆ ก็มีสีหน้าย่ำแย่ลงเล็กน้อย อดที่จะเหลือบมองมาทางเซียวหลิงฟงไม่ได้
“เอ่อ... ก็จริง ให้พวกศิษย์น้องหญิงออกไปก่อนเถอะ” เซียวหลิงฟงชะงักหลังจากยิ้มแห้งแล้วก็รีบเอ่ยต่อ ทว่าขณะที่เอ่ยก็ถลึงตามองจั่วเฉินไปด้วย
สุดท้ายจั่วเฉินก็พาหลงซินเย่กับอิ๋นชิวสุ่ยจากไปก่อน แม้ว่าหลี่หลิงเอ๋อจะหวาดกลัวแต่นางกลับเสนอตัวอยู่ต่ออย่างกล้าหาญ
หลังจากพาทั้งสองคนขึ้นจากน้ำแล้ว จั่วเฉินก็รีบดำกลับลงไปเพื่อช่วยหลี่หลิงเอ๋อและเจียงเม่ยขึ้นมาและในครั้งสุดท้าย เมื่อจั่วเฉินดำกลับลงมาก็เหลือเพียงเซียวหลิงฟงอยู่ลำพัง
“รีบพาข้าออกไปเร็ว” เมื่อเห็นจั่วเฉิน เซียวหลิงฟงก็ผ่อนลมหายใจออกมาก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง
เห็นท่าทีอีกฝ่ายเป็เช่นนั้น จั่วเฉินก็รู้สึกไม่พอใจ
“ศิษย์พี่เซียวเก่งกาจนักไม่ใช่หรือ ไหนท่านว่าจะคุ้มครองทุกคนอย่างไรเล่า ข้าเป็แค่ผู้ติดตามที่ไม่อยู่ในสายตาของศิษย์พี่ แล้วทำไมตอนนี้จึงมาขอให้ข้าช่วยกัน”
เซียวหลิงฟงได้ยินก็กัดฟัน
“เ้ามีสถานะอะไร เป็แค่ผู้ติดตามแท้ๆกลับกล้าพูดจาเช่นนี้กับข้าเชียวหรือ เร็วเข้ารีบพาข้าออกไป ไม่เช่นนั้นเ้าก็เตรียมรับผลที่จะตามมาเองแล้วกัน”
“หืม?” จั่วเฉินมองเซียวหลิงฟงก่อนจะยกยิ้ม
ตอนนี้เป็เซียวหลิงฟงที่มีเื่ต้องอ้อนวอนเขา แต่เ้าตัวบัดซบนี่กลับยังเอาสถานะมาข่มเหงผู้อื่นอีกสถานการณ์เช่นนี้ยังกล้าทระนงตนอีกหรือ
“อยากออกไปอย่างนั้นหรือ ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นก็เอาค่าผลงานมาแลกแล้วกันข้าขอสองหมื่นแต้ม ไม่เช่นนั้น ชั่วชีวิตนี้เ้าก็อย่าหวังจะได้ออกไปจากที่นี่อีกเลยตายอยู่ที่ก้นบึงวารีแห่งนี้นี่แหละ” จั่วเฉินพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
ก่อนหน้านี้เขาไม่ชอบนิสัยของเซียวหลิงฟงก็จริง ทว่าเื่นี้เกี่ยวพันถึงชีวิตจั่วเฉินจึงไม่คิดจะหาเื่อีกฝ่าย คิดไม่ถึงว่าเซียวหลิงฟงผู้นี้จะไม่รู้ผิดชอบชั่วดีสถานการณ์แบบนี้ก็ยังไม่รู้สถานะของตนเอง
เซียวหลิงฟงจ้องมองด้วยสายตาเกรี้ยวกราด “อะไรนะ... สองหมื่นแต้ม!เ้าปล้นข้าหรือไร!”
“หึ ปล้นเ้าหรือ” จั่วเฉินแค่นหัวเราะ “ข้าคุณชายปล้นเ้านั่นแหละ แล้วอย่างไรเล่า เ้าไม่พอใจหรือไม่ยินยอมกันล่ะ”
“เ้าแน่ใจนะว่ากำลังพูดกับข้าอยู่” เซียวหลิงฟงรู้สึกแน่นหน้าอกเขาโกรธจนแทบจะะเิออกมาแล้ว
จั่วเฉินเป็แค่ผู้ติดตามของหลิงซินเย่ แม้ในกลุ่มศิษย์ธรรมดาจะร่ำลือกันว่าเขาเก่งกาจทว่าในสายตาของเซียวหลิงฟง จั่วเฉินก็ยังเป็แค่คนไร้ค่าเช่นเดิม คิดไม่ถึงว่าคนไร้ค่าผู้นี้กลับไม่รู้จักขอบเขตแถมยังไม่มีความยำเกรงกันเช่นนี้อีก ถึงกลับกล้าปล้นศิษย์สายตรงที่มีสถานะสูงส่งเช่นเขา
“พูดมากจริง ข้าจะให้เวลาแค่สิบอึดใจเท่านั้นหากไม่มอบค่าผลงานให้ข้า เ้าก็อย่าหวังจะได้ออกไปจากที่นี่”จั่วเฉินจ้องตาเซียวหลิงฟงอย่างไม่เกรงกลัว
ครู่เดียว เซียวหลิงฟงก็เหมือนลูกโป่งที่หมดลม เขาห่อเหี่ยวและไม่มีความน่ายำเกรงเช่นเดิมอีกหยิบเอาแผ่นป้ายผลึกใสออกมาแผ่นหนึ่งยื่นให้จั่วเฉิน
“ในนี้มีค่าผลงานอยู่สองหมื่นแต้ม รับไปสิ”
----------
[1] ถ้วยชา คือหน่วยนับเวลาแบบโบราณของจีน 1 ถ้วยชา = 15 นาที