ั้แ่จำความได้ชีวิตของแป้งร่ำก็เติบโตมากับแม่เพียงสองคน ส่วนพ่อเหรอเธอไม่เคยถามแม่เลย คนที่เลี้ยงอยู่ตรงหน้าจะถามหาผู้ชายคนอื่นทำไม แม่ของเธอเป็แม่ค้าขายผักมาั้แ่เธอยังเด็กเพื่อหาเงินเลี้ยงลูกสาวจึงต้องทำงานั้แ่เช้าและกลับบ้านดึก ๆ จนกระทั่งแป้งร่ำอายุได้ยี่สิบสามและเพิ่งเรียนจบมหาลัยคิดที่จะให้แม่หยุดทำงาน ก็ได้รับข่าวร้ายว่าแม่ของเธอถูกรถชนเสียชีวิตคาที่
เหมือนฟ้าผ่าลงตรงหน้าของหญิงสาวที่้าตอบแทนพระคุณแม่ของเธอกลับต้องได้รับข่าวร้าย โดยคนที่ชนแม่ของเธอให้การกับตำรวจว่าครอบครัวของเขาเพิ่งกลับมาจากงานเลี้ยงฉลอง พอมาถึงที่เกิดเหตุไฟบริเวณนั้นมืดมากและไม่เห็นแม่ของเธอ ซึ่งมันเป็ทางลัดที่หลายคนเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก
แป้งร่ำไม่ได้เอาความเ้าของรถที่ขับชนแม่เธอเสียชีวิต จากกล้องหน้ารถและกล้องวงจรปิดแถวนั้นพร้อมทั้งคำให้การมันตรงกันจริง ๆ และดูเหมือนว่าแม่ของเธอจะเดินตัดหน้ารถของเขาด้วย อีกทั้งเขายังเต็มใจรับเธอเข้าทำงานในฐานะพนักงานของบริษัทขนาดเล็ก และยินดีส่งเสียให้เธอเดือนละสองหมื่นจนกว่าจะอายุหกสิบซึ่งแน่นอนว่ามันไม่รวมกับเงินเดือน จนกระทั่งยี่สิบกว่าปีมานี้เติบโตขึ้นมากและแป้งร่ำยังทำงานในบริษัทเดิม
ในตอนนั้นเธอคิดแค่ว่าตัวเองยังเด็กจึงมุ่งมั่นศึกษางาน แม้แต่เพื่อน ๆ ที่สนิทกันชวนไปสังสรรค์ แป้งร่ำก็ปฏิเสธตลอด รู้ตัวอีกทีเธอก็ไม่เหลือใครแล้ว แม่ผู้เป็ที่พึ่งเดียวก็จากไป คุณลุงฉวีประธานบริษัทคนก่อนหรือก็คือคนที่พาเธอเข้าทำงานที่นี่ก็เสียชีวิตไปสองปีก่อนจากโรคประจำตัว ภรรยาของเขาจึงขึ้นบริหารแทน แม้อีกฝ่ายจะเอ็นดูเธอเหมือนลูกแต่มันก็ควรที่เธอจะออกมาเดินด้วยตนเองได้แล้ว
แป้งร่ำในวัยสี่สิบเจ็ดปีตัดสินใจยื่นซองขาวขอลาออกจากบริษัทท่ามกลางบรรดาเพื่อนร่วมงานและรุ่นน้องที่ไม่เห็นด้วย เพราะแป้งร่ำเลื่อนเป็เลขาของท่านประธานเมื่อห้าปีก่อนและแป้งร่ำก็ทำงานเก่งมากทั้งยังให้คำปรึกษากับทุกคนอย่างเท่าเทียม
แม้แต่คุณหญิงอรวรรณผู้มีพระคุณของเธอยังถามแล้วถามอีก เพราะอีกฝ่ายก็เอ็นดูเธอเหมือนลูกเหมือนหลาน แต่แป้งร่ำก็ยังยืนยันที่จะลาออก เพราะคอนโด รถ ก็จ่ายไปหมดแล้ว เงินเก็บก็มีให้เธอใช้ได้อีกหลายสิบปี
คุณหญิงอรวรรณเซ็นยินยอมให้เธอลาออกพร้อมทั้งยื่นเงินก้อนใหญ่ให้เธอ ทั้งยังบอกว่าเป็เงินที่คุณลุงฉวีตั้งใจจะให้เธอหากแป้งร่ำลาออกจากบริษัท
พอเห็นว่ามีเงินก้อนใหญ่แป้งร่ำจึงตัดสินใจไม่หางานทำในเร็ว ๆ นี้ จึงหาซื้อนิยายที่กำลังฮิต ๆ อย่างนิยายจีนย้อนยุคมาอ่านอย่างรวดเร็ว แต่คงเป็เพราะอ่านติดต่อกันอย่างเอาเป็เอาตายมาหลายวัน แป้งร่ำจึงนอนหลับไปพร้อมทั้งนิยายในมือ
“ฉันบอกเธอแล้วว่าหลานสาวของเธอเชื่อถือไม่ได้! เธอดูสภาพลูกสาวของเธอตอนนี้สิสะใภ้สี่ เพราะหล่อนเฟิ่นอี้ของเราจึงบอบช้ำ! หลายครั้งที่ฉันเตือนเธอก็ไม่เคยฟัง” น้ำเสียงดุดันถูกเอ่ยจากปากพี่สะใภ้ใหญ่ของบ้านด้วยความโกธร สะใภ้ใหญ่ตบเข่าด้วยความโมโหเด็กสาวของบ้านอี้
ย้อนกลับไปหลายปีก่อนในตอนที่เฉินเฟิ่นอี้ยังเรียนอยู่ในโรงเรียนประถมของตำบล ในตอนนั้นเด็กสาวน้อยมากที่จะถูกส่งเข้าเรียนในแถบชนบท หากไม่ใช่เพราะเป็ที่รักของครอบครัวจริง ๆ หรือพอมีเงินส่งเรียนบ้าง
ในการศึกษาประถมชั้นปีสุดท้ายของเฉินเฟิ่นอี้หรือในตอนนั้นสิบสองปี หล่อนถูกหลานชายของเศรษฐีในตำบลที่เรียนด้วยกันถูกใจ จึงให้ผู้ใหญ่มาขอหมั้น อีกทั้งเฉินเฟิ่นอี้ยังบอกว่าหล่อนชอบเขาและตกลงที่จะหมั้นด้วย แม้คนในบ้านเฉินจะยังไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ นั่นคือหลานชายของเศรษฐีเชียวนะ! หากเฉินเฟิ่นอี้ได้แต่งเข้าสกุลิอย่างน้อยก็สบายกว่ามาทำงานในแปลงนา
ทั้งสองจึงคบหากันมาั้แ่นั้นและพอถึงเวลาเข้าโรงเรียนมัธยมต้น ทั้งสองก็เข้าไปในโรงเรียนเดียวกัน แต่ว่าครั้งนี้มีญาติผู้พี่จากสกุลอี้บ้านเดิมของผู้เป็แม่เข้าร่วมกลุ่มด้วย เนื่องจากเพื่อนของหล่อนทางบ้านไม่ส่งเรียนต่อในระดับมัธยมต้น
หากเจอเฉินเฟิ่นอี้ย่อมเจอิหลานฮุ่ย หากเจอทั้งสองคนย่อมเจออี้เหม่ยเฟิ่ง ทั้งสามตัวติดกันมากไปไหนก็ไปด้วยกัน ทว่าหลัง ๆ มาเฉินเฟิ่นอี้ล้มป่วยอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน ทั้ง ๆ ที่อีกไม่กี่เดือนก็จบมัธยมต้นแล้ว
ิหลานฮุ่ยว่าที่หลานเขยของบ้านเฉิน ชอบตามอี้เหม่ยเฟิ่งที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับเฉินเฟิ่นอี้มาเยี่ยมหญิงคนรักหลังเลิกเรียนอยู่บ่อยครั้ง คนในบ้านเฉินแรก ๆ ก็พอใจในเด็กคนนี้มาก ทว่าหลัง ๆ มา เริ่มไม่พอใจในการกระทำของิหลานฮุ่ย เพราะทุกครั้งที่เขามายังหมู่บ้านเฟิ่งหลิน ิหลานฮุ่ยจะติดตามอี้เหม่ยเฟิ่งไปยังบ้านอี้ก่อน เมื่อถึงเวลากลับถึงจะแวะมาหาเฉินเฟิ่นอี้ที่อาการเริ่มดีขึ้นเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น
ย่าเฉินเคยให้สะใภ้สี่ลูกสะใภ้คนเล็กไปเตือนหลานสาวจากบ้านเดิมของหล่อนเพราะมันไม่เหมาะสม เด็กคนนั้นก็รับปากว่าจะบอกิหลานฮุ่ยให้ ทว่าเขากลับไม่พอใจและไม่ยอมมาที่บ้านเฉินอีกเลย
จนมีข่าวลือว่าิหลานฮุ่ยกับอี้เหม่ยเฟิ่งคบกัน และทั้งสองยังเหมาะสมกันมาก ิหลานฮุ่ยเป็หลานชายของเศรษฐีในตำบลที่มีลูกชายคนเดียว อีกอย่างิหลานฮุ่ยก็ยังเป็ลูกชายคนเดียวของบ้านิ ในอนาคตเขาย่อมต้องขึ้นเป็เ้าบ้าน ส่วนอี้เหม่ยเฟิ่งก็เป็หลานสาวของกรรมการในหมู่บ้าน ซึ่งพ่อของหล่อนก็กำลังจะขึ้นเป็เลขาธิการเร็ว ๆ นี้ ไหนจะเรียนในระดับมัธยมปลายอีก ดีกว่าเฉินเหม่ยเฟิ่งที่ป่วยขี้โรคเป็ไหน ๆ
ตอนแรกบ้านเฉินไม่ได้สนใจในเื่นี้เพราะิหลานฮุ่ยหมั้นกับเฉินเฟิ่นอี้แล้ว แต่อยู่ ๆ หลายวันก่อนพ่อของิหลานฮุ่ยกลับมายกเลิกสัญญาหมั้นหมายแถมยังบอกอีกว่าสินสอดบางส่วนที่ให้มาแล้วจะไม่เอาคืน สร้างความไม่พอใจให้สมาชิกในบ้านเฉินเป็อย่างมาก หากเอาสินสอดคืนพวกเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ว่าิหลานฮุ่ยเหยียบย่ำจิตใจอันบอบช้ำของเฉินเฟิ่นอี้ด้วยการพาอี้เหม่ยเฟิ่งมาด้วย
เฉินเฟิ่นอี้ที่ทนดูไม่ไหวถึงกลับทรุดตัวลงพื้นและนอนสลบไม่ได้สติมาหลายวันแล้ว ผู้ชายในออกไปทำงานเก็บแต้มเหมือนปกติ ส่วนผู้หญิงช่วยกันทำงานในบ้านและสลับกันดูหลานสาว
“ฉันเอ็นดูเหม่ยเฟิ่งเหมือนลูกแท้ ๆ ไม่คิดว่าหล่อนจะเป็แบบนี้” สะใภ้สี่ร้องไห้เสียงดัง ลูกสาวคนโตของหล่อนล้มป่วยมาหลายวันยังไม่ได้สติก็ปวดใจมากแล้ว ยังมีเื่ของหลานสาวจากบ้านเดิมที่หล่อนเอ็นดูไม่ต่างจากลูก
“พอได้แล้วสะใภ้ใหญ่ เธอก็เห็นแล้วว่าสะใภ้สี่เสียใจมากแค่ไหน” ย่าเฉินที่ป้อนข้าวหลานชายคนเล็กเงยหน้าขึ้นมาพร้อมทั้งเอ่ยปราม
ผู้หญิงในบ้านเฉินจะหยุดทำงานในแปลงนาก็เมื่อมีเหตุจำเป็ไม่ก็ทำงานบ้านหรือป่วย ต่างจากบ้านหลังอื่นที่อยู่ในหมู่บ้านเฟิ่งหลินที่ต่อให้ใกล้ตายก็ต้องลากสังขารลงแปลงนา ต้องยกความดีความชอบให้กับเฉินิและเฉินจง ลูกชายคนที่สามและหลานชายคนโตของบ้านที่ตอนนี้เป็ทหาร ทุก ๆ เดือนพวกเขาจะส่งเงินมาที่บ้านพร้อมคูปองต่าง ๆ ไม่อย่างนั้นบ้านเฉินคงไม่มีปัญญาส่งลูกส่งหลานเข้าเรียนทั้งหลานชายและหลานสาว
ส่วนเด็กชายเด็กสาวในบ้านหน้าที่หลัก ๆ คือการเรียน เรียนเสร็จกลับมาถ้าไม่ช่วยทำงานในบ้านก็ต้องออกไปเก็บผักแลกแต้มค่าแรง ได้แต้มเดียวก็ยังดีกว่าไม่ได้
“คุณแม่ก็เข้าข้างหล่อน ถ้าฉันไม่รักเฟิ่นอี้ฉันจะบ่นไหม”
เสียงด้านนอกห้องนอนดังมาก จนทำให้หญิงสาวที่หลับรู้สึกตัวตื่น แป้งร่ำสาวใหญ่วัยสี่สิบปลาย ๆ พยุงตัวขึ้นอย่างเมื่อยล้า ความทรงจำล่าสุดก็คือนอนอ่านนิยายแบบหามรุ่งหามค่ำให้สมกลับการลาออกจากงาน แต่ก็ไม่คิดว่าตื่นขึ้นมาเธอจะเมื่อยล้าขนาดนี้! คงเป็เพราะอายุของเธอด้วย
“เดี๋ยวนะ”
แป้งร่ำเงยหน้าขึ้นมองรอบ ๆ ห้องของเธออย่างมึนงง คอนโดราคาเฉียดยี่สิบล้านเธอเพิ่งจ่ายงวดสุดท้ายไปเดือนก่อน ทำไมถึงได้เล็กและแคบแบบนี้ อีกทั้งยังมีกลิ่นอับชื้นที่ไม่ควรมีเพราะให้แม่บ้านทำความสะอาดทุกอาทิตย์
อยู่ ๆ ความทรงจำบางอย่างก็แล่นใส่หัวจนทนไม่ไหว แป้งร่ำทิ้งตัวลงนอนพื้นแข็งอย่างปวดหัว อยากกรีดร้องออกมาแต่ก็ทำไม่ได้เพราะเสียงของเธอแทบไม่มีก่อนจะหมดสติไปทั้งอย่างนั้น