บทที่ 1 การตายของมารดาผู้ให้กำเนิด
“พ่อคะ ข่าวดี คุณหญิงกู้โดนพี่ยั่วโมโหจนขาดใจตายแล้วค่ะ เราจะป่าวประกาศว่าเธอตายเพราะเข็มเงินของเจียงหนานตามที่พ่อสั่ง พี่โทรแจ้งตำรวจแล้ว เจียงหนานต้องถูกนำตัวไปในไม่ช้าแน่”
หญิงสาวผู้ผัดหน้าทาแป้งหยาดเยิ้มแต่งกายจัดจ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงชั่วร้ายและมีสีหน้าบิดเบี้ยว
ชายชราหน้าตาเ้าเล่ห์เพทุบายที่นั่งไขว้ขาอยู่บนโซฟาพูดขึ้น “พ่อรอมาหลายปีดีดักแล้ว ในที่สุดก็ได้เปิดตัวลูกชายอย่างเป็ทางการเสียที”
เขาลูบคลำจี้หยกในมือ “ต้องขอบคุณจี้หยกชิ้นนี้ ไม่อย่างนั้นเราคงหาพี่ชายแกไม่เจอ”
“เจียงหนานฆ่าแม่แท้ ๆ ตัวเองกับมือ ถ้ารู้ข่าวดังกระฉ่อนขนาดนี้ จะทำสีหน้าแบบไหนกันนะ?”
เจียงเหมยเผยสีหน้าบิดเบี้ยวเหี้ยมเกรียมราวกับว่ากำลังรอดูฉากสนุก
เจียงต้าิแค่นร้องเฮอะ “นั่นเป็เพราะนังนั่นหาเหาใส่หัวเองต่างหาก ตอนอายุได้สิบขวบ ฉันให้พวกค้ามนุษย์ลักพาตัวไป แต่มันดันหาทางกลับบ้านได้เองอีก จะโทษฉันได้หรือ?”
“คราวนี้มันหนีไม่พ้นแน่ค่ะ ในเมื่อคุณหญิงกู้ตายแล้ว คนตระกูลกู้ก็จะไม่มีวันรู้ชาติกำเนิดของเจียงหนานอีก ต่อให้เจียงหนานไม่ตาย ก็ต้องติดคุกตลอดชีวิต”
เจียงเหมยนึกวาดฝัน ในไม่ช้าก็จะได้เสพสุขบนความรุ่งโรจน์และความมั่งคั่งพร้อมกับพี่ชายของเธอ นับว่าแผนการสำเร็จแล้ว
“อย่าชะล่าใจ ไปปิดประตูซะ ถ้าเจียงหนานมาหาเรา ห้ามเปิดประตูเด็ดขาด”
เวลานั้น เจียงหนานยืนอยู่หน้าประตู บทสนทนาภายในห้องรับแขกเข้าสู่โสตประสาทไม่ตกหล่นสักคำเดียว ใบหน้าพลันเย็นเยือก มุมปากยกเย้ยหยันสมเพชตัวเอง
มือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวสั่นระริก
เธอเพิ่งทราบข่าวว่า คุณหญิงกู้ ผู้ป่วยที่รับผิดชอบการรักษาอยู่ได้เสียชีวิตลงอย่างลึกลับ เธอตระหนกใ กระนั้นก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล เธอจึงอาศัย่ที่ตำรวจยังมาไม่ถึง รีบรุดมาหาเจียงเหมย
เจียงเหมย น้องสาวของเธอคบหากับกู้ย่าเจี๋ยมาหนึ่งปีแล้ว ว่ากันว่าเธอเป็ภรรยาน้อยที่กู้ย่าเจี๋ยแอบเลี้ยงดูอยู่
เธอหวังว่าเจียงเหมยจะออกหน้าจัดการกับสถานการณ์ได้
ไม่คาดคิดว่า เพิ่งมาถึงหน้าประตู ก็ได้ยินความลับสุดยิ่งใหญ่ชวนะเืขวัญเข้า
ที่แท้เื่ทั้งหมดนี้...
เป็แผนการชั่วร้าย
แถมยังซ่อนความลับใหญ่อย่างชาติกำเนิดของเธอเอาไว้!
เจียงหนานเคยสงสัยว่าตัวเองอาจไม่ใช่ลูกสาวของเจียงต้าิกับหวังเซิ่งหลัน แม้จะเคยแอบตรวจสอบเองอย่างลับ ๆ แล้ว แต่ก็ไม่พบเบาะแสอะไร
ทว่าอย่างไรก็คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าแท้จริงแล้วเธอจะเป็ลูกสาวของคุณนายกู้ ซุนหว่านหรู
กู้ย่าเจี๋ยเป็ลูกชายของเจียงต้าิ ผู้ที่เธอเรียกว่า ‘พ่อ’?
ถ้าเช่นนั้น นี่คือ...
ละครแมวดาวสับเปลี่ยนองค์ชาย*[1] งั้นหรือ?
สิ่งที่ทำให้เธอไม่อยากจะเชื่อยิ่งกว่าก็คือ คุณนายกู้โดนกู้ย่าเจี๋ยยั่วโทสะจนถึงแก่ความตาย ซ้ำยังให้เธอเป็แพะรับบาป คนพวกนี้ยิงปืนนัดเดียวก็ได้นกถึงสองตัว
เจียงหนานเหยียดยิ้มเย็น ตระหนักได้ว่า ข้างหลังเธอมีตาข่ายั์กำลังแผ่คลุม
เธอตั้งใจจะหนีเป็ลำดับแรก แล้วค่อยคิดหาวิธีตอบโต้ ทว่า… มันสายไปเสียแล้ว
เจียงเหมยพบตัวเธอแล้ว
เมื่อเห็นเจียงหนานทำหน้าขวัญหนีดีฝ่อ เจียงเหมยก็ตระหนักได้ว่าไม่ได้การแล้ว
เจียงหนานกำลังจะหมุนตัวกลับ แต่ถูกเจียงต้าิและเจียงเหมยฉุดกระฉากลากเข้าไปในห้อง ประตูห้องรับแขกปิดลงดังปัง
พ่อลูกตระกูลเจียงมองเธอด้วยท่าทีถมึงทึง
ในเมื่อหนีไม่พ้น ก็คุยกับพวกเขาให้รู้ดำรู้แดงไปเลยแล้วกัน เจียงหนานใช้มือข้างหนึ่งที่ซุกอยู่ในกระเป๋า แอบกดหมายเลขสามตัวแล้วโทรออกอย่างเงียบเชียบ
มืออีกข้างควานหาเข็มเงินของตัวเองในกระเป๋า ทว่าดวงตาพิศมองเจียงต้าิพลางถามว่า “คุณหญิงกู้เป็แม่ของฉัน? กู้ย่าเจี๋ยเป็ลูกชายของคุณ?”
เจียงต้าิไม่ได้แสร้งทำเป็บิดาผู้แสนดีอีกต่อไป เขาเผยโฉมหน้าที่แท้จริง แสดงให้เห็นว่าคนเลวในยามเฒ่าเป็เช่นไร
“แล้วอย่างไร คุณหญิงกู้ตายไปแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะประกาศให้คนรู้กันว่าตายเพราะการรักษาของแก”
“แต่แกก็ไม่ต้องทุกข์ใจไป อย่างไรหล่อนก็ทอดทิ้งแก มาตายด้วยน้ำมือแกแบบนี้ถือว่าเป็กงเกวียนกำเกวียน เอาไว้พวกแกสองแม่ลูกลงนรกแล้ว ไปสานต่อชะตาชาติหน้ากันเอาเองแล้วกัน”
“แผนของคุณไม่มีทางสำเร็จหรอก ฉันเชื่อว่าคนตระกูลกู้ที่เหลือไม่ได้โง่ขนาดนั้น อย่างไรลู่ฮ่าวก็คืนความบริสุทธิ์ให้ฉันได้แน่”
เจียงต้าิะเิหัวเราะอย่างไม่เร้นเหลือไมตรี “ฮ่า ๆ แกได้รักษาคุณหญิงกู้ก็เพราะลู่ฮ่าวคนรักอัปลักษณ์นั่นของแกเป็คนแนะนำ เดี๋ยวมันก็จะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้ว ยอมแพ้เสียเถอะ คราวนี้มันช่วยแกเหมือนตอนสิบขวบไม่ได้อีกแล้ว”
เมื่อได้ยินว่าลู่ฮ่าวอยู่ในรายชื่อไล่ฆ่าของปลิงสูบเืสูบเนื้อพวกนี้ เจียงหนานก็ไม่อาจข่มอารมณ์ได้อีก “ไอ้สารเลว!”
เธอติดค้างลู่ฮ่าวมากพอแล้ว ใครก็ตามที่ทำร้ายเขา เธอขอสู้สุดชีวิต
เจียงหนานโถมตัวไปที่เจียงเหมยอย่างบ้าคลั่ง เธอเงื้อเข็มเงินในมือ แทงเข้าไปในดวงตาของเจียงเหมย
เพราะเคยโดนลักพาตัวครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน เวลามีธุระต้องออกไปข้างนอกตามลำพัง เจียงหนานจึงมีนิสัยชอบซ่อนของป้องกันตัวไว้ตามร่างกาย
“อ๊า! ตาฉัน...”
“เด็กเวร ฉันจะฆ่าแก”
ขณะที่เจียงต้าิกระโจนเข้ามาหา เจียงหนานก็ใช้เข็มในมือแทงเขาด้วยอีกคนอย่างบ้าดีเดือด
เจียงต้าิกุมตาไว้ทันที เขาเจ็บจนแทบขาดใจ “นังเดรัจฉาน ฉันจะฆ่าแก”
เจียงหนานมองคนที่กำลังเกลือกกลิ้งอยู่ที่พื้น มุมปากยกยิ้มเย็นเยียบ สิ่งแรกที่ทำต่อไปคือรีบติดต่อลู่ฮ่าวยับยั้งอุบัติเหตุทางรถยนต์
ชั่ววินาทีที่เธอหยัดกายลุกขึ้น เจียงเหมยที่กระเสือกกระสนบนพื้นก็คว้าที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะน้ำชาขึ้นมา แล้วทุบเข้าที่ท้ายทอยของเธอ...
เจียงหนานแน่นิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนล้มพับลงกับพื้น
โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าร่วงกระจาย บนจอแสดงผลการโทรติดต่อ...
…
ความร้อนปลุกเจียงหนานให้ตื่น เธอขยับร่างกายอย่างทนไม่ไหว รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในซึ้งนึ่งไม้ไผ่ขนาดใหญ่ ร้อนจนหายใจไม่ออก
ภาพเบื้องหน้ามืดสลัว ไม่รู้ว่าเป็โลกมนุษย์หรือขุมนรก
เธอเลิกผ้าห่มหนาที่คลุมกายออกท่ามกลางความมืด เลื่อนมือััต้นขาของตัวเองแล้วลองหยิกดู
เจียงหนานรู้สึกเจ็บ
แสดงว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่
เธอยื่นมือไล่ััสภาพแวดล้อมรอบด้าน พยายามทำความเข้าใจกับสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเอง
มือค่อย ๆ คลำสำรวจด้านข้างไปเรื่อย ๆ จนแตะเข้ากับอะไรสักอย่างที่ทั้งร้อนผ่าวและแน่นแข็ง
คล้ายกับ... กล้ามหน้าอก?
เจียงหนานคลำต่อ
เอ๋...
สิ่งที่ขยับขึ้นลงนี่ คล้ายว่าจะเป็ลูกกระเดือกของผู้ชายเลยไม่ใช่หรือ?
มีผู้ชายอยู่ข้างกายเธองั้นหรือ?
เสียงครางต่ำดังลอดออกมาจากคนข้างกาย
เจียงหนานสะดุ้งใ รีบชักมือกลับ ลุกขึ้นนั่งด้วยความตื่นตระหนก
เธอรอกระทั่งดวงตาคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมอันมืดมิด แสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างกระจกเข้ามา เผยภาพรอบตัวอย่างรางเลือน
ภาพเช่นนี้ แลดูคุ้นเคยนัก
เธอไล่คลำขอบหน้าต่าง ตามคาด เจอเชือกสำหรับเปิดไฟเส้นหนึ่ง พอลองดึงดู หลอดไฟที่ห้อยอยู่ใต้คานหลังคาก็สว่างขึ้นทันใด
เธอกะพริบตาปริบ ๆ
ของตกแต่งภายในห้องปรากฏตรงหน้าอย่างชัดเจน
นี่มันตู้สีเหลืองส้มที่เป็ลักษณะเฉพาะของยุคเก้าศูนย์ ไหนจะโต๊ะสี่ขา แถมยังมีคำว่า ‘มงคล’ ติดอยู่บนตู้ด้วย
รวมถึง...
บุรุษผู้เห็นเค้าหน้าไม่ชัดเจน ใบหน้ายามหลับใหลครึ่งหนึ่งพันผ้าเอาไว้
เจียงหนานใกับฉากตรงหน้าจนเกือบจะร้องลั่น
นี่ห้องหอหรือ?
คนที่นอนอยู่บนเตียงเตา*[2] คือลู่ฮ่าว
เธอข่มความตื่นตระหนกเอาไว้ ก้มศีรษะลงพิศมอง เห็นอาภรณ์สีแดงตัวใหญ่บนร่าง ต้นขาสองข้างหนาล่ำเท่าเสา
รูปร่างแบบนี้ เธอคุ้นเลยทีเดียว
เธอไม่ได้โดนที่เขี่ยบุหรี่ทุบจนตาย แต่ย้อนกลับมาในคืนแต่งงานของเธอกับลู่ฮ่าว เดือนห้า ปีเก้าสองต่างหาก
เจียงหนานะโลงจากเตียงเตา เห็นถุงตาข่ายไนลอนสีแดงสองใบวางอยู่บนโต๊ะ ภายในถุงตาข่ายมีอ่างล้างหน้าเคลือบสีที่มีคำว่ามงคลสีแดงตัวใหญ่พิมพ์อยู่บนนั้น แถมยังมีกระจก หวี น้ำมันขัดรองเท้า แปรงสีฟัน และของนานาชนิดที่ไม่ใช่ของในปีที่เธอจากมา
เธอรีบหยิบกระจกทรงกลมติดรูปหญิงงามด้านหลังขึ้นมาส่องดูหน้าตัวเอง
ใบหน้าอ้วนกลมปรากฏขึ้นในกระจก ทรงผมยุ่งเหยิง ดูสกปรกมอมแมมไม่น้อย
เธอคุ้นเคยกับรูปลักษณ์เช่นนี้เหลือเกิน
ตัวเองตอนอายุยี่สิบนั่นเอง
เจียงหนานวางกระจกลง โอบกอดความตื่นเต้นไว้ วิ่งไปยังเตียงเตา พิศมองชายผู้นอนหลับใหล
เธอยื่นมืออ้วนป้อมอันสั่นเทาออกไป อดไม่ได้ที่จะััใบหน้าของชายคนนั้น
เพียงมือแตะเข้ากับหน้าของเขา เธอก็สะดุ้งทันที
ทำไมร้อนถึงขนาดนี้?
ร้อนเหมือนกับแผ่นอกของเขาเลย
ความทรงจำก่อนหน้านี้ปรากฏขึ้นในหัว ในคืนแต่งงานของเธอกับลู่ฮ่าว เนื่องจากเขาได้แผลจากไฟลวก กอปรกับความทรมานของงานแต่งงานที่แสนจะโกลาหล ตอนกลางคืนไข้จึงขึ้นสูงจนเกือบจะเอาชีวิตไปทิ้ง
เจียงหนานเลิกจมอยู่กับความสุขหลังเกิดใหม่ รีบผละลงจากเตียงเตา ออกไปหายาให้ลู่ฮ่าว
บนโต๊ะมีถุงพลาสติกสีขาววางอยู่ ข้างในบรรจุยาเอาไว้มากมาย มีทั้งเบตาดีน ยาแก้อักเสบ และอนาลจิน*[3] ยาลดไข้ที่พบบ่อยที่สุดในยุคนี้ คงเป็ยาที่เขา้าในตอนนี้
เจียงหนานเจอแก้วใบหนึ่ง เทน้ำจากกระติกน้ำร้อนสีแดงใบใหญ่ ทดสอบอุณหภูมิ ก่อนจะหยิบยาแก้อักเสบกับอนาลจิลแล้วเดินไปยังหัวเตียงเตา
*[1] แมวดาวสับเปลี่ยนองค์ชาย มาจากวรรณกรรมเื่ สามผู้กล้าห้าคุณธรรม สื่อถึงการลอบสับเปลี่ยน เอาของปลอมมาสับเปลี่ยนของจริงหรือเอาตัวปลอมมาสลับกับตัวจริง
*[2] เตียงเตา หมายถึง เตียงที่ก่อเป็แท่นจากอิฐ ด้านใต้จะกลวง เอาไว้เชื่อมกับปล่องจากเตาไฟหรืออาจจุดไฟใต้เตียงเพื่อให้ความอบอุ่น ้าปูด้วยฟูกหรือเสื่อ ซึ่งส่วนมากจะพบในบ้านชาวจีนทางเหนือ
*[3] อนาลจิน (Analgin) เป็ยาแก้ปวดที่ใช้รักษาอาการปวดจากต้นกำเนิดต่าง ๆ