Gashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ

    บทที่ 7

    ลำแสงสีทองพุ่งลงมาจากฟ้าเป็นลำยาวไร้สิ้นสุด เบื้องล่างบนพื้นดินสุดปลายลำแสงมีชายชุดขาวผู้หนึ่งปรากฏกายลงมา ใบหน้าของเขาหล่อเหลา และสุขุมมุ่งมั่น หากหญิงสาวได้เห็นคงจะบอกว่าชายคนนี้ต้องเป็นดาราอย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริงนั้นก็หาได้มีใครสักคนเห็นเขาแม้แต่คนเดียว ท่ามกลางย่านธุรกิจที่มีผู้คนเดินกันขวักไขว่ไปมาราวกับฝูงมด ทุกคนต่างรีบเร่งไปทำธุระของตนโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น แม้ว่าตามปกติแล้วหากมีลำแสงสีทองขนาดใหญ่พุ่งลงมาจากเบื้องบน ย่อมต้องตกเป็นเป้าสายตาที่น่าสนใจอย่างแน่นอน ยิ่งชายหนุ่มแต่งตัวด้วยชุดที่โดดเด่นด้วยแล้ว แต่นี่เหมือนกับว่าเขานั้นไร้ตัวตน ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาทีหนึ่งอย่างเหนื่อยหน่าย เหมือนกับว่าเขาจะไร้ซึ่งกำลังใจที่จะทำงานต่อไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ตัดสินใจที่จะเดินฝ่าฝูงชนออกไปอย่างเอื่อยเฉื่อยฝืนทนเท่าที่จะทำได้ ตัวเขาเบียดเสียดฝูงชนไปตามปกติ แต่ก็ไม่มีใครสนใจเขาเช่นเดิม จนกระทั่งเขามาหยุดยืนอยู่หน้าธนาคารแห่งหนึ่ง“อืม...ไม่มีเงาสะท้อนในกระจก เราตายไปแล้วจริงๆสินะ” กรกล่าวกับตัวเองในขณะที่เขาลองขยับท่าทางต่างๆอยู่ตรงกระจกติดฟิล์มกรองแสงหน้าธนาคาร เขาทำท่าทางประหลาดทะเล้นพิเรนมากมายแต่ภาพของตัวเองก็ไม่ปรากฏให้เห็นสักนิด แม้แต่รปภ.ที่ยืนข้างๆยังไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย “ลุงคร้าบ! มองเห็นผมม้าย!!!” กรหันไปตะโกนข้างหูรปภ.สูงวัยที่กำลังเปิดประตูให้ลูกค้า แต่ก็แน่นอนว่าเขาไม่ได้ยินเสียงของชายหนุ่มแม้แต่น้อย แต่กลับเกิดปฏิกิริยาบางอย่างขึ้นกับลุงตรงหน้า เขาสะบัดหัวเล็กน้อยพร้อมกับเอามือขึ้นมาขยี้หูตัวเองหลายครั้ง“ลมอะไรอุ่นๆพัดเข้าหูวะ บรื๋อ...ขนลุก” อาการนี้แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าถึงแม้จะไม่มีใครมองเห็น และได้ยินเสียงของกร แต่พวกเขาสามารถสัมผัส และรับรู้การการกระทำของชายหนุ่มได้ นั่นหมายความว่าหากเหล่าเทพทำอะไรในโลกมนุษย์ ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้คนที่นี่อย่างแน่นอน “ถึงในคู่มือเทพฝึกหัดจะบอกเรื่องนี้ไว้แล้วก็เถอะ แต่พอมาลองจริงๆก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกันแฮะ และจะว่าไปแถวนี้มันรู้สึกคุ้นตาเรายังไงก็ไม่รู้? เหมือนเคยมาแล้วอย่างนั้นเลย ช่างเถอะ รีบไปหาเป้าหมายดีกว่า” กามเทพหนุ่มที่กวาดสายตามองสิ่งต่างๆรอบตัวเพลินๆสักครู่ เมื่อไม่ได้คำตอบที่ค้างคาใจก็เลือกที่จะไปทำภารกิจของตัวเองแทน ในมือของกรถือบัตรประจำตัวเอาไว้ตลอดเวลา เพราะมันกำลังแสดงข้อมูลการนำทางไปสู่เป้าหมายตามภารกิจของเขา สิ่งนี้แม้จะถูกเรียกว่าบัตรประจำตัว แต่ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อเหล่าเทพทุกตนเป็นอย่างมาก เปรียบดั่งแขนขาของตนเลยก็ว่าได้ ขนาดของบัตรประจำตัวนั้นเท่ากับสมาร์ทโฟนขนาดมาตรฐาน แต่ความเบาบางของมันไม่ต่างไปจากบัตรเครดิต และไม่ต้องกลัวว่ามันจะหล่นหาย หรือเจ้าของจะลืมไว้ที่ไหน เพราะเพียงคิดในใจบัตรสีขาวลายทองใบนี้ก็จะปรากฏขึ้นในมือได้ทันที หากต้องการให้มันหายไปก็จะหายไปกับความว่างเปล่าได้ทันทีเช่นกัน แต่สิ่งที่หน้าทึ่งที่สุดของมันก็คือฟังก์ชันที่เรียกได้ว่าแทบไร้ขีดจำกัด ภายในบัตรมีเมนูคำสั่งมากมายซึ่งเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันในทุกๆด้านที่เหล่าเทพทุกคนจำเป็นต้องใช้ แต่ฟังก์ชันหลักที่จะใช้กันมากเช่น การหาข้อมูล การซื้อสินค้า การวาร์ปข้ามมิติ การติดต่อสื่อสาร และเรียกใช้งานสิ่งของในมิติเก็บของประจำตัว ส่วนฟังก์ชันที่กรกำลังใช้ในตอนนี้ก็คือรูปแบบการนำทาง โดยมีเป้าหมายก็คือบุคคลในภารกิจซึ่งเขาได้รับมาก่อนหน้านี้ บัตรประจำตัวแสดงแผนที่แบบโฮโลแกรมฉายลอยตัวขึ้นมาพร้อมกับจุดสองจุดที่มีเส้นเชื่อมต่อกัน หมายถึงระยะทางที่ใกล้ที่สุดระหว่างกร และเป้าหมายนั่นเอง ‘อยู่ที่สวนหย่อมอย่างนั้นเหรอ ดีล่ะจะได้ไม่ต้องเดินขึ้นตึกให้เมื่อย’ กามเทพหนุ่มนึกในใจอย่างยินดีที่สามารถหาเป้าหมายเจอง่ายๆ กรเดินผ่านผู้คนในชุดพนักงานออฟฟิศที่หลากหลายผ่านเข้าไปในรั้วของบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ไม่จำเป็นต้องเปิดประตูเข้าตึกให้มีพิรุธ เขาเดินอ้อมไปทางด้านหลังจนพบกับสวนหย่อมอันร่มรื่น และตรงหน้าของกรก็เต็มไปด้วยพนักงานหลายคนที่มานั่งคุยกันอย่างผ่อนคลายในเวลาพักกลางวัน“คนนั้นสินะ วุฒิไกร” กรเทียบใบหน้าชายคนหนึ่งกับรูปถ่ายที่แสดงอยู่บนหน้าจอของบัตรประจำตัว จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปดูใกล้ๆเพื่อสังเกตพฤติกรรมของเป้าหมาย ชายหนุ่มหน้าดีคมเข้ม หุ่นล่ำในชุดพนักงานออฟฟิศที่พอดีตัว อวดกล้ามแน่นให้สาวๆที่เดินผ่านไปมาต้องเหลียวมองด้วยความหิวกระหาย แต่วุฒิไกรก็ไม่ได้สนใจผู้คนรอบข้างแม้แต่น้อย เพราะในมือของเขากำลังไถหน้าจอสมาร์ทโฟนเพื่อดูเรื่องราวต่างๆในโซเชียลมีเดียด้วยความตั้งใจ แต่หากจะบอกว่าผู้ชายแมนๆคนนี้กำลังเล่นโซเชียลไปเรื่อยก็คงไม่ใช่ เพราะที่จริงแล้วเขากำลังเปิดดูรูปของหญิงสาวที่เพิ่งอัปเรื่องราวลงใหม่ไม่กี่นาทีที่ผ่านมา และผู้หญิงหน้าตาสะสวยหุ่นนางแบบในรูปก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหน แต่เธอคือวิภาดาแฟนเก่าของเขานั่นเอง ‘ตอนนี้ดาคงมีความสุขอยู่ใช่ไหม?’ วุฒิไกรกล่าวถามขึ้นมาในใจพร้อมสีหน้าที่เศร้าหมองลง แต่เขาก็ยังคงจ้องมองรูปเธอในหน้าจออยู่อย่างนั้นไม่เปลี่ยนไปไหนด้วยจิตใจที่เฝ้าคะนึงหา แตกต่างจากกามเทพล่องหนที่ยืนอยู่ข้างๆชายหนุ่มกล้ามโต กรกลับส่ายหัวเซ็งๆกับอาการเศร้าซึมของวุฒิไกรแทน“นี่แกหล่อซะเปล่า แต่ใจโคตรป๊อดเลยว่ะ! แค่แกกลับไปขอคืนดี ผู้หญิงเขาจะตอบรับทันทีเลยด้วยซ้ำ เฮ้อ! เรื่องแค่นี้ก็ต้องมาเหนื่อยกามเทพสุดหล่อเท่อย่างฉันจนได้สินะ แต่ไม่เป็นไรไหนๆฉันก็เป็นเทพแห่งความรัก และนี่ก็เป็นหน้าที่อยู่แล้ว เดี๋ยวจะจัดฉากการคืนดีหวานๆฉ่ำๆสุดโรแมนติกให้เลยละกัน” กรกอดอกเชิดหน้า พร้อมพูดออกมากับตัวเองอย่างมั่นใจ“น่ารำคาญโว้ย!” วุฒิไกรคำรามเสียงต่ำออกมา เสียงของชายหนุ่มแสดงออกถึงความโกรธอย่างชัดเจน“เอ้า! ไอ้นี่..คนอุตส่าห์จะช่วย แต่มาพูดงี้เหรอ อยากมีเรื่องช้ะ!” กามเทพถลกแขนเสื้อขึ้นชูกำปั้นจ่อหน้าพนักงานหนุ่ม พร้อมสีหน้าขุ่นเคือง แต่จู่ๆกรที่กำลังเคืองอยู่ก็ต้องชะงักไป เมื่อเขาเห็นว่าวุฒิไกรกำลังจ้องมองมือถือด้วยสายตาที่เกรี้ยวกราดไม่ได้สนใจมองมาที่ตนแม้แต่น้อย“เออใช่ โทษทีลืมไป แกไม่ได้ยินเสียงฉันนี่หว่า ว่าแต่กำลังโกรธใครอยู่เหรอ?” เมื่อคิดได้ว่ามนุษย์ไม่อาจได้ยินสิ่งที่ตัวเองพูด กรก็เปลี่ยนไปสนใจว่าอะไรทำให้ชายตรงหน้าโกรธเคืองได้ขนาดนี้ และกามเทพหนุ่มก็ได้เห็นข้อความหนึ่งในโซเชียลมีเดีย ‘EDDY WONG : ดาน่ารักมากๆเลยครับ ยิ่งใส่ชุดที่เอ็ดซื้อให้ไปงานเปิดตัวแบรนด์ใหม่วันนี้ อย่างกับนางฟ้าลงมาจุติเลย นี่ถ้าไม่ประกาศว่าเป็นแบรนด์ของเอ็ด แขกในงานคงนึกว่าดาเป็นเจ้าของแบรนด์เองแน่ๆ’กรค่อยๆอ่านข้อความของเอ็ดดี้ หว่อง ที่วุฒิไกรกดขึ้นมาดูอย่างตั้งใจ และพยายามคิดตามไปด้วย บวกกับภาพจั่วหัวโพสต์ของวิภาดาที่ขึ้นมาก่อนหน้านี้ ที่บอกว่าเมื่อเช้าเธอไปร่วมพิธีเปิดแบรนด์น้ำหอมยี่ห้อใหม่กลางห้างดัง กามเทพหนุ่มก็พอจะเดาได้ว่าเรื่องราวมีที่มาที่ไปยังไง‘ไอ้เจ้าเอ็ดดี้คนนี้น่าจะเป็นเศรษฐีใหญ่ที่กำลังจีบวิภาดาอยู่ แต่จากท่าทางโมโหออกนอกหน้าของวุฒิไกรนั้นแสดงว่าเขาก็รู้จักกับเอ็ดดี้ด้วยเหมือนกัน’ กรต้องความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะคนที่เข้ามาคอมเมนต์ในโซเชียลมีเดียของวิภาดาคนนี้ อาจเป็นอุปสรรคต่อการกลับมาคืนดีของชายหญิงทั้งสองคนก็เป็นได้ และนั่นหมายถึงปัญหาในงานของกามเทพ แต่แล้วจู่ๆวุฒิไกรก็ลุกขึ้นจากม้านั่งอย่างรวดเร็ว พร้อมเก็บสมาร์ทโฟนเข้ากระเป๋ากางเกงไป ข้อมูลที่กรกำลังรวบรวมจึงต้องขาดตอนไปเสียอย่างนั้น แม้จะเห็นว่าชายหนุ่มเดินจากไปแต่กามเทพเจ้าปัญหาก็ไม่ได้ตามไปด้วย เพราะว่านี่ก็หมดเวลาพักเที่ยงของวุฒิไกรพอดีนั่นเอง แต่...