แสงรำไรของเช้าวันใหม่ลอดผ่านรอยแยกของม่านไม้ไผ่ สาดส่องลงบนใบหน้าเนียนละเอียดของลู่ชิงที่บัดนี้ซับสีเืฝาดจนแดงระเรื่อผิดปกติ หญิงสาวค่อยๆ ปรือตาขึ้นด้วยความรู้สึกกึ่งฝันกึ่งตื่น หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับกลองศึก ภาพในความฝันเมื่อครู่นั้นช่างตราตรึงและรุ่มร้อนจนนางแทบไม่อยากเชื่อว่าตนเองจะจินตนาการเื่เช่นนั้นได้
ในความฝัน... นางรู้สึกเหมือนถูกโอบรัดด้วยเกล็ดสีทองอร่ามที่ร้อนระอุ ััที่ดุดันและแข็งแกร่งบดเบียดเข้ากับกายสาวของนางจนแทบจะหลอมรวมเป็เนื้อเดียว ความร้อนแรงนั้นซอกซอนไปทุกอณูผิว ทำให้ร่างกายของนางบิดเร่าด้วยความสยิวที่อธิบายไม่ได้ ในห้วงฝันนั้น นางเห็นเงาของสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่และทรงพลัง แต่เมื่อพยายามจะมองให้ชัดเจน ภาพนั้นกลับพร่าเลือนไปเหมือนหมอกยามเช้า
ความรู้สึกในฝันนั้นแปลกประหลาดจนนางสั่นสะท้าน มันเป็ความปรารถนาที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน ความ้าที่ลึกซึ้งและดิบเถื่อนจนทำให้นางต้องหอบหายใจถี่กระชั้น แม้ในขณะที่ตื่นขึ้นมาแล้ว ร่างกายของนางยังคงสั่นไหวด้วยเสียงสะท้อนของความสุขที่เพิ่งผ่านพ้นไป
"อืมม์..." ลู่ชิงครางแ่เบาพลางบิดกายไล่ความเมื่อยขบ ทว่านางต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อพบว่า "กิเลนน้อย" ที่ควรจะนอนนิ่งอยู่ข้างหมอน กลับกำลังมุดซุกไซ้อยู่แถวซอกคอของนาง
โม่ฉีในร่างกิเลนขาวแสร้งทำเป็ตื่นนอนด้วยท่าทางออดอ้อนที่สุด เขาใช้ศีรษะทุยๆ ดันคางของนางขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มใช้ลิ้นเล็กๆ ที่มีปุ่มสากจางๆ เลียไล้ไปตามพวงแก้มและซอกคอขาวเนียนของลู่ชิงอย่างแ่เบา แต่ทว่ารอยลากของลิ้นนั้นกลับจงใจผ่านจุดชีพจรและจุดอ่อนไหวที่เขาฉีดมนตราไว้เมื่อคืน
เขาเริ่มต้นด้วยการเลียไล้บริเวณใต้ใบหูของนาง ที่ซึ่งิับางเฉียบและเต็มไปด้วยเส้นประสาทที่ไวต่อการัั ลิ้นอุ่นๆ ของเขาเคลื่อนไหวเป็วงกลมเล็กๆ ส่งความรู้สึกซ่านเสียวไปตามเส้นประสาทจนถึงไขสันหลัง ทำให้ลู่ชิงต้องกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางที่จะหลุดออกมา
จากนั้นเขาค่อยๆ เลื่อนลิ้นลงมาตามเส้นคอ หยุดพักที่จุดชีพจรที่เต้นแรงอยู่ใต้ิั เขาใช้ปลายลิ้นกดเบาๆ ลงบนจุดนั้น ส่งคลื่นความสั่นะเืเข้าไปในกระแสเื พร้อมกับฉีดปราณอุ่นเข้าไปอีกครั้งเพื่อเสริมฤทธิ์ของมนตราที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากเมื่อคืน
*'ตื่นมารับรสชาติของข้าต่อเถิด... ยอดรักของข้า'*
ทุกครั้งที่ลิ้นสากลากผ่าน ผิวกายของลู่ชิงจะเกิดอาการขนลุกซู่ มนตราอุ่นวาบที่ฝังรากลึกอยู่ในกระแสเืถูกกระตุ้นให้ทำงานซ้ำอีกครั้ง ความร้อนรุ่มที่กลางใจพุ่งพล่านลงสู่เบื้องล่างอย่างรวดเร็ว ลู่ชิงรู้สึกถึงความเหนอะหนะที่เกิดขึ้นระหว่างง่ามขาอย่างน่าละอาย นางพยายามจะดันตัวกิเลนน้อยออก แต่ร่างขนฟูนั้นกลับยิ่งเบียดซบหน้าลงบนเนินอกของนางอย่างโหยหาไออุ่น
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในร่างกายของนางนั้นแปลกใหม่และน่าใ มันเป็ความปรารถนาที่ดิบเถื่อนและไม่เหมาะสมสำหรับศิษย์พี่ใหญ่ผู้ควรจะบริสุทธิ์ แต่ร่างกายของนางกลับตอบสนองต่อการััของกิเลนน้อยอย่างไม่อาจควบคุม หัวนมที่เคยนิ่มนวลเริ่มแข็งตัวและชูขึ้น ส่งความรู้สึกซ่านเสียวไปทั่วร่างกาย
"เ้าตัวเล็ก... อย่าซนสิ ข้า... อ๊ะ! อ๊าาา..."
เสียงครางที่หวานล้ำหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากบางอย่างไม่อาจกั้น เมื่อลิ้นสากของกิเลนจงใจลากผ่านจุดอ่อนไหวตรงไหปลาร้าและขบเม้มเบาๆ ลู่ชิงรู้สึกอับอายอย่างยิ่งที่ต้องมาส่งเสียงเช่นนี้ต่อหน้าสัตว์น้อยที่แสนไร้เดียงสา ทว่าเพราะที่นี่คือเรือนพักส่วนตัวที่ไม่มีใครเห็น นางจึงเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความสยิวที่จู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว
โม่ฉีใช้เทคนิคที่เขาฝึกฝนมาหลายพันปี ค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นของการกระตุ้น เขาเปลี่ยนจากการเลียไล้เป็การใช้ฟันเล็กๆ งับเบาๆ ผ่านเนื้อผ้าไหม ส่งความรู้สึกที่แตกต่างและเข้มข้นกว่าเดิม ทุกครั้งที่ฟันของเขาแตะิัของนางผ่านผ้าบางๆ ลู่ชิงจะสั่นสะท้านไปทั้งตัว
ความร้อนที่เริ่มจากทรวงอกแผ่ซ่านลงไปทั่วร่างกาย ทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังถูกไฟไหม้จากภายใน เหงื่อเล็กๆ เริ่มซึมออกมาตามหน้าผากและคอ ทำให้ิัเปล่งประกายระยิบระยับใต้แสงแรกของวัน ชุดนอนที่เคยหลวมเริ่มติดแนบกับร่างกายเพราะเหงื่อ เผยให้เห็นรูปร่างของนางได้ชัดเจนขึ้น
"ทำไม... ทำไมร่างกายของข้าถึงได้ไวต่อััของเ้านัก" นางพึมพำเสียงพร่า มือเรียวที่พยายามผลักไสกลับกลายเป็การจิกเกร็งลงบนที่นอนไม้ไผ่ ความซ่านกระสันแล่นปราดจากยอดอกไปจนถึงปลายเท้า ร่างกายของนางบิดเร่าเบาๆ บนเตียงนุ่ม ความร้อนรุ่มที่โม่ฉีทิ้งไว้เมื่อคืนกำลังปะทุขึ้นมาดั่งไฟลามทุ่ง
โม่ฉีรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่งเมื่อเห็นปฏิกิริยาของนาง เขาเพิ่มความเข้มข้นขึ้นอีกขั้น โดยการใช้ลิ้นที่มีอุณหภูมิสูงเลียไล้ไปตามรอยเย็บของเสื้อผ้าไหม ความร้อนและความเปียกชื้นทำให้ผ้าติดแนบกับิัมากขึ้น เผยให้เห็นรูปร่างและสีสันของจุดที่ละเอียดอ่อนใต้ผ้าได้ชัดเจนขึ้น
เขาค่อยๆ เลื่อนตำแหน่งไปยังจุดที่ละเอียดอ่อนที่สุด ใช้จมูกเล็กๆ ดุนดันเบาๆ ไปตามเนินอกของนางผ่านผ้าเนื้อบาง ความร้อนจากลมหายใจของเขาทำให้ิัของนางสั่นระริก ส่งความรู้สึกซ่านเสียวไปทั่วร่างกาย
โม่ฉีแอบใช้ฟันเล็กๆ งับเบาๆ ลงบนยอดปทุมถันผ่านเนื้อผ้าไหมเนื้อดี ความรู้สึกเสียวแปลบดุจไฟช็อตทำให้ลู่ชิงเผลอแอ่นอกเข้าหาโดยสัญชาตญาณ นางหอบหายใจถี่กระชั้น ดวงตาเริ่มพร่าเลือนด้วยตัณหาที่ถูกจุดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเท้าของนางหงิกงอด้วยความซ่านเสียวที่ท่วมท้น
"อืมม์... อ๊า..." เสียงครางแ่เบาหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากที่เผยอเล็กน้อย ลู่ชิงบิดกายไปมาด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ร่างกายของนางสั่นเทาเบาๆ ราวกับใบไผ่ที่ถูกสายลมพัดผ่าน
โม่ฉีไม่หยุดเพียงแค่นั้น เขาใช้ลิ้นเล็กๆ ที่เริ่มมีความร้อนสูงเลียไล้ผ่านผ้าไหมไปตามส่วนโค้งเว้าของเต้านมลู่ชิงอย่างช้าๆ ลิ้นที่อุ่นและเปียกชื้นเคลื่อนไหวเป็วงกลมเล็กๆ รอบจุดที่ละเอียดอ่อนที่สุด แรงกดและััเปียกชื้นทำให้ลู่ชิงรู้สึกเหมือนกำลังถูกคลื่นความร้อนซัดสาด
เขาใช้เทคนิคที่เรียกว่า "ลิ้นไฟพิรุณ" ซึ่งเป็วิชาลับที่เขาพัฒนาขึ้นเองใน่หลายร้อยปีที่ผ่านมา ลิ้นของเขาสามารถปรับอุณหภูมิได้ั้แ่เย็นเฉียบจนถึงร้อนระอุ และสามารถเปลี่ยนเนื้อััจากเรียบเนียนเป็ขรุขระเล็กน้อยได้ตาม้า ทุกการเคลื่อนไหวของเขาถูกคำนวณอย่างแม่นยำเพื่อให้เกิดผลกระทบสูงสุดต่อจุดอ่อนไหวของนาง
"อ๊า... อ๊าา..." เสียงครางที่หวานล้ำและเร่าร้อนหลุดออกมาอย่างต่อเนื่อง ลู่ชิงไม่สามารถกลั้นได้อีกต่อไปเมื่อความรู้สึกซ่านเสียวท่วมท้นไปทั่วร่างกาย
ผ้าไหมเนื้อบางเริ่มเปียกชื้นจากลิ้นของเขา ทำให้ติดแนบกับิัของนางมากขึ้น เผยให้เห็นรูปร่างและสีสันของจุดที่ละเอียดอ่อนใต้ผ้าได้ชัดเจนขึ้น สีชมพูอ่อนของยอดปทุมถันที่เริ่มแข็งตัวจากการกระตุ้นปรากฏผ่านผ้าที่เปียกชื้น ทำให้โม่ฉีแทบจะเสียสติด้วยความปรารถนา
เขาเปลี่ยนเทคนิคเป็ "การสั่นะเืแบบคลื่น" โดยใช้ลิ้นสั่นเล็กน้อยขณะเลียไล้ ส่งคลื่นความสั่นะเืเข้าไปในเนื้อเยื่อที่อ่อนไหว ความรู้สึกนี้ทำให้ลู่ชิงต้องกัดริมฝีปากแน่นจนเกือบจะเป็แผล เพื่อกลั้นเสียงครางที่จะหลุดออกมา
"หืมม์... อ๊ะ... อ๊าา..." แต่เสียงครางที่เร่าร้อนก็ยังคงหลุดรอดออกมาอย่างไม่อาจหยุดยั้ง ทำให้โม่ฉีรู้สึกเหมือนกำลังฟังเพลงแห่ง์ที่ไพเราะที่สุด
นางเผลอส่งเสียงครางแ่เบาในลำคอ "อืม... หืมม์..." เสียงที่ไพเราะและเซ็กซี่จนโม่ฉีแทบจะสูญเสียการควบคุมตัวเอง พร้อมกับบิดกายเร่าไปมาบนเตียงไม้ไผ่ ขาเรียวขาวของนางเริ่มเบียดเสียดเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ พยายามบรรเทาความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่างขา
"อ๊า... อ๊าา... หืมม์..." เสียงครางที่เร่าร้อนและหวานล้ำดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความรู้สึกซ่านเสียวเพิ่มขึ้นทีละน้อย
การเคลื่อนไหวของนางทำให้ชุดนอนเลื่อนขึ้น เผยให้เห็นขาเรียวยาวที่ขาวเนียนใต้แสงแรกของวัน ิัที่เนียนลื่นเปล่งประกายระยิบระยับด้วยเหงื่อเล็กๆ ที่เริ่มซึมออกมา โม่ฉีมองดูด้วยความพึงพอใจ สายตาของเขาจับจ้องไปที่ทุกส่วนของร่างกายที่เริ่มตื่นตัว
เขาสังเกตเห็นว่าลู่ชิงเริ่มมีอาการของ "ไข้ราคะ" ที่เกิดจากมนตราของเขา ิัของนางเริ่มมีสีชมพูระเรื่อไปทั่ว ลมหายใจที่หอบเหนื่อย และการเคลื่อนไหวที่ไม่สามารถควบคุมได้ นี่คือสัญญาณที่เขารอคอย สัญญาณที่บอกว่าร่างกายของนางเริ่มกระหายการััจากเขาแล้ว
โม่ฉีใช้โอกาสนี้เพิ่มความเข้มข้นของการกระตุ้น เขาเริ่มใช้ "เทคนิคลิ้นคู่" โดยการแยกลิ้นออกเป็สองส่วน แล้วใช้ทั้งสองส่วนเลียไล้จุดอ่อนไหวสองจุดพร้อมกัน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นทำให้ลู่ชิงต้องกัดหมอนเพื่อกลั้นเสียงครางที่จะดังออกมา
"อ๊า! อ๊าา... หืมม์... อ๊ะ!" แต่เสียงครางที่เร่าร้อนก็ยังคงหลุดออกมาผ่านหมอนที่นางกัดไว้ เสียงที่ทำให้โม่ฉีรู้สึกเหมือนกำลังได้ยินเสียงร้องของนางนกไฟฟ้าที่กำลังถูกปลุกเร้า
ความโหยหาทางกายภาพที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อนเริ่มตื่นขึ้นทีละน้อย ร่างกายของนางเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการกระตุ้น หัวนมที่เคยนิ่มนวลเริ่มแข็งตัวและชูขึ้น ความรู้สึกซ่านเสียวแผ่ซ่านจากทรวงอกลงไปยังส่วนล่างของร่างกาย
เขาค่อยๆ เลื่อนตำแหน่งลงไปทางแผ่นท้องของนาง ใช้ลิ้นเลียไล้เป็เส้นตรงจากใต้ทรวงอกลงไปยังสะดือ ทุกครั้งที่ลิ้นของเขาััิั กล้ามเนื้อท้องของนางจะกระตุกเล็กน้อย ส่งความรู้สึกซ่านเสียวไปทั่วร่างกาย
"อืมม์... อ๊า... หา..." เสียงครางที่ละเมอและเร่าร้อนดังขึ้นเมื่อลิ้นของเขาเลียไล้ไปตามแผ่นท้องที่เรียบเนียน
โม่ฉีใช้เทคนิคพิเศษที่เรียกว่า "การหายใจแบบั" โดยการปล่อยลมหายใจร้อนๆ ลงบนิัของนาง ลมหายใจที่ร้อนและชื้นทำให้ิัของนางสั่นระริก ส่งความรู้สึกแปลกใหม่ที่นางไม่เคยพบเจอมาก่อน
"หา... หา... อ๊า..." ลมหายใจของนางเริ่มหอบเร็วขึ้น ใบหน้าที่เคยเรียบเนียนเริ่มเปียกชื้นด้วยเหงื่อเล็กๆ ผมที่เคยเรียบร้อยเริ่มยุ่งเหยิงจากการขยับตัวไปมา ริมฝีปากที่เคยสีชมพูอ่อนเริ่มแดงเข้มขึ้นและเผยอออกเล็กน้อย เสียงครางที่เร่าร้อนหลุดออกมาอย่างต่อเนื่อง
เขาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างด้วยความพึงพอใจ เขารู้ว่าแผนการของเขากำลังได้ผลตามที่คาดหวัง ร่างกายของลู่ชิงเริ่มตอบสนองต่อการกระตุ้นของเขาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทำให้นางเริ่มกระหายการััจากเขาเอง
โม่ฉีเริ่มใช้ "เทคนิคการััแบบหลอกลวง" โดยการััิัของนางด้วยขนนุ่มที่มีอุณหภูมิต่างกัน บางครั้งเย็น บางครั้งอุ่น ทำให้เกิดความรู้สึกที่แปรปรวนและไม่คาดเดาได้ ความรู้สึกนี้ทำให้ระบบประสาทของนางต้องทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้ความไวต่อการััเพิ่มขึ้นอย่างมาก
"อ๊า... อ๊าา... หืมม์..." เสียงครางที่เร่าร้อนและหวานล้ำดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความรู้สึกที่แปรปรวนทำให้นางสับสนและตื่นเต้นไปพร้อมกัน
เขาค่อยๆ เลื่อนตัวลงไปทางส่วนล่างของร่างกาย ใช้จมูกเล็กๆ ดุนดันเบาๆ ไปตามแผ่นท้องและสะดือของนาง ความร้อนจากลมหายใจของเขาทำให้ิัของนางสั่นระริก ส่งความรู้สึกซ่านเสียวไปทั่วร่างกาย
ลู่ชิงในสภาพกึ่งตื่นกึ่งหลับเริ่มรู้สึกเหมือนกำลังถูกไฟไหม้ ความร้อนที่เริ่มจากทรวงอกแผ่ซ่านลงไปทั่วร่างกาย ทำให้นางรู้สึกอยากจะถอดเสื้อผ้าออกเพื่อระบายความร้อน แต่ในสภาพที่กึ่งสลบนี้ นางไม่สามารถควบคุมการกระทำของตัวเองได้อย่างเต็มที่
"อ้า... ร้อน... อ๊า..." นางพึมพำเบาๆ ในลำคอ พลางขยับตัวไปมาอย่างไม่สงบ มือของนางเริ่มเคลื่อนไหวโดยสัญชาตญาณ พยายามหาทางระบายความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้น เสียงครางที่เร่าร้อนหลุดออกมาทุกครั้งที่นางขยับตัว
โม่ฉีเห็นโอกาสดี เขาค่อยๆ เลื่อนตัวขึ้นมาใกล้มือของนาง แล้วใช้ขนนุ่มเสียดสีกับฝ่ามือและปลายนิ้วของนาง ความรู้สึกจากขนที่นุ่มและอุ่นทำให้นางเผลอกำมือเขาไว้ แล้วเริ่มลูบไล้ตัวเขาอย่างไม่รู้ตัว
การลูบไล้ของนางทำให้โม่ฉีรู้สึกเหมือนกำลังได้รับการนวดจากเทพธิดา ความรู้สึกนั้นทำให้เขาแทบจะครางออกมาด้วยความสุข เขาแสร้งส่งเสียง "หงิง..." เบาๆ เพื่อให้นางคิดว่าเขากำลังสบายใจ
"อ๊า... หืมม์... อ๊าา..." เสียงครางของลู่ชิงดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความรู้สึกซ่านเสียวเพิ่มขึ้นทีละน้อย
ขณะที่นางลูบไล้ตัวเขา โม่ฉีก็ใช้โอกาสนี้เพิ่มความเข้มข้นของการกระตุ้น เขาใช้ลิ้นเลียไปตามฝ่ามือของนาง ส่งปราณอุ่นเข้าไปในกระแสเืผ่านจุดชีพจรที่ข้อมือ ทำให้ความรู้สึกร้อนแรงแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของนางเร็วขึ้น
เขาใช้เทคนิคที่เรียกว่า "การถ่ายทอดปราณผ่านจุดชีพจร" ซึ่งเป็วิธีการที่ละเอียดอ่อนและมีประสิทธิภาพสูง โดยการส่งปราณของเขาเข้าไปในระบบไหลเวียนเืของนาง ทำให้ปราณนั้นไหลไปยังทุกส่วนของร่างกายอย่างรวดเร็ว
"หา... หา... ร้อนจัง... อ๊า..." นางพึมพำด้วยเสียงที่หอบเหนื่อย ใบหน้าของนางแดงก่ำไปหมด เหงื่อเริ่มไหลซึมออกมาตามหน้าผากและคอ ทำให้ิัเปล่งประกายระยิบระยับใต้แสงแรกของวัน เสียงครางที่เร่าร้อนหลุดออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน
ชุดนอนที่เคยหลวมเริ่มติดแนบกับร่างกายเพราะเหงื่อ เผยให้เห็นรูปร่างของนางได้ชัดเจนขึ้น ทรวงอกที่เต็มเปี่ยมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่เร็วขึ้น หัวนมที่แข็งตัวชูขึ้นผ่านผ้าเนื้อบาง และเส้นโค้งของร่างกายที่เซ็กซี่ขึ้น
โม่ฉีรู้ดีว่าหากคืนนี้เขากระตุ้นนางได้สำเร็จ คืนต่อๆ ไป ลู่ชิงจะกลายเป็ผู้ที่กระหายััจากเขาเสียเอง โดยที่นางยังเชื่อสุดใจว่ามันคือความรักและความเอ็นดูที่มีต่อสัตว์เทพตัวหนึ่งเท่านั้น
เขาเริ่มขั้นตอนที่เข้มข้นที่สุดของเช้านี้ ค่อยๆ เลื่อนตัวไปยังจุดที่ละเอียดอ่อนที่สุดระหว่างขาของนาง ใช้ลมหายใจอุ่นๆ พัดไปยังจุดนั้นผ่านผ้าเนื้อบาง ความร้อนและความชื้นทำให้นางสั่นสะท้านไปทั้งตัว
เขาใช้เทคนิคที่เรียกว่า "ลมหายใจัไฟ" โดยการควบคุมอุณหภูมิของลมหายใจให้ร้อนจัด แล้วพัดไปยังจุดที่อ่อนไหวที่สุดของนาง ความร้อนที่เข้มข้นทำให้ผ้าที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อกลายเป็ตัวนำความร้อนที่ดี ส่งความรู้สึกเข้าไปถึงจุดที่ลึกที่สุด
"อ้า! อ๊าา... หืมม์... อ๊ะ!" นางส่งเสียงครางเร่าร้อนที่ดังขึ้น ขาทั้งสองข้างกำแน่นเข้าหากัน พยายามบรรเทาความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้น แต่การกระทำนี้กลับทำให้โม่ฉีถูกบีบคั้นระหว่างขาของนาง ทำให้เขาได้ัักับความอุ่นและความนุ่มนวลอย่างใกล้ชิด
ความรู้สึกนั้นทำให้โม่ฉีแทบจะเสียสติ เขาใช้ความพยายามอย่างมากในการควบคุมตัวเอง เพื่อไม่ให้เผยตัวตนที่แท้จริงออกมาในเวลานี้ เขายัง้าให้นางเชื่อว่าเขาเป็เพียงสัตว์น้อยที่ไร้เดียงสา
เขาใช้เทคนิคสุดท้ายที่เรียกว่า "การสั่นะเืแบบคลื่นซ้อน" โดยการส่งคลื่นความสั่นะเืที่มีความถี่ต่างกันเข้าไปในร่างกายของนางพร้อมกัน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเหมือนกับการถูกกระแสไฟฟ้าช็อตเบาๆ ทำให้ทุกเส้นประสาทในร่างกายของนางตื่นตัวสุดขีด
"อ๊า! อ๊าา! หืมม์... อ๊ะ... อ๊าา!" ลู่ชิงรู้สึกเหมือนกำลังจะะเิด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ความสุขที่เข้มข้นและแปลกใหม่ท่วมท้นไปทั่วร่างกาย ทำให้นางต้องกัดหมอนแน่นจนเกือบจะฉีกขาด เสียงครางที่เร่าร้อนและหวานล้ำหลุดออกมาอย่างต่อเนื่อง
หลังจากที่เขากระตุ้นนางจนถึงจุดสูงสุดที่เหมาะสมสำหรับเช้านี้ โม่ฉีค่อยๆ ลดความเข้มข้นลง เขาไม่้าให้นางตื่นขึ้นมาในขณะที่ยังอยู่ในสภาพที่เข้มข้นเกินไป เพราะอาจทำให้นางสงสัยได้ เขา้าให้นางจดจำความรู้สึกนี้ในจิตใต้สำนึก และเริ่มกระหายมันในครั้งต่อๆ ไป
"พอก่อน... ไม่ได้นะ..." นางรวบรวมสมาธิที่กระจัดกระจาย รีบอุ้มกิเลนน้อยวางลงบนเตียงก่อนจะพาร่างที่สั่นเทาของตนเองลุกพรวดขึ้น ลู่ชิงรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบของอากาศยามเช้าที่ปะทะกับร่างกายที่ร้อนรุ่ม และความเปียกชื้นที่กางเกงชั้นในผ้าแพรทำให้นางต้องหน้าแดงซ่านจนถึงใบหู
นางรีบคว้าผ้าเช็ดตัวและเดินกึ่งวิ่งมุ่งหน้าไปยังห้องอาบน้ำด้านหลังเรือน เมื่อพ้นสายตา (ที่นางคิดว่า) ไร้เดียงสาของกิเลนน้อย ลู่ชิงพิงแผ่นหลังเข้ากับประตูไม้หอบหายใจรัวเร็ว มือหนึ่งกุมหน้าอกที่ยังสั่นไหว อีกมือหนึ่งเผลอเลื่อนลงไปััจุดยุทธศาสตร์ที่แฉะชื้นผ่านเนื้อผ้า ความสยิวที่ยังค้างคาทำให้ถอนหายใจออกมาด้วยความรัญจวนใจ
"ข้าเป็อะไรไป... เหตุใดเพียงแค่สัตว์เลี้ยงออดอ้อน ข้ากลับมีความ้าเยี่ยงสตรีแพศยาเช่นนี้" นางตำหนิตัวเองทั้งน้ำตาที่คลอเบ้าด้วยความอับอาย แต่ร่างกายกลับยิ่งเรียกร้องััที่รุนแรงกว่าเดิม
โม่ฉีมองตามแผ่นหลังเปลือยเปล่าที่พ้นขอบสาบเสื้อผ้าไหมซึ่งหลุดลุ่ยของนางไป สายตาของกิเลนน้อยบัดนี้เปลี่ยนเป็สายตาของพรานเฒ่าผู้มีชัยชนะ เขานั่งนิ่งอยู่บนเตียงไม้ไผ่ ลิ้นของเขาเลียริมฝีปากตัวเองเบาๆ ราวกับจะซึมซับรสชาติของเหยื่อที่กำลังจะถูกกลืนกินในไม่ช้า
'ชำระล้างไปเถิดลู่ชิง... แต่กลิ่นอายของข้าจะฝังลึกอยู่ในจิติญญาของเ้า จนน้ำในสระมรกตทั้งสำนักก็มิอาจลบเลือนมันได้'