“ให้ผมช่วยพี่ปลดปล่อยบ้างจะได้มั้ยฮะ...”
ดรีมไม่นึกไม่ฝันเลยว่าคำพูดนั้นจะหลุดออกมาจากปากตนจริงๆ
ลมหายใจของเด็กหนุ่มเริ่มติดขัดเมื่อร่างสูงใหญ่เยื้องกรายเข้ามาใกล้ก่อนจะนั่งเคียงข้างเขาบนเตียงนุ่มอีกครั้ง
คนขี้อายเพียงถูกแววตาปรารถนาจับจ้องก็เกือบประคองตนไม่อยู่แล้วแต่ผีบ้าตัวไหนเข้าสิงก็ไม่รู้ จึงอาจหาญเอ่ยบอกจะช่วยอีกฝ่ายออกไปเช่นนั้น
หากแต่ความรัญจวนเสียวซ่านจากััเมื่อครู่ยังคงตราตรึงไม่จางหายมอมเมารู้สึกดียิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น จนดรีมอยากจะตอบแทนชายหนุ่มให้มีความสุขด้วยััเช่นเดียวกันบ้างก็เท่านั้นเอง
หนุ่มลูกครึ่งผู้หล่อเหลาอยู่ในสภาพเปลือยกายท่อนบน สวมเพียงกางเกงยีนขายาวปกปิด่ล่างไว้เท่านั้นซิปกางเกงยีนค่อยๆ ถูกรูดลงอย่างเชื่องช้า
เรือนร่างอันเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อสง่างามทำเอาเด็กหนุ่มมหาลัยหวั่นไหวดรีมกลืนน้ำลายดังเอื๊อกขณะวาดมือเข้าไปภายในกางเกงในทรงทรังค์สีดำเนื้อดีระหว่างทางััได้ถึงไรขนสีน้ำตาลอ่อนๆ ประปรายบนลอนกล้ามหน้าท้อง จนหัวใจดวงน้อยกลับมาเต้นระรัวอีกครั้ง
ลำแขนแกร่งโอบรอบไหล่ขาวไว้อย่างรักใคร่ เ้าของร่างกำยำนึกขำ กับท่าทางแสนจะเก้ๆกังๆ ของเด็กหนุ่มที่ไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้องส่วนแข็งขืนนั้นโดยตรงสุดท้ายมือใหญ่เป็ฝ่ายนำพาคนเขินอายััแก่นกายอันแข็งแกร่งชูชันเสียเอง
ภายในชั้นในสีดำคือความเป็ชายขนาดใหญ่โตมหึมาที่แทบจะงัดตระหง่านออกมาภายนอกความยิ่งใหญ่ของท่อนเนื้อหนานั้นสร้างความสะพรึงแก่ผู้พบเห็นเป็อย่างยิ่ง น่าเกรงขามทรงพลังจนน่าใ
คนจิ้มลิ้มหน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิกโพลงกว้าง
“ม่ายยยยย!!!”
มือขาวชักกลับโดยพลัน ประหนึ่งโดนน้ำเดือดจัดลวกผิวอย่างไรอย่างนั้น
ดวงตากลมโตคู่สวยจับจ้องโฟกัสไปยังของสงวนของอีกฝ่ายไม่วางตานอกจากจะเป็เครื่องเพศที่ใหญ่โตอลังการจนเผลอๆ มือดรีมจะกำไม่รอบแล้วทรวดทรงรูปร่างเองก็มีความงดงามพิเศษไม่แพ้กัน แข็งแกร่งสง่างามสมเป็ชายชาตรีสุดๆความตระหง่านผงาดง้ำน่าเกรงขามนั้นช่างแตกต่างจากของเขาลิบลับ เด็กหนุ่มตกตะลึงจนถึงขั้นเสียเซลฟ์เลยทีเดียว
ปฏิกิริยาตระหนกในั้นทำเอาชายหนุ่มนักรักหัวเราะ
“ฮะฮะ น้องดรีมจะกลัวอะไรขนาดนั้นครับ”
มือใหญ่ดึงรั้งข้อมือเล็กไว้ เมื่อร่างบอบบางหวาดผวาจนถอยกรูไปอีกฝั่งของเตียง
“พี่เจ! ของพี่ใหญ่มาก มันใหญ่โตเกินไป!!มันไม่มีทางใส่ได้หรอกฮะ!!!”
ดรีมแผดเสียงกระวีกระวาดมั่นใจว่ายังไงก็ไม่อาจรองรับความโอฬารของหนุ่มลูกครึ่งต่างชาติขนาดนี้ได้อย่างแน่นอนคนตัวเล็กๆ อย่างเขาหากเจอไซซ์นี้เข้าไป...ดีไม่ดี่ล่างได้พังกันพอดี!!!
“อ่า อย่าพูดจาใจร้ายแบบนั้นสิครับ นี่ยังไม่แข็งตัวเต็มที่ซะหน่อยมันเพิ่งเริ่มๆ เอง...”
“ห๊า!! มันจะขยายใหญ่กว่านี้อีกเหรอ!ไม่มีทาง ...ยังไงก็ไม่ไหวหรอกฮะ!!”ดรีมส่ายหน้าเป็พัลวัน ใบหน้างามซีดเซียวเป็กระดาษ
“วันนี้ยังไม่ต้องสอดใส่ก็ได้ครับ แต่ภายนอกก็พอ” เสียงทุ้มกล่าว
“แต่มัน... ถึงขนาดนี้... ดรีมกำไม่รอบด้วยซ้ำ...”
“ไหนเรารับปากจะช่วยพี่ปลดปล่อยไงครับ คนดี...”
มือหนาดึงข้อมือขาวนวลไว้แต่โดนสะบัดหลุดโดยแรง คนขี้กลัวหลับตาปี๋ส่ายศีรษะไปมา
“ขอถอนคำพูดฮะ!! พี่เจ ดรีมขอโทษ!!!”
คนตัวเล็กพรวดหนีไปซ่อนตัวใต้ผ้านวม คลุมโปงมิดจนมองไม่เห็นตัว
ชายหนุ่มลูกครึ่งหัวเราะในลำคอ พยายามดึงอีกฝ่ายออกมาก็ไม่เป็ผลดรีมตัวน้อยมุดกลับเข้าไปในม้วนผ้าห่มหนาที่ปกคลุมเรือนร่างเขาไว้รอบราวกับขนมแยมโรลนุ่มนิ่มจะว่าเขินอายหรือตื่นกลัวก็ไม่ทราบได้ แต่ดรีมเลือกที่จะหลบอยู่อย่างนั้นอีกเป็เวลานานพอสมควร
หนุ่มเ้าของห้องทำภารกิจในห้องน้ำเสร็จเรียบร้อย นั่งดูข่าวสักพักรอจนกว่าอีกฝ่ายจะออกจากห้องนอนมาแต่โดยดี
แต่หนุ่มน้อยไร้เดียงสานั้นดื้อดึงกว่าที่คิด รออยู่นานสองนานก็ไม่ยอมปรากฏตัวออกมาจากห้องเสียที
เมื่อเห็นว่าถึงแก่เวลามื้ออาหาร ร่างสูงเห็นทีต้องใช้กำลังกับอีกฝ่ายบ้างแล้วสินะ
ท่ามกลางการจราจรอันหนาแน่นบนถนนสุขุมวิท มีร้านคาเฟ่ลับแห่งหนึ่งเปิดให้บริการตามปกติร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยย่อยซึ่งน้อยคนนักจะสังเกตเห็นและเป็ที่รู้จักเฉพาะในหมู่ลูกค้าประจำ
ร้านกาแฟขนาดเล็กนี้ตกแต่งโทนสีขาวมินิมอลตัดกับลวดลายไม้สักให้กลิ่นอายความอบอุ่นโฮมมี่ตามสไตล์คาเฟ่ญี่ปุ่นดูแล้วสบายตาน่านั่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับรับประทานอาหารมื้อเช้า
เมล็ดกาแฟคั่วสดใหม่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล ชักชวนให้ผู้สัญจรไปมาแวะเวียนเข้าร้านอยู่เนืองๆแก้วเครื่องดื่มและเบเกอรี่ถูกเรียงเสิร์ฟอย่างสวยงามบนจาน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็ชาวต่างชาติรับประทานมื้อเช้าบนโต๊ะอาหารนอกร้านแสงแดดรำไรลอดผ่านเงาร่มไม้ใหญ่เบื้องหน้าร้านตลอดจนประตูที่มีป้าย opened แปะอยู่
ตัดภาพมายังลูกค้าผู้มาใหม่ทั้งสอง ซึ่งเดินเข้าร้านด้วยอากัปกิริยาสะดุดตา
ชายหนุ่มลูกครึ่งอิตาลีในชุดเสื้อเชิ้ตขาวกางเกงขายาวสีน้ำตาลคากิ จูงมือเด็กหนุ่มคนไทยผู้แต่งกายเสื้อยืดสีเขียวมิ้นกางเกงยีนขาสั้นเข้ามาในร้านใบหน้าคมเข้มตามสไตล์ลูกครึ่งละตินยิ้มแย้มอารมณ์ดีเป็พิเศษในขณะที่ร่างบอบบางผู้ถูกลากจูงมาด้วยนั้นยังคงหน้าถอดสีไม่หายอารมณ์ที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วนี้ดึงดูดสายตาลูกค้าโต๊ะอื่นเป็อย่างยิ่ง
ภายหลังเหตุการณ์ลุ้นระทึกเมื่อเช้าน้องดรีมผู้อ่อนประสบการณ์ได้เห็นเครื่องเพศไซซ์บิ๊กบึ้มบาซูก้าเข้าไป ไม่ยอมมองหน้าสบตาชายหนุ่มนักธุรกิจอีกเลยเบี่ยงตัวหนีตลอดจนมือใหญ่ต้องล็อกมืออีกฝ่ายไว้แน่น ด้วยเกรงจะหนีไปไหนต่อไหนอีก
หนุ่มลูกครึ่งไล่อีกฝ่ายไปอาบน้ำเพื่อหาข้าวกินด้วยกันเ้าก้อนผ้าห่มยังคงขลุกตัวกลมอยู่บนเตียงเช่นนั้นไม่ยอมออกมานอกผ้านวม ไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหนอีกด้วยจนเ้าของห้องต้องขู่ว่าจะอาบน้ำให้จึงยอมวิ่งจู๊ดเข้าห้องน้ำแต่โดยดี
เมื่อชำระล้างร่างกายเสร็จดรีมเป็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าชุดเสื้อผ้าเมื่อคืนของเขาถูกซักแขวนไว้เรียบร้อยั้แ่เมื่อไรก็ไม่รู้พี่เจบอกว่าใช้บริการซักรีดด่วนพิเศษนั่นเอง ดรีมสามารถใส่ชุดเดิมได้เลย
วันนี้มีเวลาว่างทั้งวัน ร่างสูงใหญ่อาสาขับรถพาดรีมกลับไปเอาของที่หอเด็กหนุ่มตัวน้อยพยักหน้ารับแต่ยังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไรอีก
พี่เจคนดีคนเดิมสั่งเซตอาหารเช้าเป็มินิครัวซอง แซนด์วิชทูน่าและสโคนพร้อมกาแฟเอสเปรสโซ่ร้อนตามด้วยลาเต้รสชาตินุ่มละมุนที่เด็กหนุ่มโปรดปรานเป็ที่สุด
ทั้งสองพากันไปนั่งยังโต๊ะกลมกลางร้านระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ
เด็กหนุ่มผู้มีเรือนผมสีน้ำตาลเข้มประกายแดงยังคงมีทีท่าเซื่องซึมหน้าซีดเซียว คนหน้าหวานไม่เอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆ อีกเลยั้แ่เช้า ตรงข้ามกับใบหน้ายิ้มแย้มของอีกฝ่ายพี่เจยังคงกระหยิ่มยิ้มย่องกับความน่ารักของน้องดรีมไม่หาย
ริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มชวนคุย
“ดูทำหน้าเข้าสิ ของพี่มันก็อยู่สงบเสงี่ยมในที่ของมันดีๆ ไม่ได้เพ่นพ่านออกไปทำร้ายใครซะหน่อย”พี่เจกล่าว
“แต่มันโซบิ๊กมากฮะ!ใหญ่โตจนผมอึ้งไปเลย!!!”
ดรีมะโลั่น ตื่นกลัวชนิดที่ว่าไม่แคร์สายตาคนรอบข้างแต่อย่างใด หลังจากเงียบมานานหนุ่มหน้ามนยอมปริปากพูดในที่สุด
“ขอบคุณสำหรับคำชมครับ”
“ผมป่าวชมฮะ กลัวซะมากกว่า!”
“คร้าบ”
รอยยิ้มปลื้มปริ่มออกนอกหน้ายังคงฉายแววบนใบหน้าหล่อเหลา
“...พี่เจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรฮะ?”
“ก็พี่ดีใจนี่นา!น้องดรีมมีปฏิกิริยาอะไรแบบนี้... อย่างน้อยก็แปลว่าเราเก็บเื่ความสัมพันธ์ของเราไปคิดถึงสเต็ปต่อไปไงครับไม่งั้นคงไม่มีท่าทีเขินอายแบบนี้หรอก” ใบหน้าคมคายยิ้มกว้าง
เด็กหนุ่มหน้าร้อนผ่าว ถูกอีกฝ่ายจับไต๋ได้อีกแล้วสิเนี่ย
หนุ่มนักธุรกิจโน้มใบหน้ามากระซิบข้างหูบาง
“พี่ก็แอบคิดนะ ปกติน้องดรีมช่วยตัวเองจะคิดถึงพี่ด้วยรึเปล่า”
“พี่เจ!!!”
เด็กหนุ่มเค้นเสียง เรียกความสนใจจากคนรอบข้างอีกระลอก
“แบบนี้แปลว่าคิดสินะ ดีใจจังครับ”
ใบหน้าคมสันฉีกยิ้มแช่มชื่นเป็ที่สุด เขาชักจะเริ่มเข้าใจความรู้สึกเหล่าเพื่อนมหาลัยบ้างแล้วทำไมจึงชอบแหย่คนตัวเล็กนี้นักหนาปฏิกิริยาตอบสนองแสนซื่อช่างน่าแกล้งเสียจริง
“...มันก็มีบ้างสิฮะ... ก็ผมรู้สึกดีกับพี่เจนี่นา แล้วพี่ก็เป็ผู้ชายคนเดียวที่ผมรู้สึกแบบนี้ด้วย...”เสียงหวานตอบอ้อมแอ้ม
“ถึงได้บอกไงครับ ว่าดีใจจัง”
รอยยิ้มสุดไนซ์เปล่งประกายระยิบระยับ สว่างไสวจนดรีมตาพร่าหากมีแว่นกันแดดอยู่กับตัวคงฉวยมาสวมใส่แล้วเป็แน่
บทสนทนาเงียบลงเมื่อบริกรในชุดผ้ากันเปื้อนมาพร้อมเซตอาหารเช้าบนถาด
แซนด์วิชทูน่า ครัวซองสอดไส้แฮมชีสมะเขือเทศถูกเสิร์ฟพร้อมด้วยกาแฟร้อนสองแก้วกลิ่นหอมของเครื่องดื่มคาเฟอีนโชยเตะจมูกทั้งสองที่เป็คอกาแฟกันอยู่แล้วตามมาด้วยสโคนขนาดเล็กจิ๋วที่เคียงคู่มากับเนยและแยมบลูเบอร์รี่บนจานใบเดียวกัน
เด็กหนุ่มในชุดเสื้อยืดเขียวมิ้นจิบลาเต้ฟองหนานุ่มราวกับจะเด้งดึ๋งไปมาเข้าปากทีละน้อยั์ตางามฉายแววเป็ประกาย
“หอมเข้มข้น อร่อยจังฮะ!”
“ใช่มั้ยล่ะ พี่ชอบกาแฟร้านนี้ที่สุดเลยอยากพาเรามา ขนมกับเบเกอรี่เขาก็อร่อยนะ”
“ง่ำง่ำ โอ๊ย ครัวซองยังอุ่นๆ อยู่เลย ทานคู่กับแฮมแล้วอร่อยจัง!”
หนุ่มน้อยตัวน้อยเคี้ยวตุ้ยๆ ดูดคราบซอสมะเขือเทศที่เลอะติดนิ้วตัวเองพลันได้ยินเสียงลั่นชัตเตอร์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แชะ แชะ
คนหล่อเหลาถ่ายรูปอีกฝ่ายด้วยกล้องสมาร์ตโฟนอีกครั้ง ทั้งตอนน้องดรีมเช็ดคราบอาหารบนขอบปากหรือจะระหว่างดื่มกาแฟที่เหลืออีกด้วย
“โหย พี่เจถ่ายอะไรผมตั้งเยอะตั้งแยะเนี่ย??”
“ก็มันเสียดายนี่นา เรามานอนค้างกับพี่แค่ไม่กี่วันเองขอพี่เก็บเกี่ยว่เวลาของเราไว้เยอะๆ จะได้กลับมาดูตอนคิดถึงไงครับ”
“พี่เจอ่า...นับหน่อยก็ได้ฮะ ผมยังไม่ทันโพสต์สักกะรูป”เด็กหนุ่มยิ้มแป้นแล้นชูสองนิ้วแจกความสดใส
แชะ แชะ
“คนอะไรน่ารักจังครับ”
“ถูกถ่ายอยู่คนเดียวมันเหงานะฮะ พี่เจมาถ่ายรูปคู่กันดีกว่า!”
เด็กหนุ่มเลื่อนเก้าอี้ไปนั่งข้างร่างสูง ก่อนจะกระหน่ำเซลฟี่ สาดชัตเตอร์รัวๆเหมือนคนไม่ได้เจอกันมานาน
แชะ แชะ
แชะ แชะ แชะ แชะ
แชะ แชะ แชะ
“โอ๊ย พี่เจทำหน้าอะไรเนี่ย ตลกจัง! ฮ่าฮ่าฮ่า” เ้าตัวเล็กกลับมาหัวเราะร่าได้อีกครั้ง
ดรีมไม่ย้ายกลับไปนั่งฝั่งตรงข้ามแล้วยังคงนั่งทานมื้อเช้าต่อไปเคียงข้างชายหนุ่มลูกครึ่งด้วยท่าทีสนิทชิดเชื้อกลุ่มผมสีน้ำตาลประกายแดงซบไหล่ของเจเต็มๆ ด้วยตนเอง หากเป็ก่อนหน้านี้ร่างบางดูจะเว้นระยะห่างกับเขาอยู่พอสมควรทว่าตอนนี้เด็กหนุ่มกลับเป็ฝ่ายเข้าหาเอง เริ่มเปิดใจรับเขาเข้ามาในชีวิตมากขึ้นแล้ว
ชายหนุ่มลูกครึ่งหอมหน้าผากมนอย่างรักใคร่ได้รับปฏิกิริยาตอบสนองเป็รอยยิ้มดีใจบนใบหน้าเรียว ทั้งน่ารักน่ามันเขี้ยวจนเจไม่อาจจะอดใจหยิกแก้มใสนั้นอย่างเบามือได้
ดรีมหัวเราะคิกคักชอบใจ หยิกแก้มอีกฝ่ายกลับพร้อมแลบลิ้นยียวนรสชาติมื้ออาหารเช้านี้อร่อยกลมกล่อมเป็พิเศษบรรยากาศหวานซึ้งตลบอบอวลไปทั่วอาณาบริเวณ
ทันใดนั้นหนุ่มน้อยหน้าหวานใคร่ครวญพิจารณาบางอย่างก่อนจะตัดสินใจส่งรูปคู่ของเขากับพี่เจไปยังแชทของเพื่อนสนิท
ตึ๊ง ตึ๊ง
เสียงข้อความไลน์ตอบกลับมา
“มึงเล่นละครโกรธกูชะ?หาเื่ไปค้างห้องผัวใช่มั้ยไอ้ฝฟ… ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”
ดรีมหัวเราะครืนระหว่างอ่านแชทตอบโต้จากเพื่อนนักกีฬาแน่นอนว่าคำย่อของฝฟ.นั่นหมายถึงฝันเฟื่องนั่นเอง
“โอ๊ย ไอ้เหี้ยเต้ มึงนี่นะ!”นิ้วบางพิมพ์ข้อความตอบกลับไป

หนุ่มน้อยยิ้มสะใจก่อนจะทานอาหารบนโต๊ะต่ออารมณ์ค้างเติ่งไปเถอะไอ้บ้าเต้
สักพักเสียงข้อความไลน์ก็ดังขึ้นอีก

เด็กหนุ่มเก็บมือถือใส่กระเป๋าสะพายด้วยความสะใจ เอเนอร์จี้ของผู้ชนะ
แต่ความสะใจนั้นคงอยู่เพียงชั่วคราวก่อนจะแทนที่ด้วยความกระวนกระวายใจเป็อันมากคิ้วบางขมวดเข้าหากัน พร้อมถอดถอนใจยาวนานอย่างอ่อนล้า
ทั้งที่เขาแขวะไอ้เต้ไปแล้วน่าจะรู้สึกดีที่ได้เอาชนะอีกฝ่ายแท้ๆแต่เหตุใดกลับรู้สึกวิตกกังวลเป็ห่วงเื่การติวหนังสือสอบของมันจังนะ ราวกับที่เขาพิมพ์โต้ตอบไปเมื่อครู่จะยิ่งทำให้ปัญหาบานปลายอย่างไรก็ไม่รู้
หนุ่มลูกครึ่งอิตาลีพรายยิ้มส่ายศีรษะน้อยๆ
“ดรีมกับเต้ปากแข็งเอาแต่ใจทั้งคู่ ทะเลาะกันทีก็ไม่มีใครยอมใคร”ผู้าุโกว่ากล่าว
“ก็มัน...หงุดหงิดนี่ฮะ ไอ้เต้มันเป็ฝ่ายหาเื่ก่อนแท้ๆทำไมผมต้องกลับไปง้อมันก่อนด้วยล่ะ”
“แต่เราก็ยังอุตส่าห์เป็ฝ่ายทักไปก่อนนี่นาแล้วยังเป็ห่วงเื่การสอบของเต้อีก” ชายหนุ่มกล่าว“เลิกทิฐิแล้วเปิดใจคุยกันก็สิ้นเื่นะพี่ว่า”
“...”
เด็กหนุ่มตัวน้อยงอนแก้มป่อง รู้สึกน้อยใจอยู่เล็กน้อย รู้อยู่หรอกว่าตนเองงี่เง่าเอาแต่ใจแต่ลึกๆ ก็อยากจะให้ร่างสูงเข้าข้างเขาบ้างสักนิดก็ยังดีนี่นา
“แล้วก็ไม่ต้องมาพาลงอนพี่เลย พี่พูดตามเนื้อผ้าครับ บางครั้งมันไม่เกี่ยวหรอกว่าใครเป็คนเริ่มก่อนแต่มิตรภาพฉันเพื่อนต่างหากสำคัญที่สุด”ชายหนุ่มกล่าว
“พี่เจเลิกอ่านใจผมได้แล้วฮะ อะไรจะแม่นราวจับวางขนาดนี้”
“ฮะฮะ พี่เป็พ่อหมอนะล่วงรู้ความคิดเราหมดแหละ แล้วตอนนี้น้องดรีมก็กำลังคิดถึงพี่อยู่ใช่มั้ยน้า”
หนุ่มนักธุรกิจนึกมันเขี้ยวคนตรงหน้าขึ้นมา แกล้งบีบจมูกน้อยๆนี้เล่นเสียเลย
“งื้ออ พี่เจแกล้งผมอีกละ” ใบหน้านวลเนียนสะบัดหนี
“รักหรอกจึงหยอกเล่น ฮะฮะ”
“บ้า” เสียงหวานตอบ “ไว้เรากินข้าวเสร็จแล้วไปเอาของที่หอของผมกันมั้ยฮะ”
“อะไรนะ? ไปเอาดรีมที่หอเหรอ?? ได้สิครับพี่พร้อมเอามานานแล้ว หึหึหึ” พี่เจหัวเราะมีเลศนัย
“เดี๋ยวๆๆๆ ไปเอาของฮะไม่ใช่เอาผม!”เด็กหนุ่มประท้วง
“พี่ว่าพี่ก็ได้ยินถูกนะ ไม่ใช่ว่าน้องดรีมมากลับคำทีหลังหรอกเหรอ”ชายหนุ่มกระเซ้าเย้าแหย่
“ไม่ต้องเลย ผมยังไม่ลืมนะที่เห็นไปเมื่อเช้าน่ะ ใหญ่คิงไซซ์ซะขนาดนั้นยังไงก็ไม่ไหวหรอกฮะ”
“พี่แค่พูดล้อเล่นเฉยๆ เอง... อย่าบอกว่านะว่าน้องดรีมคิดจริง??”
ใบหน้าคมเข้มยังคงแหย่ไม่เลิก
“เื่นั้น...ไว้ผมพร้อมก่อนค่อยว่ากันนะฮะ...”
เด็กหนุ่มรีบกระดกลาเต้ในแก้วตนเอง พรวดลุกออกไปนอกร้านอย่างรวดเร็วใบหน้าหวานนั้นไม่หันกลับมามองพี่เจอีกเลยหากแต่สายตาอันเฉียบไวของชายหนุ่มกลับเห็นใบหูแดงแปร๊ดของอีกฝ่ายอย่างชัดเจนดรีมคงเขินอายกับคำพูดเมื่อครู่เป็อันมากจนรีบลุกพรวดออกไปเพราะไม่กล้าสบตาเขาเป็แน่
เจพ่นหัวเราะในลำคอ เขาเพียงกะจะแซวเล่นไปอย่างนั้น ไม่นึกเลยว่าน้องดรีมจะเก็บเื่ของเขาไม่คิดจริงจังถึงเพียงนี้บางครั้งความว้าวุ่นใจของวัยรุ่นก็ทำเอาเขาที่ล่วงเลย่วัยนั้นมาพักใหญ่ถึงกับไปต่อไม่เป็กันเลยทีเดียว
...คบเด็กแล้วมันกระชุ่มกระชวยแบบนี้นี่เองมีเื่ให้ตื่นเต้นปวดหัวไม่เว้นแต่ละวันเลย...
หนุ่มลูกครึ่งอิตาลีชำระเงินที่เคาน์เตอร์ก่อนจะออกไปหาร่างบางที่ยืนรออยู่หน้าร้าน
มือใหญ่จูงอีกฝ่ายพากันไปขึ้นรถที่คอนโดเจไม่แซวเื่เดิมต่ออีกเพราะอยากให้เกียรติและทะนุถนอมความรู้สึกของดรีมด้วยเช่นกัน
เด็กหนุ่มแขวนเสื้อยืดพร้อมชุดนักศึกษาบนราวชั้น walk-in closetตามด้วยกางเกงยีนกับของใช้ส่วนตัวบางส่วนที่นำมาจากหอพัก พี่เจขับรถพาเขากลับไปเอาเสื้อผ้าหนังสือเรียนสำหรับอ่านเตรียมสอบกลับมายังคอนโดนี้อีกครั้ง
อันที่จริงดรีมก็สามารถกลับไปอยู่หออ่านหนังสือเพียงลำพังได้แหละแต่กลับไปก็คงจะฟุ้งซ่านแล้วพาลทะเลาะกับไอ้เต้อีกเป็แน่อีกทั้งเมื่อได้มาค้างอ้างแรมที่นี่หนึ่งคืนก็ทำเอาเขาติดอกติดใจอยากใช้่เวลานี้ทำความรู้จักกับชายหนุ่มแสนสุภาพให้มากยิ่งขึ้นจะว่าเป็ความเอาแต่ใจของดรีมก็ว่าได้แต่เ้าของห้องผู้อารีก็เชื้อเชิญและดูจะเต็มอกเต็มใจที่จะต้อนรับแขกตัวน้อยเข้ามายังพื้นที่ส่วนตัวนี้เช่นกัน
ชายหนุ่มมีงานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ต้องทำตลอด่วันธรรมดาจันทร์ถึงศุกร์แต่จะพยายามหาเวลากลับมาทานข้าวเย็นกับเด็กหนุ่มด้วยทุกวันดรีมสามารถอ่านหนังสืออยู่ในห้องคอนโดนี้ได้อย่างสะดวกสบาย เขาได้รับคีย์การ์ดคอนโดและการ์ดเข้าห้องอย่างละหนึ่งใบสำหรับพกติดตัวระหว่างวันสามารถออกไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ
“คิดซะว่าอยู่บ้านตัวเองนะครับดรีม อยากจะค้างกี่คืนก็ได้หากอยากกลับหอเมื่อไรก็บอกนะไม่ต้องเกรงใจพี่เลย”
พี่เจเ้าบ้านผู้โอบอ้อมอารีบอกแขกผู้ร่วมพักอาศัยเป็การชั่วคราว
“ชั้นบนสุดมีสระว่ายน้ำ ฟิตเนสและห้องอ่านหนังสือด้วยนะเผื่อเราอยู่แต่ในห้องเบื่อๆ ก็แวะไปได้”
“พอแล้วละฮะ เดี๋ยวผมก็อ่านหนังสือไม่รู้เื่กันพอดี แค่นี้ก็เกรงใจพี่เจจะแย่แล้ว”เสียงหวานกล่าวขณะพับชุดนอนเก็บในตู้เสื้อผ้า“ระหว่างอยู่นี่เดี๋ยวผมช่วยทำความสะอาดบ้านซักผ้าให้พี่เจด้วยดีมั้ยฮะ?”
“ดีเลย ปกติพี่ทำเอง่วันเสาร์อาทิตย์น่ะแต่แค่ทำงานวันธรรมดามาก็หมดแรงแล้ว”
“งั้นเดี๋ยวผมดูแลงานบ้านให้เองฮะ เห็นแบบนี้ผมรีดผ้าเก่งนะ”เด็กหนุ่มสังเกตเห็นที่รีดผ้าและเตารีดวางอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า
“พวกเราเหมือนสามีภรรยาแต่งงานใหม่เลยครับ สามีกลับมาบ้านเหนื่อยๆมีคุณภรรยาทำงานบ้านต้อนรับงี้น่ารักจัง” เ้าของห้องยิ้มกรุ้มกริ่ม
“เอ๊ะ...เอ่อ...จะว่าแบบนั้นก็คงได้มั้งฮะ...” ใบหน้าหวานแดงก่ำ
“ดรีมเป็ภรรยาพี่นะ”
“ผมหมดสิทธิ์เป็สามีแล้วเหรอฮะ?”เด็กหนุ่มหยอกเย้า
“เป็ภรรยาก็ดีออกนี่นา เตรียมรับความรักแบบจุกๆ จากพี่ได้เลย”
แก้มใสถูกหอมฟอดใหญ่ทั้งสองข้าง
“หอมแก้มพอแล้วฮะ...เอ่อ วันนี้พี่เจจะไม่เก็บค่าที่พักแล้วเหรอฮะ?” เสียงหวานออดอ้อน
“ฮะฮะ นึกว่าเราจะไม่ถามแล้วซะอีก”
เด็กหนุ่มโน้มคออีกฝ่ายลงมารับจุมพิตหวานล้ำสุดท้ายหนังสือที่เตรียมมาก็ไม่ได้ถูกเปิดอ่านเสียทีเพียงโดนรสจูบที่ชวนมอมเมาให้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนั้นเข้าไปร่างบางก็สั่นสะท้านน้อมรับััปลายลิ้นที่เร่าร้อนลึกซึ้งเนิ่นนานกว่าเดิม