“ขวัญไม่เปิดอ่านข้อความเลย เกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือเปล่า” เมฆนั่งจ้องโทรศัพท์ของตนอยู่ตลอดเวลาั้แ่เมื่อวานตอนเที่ยง ั้แ่ที่ตนได้ส่งภาพการแสดง การถูกลักพาตัวไปให้ขวัญได้รู้
ดีแลนแค่เพียงชำเลืองมองเพียงแว็บเดียว ก็ก้มหน้าทำงานต่อ มันช่วยไม่ได้ที่เขาจำต้องมาติดแง็กกับเ้าเด็กอยากลองของคนนี้ หลังจากที่เขาตกลงทำตามข้อเสนอ ต่างก็จะแยกย้ายกันไป แต่เ้าเด็กคนนี้
“ผมไม่ได้รู้จักคุณ แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าคุณจะไม่กลับลำ ขืนคุณไปปรากฎตัวให้ขวัญเห็นตอนนี้ ผมไม่กลายเป็เด็กเลี้ยงแกะในสายตาขวัญเหรอครับ”
“แล้วจะเอาไง นายอยากให้ฉันเป็ผู้ร้ายฉันก็จัดให้แล้ว แล้วยังอยากจะได้อะไรอีก ทั้งๆที่ฉันไม่มีความจำเป็ที่ต้องทำแบบนี้เลยสักนิด”
“คุณไม่ใช่มาเฟีย คงไม่อยากใช้กำลังขู่เข็นบังคับขวัญหรอกนะครับ” สิ้นคำพูดนี้ ั้แ่วันนั้นถึงวันนี้เขาจึงไม่พูดอะไรอีกเลย แต่ยอมที่จะอยู่ที่นี่ในสายตาของเ้าเด็กคนนี้ หึ! ไหนๆก็ลงสนามแล้วเขาก็อยากจะเล่นเกมส์ไปตามกติกาดูสักครั้ง
“นั่นไม่ใช่ปัญหาของฉัน ไปไกลๆ ฉันจะทำงาน” ดีแลนหันไปมองเมฆเต็มตา เมื่อเมฆเข้ามาใกล้เกินระยะที่กำหนดไว้
ปิ๊ง! เสียงเตือนเรียกเข้าจากโทรศัพท์ขวัญดังขึ้นเมื่อขวัญนึกถึงเครื่องมือสื่อสารชิ้นนี้ได้ เธอปล่อยให้เครื่องแบ็ตหมดนานถึงสองวัน ทันทีที่ชาร์ทแบ็ต เสียงข้อความก็เข้ามาทันที
พึ่บ! ควับ! “นี่มัน!!!!” ขวัญเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่ถูกส่งมา พรึ่บ! ร่างบางทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง เมฆเดินทางมาที่นี่เพียงลำพัง ถ้าเขาเป็อะไรไปเธอคงไม่มีวันให้อภัยตัวเองโดยเด็ดขาด
ขวัญเรียกสติของตัวเองกลับมา แผ่นหลังชายร่างสูงที่ปรากฎอยู่ในภาพวีดีโอเธอมั่นใจว่าเขาคือคุณฟง ความสบายใจเกิดทันทีที่รู้ว่าใครเป็คนทำเื่นี้
“น้องสะใภ้ หาสามีเจอแล้วเหรอ” เสียงปลายสายเอ่ยทันทีไม่มีความทุกข์ร้อนใดๆ
“เมฆถูกคุณฟงจับไปขัง”
เฮ้ย!!! อีวานร้องเสียงหลง “ใส่ร้ายกันหรือเปล่า”
“อยู่ที่ห้องหรือเปล่าคะ ขวัญจะเอาหลักฐานไปให้ดู” ขวัญรีบรุดลงไปทันทีเมื่ออีกฝ่ายอนุญาต
“เป็ไงคะ”
“แค่ข้างหลัง มาใส่ร้ายกันแบบนี้ ในฐานะพี่ชายต้องเรียกร้องความเป็ธรรมให้น้องชาย”
“เอาจริงดิ!” อีวานกลอกตา และหันไปมองเพื่อนชายข้างกาย
“อ๊ะๆก็ได้...ดีแลนก็ดีแลน แล้วจะเอายังไงต่อ”
“คุณก็ติดต่อเขาและบอกให้ปล่อยเมฆ”
“มันจะง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ ขอบอก! ั้แ่ดีแลนอายุสิบแปด ฉันยังไม่เคยเห็นว่าใครจะสั่งเ้าน้องคนนี้ได้เลย ทำไมน้องสะใภ้ไม่ไปแจ้งความละ ง่ายกว่าตั้งเยอะ ใช้เ้าหน้าที่บ้านเมืองหา ไม่นานก็เจอ”
“นี่ถ้าหน้าตาไม่เหมือนกัน ให้บอกว่าเป็พี่น้องกันขวัญไม่เชื่อเด็ดขาด” อีวานยิ้มและคิดไปอีกอย่าง ขวัญวันนี้กับขวัญเมื่อสามวันก่อนต่างกันมาก แต่ตอนนี้ยังฟันธงไม่ได้ว่าขวัญดูมีความหวังมากขึ้นนั้น คือรู้ความเคลื่อนไหวของดีแลนหรือเื่ของเมฆ
“อ้าว! เป็คนดีของสังคมก็ผิด...อ้าว!!!แล้วนั้นจะไปไหน”
“พึ่งไม่ได้เลยสักนิดคุณอีวาน ขวัญไม่อยากเสียเวลา” พูดไปเดินไป จนร่างเล็กลับสายตาหายเข้าไปในลิฟท์ทันที
อีวานหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมา “รู้แพ้ชนะกันแล้วใช่มั้ย” ภาพจากกล้องปลายสายปรากฎอยู่ในสายตาของอีวาน รอยยิ้มของดีแลนเผยออกมา มาร์คหันไปมองอีวานอย่างเหลือเชื่อ ั้แ่เขารู้จักอีวานเขาไม่เคยเห็นรอยยิ้มของน้องชายฝาแฝดของคนรักมาก่อนเลย อีวานตัดสัญญาณไปด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะเช่นกัน
“คราวนี้เราแยกย้ายกันได้แล้วใช่มั้ย ฉันจะให้ลูกน้องไปส่งที่นามบิน”
“คุณแน่ใจเหรอว่าขวัญจะไม่แจ้งความ”
“อย่ามาโยกโย้ นายใช้สิทธิ์ของนายอย่างเต็มที่แล้ว ไปซะ ขวัญไม่ใช่ผู้หญิงของใครทั้งนั้น เวลาของนายในเกมส์นี้จบลงแล้ว หรือจะให้บอกว่านายไม่ได้ไปต่อ” ดีแลนจากไปทันทีไม่สนใจท่าทีไม่ยอมรับต่อผลครั้งนี้ของเมฆ ไม่กี่นาทีเท่านั้นหลังจากที่ขวัญได้ดูคลิปที่ถูกส่งไป ขวัญก็มาปรากฎตัวให้เขาได้เห็นผ่านกล้องโทรศัพท์ของอีวาน เขาไม่อยากเชื่อว่าขวัญไม่รักเขาเลยสักนิด เมฆพิงกายกับผนังห้องอย่างคนหมดแรง อกหัก ความรู้สึกมันเป็แบบนี้นี่เอง
“กลับเลยใช่มั้ยครับ”
“ฉันจะกลับบ้าน” ดีแลนเอ่ยคำว่าบ้าน สำหรับลูกน้องเขา บ้านของเขาก็คือบ้านจริงๆ ไม่ใช่ห้องบนอาคารชั้นสูง ที่ตอนนี้มีภรรยาวัยเยาว์อาศัยอยู่เพียงลำพัง
การตัดสินใจของดีแลนสร้างความประหลาดใจให้กับลูกน้องอย่างมาก แต่จะมีใครเล่าที่จะเข้าใจจิตใจผู้เป็นายคนนี้
ดีแลนยกยิ้มมุมปากออกมาบ่อยครั้งตลอดการเดินทางกลับบ้าน ไม่ง่ายสำหรับเขาเช่นกันที่ตัดสินใจแบบนี้ มีหรือว่าเขาไม่อยากจะไปหาขวัญ แต่โอกาสแบบนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นอีกแน่นอน เพราะเขาจะไม่ห่างกายจากขวัญอีกแน่ แต่นี้เขาจำต้องหักห้ามใจเพื่ออนาคตของเขาและเธอ
ทางด้านขวัญที่กลับมาห้องของตน อารมณ์และความรู้สึกกลับตรงกันข้ามกับอีกฝ่ายอย่างชัดเจน ความกังวลที่เกิดขึ้นทำให้ร่างบางเดินไปเดินมาไม่หยุด สมองทำงานอย่างหนักเพื่อหาทางออก แต่ใครเล่าจะรู้และเข้าใจเธอได้ในตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว
“คุณฟง เกมส์นี้ขวัญจะต้องชนะ” และจู่ๆ ปากอิ่มเอิบก็เผยรอยยิ้มออกมา เมื่อคิดหาหนทางที่จะเป็ผู้ชนะได้แล้ว
ขวัญที่ยังไม่มีเพื่อนเนื่องจากสถาบันที่เธอต้องมาศึกษาต่อ ยังไม่เปิดภาคเรียน ทำให้คนที่เธอรู้จักที่นี่ก็แค่พี่น้องฝาแฝดสองคนนี้เท่านั้น เพื่อนที่รู้จักกันมาตอนนี้ก็ถูกกักตัว สำหรับขวัญที่ไม่รู้ความเคลื่อนไหวของดีแลน ก็ไม่แปลกที่เธอจะคิดแบบนี้ว่าเมฆยังคงถูกกักตัวไว้ ในเมื่อสมองตอนนี้เธอคิดแต่หาวิธีจะชนะเกมส์นี้เท่านั้น เลยไม่สามารถคิดได้ว่าเมฆถูกส่งกลับเมืองไทยไปแล้ว
“อายุเท่าไหร่กันละเรา” คำถามของหญิงที่อายุน่าจะสักสี่สิบกว่าๆ เอ่ยขึ้นพร้อมกับกวาดตามองขวัญั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าสองรอบเป็อย่างน้อย
“สิบเก้า” แม้คำตอบจะเกินความจริงไปสักหลายเดือน ก็ไม่เป็ไรหรอกมั้ง
“อายุแค่นี้ เก่งจังที่หาที่นี่เจอได้” ขวัญแค่ยิ้ม ที่นี่ต้องมีสิ่งผิดกฎหมายแน่ๆ และแม่เล้าคนนี้คงกำลังคิดว่าเธอเป็สายแน่ๆ
“หนูมาสมัครเป็เด็กเสิร์ฟ รายได้ก็จ่ายเป็รายชั่วโมงไม่ใช่เหรอคะ” ขวัญหันหน้าไปที่ป้ายรับสมัครเด็กเสิร์ฟที่ทางร้านติดไว้ที่หน้าร้าน “แค่เดินมาย่านนี้ก็เห็นป้ายแล้วค่ะ”
“ตัวเล็กนิดเดียว แน่ใจเหรอจะทำไหว”
“ขอลองทำก่อนได้มั้ยคะ เพราะไม่เคยทำมาก่อนเสิร์ฟตามผับตามบาร์ เคยแต่เสิร์ฟตามร้านอาหารเล็กๆมาบ้างเท่านั้น” และขวัญก็ยิ้มกว้างมากขึ้นเมื่อผู้หญิงที่ดูเหมือนแม่เล้าตอบตกลงรับเธอไว้
“เริ่มงานได้เมื่อไหร่”
“คืนนี้เลยค่ะ” สำหรับขวัญเธอไม่อยากเสียเวลา ขอเดินตามแผนที่ตนวางไว้
ปัง!!! เสียงทุบโต๊ะดังก้องสนั่นหวั่นไหว “นานแค่ไหนแล้ว” ดีแลนขบกรามกัดฟันเอ่ยถามออกไปอย่างอดทน
“สามวันครับ” ลูกน้องตอบกลับเสียงบางเบา มือใหญ่ที่ฟาดลงบนโต๊ะกำแน่นทันที ดีแลนกำลังข่มอารมณ์ที่คุกรุ่นของตัวเองไว้อย่างเต็มที่
ขวัญ ขวัญ เ้าเด็กคนนี้ทำเื่เหนือการคาดหมายของเขาจริงๆ เขาไม่คิดว่าขวัญจะเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานที่ชั้นต่ำแบบนั้น นี่ตั้งสามวันและเขาพึ่งจะรู้ ทั้งๆที่เขาสั่งคนให้คอยติดตามเฝ้าดูเธอไว้ตลอด เขาคงไม่เสียเวลาไปถามลูกน้องว่าความผิดพลาดมันอยู่ตรงไหน
“เ้านายครับ คืนนี้ที่ผับนั้น จะมีการประมูลหญิงสาวบริสุทธิ์ครับ” ไม่ต้องพูดต่อเขาก็เข้าใจได้ทันที เพราะถ้ามันไม่เกี่ยวกับขวัญ ลูกน้องคงไม่เอ่ยให้เสียเวลาเป็แน่