“เป็นอะไรน้องฝน”เสียงเอ่ยถามด้วยความใ ดังขึ้นถามคนที่ยืนทำหน้าเหยเกอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า
“เจ็บสิ ถามได้”ไอฝนพองแก้มตอบเสียงอ่อย มือซ้ายถูข้อมือขวาป้อย ๆ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บเนื่องจากเผลอไปใช้มือขวาเปิดตู้ด้วยความเคยชิน
“เผลอใช้มือนี้ใช่มั้ยล่ะ”คุณหมอหนุ่มเข้าไปจับมือน้อยที่น่าสงสารมาดูอาการสายตาที่จ้องมองใบหน้ารูปหัวใจมีแววตำหนิอยู่น้อย ๆ แต่ห่วงใยอยู่มากมาย
“...” การไม่ตอบคือคำตอบ
“มานี่เลยมานั่งเฉย ๆ เลย” มือใหญ่จับไหล่ทั้งสองข้างของคนตัวเล็กกว่าดันให้เดินถอยหลังไปนั่งลงที่เตียง “อยู่เฉย ๆ ตรงนี้เลย ห้ามดื้อห้ามซน”นิ้วเรียวยาวชี้สั่ง ก่อนจะหันหลังกลับไปดูยังตู้ที่เปิดประตูอ้าค้างเอาไว้กวาดตามองเพียงแป๊บเดียวก็เห็นไม้แขวนที่มีผ้าพันคอแขวนอยู่สี่ห้าผืนชายหนุ่มเลือกหยิบมาผืนหนึ่ง มาจัดการมัดคล้องคอสอดแขน ยึดแขนไว้กับคอเล็ก ๆทำที่พักข้อมือให้กับคนตัวเล็ก
ไอฝนมองมือขวาของตัวเองหน้าจ๋อยแล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ นี่เธอยังไม่ได้อาบน้ำ แม้แต่ล้างหน้าก็ยังไม่ได้ทำมือข้างถนัดก็ดันมาเป็แบบนี้ แล้วเธอจะทำยังไงต่อได้เล่า
“เป็ไงมองซะตาละห้อยเลย คิดอะไรอยู่...หือ” เสียงนุ่ม ๆ เอ่ยถามคนที่นั่งข้าง ๆ มองข้อมือตัวเองตาปรอย
“ขอบคุณนะ แต่ว่านายออกไปได้แล้วฝากล็อกห้องให้ด้วย ฉันจะพักผ่อน อ้อ ขอโทษที่ทำจานของนายแตกเอาไว้ฉันจะไปหาซื้อมาคืนให้”
“ไม่ต้องหรอกจานนั่นเป็รุ่นลิมิเต็ด ไม่มีขายทั่วไป” รึเปล่า? ก็ไม่รู้ ตอนซื้อก็หยิบ ๆมาจากเชล์ฟขายในซูเปอร์มาร์เก็ต ตอนนี้จะยังมีอยู่หรือจะหมดไปแล้ว เขาเองก็สุดรู้แต่ที่พูดไปแบบนั้น เพราะ้าลดทอนความอวดดีของคนตรงหน้า จนขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมลดอัตตาของตัวเองมาพึ่งพาคนข้างห้อง หรือเพื่อนของพี่ชายอย่างเขาบ้างเลย กลับมาไล่เขากลับห้องอย่างไม่ไยดีแค่ยิ้มหวาน ๆ ให้ เอ่ยขอโทษ แล้วมองเขาแบบอ้อน ๆ ให้หัวใจของเขาได้พองโตบ้างน่ะทำไม่เป็รึไง
“ฮ้า! ไอ้จานนั่นน่ะนะ ลิมิเต็ด!!” จากน้ำเสียงที่เอื่อยอ่อยเมื่อครู่เปลี่ยนเป็ดังด้วยความตกตะลึงขึ้นมาทันที ดวงตาคู่สวยจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าเขม็ง
“อือรู้แล้วก็ยิ้มหวาน ๆ ให้พี่เป็การชดใช้ซะดี ๆ” สองมือใหญ่ยื่นเข้าไปหยิกแก้มพอง ๆของคนตรงหน้าเบา ๆ โยกไปโยกมาเล่นอย่างอารมณ์ดี
“โอ๊ยยย...แก้มนะไม่ใช่แป้งโดว์ จับบิดอยู่ได้” มือซ้ายที่ยังดีอยู่ยกขึ้นมาปัดมือใหญ่ออกแล้วถูแก้มตัวเองป้อย ๆ พร้อมกับส่งเสียงบ่นกระปอดกระแปดไปด้วยจนคนที่มองอยู่นึกเอ็นดูอยู่ไม่น้อย
“หึหึ นี่เรายังไม่ได้อาบน้ำใช่ไหมหน้ายังมีเครื่องสำอางอยู่เลยนี่ ล้างหน้าเองได้รึเปล่า ไหนไปทำให้พี่ดูหน่อยพี่จะได้รู้ว่าเรายังพอช่วยตัวเองได้”
“นี่! มือฉันไม่ได้ขาด ถึงข้างขวาเจ็บ แต่ว่าข้างซ้ายก็ยังอยู่”
“ก็เพราะอย่างนั้นไงเมื่อกี้ถึงได้มีคนร้องลั่นดังออกไปข้างนอก จนพี่ต้องวิ่งเข้ามาในนี้ไง”ชายหนุ่มสวนทันควัน ทำให้สาวเ้าของห้อง หน้ามุ่ยกว่าเดิมไปอีกสิบเท่า แต่ก็ยอมลุกขึ้นเดินไปนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง
แค่เพียงเปิดกล่องสำลีกับเปิดขวดน้ำยาเช็ดเครื่องสำอางก็ดูทุลักทุเลอยู่พอควร การใช้ได้แค่มือเดียว แถมเป็มือที่ไม่ถนัดอีกต่างหาก ไม่ใช่เื่ง่ายเลย
ชายหนุ่มนั่งมองดูอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งอดรนทนไม่ไหว ต้องลุกขึ้นไปช่วย
“มานี่มา” แต่คนพูดไม่ได้มาธรรมดานี่สิเพราะมาถึงก็ยกร่างเล็ก ๆ ขึ้นลอยจากเก้าอี้ แล้วเขาก็นั่งแทนก่อนจะวางร่างที่ยกขึ้นให้นั่งทับตักเขาอีกที
“เห้ย! ทำอะไรของนายเนี่ย ปล่อยฉัน” เสียงร้องจากความใดังขึ้นพยายามจะขยับลงจากตักอุ่น ๆ นั่น แต่กลับถูกรัดตัวเอาไว้ไม่ให้ลงได้อีก
“นั่งเฉย ๆอย่าดื้อ” เสียงดุเอ่ยสวนกลับมา
หน้าตาของเขาก็เช่นกันสายตาที่มองเธอก็ด้วย ราวกับว่าเป็สายตาของผู้ใหญ่ที่กำลังดุเด็กดื้ออย่างไรอย่างนั้นทำให้ไอฝนเกิดอาการหมั่นไส้ขึ้นมาตงิด ๆ ก็เธอไม่ใช่เด็กแล้วนี่นาจะให้มานั่งยอมจำนน ทนคนตรงหน้าจับทำอะไรก็ได้ได้ยังไงกันดังนั้นสิ่งที่เธอทำก็คือ...นั่งเฉย ๆ ตามที่เขาบอก จะต่อต้านอะไรก็ต้องดูความพร้อมของตัวเองก่อนสิ ตอนนี้สู้ไปก็มีแต่แพ้กับแพ้ เถียงไปก็คงไม่ต่างกันงั้นครั้งนี้...ฝากไว้ก่อนก็แล้วกัน
“ดีมากเป็เด็กดีอย่างนี้สิ ค่อยน่ารักหน่อย”
“ชิ!” เสียงเล็ก ๆเล็ดลอดออกมาจากปากของคนที่ี้เีจะพูดกับคนที่พูดไม่ค่อยเข้าหูเธอนักพร้อมกับหันเมินไปทางอื่นอีกด้วย
คุณหมอหนุ่มหาได้สนใจกิริยาแง่งอนนั้นไม่มือใหญ่ของแขนที่โอบรอบตัวของไอฝนอยู่หยิบขวดน้ำยาล้างเครื่องสำอางจากมือของคนบนตักมาหยดใส่สำลีก่อนจะเชยคางมนให้หันกลับมาเช่นเดิม แล้วจึงลงมือเช็ดเครื่องสำอางให้หญิงสาวอย่างเบามือ
“เคยทำให้ผู้หญิงมาเยอะละสิ ถึงได้คล่องขนาดนี้”
“ไม่เคยครับ น้องฝนเป็คนแรก”
“..???..” ‘เมื่อกี้นึกนะเขารู้ได้ไง’ “นายได้ยินที่ฉันคิดด้วยเหรอ”
“คิดอะไร?พี่ไม่ใช่ผู้หยั่งรู้ขนาดจะฟังความคิดของคนอื่นได้นะ”
“ก็แล้วเมื่อกี้นายรู้ได้ไง”
“เื่อะไร?”
“ก็เื่ที่นายตอบฉันมาเมื่อกี้ไง”
“น้องฝนพูดออกมานี่ถึงจะเสียงเบาแต่ว่าพี่นั่งอยู่ใกล้แค่นี้ก็ต้องได้ยินสิ เป็อะไรไปเราน่ะ”คนถามเอียงคอมองคนบนตักอย่างพิจารณา “หรือว่าตอนล้ม หัวกระแทกพื้นด้วยหรือไงไหนดูซิ”
มือใหญ่จับศีรษะของหญิงสาวเข้ามาใกล้มากขึ้น ดู้าก็ไม่เห็นว่ามีร่องรอย
“ไม่มีรอยแตกรอยโนนะ หรือว่าตัวร้อน ปวดหัวรึเปล่า” พูดจบก็ยื่นหน้าเข้าไปแนบกับใบหน้ารูปหัวใจ
ไอฝนถึงกับผงะ เมื่อคนตัวใหญ่ยื่นใบหน้าเข้ามาแนบชิดกับแก้มเธอชนิดที่ไร้ช่องให้อากาศผ่านแต่ก็ถูกตามติดแถมมือใหญ่ยังจับรั้งศีรษะของเธอเอาไว้ไม่ให้ถอยห่างอีก
“อื๊อ...ออกไป ฉันไม่ได้ปวดหัวตัวร้อน สมองก็ไม่ได้ถูกกระทบกระเทือนทั้งนั้นแหละ”แขนซ้ายที่ยังดีอยู่ ยันลำตัวหนาของคนที่ใช้วิธีวัดอุณหภูมิแบบฉวยโอกาสให้ออกห่างไปด้วย
“อือ ตัวก็ไม่ร้อนจริง ๆ ถ้าอย่างนั้นก็นั่งอยู่เฉย ๆ อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว”คุณหมอหนุ่มอมยิ้ม กลั้นหัวเราะ แล้วกลับมาตั้งใจเช็ดเครื่องสำอางออกจากใบหน้ารูปหัวใจอีกครั้ง
ไอฝนนั่งมองหน้าชายหนุ่มเพลิน ๆ ในหัวย้อนคิดไปถึงสมัยเด็ก ๆว่าอันที่จริงคนตรงหน้าก็ไม่เปลี่ยนไปเลย ยังคงเป็พี่ที่แสนดีสำหรับเธอเสมอคอยดูแลเอาใจใส่ เป็ห่วงเป็ใย และอยู่เคียงข้างเธอตลอดไม่ว่าจะตอนที่เธอทะเลาะกับพี่ชาย ตอนที่ถูกแม่ดุ ตอนที่ทำการบ้านไม่ได้เป็เขาที่คอยบอกคอยสอนเธอไหนจะตอนที่คบคิดกันแก้เผ็ดเพื่อนผู้ชายในห้องที่ชอบแกล้งเธอเขาก็เป็คนเสนอแนะวิธี จนกระทั่งต้องห่างกันั้แ่เขาย้ายบ้านเลยทำให้ไม่ได้อยู่บ้านใกล้กันอีก...
‘อ้อ! ความดีของเขาไม่นับรวมกับความปากเสีย ที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นนะ’
“เสร็จแล้วครับ” เสียงนุ่ม ๆ เอ่ยขึ้น เรียกคนตรงหน้าให้หลุดออกจากภวังค์
“ขอบคุณ...ค่ะ” ไอฝนเอ่ยขอบคุณเสียงแข็ง แต่พอเห็นแววตาของคนที่จ้องมองเธออยู่ก็คิดว่าควรเติมหางเสียงให้อีกหน่อย “ทีนี้นายก็ออกไปได้แล้ว ฉันจะอาบน้ำ ฝากนายล็อกห้องให้ด้วยนะ”
“อือ”ชายหนุ่มพยักหน้ารับ แล้วยอมเดินออกจากห้องนอนของคนตัวเล็กไปอย่างว่าง่าย
สาวเ้าของห้องเดินเข้าห้องน้ำไปและใช้เวลาอยู่ในนั้นนานผิดปกติ
โดยปกติแล้วไอฝนไม่ใช่คนที่จะใช้เวลาในห้องน้ำนาน แต่นั่นไม่ใช่กับครั้งนี้ด้วยมือซ้ายเพียงข้างเดียว แค่จะแกะกระดุมเสื้อก็ต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นเป็สองเท่าไหนจะยังทำผมเปียกน้ำ เพราะหนีบผมไม่ได้ ใช้หมวกอาบน้ำ ก็เก็บได้ไม่มิดจนทำให้เธอต้องสระผมเสียเลย ไหนจะต้องอาบน้ำอย่างระมัดระวัง ต้องตั้งสติให้มั่นไม่เผลอเอามือขวามาใช้ให้ตัวเองต้องเจ็บตัวซ้ำซ้อน จึงทำให้ยิ่งช้าเข้าไปใหญ่แต่สุดท้ายก็สิ้นสุด
หญิงสาวสวมเสื้อคลุมอาบน้ำออกมาจากห้องน้ำเชือกรัดเอวรัดไว้ลวก ๆ ไม่ได้จัดชุดให้เรียบร้อยอะไรนัก ตามแบบฉบับของคนที่ใช้มือซ้ายมัดได้ข้างเดียวแต่หญิงสาวไม่คิดจะซีเรียส เพราะเธออยู่คนเดียวในห้อง ไม่ได้มีใครอยู่มองด้วยเสียหน่อยไม่แก้ผ้าออกไปเลยก็ดีเท่าไหร่แล้ว ผ้าผืนเล็กเก็บรวบผมไว้ลวก ๆ กันน้ำหยดเดินออกจากห้องน้ำ และตั้งใจจะไปเป่าพัดลมที่ด้านนอก วันนี้เธอไม่สะดวกจะหยิบไดร์เป่าผม
เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นแม้เพียงเล็กน้อยแต่ก็ทำให้คนที่นั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาวจิ้มโทรศัพท์ไปเรื่อยรู้ว่าเ้าของห้องคงอาบน้ำเสร็จแล้ว และกำลังออกมาจากห้องนอนจึงได้เงยหน้ามองเพื่อจะเอ่ยถาม แต่กลับต้องอ้าปากค้างให้กับภาพที่เห็น...โดยไม่ได้ตั้งใจ