พี่เจียงยื่นตะกร้าไปให้นางทันทีด้านในมีแผ่นแป้งหยาบวางอยู่บนจาน
“ทำได้ดีมาก! ข้าว่าอย่างนี้สะใจดีนัก แม้การเลี้ยงลูกจะยากลำบากแต่กัดฟันสู้ต่อไปก็ไม่ถึงกับอดตายหรอก!”
“ท่าน...” นางซูมองด้วยสีหน้าประหลาดใจก่อนหน้านี้ทั้งสองคนมีที่นาอยู่ติดกัน เวลาลงไร่ก็จะพูดคุยกันเล็กน้อยไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมาหาเพื่อนำอาหารมาแบ่งปัน
“ข้าเป็คนพูดตรง ซูเหนียงจื่ออย่าได้ถือสาเลยนะย่าเฒ่าของพวกเ้าคนนั้นน่าตบหน้านางสักฉาดดูซิว่านางจะกล้าสั่งนู่นสั่งนี่อยู่อีกไหม! มีที่ไหนให้ทำนาแล้วไม่ให้กินข้าวพวกคนเมืองมันถือมารยาทอะไรอยู่ได้นักหนา...”
พี่เจียงแสดงความคิดเห็นอย่างดุดันกล่าวออกมาเสียงดังลั่นจนน้ำลายกระเด็นเห็นได้ชัดว่านางไม่พอใจการกระทำของย่าเฒ่ามานานแล้ว
“แต่ก็เป็เื่ในบ้าน ข้าคงก้าวก่ายไม่ได้ ตอนนี้เ้าเข้มแข็งขึ้นแล้วพาลูกออกมาอยู่ด้วยตัวเอง ข้าก็ไม่มีสิ่งใดดีๆ จะให้...” พี่เจียงวางจานแผ่นแป้งหยาบทั้งจานลงบนมือของนางซู“ยินดีด้วยกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่!”
นางซูอึ้งไปและรีบโบกมือปฏิเสธ “นี่จะดีหรือเ้าคะ...”
พี่เจียงเห็นนางปฏิเสธก็ส่งจานให้เย่ชิงชิงทันที “แค่แผ่นแป้งหยาบไม่กี่ชิ้นให้เด็กๆ ได้มีอาหารรองท้องไปก่อนเถอะ”
คุณป้าร่างใหญ่ผู้นี้เป็คนดีจริงๆ!เย่ชิงชิงถือจาน จ้องมองตาเป็ประกาย “ขอบคุณท่านป้าเ้าค่ะ!”
นางซูเม้มปากพูดปฏิเสธไม่ได้แล้ว ตอนนี้อาหารทุกอย่างล้วนมีค่าสำหรับพวกนางจึงทำได้เพียงกล่าวขอบคุณพี่เจียงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
พี่เจียงเป็คนตรงไปตรงมานางโบกมือ และกล่าวว่า “เป็เพื่อนบ้านกันไม่ต้องเกรงใจ! ข้าต้องกลับไปทำอาหารแล้ว ข้าไปก่อนนะ”
นางออกไปกะทันหันเหมือนกับตอนที่นางมาคล้องตะกร้าเล็กๆ บนแขน ก้าวยาวๆ จากไปอย่างรวดเร็ว
“ที่แท้คนมีน้ำใจก็ยังมีมาก...” นางซูถอนหายใจมองดูพี่เจียงเดินไปจนลับตา
นางยกมือลูบศีรษะของเย่จื้อเฟิงและยิ้ม“กินแผ่นแป้งกันเถิด”
อาหารเย็นของสามแม่ลูกคือโจ๊กผักป่าใสๆกับแผ่นแป้งหยาบแข็งๆ ที่ผสมธัญพืชหลากหลายชนิด รสชาติไม่เลวเคี้ยวหนึบหนับและอิ่มท้องนาน
หลังจากกินข้าวนางซูก็ไม่ได้พัก นางรีบจัดเก็บครัวเมื่อเก็บเครื่องครัวใบเดียวของพวกนางไว้เรียบร้อย ก็มาที่ลานบ้านม้วนแขนเสื้อขึ้น แล้วเริ่มถอนหญ้า
ลานบ้านที่ไม่มีคนอยู่อาศัยมานานมีวัชพืชขึ้นรกทึบอาศัยเพียงแสงจันทร์ที่สว่างในคืนนี้ นางจึงรีบจัดการเสียพรุ่งนี้เช้าก็จะสามารถหว่านเมล็ดผักได้แล้ว
ตอนนี้พวกนางไม่มีสิ่งใดเลยนางซูร้อนใจเหลือเกิน นางอยากจะทำงานทั้งหมดนี้ให้เสร็จสิ้นภายในชั่วข้ามคืน
เย่จื้อเฟิงนั่งอยู่บนธรณีประตูจ้องมองอยู่ครู่หนึ่งแล้วจู่ๆ เขาก็วิ่งไปหานางซู ดึงวัชพืชกำหนึ่งแล้วยัดเข้าปากไปพลางหัวเราะและเห่า“โฮ่งโฮ่ง” ใส่ผู้เป็มารดา
“ว้าย! กินไม่ได้นะ” นางซูขมวดคิ้วรีบคว้าหญ้าในมือเขาโยนทิ้งไปไกลๆ
เย่จื้อเฟิงมองนางอย่างงุนงงราวกับไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำให้มารดายิ้มไม่ได้
ส่วนเย่ชิงชิงหลบอยู่ในบ้านหลับตาแกล้งทำเป็นอนพัก แต่ที่จริงแล้วกำลังเข้ามิติเพื่อสำรวจและทำความเข้าใจ
ที่นี่เป็โลกใบเล็กๆที่แยกออกมาเป็อิสระ...
เย่ชิงชิงกางแขนออกท้องฟ้า ทุ่งหญ้า ลำธาร ดูเหมือนจะไม่มีอะไรที่ดูแตกต่างจากโลกภายนอกเลย
เพียงแต่ที่นี่ไม่มียามค่ำคืนอากาศก็สดชื่นกว่ามาก สภาพอากาศอบอุ่นเย็นสบาย ราวกับอยู่ในสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ
เมื่อเดินไปเรื่อยๆตามต้นน้ำของลำธาร นางมองเห็นพุ่มดอกไม้เล็กๆ ั้แ่ไกลดอกไม้สีแดงสดบานสะพรั่งอย่างงดงาม มันคือดอกกุหลาบนั่นเอง!เพียงแต่...ไม่ว่าจะหอมหรือสวยงามเพียงใด ก็ไม่อาจเติมเต็มความหิวได้
เมื่อเดินต่อไปอีกหน่อยนางก็เห็นเงาของต้นไม้รางๆ เมื่อเข้าไปใกล้มากขึ้นเย่ชิงชิงก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นผลไม้มากมายเต็มต้น
แต่ทว่า...
พอเดินไปใต้ต้นไม้และมองให้ชัดๆผลบนต้นกลับเป็มะนาวที่เปรี้ยวจี๊ด...
อืม...มะนาวเอาไว้ชงน้ำดื่มและทำอาหารได้เย่ชิงชิงยิ้ม แล้วมองต้นไม้อื่นๆ ในป่า มีส้มเปลือกบาง ส้มเปลือกแข็งส้มโอ...และไม่มีพืชตระกูลอื่นอีก
เย่ชิงชิงรู้สึกหดหู่ใจเมื่อสำรวจป่าผลไม้เล็กๆนี้จนทั่วแล้ว ที่แท้พื้นที่นี้ถูกโดยพืชตระกูลเดียวกันทั้งหมดนี่เอง!
นางเด็ดส้มเปลือกบางลูกหนึ่งมาลองแกะชิมรสชาติเปรี้ยวหวานชื่นใจ น้ำเยอะกว่าที่เคยลิ้มรสมา!
เย่ชิงชิงมองผลไม้เต็มต้นแล้วกังวลใจนางจะหาเหตุผลอันใดเพื่อนำสิ่งของเหล่านี้ออกไปได้อย่างเหมาะสมเล่า?
แม้ว่ามิติจะดูกว้างใหญ่แต่ที่จริงแล้วก็ไม่ได้ไร้ขอบเขต หลังจากเย่ชิงชิงสำรวจแผนที่อย่างละเอียดนางก็พบว่านอกจากป่าผลไม้และทุ่งหญ้าแล้ว ที่นี่กลับไม่มีูเาเล็กๆแม้แต่ลูกเดียว
ต้นกำเนิดน้ำในลำธารมาจากหินก้อนใหญ่ที่มีผิวเรียบเนียนราวกับหยกชั้นดีน้ำทั้งสายไหลออกมาจากใต้หินก้อนนั้น
น้ำในลำธารเย็นใสบริสุทธิ์ััแล้วรู้สึกสดชื่น ดื่มแล้วมีพลังธรรมชาติไม่รู้ว่าจะมีสรรพคุณช่วยยืดอายุหรือบำรุงผิวพรรณให้งดงามขึ้นหรือไม่...
ไม่มีใครอยากเป็นังอัปลักษณ์หน้าขรุขระหรอกเย่ชิงชิงนั่งอยู่บนหินก้อนใหญ่ ลูบใบหน้าที่หยาบกร้านของตนเอง ครุ่นคิดไปเรื่อย
เวลาในมิติเดินช้ากว่าข้างนอกเล็กน้อยเมื่อเย่ชิงชิงออกมา นางซูและเย่จื้อเฟิงเพิ่งจะเก็บวัชพืชในลานบ้านเสร็จ
คืนนี้แสงจันทร์สว่างไสวมองเห็นได้ชัดเจน นางซูรวมวัชพืชไปไว้ข้างๆอีกสองวันเมื่อตากจนแห้งแล้วก็จะนำไปเป็เชื้อเพลิงได้พอดี
นางซูหิ้วถังไม้เทน้ำจากบ่อรอบๆพื้นดินที่ถอนหญ้าออกไปแล้ว จากนั้นก็ถอนหายใจออกมา
“ต่อไปที่นี่ก็จะเป็สวนผักของเรา พรุ่งนี้ก็จะหว่านเมล็ดผักได้แล้ว”
ตอนนี้พวกนางสามคนไม่มีเสบียงไม่มีเงิน บ้านก็อาจจะถูกยึดคืนเมื่อไรก็ได้ ไม่มีแม้แต่หลังคาคุ้มหัวนางซูจึงรู้สึกกดดันมากกว่าใครทั้งหมด นางอยากจะกอดข้าวสารถุงเล็กๆนั้นให้มันงอกออกมาเป็ต้นให้ได้เลย