เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากตื่นแต่เช้ามืดเพื่อทำขนมบัวลอยเสียบไม้จากวัตถุดิบที่เหลืออยู่ อวิ๋นซีที่แต่งกายเป็เด็กผู้ชาย พาลู่เซิงน้องชายหิ้วตระกร้าที่คลุมผ้าขาวบางเดินออกจากหมู่บ้าน เพื่อเข้าไปในตัวตำบล ตอนนางออกมายังเช้ามืดอยู่มาก ชาวบ้านส่วนใหญ่ล้วนยังไม่ออกจากบ้าน แม้แต่ลู่เซิงก็ยังงัวเงียอยู่ไม่น้อย จนนางต้องจูงมือเขาเดิน เพื่อให้ไปได้เร็วขึ้น
หมู่บ้านของนางอยู่ห่างจากตัวตำบลไม่ไกลนัก หากเดินด้วยสองเท้าก็ใช้เวลาหนึ่งชั่วยามก็จะถึง อวิ๋นซีและลู่เซิงเดินมาถึงตัวตำบลท้องฟ้าก็มีแสงแดดมาสักพักแล้ว นางรู้สึกปวดขาอยู่ไม่น้อย โชคดีที่วันนี้มีตลาด อาจจะขายขนมได้บ้าง นางจึงพาลู่เซิงเดินวนดูเพื่อหาทำเลที่เหมาะในการตั้งแผงขายขนม เมื่อเช้านางทำขนมมาเยอะพอสมควร คิดจะขายไม้ละ ห้าเหรียญคงไม่แพงเกินไปกระมัง
“ลู่เซิงเราไปตั้งแผงตรงนั้นดีหรือไม่?” อวิ๋นซีชี้ตรงข้างถนนตรงข้ามร้านขายผัก
ลู่เซิงที่ตื่นเต็มตานานแล้วพยักหน้า เขามาเป็เพื่อนพี่สาวขายขนม หากให้พี่สาวมาคนเดียวดูไม่ปลอดภัย ท่านพ่อก็ยังไม่ว่าง ตอนนี้เขาสองพี่น้องต้องแอบท่านพ่อมาอีกด้วย ส่วนท่านแม่ก็ต้องดูแลบ้าน วันนี้ต้องหาเงินกลับไปให้ได้ พี่สาวจะได้ไม่เหนื่อยเปล่า
ลู่เซิงมองหน้าพี่สาวด้วยความมุ่งมั่น
“พี่สาวเราไปตั้งแผงตรงนั้นก็ดี” ลู่เซิงเดินนำหน้าไปและนั่งลงจัดของเพื่อเตรียมขาย
เวลาไม่เช้าแล้ว ถ้านานกว่านี้ตลาดคงจะวายแล้วต้องรีบสักหน่อย
อวิ๋นซีคิดถึงกลยุทธ์การเรียกลูกค้าในตลาดสกที่เธอเคยไปบ่อย คิดว่าวิธีนี้น่าจะไม่เลว
“เร่เข้ามาจ้าเร่เข้ามา ขนมบัวลอยเสียบไม้ มีหนึ่งไม่มีสอง รับรองความอร่อย !!” (¯▽¯) /
พูดไปก็รู้สึกเขินอาย โอ้ยจะบ้าไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนเลย
“เร่เข้ามาจ้าเร่เข้ามา ขนมบัวลอยเสียบไม้ มีหนึ่งไม่มีสอง รับรองความอร่อย !!” (-_ ·)
ผู้คนยังเดินไปเดินมาจับจ่ายซื้อของ เสียงพูดคุยดังเข่งกันจบกลบเสียงอวิ๋นซี
“เร่เข้ามาจ้าเร่เข้ามา ขนมบัวลอยเสียบไม้ มีหนึ่งไม่มีสอง รับรองความอร่อย !!”
“(¯ ー ¯)”
ะโไปหลายรอบจนเสียงแหบก็ยังไม่มีใครเดินเข้ามาซื้อเลย อวิ๋นซีเริ่มรู้สึกไม่ดี การขายของมันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น ขณะกำลังจะะโเรียกลูกค้าอีกครั้ง ลู่เซิงที่นั่งสังเกตมานานแล้ว หยิบขนมบัวลอยเสียบไม้หนึ่งชิ้น แล้วเดินออกไปกลางถนน พร้ะโกนเลียนแบบอวิ๋นซี
“เร่เข้ามาๆ ขนมบัวลอยเสียบไม้แสนอร่อย มีหนึ่งไม่มีสอง รีบเข้าจ้า ไม้ละห้าเหรียญเท่านั้น”
ด้วยหน้าตาที่ดูน่ารักและเสียงใสที่กังวานเริ่มมีผู้คนหันมาสนใจ
o (^^ o)
ขนมบัวลอยเสียบไม้หลากสีในมือลู่เซิงดึงดูดความสนใจของผู้คนอยู่น้อย แต่เมื่อได้ยินราคา 5 เหรียญก็ยังไม่มีใครเข้ามาซื้อ
ลู่เซิงก็ไม่ได้ยอมแพ้ยังะโขายไปเรื่อยๆ
“เร่เข้ามาๆ ขนมบัวลอยเสียบไม้แสนอร่อย มีหนึ่งไม่มีสอง รีบเข้าจ้า ไม้ละห้าเหรียญเท่านั้น”
“……..”
“เร่เข้ามาๆ ขนมบัวลอยเสียบไม้แสนอร่อย มีหนึ่งไม่มีสอง รีบเข้าจ้า ไม้ละห้าเหรียญเท่านั้น”
เมื่อะโจนคอเริ่มจะแห้ง เดินวนจนเริ่มจะเมื่อยขา ก็มีชายแต่งตัวดูดีผู้หนึ่งเดินเข้ามาถาม
“สิ่งนี้คืออะไร ดูหน้ากินไม่น้อยเลย” ลู่เซิงใจฟูเขาจะทำยังไงถึงจะขายขนมให้ชายผู้นี้ได้
“คุณชายผู้นี้สิ่งนี้เรียกว่าขนมบัวลอยเสียบไม้ขอรับ มารดาที่บ้านลองทำขึ้นมาข้าลองชิมแล้วอร่อยยิ่งนักจึงอยากจะช่วยมารดาหาเงิน นำออกมาขายที่ตลาดแห่งนี้” ลู่เซิงเสียงสั่นเล็กน้้อย เขาไม่เคยขายของเลย !!
“ขอชิมก่อนสักชิ้นได้หรือไม่ ถ้าอร่อยอย่างที่เ้าโอ้อวด ข้าต้องซื้อสักหลายไม้แน่นอน” คุณชายในชุดสีฟ้าครามต่อรอง
ลู่เซิงลังเลหันไปมองอวิ๋นซีที่นั่งอยู่ริมถนน
อวิ๋นซีเห็นเขาลังเลอยู่บ้างจึงพยักหน้าแล้วส่งยิ้มให้ นางไม่กล้าเงยหน้ามองเขาตรงๆเพราะยังมีความรู้สึกเขินอายอยู่
“เชิญคุณชายขอรับ” ลู่เซิงยื่นไม้ขนมในมือให้เขา พร้อมกับมองอย่างใจจดใจจ่อ
เมื่อคุณชายผู้นั้นได้ชิมก็ชะงักชั่วครู่ ลู่เซิงเห็นเขาเป็เช่นนั้นก็รู้สึกประหม่าอยู่บ้าง
“คุณชายหรือว่าเปลี่ยนชิ้นใหม่ดีหรือไม่ ชิ้นนั้นข้าถืออกมาจากตระกร้านานแล้วอาจจะโดนลมจนเสียรสชาติไปบ้าง”
ลู่เซิงเริ่มประหม่าแล้ว คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างเข้ามามุงดูเมื่อเห็นว่ามีคนเข้ามาซื้อขนมแปลกใหม่นี้ ขณะที่มีคนหัสใสเห็นว่ามีคนได้ชิมฟรีไป1ชิ้นจึงคิดจะขอชิมฟรีบ้าง คุณชายผู้นั้นก็เริ่มมีปฎิกิริยา
“อร่อยมาก ข้าไม่เคยกินมาก่อนเลย ขนมของเ้าข้าเหมาทั้งหมด” หลิวจื่อซีที่ได้ชิมขนมก็ต้องใกับความอร่อย หากเขามีขนมอร่อยแบบนี้ขายเป็ของว่างในร้านน้ำชาไม่แน่ว่าลูกค้าอาจจะเยอะขึ้นบ้าง
คนเดินผ่านไปมาที่ได้ยินล้วนตกตะลึง อร่อยถึงเพียงนั้น !ถึงกับเหมาจนหมดในคราวเดียวเลยหรือ
เหมาหมดเลย ! ((((¯o¯)))
แม้แต่อวิ๋นซียังอดตะลึงไม่ได้ หากนางไม่ใช่ว่าเป็คนทำขนมมาขายเองคงคิดว่า ชายผู้นี้เป็หน้าม้าผู้หนึ่งแล้ว !
ลู่เซิงพึ่งตั้งสติได้ เขาวิ่งไปหาอวิ๋นซีแล้วช่วยนางห่อขนมให้หลิวจื่อซี
“คุณชาย ขนมของข้าขายไม้ละห้าเหรียญทั้งหมดในนี้มีสามสิบเห้าไม้ คิดท่านหนึ่งร้อยเก้าสิบเหรียญ ขอรับ” ลู่เซิงยื่นขนมให้เขาด้วยแขนเล็กๆ ด้วยความตื่นเต้นหนึ่งร้อยเก้าสิบเหรียญเชียวนะ นี่มากขนาดไหนกัน
หลิวจื่อซีมองลู่เซิงแล้วยิ้มถาม
“พรุ่งนี้พวกเ้าจะมาขายอีกหรือไม่ ?”
อันใดนะยังคิดจะซื้ออีกหรือ มิใช่ว่าขนมอร่อยมากหรือ ? ชาวบ้านต่างสงสัย
ลู่เซิงหันไปถามความเห็นพี่สาว อวิ๋นซีจึงพยักหน้าให้เขา
“ขายขอรับมาแน่นอน”
“ถ้าอย่างนั้นยามสายก่อนเที่ยง เ้ามารอข้าตรงนี้ ข้าจองห้าสิบไม้”
“นายท่านห้าสิบไม้หรือ?” จะกินหมดหรือไม่นายท่าน
“จะเอากลับไปฝากคนที่บ้านน่ะ บ้านข้าคนเยอะ” จริงๆเขามีความคืดอยากจะลองเอาไปวางขายที่โรงน้ำชาตัวเองสักหน่อย หากขายดีค่อยตกลงเจรจาซื้อสูตรจากพวกเขาให้ราคามากหน่อยก็น่าจะได้แล้ว
พรุ่งนี้ข้ามาจองด้วยได้หรือไม่สักหนึ่งไม้ โอะหรือสองไม้กัน
หลังจากหลิวจื่อซีได้ขนมจึงยื่นเหรียญเงินในถุงเงินให้เขาพร้อมกับจ่ายเงินค่าขนมของวันพรุ่งนี้ล่วงหน้าทั้งหมด สี่ร้อยสี่สิบเหรียญ ลู่เซิงต้องใช้มือทั้งสองข้างรับถุงเงินรู้สึกว่าหนักมาก แล้วรีบยื่นให้อวิ๋นซีด้วยสีหน้าดีใจ ท่านพี่เรารวยแล้ว
อวิ๋นซีมองน้องชายด้วยความขบขัน เงินเท่านี้เ้าก็คิดว่ารวยแล้ว ช่างเด็กน้อยเสียจริง (^ ^ ヮ)
“เงินนี้รวมของวันนี้และของพรุ่งนี้ เ้าอย่าลืมเอาขนมมาส่งข้าล่ะ” หลิวจื่อซีพูดเสร็จก็ถือห่อขนมจากไป
ั้แ่ต้นจบจนอวิ๋นซีนั่งฟังเสียงของเขาอยู่ตลอดแต่ไม่กล้ามองหน้าเขา เพราะนางแพ้ความหล่อเหลากลัวว่าเขาจะมองออกมานางเป็ผู้หญิง
อวิ๋นซีมองน้องชายยิ้มๆ แล้วช่วยกันเก็บของจะจากไป ก็มีชาวบ้านเข้ามาถามพวกเขา
“น้องชายทั้งสองเ้ามาจากที่ไหนหรือ แล้วขนมนี่พรุ่งนี้จะมาขาอีกหรือไม่ข้ายังไม่ได้ลองชิมเลย”
“พี่ชายท่านนี้ พรุ่งนี้มีคนจองสินค้าไว้แล้ว กลัวจะทำได้ไม่เยอะ ถ้าพรุ่งนี้ทำได้เยอะพอขายจะมาขายที่นี้ขอรับ” อวิ๋นซีตอบเขา
“แล้วขนมนี่เรียกว่าอะไรล่ะ ข้าไม่เคยเห็นขนมหน้าตาแบบนี้มาก่อนเลย”
“ขนมบัวลอยเสียบไม้ตระกูลลู่ มีหนึ่งไม่มีสอง” ลู่เซิงแย่งตอบพร้อมทำไม้ทำมือ
อวิ๋นซียิ้มกว้างให้น้องชาย จากนั้นเดินจูงมือกันออกมาจากตลาดเพื่อไปซื้อของเตรียมทำขนมมาส่งพรุ่งนี้