ซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที

    บทที่ 29. ตอนที่ 2. สักขีธารนที

    รุ่งสางฟ้าแจ้งแดดอ่อนแสงนวล กลิ่นคาวเลือดเริ่มโชยมาตามสายลม กองกำลังของสุวรรณโคมคำภายใต้การนำของเจ้ามาลา เคลื่อนพลรวดเร็วปานสายน้ำหลาก บุกเข้าล้อมเวียงสรวงไว้หมดทุกทิศทาง โดยที่ไม่มีใครไหวตัวทัน ความรู้สึกเป็นสุขและมีชัยของแม่เจ้าเกสรจบลง ราวคนหลับฝันแล้วตื่นฟื้น

    ภายในกำแพงเมืองน้อยที่เป็นเพียงคันดินแลคูน้ำ บัดนี้กลับระงมไปด้วยเสียงศาสตรากระทบกันเพียงชั่วครู่ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว เจ้ามาลาประทับนั่งอยู่บนหลังม้า ทอดพระเนตรดูเหล่าขุนนางและขุนศึกบางส่วนตัดสินใจยอมทิ้งอาวุธ ก้มกราบลงกับพื้นเพื่อขอสวามิภักดิ์ดิ์ต่อกองกำลังแห่งสุวรรณโคมคำ

    "พวกเรามิอาจสู้รบเพื่อคนทรยศได้อีกต่อไป! ขอติดตามรับใช้ต่อสุวรรณโคมคำ แลขอสมทบกับทัพของท้าวพญาพรหมเสก เพื่อกอบกู้เกียรติหอคำเวียงสรวงคืนกลับมา!" ขุนศึกผู้หนึ่งประกาศกร้าว

    เจ้ามาลาพยักหน้าเพียงนิด ก่อนจะสั่งการเสียงเฉียบขาด "พวกมึงที่สวามิภักดิ์ดิ์ จงเร่งจัดเตรียมกำลังแลม้าเร็ว บุกตามไปสมทบกับพญาพรหมเสก ณ จุดนัดรับตัวเจ้านางซอมพอบัดเดี๋ยวนี้! แลพวกมึงที่เหลือจงเร่งไปจับกุมตัวแม่เจ้าเกสรแลพวกพ้อง ที่ร่วมกันคิดคดทั้งหมดกักขังไว้ อย่าให้ผู้ใดเล็ดลอดหลบหนีไปได้แม้แต่คนเดียว กูจักนำตัวมันไปสำเร็จโทษยังสุวรรณโคมคำ ตามรับสั่งของเจ้ามหาชีวิตขุนหลวงอินทร์ถวาย! "

    ฝ่ายพญาพรหมเสกทรงไสช้างพลายชัยศึก ยกทัพฝ่าความมืดออกไปก่อนฟ้าสางมิยอมหยุดยั้งพักผ่อน หวังจะสกัดขบวนรับตัวเจ้าสาวให้ทันท่วงที แต่เมื่อไปถึงพลับพลาที่ประทับของไอ้เฒ่าเวียงทุ่งหลวง ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับผิดคาด เหล่าทหารที่เฝ้ารั้งพลับพลาต่างพากันโยนอาวุธทิ้ง หมอบกราบกับพื้นด้วยความขลาดเขลา เมื่อเห็นกองทัพช้างม้าของสุวรรณโคมคำ ดาหน้าเข้ามาโอบล้อมรอบบริเวณ

    "ไม่คิดเลยว่าคนเวียงทุ่งหลวง จักขลาดเขลาแม้แต่จับดาบสู้ก็ยังมิยอมกระทำ เช่นนี้แล้วเวียงทุ่งหลวง ก็สมควรแล้วที่ต้องตกเป็นของขุนหลวงอินทร์ถวายแห่งสุวรรณโคมคำ ไม่คิดเลย…ว่าขุนหลวงแห่งเวียงใหญ่ ที่แท้ก็เป็นแค่เต่าที่เอาแต่มุดหัวหลบซ่อนตัวอยู่ในกระดอง" พญาพรหมเสกตวาดก้อง มองดูคนของเวียงทุ่งหลวงที่เอาแต่หมอบนิ่งไม่ตอบโต้ ใจก็ให้คิดหวั่น ดูไปแล้วสถานการณ์เยี่ยงนี้มิควรเกิดขึ้น หากเจ้าเหนือหัวแห่งตนยังมีอำนาจคุ้มภัย

    พญาพรหมเสกรีบเร่งโหนตัวลงจากหลังเจ้าพลายชัยศึก วิ่งปราดตรงไปยังพลับพลา ที่ไร้ซึ่งพลทหารเวรยามป้องกันภัย มีเพียงซากศพนอนตาย ทิ้งร่างไว้จมเลือดเกลื่อนลานดิน ภายในพลับพลาเงียบเชียบ ข้าวของภายในกระจัดกระจายตกพื้นเกลื่อนกลาด กลิ่นคาวเลือดรุนแรงแทงจมูกทันทีที่ก้าวพ้นม่านพระวิสุทธิ์...ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า ทำเอาหัวใจของขุนศึกหนุ่มแทบหยุดเต้น

    ร่างของขุนหลวงผู้ชรานอนพาดหงายท้องอยู่กับขอบพระแท่นบรรทม ผ้าผ่อนหลุดลรุยอนาถใจ แผลที่ลำคอถูกปาดลึกจนถึงกระดูกขาว โลหิตสีคล้ำนองเต็มพระที่บรรทมจนมดแมลงเริ่มกัดแทะ ดวงตาที่เหลือกลานบอกถึงความเจ็บปวดสุดท้ายก่อนสิ้นใจ

    เบื้องล่างถัดไปไม่ไกลนัก ร่างของอีฟั้นนางข้าหลวงข้างกายเจ้านางซอมพอ นอนทอดกายอยู่ตรงนั้น แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือศีรษะของนาง เหลือทิ้งไว้เพียงลำคอที่ขาดกะรุ่งกะริ่ง เป็นการตายที่อเนจอนาถและสยดสยองยิ่งนัก ต่อสตรีนางหนึ่งที่ไร้ทางสู้

    พญาพรหมเสกตัวสั่นสะท้านด้วยความโกรธ พระองค์พยายามมองหาอีกสองร่าง ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย ร่างของพวกนางก็ต้องอยู่ที่นี่ ร่างของเอื้องสายหญิงคนรัก ถูกทิ้งให้นอนเปล่าเปลี่ยวอยู่กับพื้นดิน นางนอนนิ่งจมกองเลือดที่แดงฉาน  ราวกับดอกเอื้องป่าที่ถูกเหยียบย่ำจนกลีบสีช้ำหม่นหมอง

    "เอื้อง…เอื้องสาย! ไม่...ไม่จริง! เอื้อง…"

    ร่างสูงใหญ่ทรุดกายลงเข้าประคองร่างชุ่มเลือด ทรงยกร่างนั้นขึ้นมาสวมกอดไว้แนบอกด้วยความอาลัย เสียงตะโกนกู่ร้องด่าทอสวรรค์ ด้วยความเสียใจของพญาพรหมเสก ดังสะท้อนกึกก้องไปทั่ว เหล่าขุนศึกที่ติดตามข้างกาย ทำได้แค่คุกเข่าลงข้างผู้เป็นนาย คิดย้อนไปเมื่อครั้งศึกเวียงชัยก็มาครั้งนี้ ที่ได้เห็นท้าวพญาโศกเศร้าอาดูรแทบขาดใจ ท่ามกลางสายตาของเหล่าทหารที่มองดูซากความพินาศของสถานที่อันควรหอมหวาน แต่กลับกลายเป็นแดนสังหารอันโหดเหี้ยม

    “ไอ้แจ้งไอ้เกิด…สูมึงเขาแบ่งคนออกไปตามหาเจ้านางซอมพอให้พบ แลไอ้พวกเวียงทุ่งหลวงเหล่านั้น ให้จับมัดมือตีนร้อยหวาย อย่าให้หนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว” ทรงหันไปสั่งการขุนศึกข้างกาย แม้นจักเสียใจสักเพียงใด แต่พระองค์ก็ไม่ลืมในหน้าที่ตน ทรงสั่งการด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

    ขุนศึกทั้งสองรับคำสั่ง แล้วรีบรุดไปจัดการในทันที ปล่อยให้ผู้เป็นนายนั่งกอดร่างของแม่เอื้องสายหญิงคนรักอยู่เช่นนั้น

    “เอื้อง…ไหนเล่า มึงว่าจักรอกูมิใช่ฤา พี่มานี่แล้ว…ไยมึงมิรอพี่เล่า แม่พี่รู้เรื่องเราแล้วหนา กลับคืนเวียง…พี่จักจัดเลี้ยงผี รับมึงเข้าเรือน เอื้องเอ๋ย…ขาดมึงไปคน กูคงทุกข์คงเหนื่อยคงเหงาหนักหนา…”

    กล่าวจบ พญาพรหมเสกที่เคยเด็ดเดี่ยวห้าวหาญ ก็พลันน้ำตาไหลร่วงริน แม้นจักทรงเป็นคนเข้มแข็งอดทนกับทุกสิ่ง แต่การต้องมาสูญเสียคนรักเช่นนี้ ก็ยากนักที่จักหักห้ามใจเอาไว้ได้

    เมื่อความแตกสลายของพระองค์เดินทางมาถึงขีดสุด ร่างของเอื้องสายกลับกระตุกเฮือก! ชีพจรที่อ่อนแรงดั่งคนตายกลับมีลมหายใจคืนมา นางสำลักเอาลิ่มเลือดที่จุกอยู่ในลำคอออกมาคำโต ก่อนจะค่อย ๆ ปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก ในปากในคอเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด แผลรอยดาบที่แผ่นหลังปริแตกขึ้นอีกครา ความรู้สึกเจ็บปวดก่อนหมดสติคืนกลับมาอีกหน ฝ่ามือและแขนของพญาพรหมเสกยามนี้รู้สึกได้ถึงความอุ่นของโลหิตที่ไหลซึมออกมา

    แม้นจักรู้สึกเจ็บปวดเหมือนร่างแทบแตกสลาย แต่ภาพแรกที่นางได้เห็นผ่านม่านหมอกแห่งความตาย กลับเป็นใบหน้าของพญาพรหมเสกที่อาบไปด้วยหยาดน้ำตา...ชายผู้ไม่เคยย่อท้อต่ออริราชศัตรู บัดนี้กลับร้องไห้เพื่อนางข้าหลวงต่ำต้อยเช่นนาง คุ้มแล้ว…ต่อให้ต้องเจ็บกายอีกสักกี่ร้อยกี่พันครั้ง แค่ได้เห็นว่าพระองค์รักนางด้วยใจจริง เท่านี้ก็คุ่มค่าแล้วสำหรับชีวิตนี้ของนางเอื้องสาย

    "ท่านพี่...ร้องไห้...เพื่อข้าฤา..." เสียงนั้นแผ่วเบาราวเสียงกระซิบของสายลม แต่กลับแจ่มชัดเต็มสองหูของพญาพรหมเสก

    "เอื้องสาย! มึงยังมีชีวิตอยู่! ใครก็ได้! เข้ามาหากูที! มาช่วยเมียกูที" พญาพรหมเสกแผดเสียงตะโกนลั่น "เมียกูยังไม่ตาย พวกมึงจงนำตัวนางไปหาหมอที่เก่งที่สุด หากนางรอด กูจักมีบำเหน็จ แต่หากนางตาย กูก็จักส่งพวกมึงไปรับใช้เมียกูยังเมืองผี!"

    คำสั่งดั่งประกาศิต พวกทหารใกล้ชิดต่างเร่งรีบหาแคร่หาผ้ามาปูรองนอน แล้วยกมือขึ้นไหว้สาขอสุมาแม่ญิงเอื้องสายขึ้นท่วมหัว ในฐานะนางผู้เป็นดวงใจแห่งนายตน แล้วจึงค่อย ๆ ช่วยกันย้ายร่างนางเพื่อไปทำการรักษาตามรับสั่ง

    “พี่ท่าน…เจ้านางซอมพอเล่า…พี่เห็นนางไหม” แม้นตัวมันจะเจ็บหนัก แต่จิตใจกลับยังพะวงห่วงหาผู้เป็นนาย

    “อย่าห่วงหนาเอื้องสาย พี่อยู่นี่แล้ว…ทั้งเจ้านางซอมพอแลเจ้าต้องปลอดภัย ทำใจให้สงบ แล้วพี่จักรีบตามไปหาเจ้า ห้ามตาย…นี่คือคำสั่งพี่”

    อีเอื้องมองใบหน้าคมสันของผัวรัก แล้วทำได้เพียงพยักหน้าตอบ มิอยากให้พระองค์ทรงเป็นห่วงจนเสียงานใหญ่

    พญาพรหมเสกมองดูพวกทหารแบกหามร่างหญิงคนรักไปทำการรักษา ก็ให้รู้สึกหมดห่วงไปแล้วกึ่งหนึ่ง

    ‘ดีนักที่นางเอื้องสายปลอดภัย ชะรอยผีปู่ผีย่าผีฟ้าพญาแถนจักยังเมตตากู ไม่พรากเอาเจ้าดวงใจไปจากกู’

    พระองค์หันหน้ากลับเข้าสู่พลับพลา เหล่าทหารของเวียงดงหวาย กำลังช่วยกันเคลื่อนย้ายศพออกจากพลับพลา รวมทั้งศพของอีฟั้นผู้น่าสงสาร “ศพของแม่ญิงผู้นี้ จงนำร่างแลหัวของมัน ไปฝังไว้ยังที่อันสงบ ส่วนศพไอ้ทหารเวียงทุ่งหลวงเหล่านี้ ให้กองรวมกันเผาเสียที่กลางลานเมื่อฟ้าสาง”

    “พระเจ้าข้า…”

    กล่าวจบ ก็ทรงหันไปจ้องมองร่างสิ้นลมหายใจของขุนหลวงผู้ชรา "ส่วนมึง...ไอ้แก่ตัณหากลับ มึงทำให้เมียรักของกูต้องเจ็บเจียนตาย แม้มึงตายจากโลกหล้า ทิ้งไว้เพียงร่างไร้วิญญาณ กูก็จักมิยอมให้มึงได้ไปเกิดใหม่สมประกอบ!"

    พญาพรหมเสกชักดาบคู่กายออกจากฝัก แสงดาบมันแววสะท้อนกับประทีปคบเพลิงภายในพลับพลา พระองค์ตรงเข้าหาซากศพของขุนหลวงผู้ชราที่นอนหงายท้องสิ้นสภาพ ท่ามกลางเสียงคบเพลิงที่แตกประทุและเสียงลมหวีดหวิว พญาพรหมเสกเงื้อดาบขึ้นสุดแขน แล้วฟาดฟันลงใส่ร่างนั้นในฉับเดียว!


    อ่านฟรีจนจบ 143 ตอน ปิดจบติดเหรียญถาวร

    แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :

    เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh

    เล่ม 2   https://shorturl.asia/BxnNW

    เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH

    คล้ายกับเรื่องซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592