ปิ่นก้มหน้าลงดูข้อเท้าที่บวมเป่งของตน หญิงสาวห่อปากจนปากน้อยของหล่อนหนังย่นขดเข้าหากันเกือบเป็วงกลม แล้วเป่าลมออก
“ฟู่ ฟู่”
พ่นลงไปราวกับว่ามันจะบรรเทาอาการปวดให้ทุเลาลง ซึ่งไม่ได้ผลและหล่อนก็รู้ แต่ที่ทำแบบนี้อาจจะเป็ความเคยชิน เป็จิตวิทยาอย่างหนึ่งเพราะเกือบทุกคนก็จะทำแบบหล่อน
“ไปหาหมอดีมั๊ยครับ เดี่ยวผมขับรถไปส่ง”
“จะดีหรือค่ะ เดี๋ยวดิฉันโทรให้รถที่บ้านมารับดีกว่า ไม่อยากรบกวนขอบคุณค่ะ”
ปิ่นบอกปัดความหวังดีของรชานนท์ ไม่ใช่รังเกียจแต่ไม่อยากสานสัมพันธ์ที่เขาพยายามทำอยู่ต่างหาก
“โธ่ ไม่เป็ไรหรอกครับ นี่ก็เย็นมากแล้ว”
“ไม่เป็ไรจริง ๆ ค่ะ”
ปิ่นยืนยันคำเดิม ทำให้รชานนท์หน้าหงิก เหมือนเ้าหล่อนจะรู้ทันเขาจึงแอบทำเสียงในลำคอ
“ฮึ่ม”
โดยที่ปิ่นไม่ทันได้ยิน แล้วหรี่ตาลูกกลมสีดำส่องประกายชั่วร้ายออกมา พูดออกไปอย่างไม่ค่อยพอใจ
“งั้นก็ได้ ขอตัวนะครับ”
ปิ่นได้ยินแต่หล่อนไม่สนใจความจริงเมื่อเช้าหล่อนจะให้พี่เก่งมาส่งที่ออฟฟิศแต่รชานนท์กลับมารับโดยไม่บอกล่วงหน้า หญิงสาวรู้สึกว่าเขาชักจะเข้ามาวุ่นวายในชีวิตหล่อนมากเกินไปแล้ว ที่เมื่อเช้าหล่อนสะดุดขอบถนนก็เพราะเขาวิ่งถลันมาหาหล่อนอย่างประชิดเกินไป หล่อนจึงถอยหลังหลบทำให้เสียหลัก ถึงเขาจะรีบเข้ามาผยุงแล้วก็ประคองไปขึ้นรถแกมบังคับแม้จะบอกว่าเดี๋ยวให้พี่เก่งไปส่งก็ไม่ฟัง ทำไมตื้อเก่งขนาดนี้นะ ไม่เหมือน
ปิ่นหน้าแดง นึกถึงใบหน้าผู้ชายเ้าระเบียบชอบดุชอบสอนแล้วหัวใจมันหวีดหวิวยังไงพิกล ลืมอาการปวดข้อเท้าตัวเองไปซะสนิท
แล้วเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
“♫♫♫♫ ”
หน้าจอเป็เบอร์บ้านของหล่อน ปิ่นขมวดคิ้ว กะว่าจะโทรให้พี่เก่งขับรถมารับที่ออฟฟิศอยู่แล้วเชียว
“ค่ะ ปิ่นค่ะ คะ...ว่าอะไรนะคะ ป้าแวว..ไหนพูดใหม่ซิคะ ช้า ๆ ใครเป็อะไร ห๊า...คุณแม่ ”
โทรศัพท์มือถือร่วงตกพื้นดัง
“ปึก”
ปิ่นใ หัวใจหล่อนเต้นแรงเมื่อได้รับรู้เื่ราวจากป้าแววที่โทรเข้ามาหาหล่อน หญิงสาวก้มตัวลงเก็บโทรศัพท์มือไม้สั่น อดทนเดินอย่างเร็วทั้งที่ปวดข้อเท้ามากเดินผ่านสายตาเพื่อนร่วมงานไปอย่างไม่สนใจที่หลายคนทักและซักถามเมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกและท่าทางการเดินของหล่อนด้วยความสงสัยระคนห่วงใย
ตอนเย็นที่บ้านนฤบดี
เสียงหวีดร้องของหญิงสาวดังกรี๊ดลั่น
“ว๊ายยยย....คุณท่าน คุณท่าน”
หนิงร้องโวยวาย เมื่อเขย่าตัวประธานของบ้านที่จู่ ๆก็ล้มลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้นห้อง คนอ่อนวัยใทำอะไรไม่ถูก รีบวิ่งลงบันไดมาข้างล่างปากะโเรียก
“ป้าแวว... ป้าแวว คุณท่านเป็อะไรไม่รู้ รีบไปดูเร็ว”
แล้วหล่อนก็วิ่งเข้าไปในครัว กึ่งจูงกึ่งลากคนสูงวัยดึงให้วิ่งตามหล่อน
“เดี๋ยวซิว่ะ นังหนิง ช้า ๆ กูแก่แล้วนาโว้ย ล้มแข้งขาหักมึงจะว่ายังไง”
ป้าแววบ่นกระปอดกระแปด ซึ่งหนิงไม่ใส่ใจ ปากหล่อนพูดเจื้อยแจ้วมือก็ลากคนแก่กว่าด้วยอาการร้อนรน
“ชักช้าอยู่นั่นแหละป้า เดี๋ยวคุณท่านก็ตายซะก่อนหรอก ไปเร้ว”
“ชะชะช้า...อีนังนี่ ปัดเดี๋ยวเถอะ แช่งกูเรอะ”
“โธ่ป้า ด่าฉันอยู่นั่นแหละ ไม่ฟังฉันเลย คุณท่านล้มนอนนิ่งอยู่บนห้องโน่น ฉันเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น ได้ยินมั๊ย”
“ห๊ะ อะไรนะ...แล้วก็ไม่รีบบอก ไป...ไป รีบไปเร็วเข้า”
เมื่อคนรับใช้สองคนนั่งลงข้างคนเป็เ้านาย ป้าแววหันรีหันขวาง ไม่รู้จะทำอะไรก่อนอะไรหลังหนิงซึ่งคล่องแคล่วกว่า กลับได้สติก่อน บอกคนแก่ไปว่า
“ป้า ป้าโทรหาคุณปิ่นนะ เดี๋ยวหนูจะไปบอกให้พี่เก่งเตรียมรถ แล้วหนูจะวิ่งไปดูคุณทิศซิว่าคุณทิศอยู่บ้านมั๊ย เข้าใจมั๊ยป้า..ป้า..ป้าโทรหาคุณปิ่น”
หนิงย้ำหลายรอบเมื่อคนสูงวัยมัวแต่ตะลึงนั่งนิ่ง ไม่พูดไม่ทำอะไร
“เออ...เออ...โทร..โทรหาคุณปิ่น”
ป้าแววเดินไปตรงโต๊ะหัวเตียง ยกหูโทรศัพท์ขึ้นโทรไปหาคุณปิ่น เมื่อบอกข่าวไม่ดีกับหญิงสาวเรียบร้อย
คนเก่าคนแก่ของบ้านเริ่มได้สติ มองไปรอบตัวลุกขึ้นเดินไปเพื่อจะรื้อของค้นหาสิ่งที่จะช่วยให้คุณท่านฟื้น เจอหลอดยาดมกับของกระจุกกระจิกตกอยู่ใกล้กระเป๋าสะพาย ซึ่งเปิดอ้าอยู่ใกล้ตัวคนนอนสลบ จึงหยิบขึ้นมาโบกไปมาใกล้จมูก ปากพร่ำเรียกด้วยความเป็ห่วง
“คุณท่านคะ คุณท่าน คุณท่าน”
สักพัก ผู้ชายตัวใหญ่ก็พรวดพลาดเข้ามาแล้วสอดแขนอุ้มตัวคนไร้สติไว้ในอ้อมแขน ส่วนชลทิศวิ่งหน้าตื่นขึ้นมาพร้อมหนิง เห็นคนขับรถอุ้มท่านอาหญิงหวิวตัวลอย โดยป้าแววระร่ำระลักสั่ง
“เก่ง ..ไป..ไป๊ อุ้มคุณท่านไปเร็วเข้า”
แล้วหันมาบอกชายหนุ่มว่า
“คุณทิศขา ช่วยที คุณทิศพาคุณท่านไปโรงพยาบาลนะคะ”
“ครับ ครับ”
ชลทิศรับคำ ขณะที่กำลังจะเดินตามเก่งที่อุ้มคุณอาหวิวลงไปข้างล่างสายตาเหลือบไปเห็นบางสิ่งซึ่งกองอยู่ตรงพื้น
กระเป๋าสะพายเปิดอ้า ของกระจุกกระจิกหลุดออกมาหลายชิ้นหนึ่งในนั้นมีรูปถ่ายเก่าสีซีดอยู่สองสามใบซึ่งใบหน้าคนในรูปสะดุดใจชายหนุ่มเพราะมันดูคุ้นตามาก แต่พอเสียงป้าแววเรียกเตือนเมื่อเห็นชายหนุ่มคนดีในสายตาเธอหยุดชะงักอยู่กับที่
“คุณทิศคะ คุณทิศ”
ชายหนุ่มจึงรีบรวบทุกอย่างกวาดกลับเข้าไปในกระเป๋าแล้ววิ่งตามเก่งลงไปติด ๆ
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥