“ยังเด็กอยู่แท้ๆ ริอ่านเป็ขโมยไม่พอยังคิดจะเก็บของใช้ของบุรุษไว้กับตัว น่ารังเกียจนัก!”
“คางคกอยากกินเนื้อหงส์! เป็แค่สาวใช้ชั้นต่ำแท้ๆ กลับใฝ่สูงคิดขโมยของใช้ส่วนตัวของท่านอ๋องไปเป็ของตน ช่างหน้าไม่อาย!” เสียงบ่าวรับใช้คนอื่น ๆ รุมด่าทอนางไม่หยุด
มู่อันหรานหลับตาลงนิ่ง...ตอนนี้คำปฏิเสธใดๆ ก็ไร้ความหมาย ในห้องพักที่มีศัตรู แผนการสกปรกเช่นนี้จะจัดวางให้แเีเพียงใดก็ทำได้!
หัวใจของนางกระตุกวูบเมื่อนึกถึงใบหน้าของพี่สาวหลินฮุย หากนางยังอยู่ที่นี่ หลินฮุยคงจะกางปีกปกป้องและเถียงแทนนางจนตัวโก่ง แต่มันไม่มีวันนั้นอีกแล้ว
“มู่อันหราน เ้ามีอะไรจะโต้แย้งหรือไม่?” เจิ้งหมัวมัวถามเสียงต่ำ
หญิงสาวลืมตาขึ้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสตรีสูงวัยที่นางเคารพ นางเห็นความผิดหวังวูบหนึ่งในสายตาคู่นั้น และนั่นคือสิ่งที่เ็ปยิ่งกว่าการถูกโบย
“บ่าวไม่ได้ทำเ้าค่ะ”เด็กสาวปฏิเสธ
“แต่ในเมื่อพบหลักฐานในที่พักของบ่าว บ่าวก็พร้อมจะรับโทษตามกฎของจวน เพียงแต่ขอให้หมัวมัวจดจำไว้ วันใดที่ความจริงปรากฏ บ่าวหวังว่าคนผิดจะได้รับโทษทัณฑ์ที่เท่าเทียมกัน!” นางกล่าวพลางหันไปจ้องหน้าลี่จงเขม็ง
“หลักฐานก็คาตาอยู่เพียงนี้ ยังจะมีหน้ามากล่าววาจาโอหังโยนความผิดให้ผู้อื่นอีกรึ! หมัวมัวเ้าคะ นางทำผิดร้ายแรงถึงขั้นขโมยของใช้ส่วนตัวท่านอ๋อง หากไม่ลงโทษให้หลาบจำ ต่อไปกฎระเบียบในจวนคงมิต่างจากเศษกระดาษนะเ้าคะ!”
เจิ้งหมัวมัวหรี่ตาลง มองปราดเดียวหญิงชราที่อาบน้ำร้อนมาก่อนย่อมดูออกว่านี่คืออุบายตื้นๆ ของเหล่าสาวใช้ที่ริษยากันเอง ทว่าในจวนอ๋อง ความจริงมักไม่สำคัญเท่าผลลัพธ์
หากมู่อันหรานเลือกที่จะแบกรับความผิดนี้ไว้เองนางก็จะสนองให้ เพื่อจะรอดูว่ากิ่งไม้ที่ดูเหมือนจะหักง่ายกิ่งนี้ จะใช้ไหวพริบดิ้นรนหาทางออกให้ตัวเองได้อย่างไร
“ในเมื่อเ้าไม่โต้แย้ง ข้าก็ต้องลงโทษ” เจิ้งหมัวมัวเอ่ยเสียงเรียบ
“ขโมยของใช้ส่วนตัวท่านอ๋องนับเป็โทษร้ายแรง แต่ข้าเห็นว่าเ้าเพิ่งทำผิดครั้งแรก วันนี้ข้าจะลงโทษโบยยี่สิบไม้ แล้วขังไว้ที่เรือนสำนึกตนสามวัน!”
“ยี่สิบไม้” ชุนหลิงรำพึงเสียงสั่น การโบยยี่สิบไม้สำหรับเด็กสาวตัวเล็กๆ อย่างมู่อันหรานไม่ใช่เื่เล็กๆ เลย
“ทำไม? หรือเ้า้าร้องเรียนให้มีการสอบสวนให้แน่ชัดกว่านี้? จริงสินะ ในเมื่อพวกเ้าอยู่เรือนพักเดียวกันแต่กลับไม่มีใครรู้เห็นหรือตักเตือนกัน ข้าควรลงโทษพวกเ้าอีกสี่คนไปพร้อมกันด้วยเลยหรือไม่”
ชุนหลิง อี้ชิง อี๋นั่วและตงเหมยพากันทรุดฮวบลงกับพื้น
“ป..เปล่า เ้าค่ะ บ่าวมิได้คัดค้านอันใด หมัวมัวตัดสินได้ถูกต้องแล้วเ้าค่ะ”
ลี่จงแอบเสียดายที่มู่อันหรานไม่ถูกขับไล่หรือถูกขายออกไปให้พ้นหูพ้นตา แต่นางก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก
อีกฝ่ายคือนางกำนัลาุโที่ฮ่องเต้ทรงประทานมาเพื่อดูแลความเรียบร้อยในจวนเหวินอ๋องโดยเฉพาะ อำนาจและบารมีของหญิงชราผู้นี้แข็งแกร่งจนแม้แต่ชายาในอนาคตของเหวินอ๋องก็ยังต้องเกรงใจ
หากนางทำให้เจิ้งหมัวมัวขุ่นเคืองจนมีการขุดรากถอนโคนสอบสวนขึ้นมาจริงๆ แผนการครั้งนี้ย่อมส่งผลร้ายคืนสนองตัวนางเองเป็แน่
……….
สามวันในเรือนคุมขังจบลงพร้อมกับรอยแผลที่ยังคงมีเืซึมบนแผ่นหลัง ร่างกายของเด็กสาววัยสิบสามผอมซูบลงกว่าเดิม นางพยุงร่างที่บอบช้ำกลับมาที่เรือนพักทันทีที่ครบกำหนดโทษ
ภายในเรือนพัก ชุนหลิงนั่งขดตัวอยู่บนเตียง มองดูสหายร่วมห้องอีกสามคนที่กำลังช่วยกันทายาสมุนไพรลงบนแผลที่เริ่มตกสะเก็ดของมู่อันหรานอย่างเบามือที่สุด
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเ้าจะโง่พอที่จะขโมยของใช้ท่านอ๋อง” อี้ชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ใช่... พวกเราต่างก็รู้ดีว่าลี่จงจงใจกลั่นแกล้งเ้า นางทำเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว” ตงเหมยเสริมพลางซับเืที่ซึมออกมา
“แต่ที่ข้าไม่เข้าใจคือทำไมวันนั้นเ้าถึงยอมรับผิดง่ายๆ เจิ้งหมัวมัวเป็คนมีเหตุผล หากเ้ายืนยันให้มีการสอบสวน นางอาจจะช่วยเ้าก็ได้”
มู่อันหรานนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงเงียบๆ ไม่ได้ตอบคำถาม นางยอมถูกลงโทษเพื่อหวังจะได้พบร่องรอยของหลินฮุยที่เรือนสำนึกตน แต่นางก็ต้องผิดหวังที่ไม่พบร่องรอยใดๆ และขอบคุณ์ไปในคราวเดียวกัน ที่นางไม่ได้มีจุดจบเดียวกับพี่สาวที่แสนดีผู้นั้น
ตลอดสามวันที่นั่น นางได้รับอาหารวันละหนึ่งมื้อ ไม่มีผู้ใดเข้ามาทำร้ายหรือหาเื่นาง มีเพียงความเ็ปบนแผ่นหลังที่ไม่ได้รับการรักษาที่ดีเพียงเท่านั้น
นางปรายตาไปมองชุนหลิงที่พยายามหลบหน้าซุกตัวอยู่ในมุมมืด
“ข้าเองก็ไม่รู้ว่าผ้าคาดเอวผืนนั้นมาอยู่ใต้ฟูกนอนของข้าได้อย่างไร...” มู่อันหรานเอ่ยเสียงแหบพร่า ก่อนจะถามหยั่งเชิง
“พี่ชุนหลิง ท่านก็ไปโรงซักล้างกับข้าในวันนั้นมิใช่หรือ? ท่านเห็นข้าหยิบสิ่งใดออกมาจากตะกร้าหรือไม่เล่า?”
ชุนหลิงส่ายหน้าอย่างร้อนรน ร่างกายสั่นเทาราวกับลูกนก “ข้า... ข้าไม่รู้ ข้าไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้น!”
พิรุธที่แสดงออกมาอย่างปิดไม่มิดทำให้อี๋นั่วรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา นางเดินเข้าไปหาชุนหลิง
“ลี่จงขู่เ้าไว้ใช่หรือไม่? นางเป็คนสั่งให้เ้าทำเช่นนี้ใช่หรือไม่!”
“ข..ข้า..ข้าไม่มีทางเลือก!” ชุนหลิงร้องไห้โฮออกมาในที่สุด
“พวกเ้าไม่ได้ทำงานในกองเย็บปักอย่างข้านี่! ที่นั่นนางเป็ใหญ่ นางบอกให้ทำอะไรข้าก็ต้องทำ ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่มีชีวิตรอดมาถึงวันนี้ได้หรอก อันหราน ข้าขอโทษ ข้าผิดต่อเ้านัก”
เด็กสาวค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง พยายามกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเสียสติไปมากกว่านี้
“ข้าไม่โกรธท่านหรอกพี่ชุนหลิง ข้ารู้ดีว่าลี่จงสามารถทำเื่เลวร้ายได้มากกว่านี้” มู่อันหรานกล่าวพลางแค่นยิ้มขื่น
“วันนั้นต่อให้ข้าปฏิเสธจนคอแตกตาย ท่านก็คงไม่กล้ายืนยันความบริสุทธิ์ให้ข้าอยู่ดีใช่หรือไม่? คำพูดแก้ตัวของข้าจะมีน้ำหนักเท่ากับหลักฐานที่ซุกอยู่ใต้ฟูกได้อย่างไร”
นางเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ
“ข้ายอมรับโทษเพื่อไม่ให้เื่มันบานปลายไปมากกว่านี้ และข้าก็ไม่อยากให้ทุกคนต้องถูกลงโทษไปพร้อมกับข้าด้วย”
นางกวาดตาสำรวจสหายในเรือนทุกคน นอกจากชุนหลิงแล้ว นางเชื่อว่าอี้ชิง ตงเหมยและอี๋นั่วล้วนเป็ผู้บริสุทธิ์
“พี่ชุนหลิง... ข้ารู้ว่าคราวก่อนท่านก็เป็คนหักพู่กันของข้า และครั้งนี้ท่านก็ติดค้างข้าอีกครั้งหนึ่ง” น้ำเสียงของเด็กสาวราบเรียบแต่กดดันอยู่ในที
“ท่านรับปากข้าได้หรือไม่ ว่าหากวันใดที่ข้าหาหลักฐานมายืนยันได้มากกว่านี้ เมื่อถึงเวลานั้น... ท่านจะยอมเปิดปากพูดความจริง”
ชุนหลิงยกมือขึ้นปิดหูแน่น ร่างกายสั่นเทาคล้ายคนเสียสติที่ไม่อยากรับรู้ความจริงอันน่าหวาดกลัว ทว่าหลังจากที่อี้ชิง อี๋นั่ว และตงเหมยเข้าไปรุมล้อมให้กำลังใจและปลอบประโลม ในที่สุดชุนหลิงก็ค่อยๆ พยักหน้ายอมรับคำหนักแน่นเป็ครั้งแรก
เช้าวันรุ่งขึ้น มู่อันหรานฝืนสังขารไปทำงานในอุทยานตะวันตกตามปกติ นางสังเกตเห็นซางไห่และต้าชวนพยายามหลบฉากและเบือนหน้าหนีทันทีที่เห็นนางเดินเข้ามา
ซึ่งก็เป็ไปตามที่นางคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด หากวันนั้นนางดึงดันที่จะปฏิเสธ ไม่เพียงแต่ชุนหลิงที่จะไม่กล้าปริปาก แต่แม้แต่ซางไห่กับต้าชวนเองก็คงพร้อมจะเหยียบย่ำนางเพื่อเอาตัวรอดเช่นกัน
นางอาศัยจังหวะที่ชายหนุ่มทั้งสองกำลังเผลอ ก้าวออกไปขวางทางไว้
“พี่ชายทั้งสอง ข้ารู้ว่าพวกท่านกำลังหลบหน้าข้า แต่ข้าจะไม่พูดอ้อมค้อมให้เสียเวลา” มู่อันหรานเปิดฉากทันที
“พี่ชุนหลิงยอมรับกับข้าหมดแล้วว่าลี่จงเป็คนบงการให้นางเอาผ้ามาซ่อนไว้ใต้ฟูกนอนของข้า แต่ข้าสงสัยนัก นางเอาอะไรมาข่มขู่พวกท่านได้ ในเมื่อพวกท่านก็ไม่ได้ทำงานใกล้ชิดกับนางเสียหน่อย”
ซางไห่และต้าชวนหน้าเหยเกจนดูไม่ได้ ความละอายจู่โจมหัวใจจนไม่อาจสบตาเด็กสาวตัวน้อยตรงหน้าได้ พวกเขาเป็บุรุษอกสามศอกแท้ๆ แต่กลับต้องมารวมหัวกันรังแกเด็กเพียงเพื่อแลกกับความปลอดภัยของตัวเอง