บทที่ 31
การสืบสวนเกี่ยวกับเื่ราวที่เกิดขึ้น
ข่าวเกี่ยวกับคนที่เข้าไปทำร้ายคนภายในสถานศึกษาเมืองตี้หนานแพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองเพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามเท่านั้นคนทั่วทั้งเมืองแห่งนี้ก็ต่างล่วงรู้เกี่ยวกับเื่ราวใหญ่โตที่เกิดขึ้น
บิดาของเด็กผู้ที่โดนทำร้ายรีบพุ่งตรงมาที่สถานศึกษาด้วยท่าทางที่เดือดดาล
ที่แท้แล้วตัวของมันเองก็เป็หนึ่งในพ่อค้าที่ถือได้ว่ามีอิทธิพลมากภายในเมืองแห่งนี้เถ้าแก่ผิงที่เป็พ่อค้าที่ทำการค้าระหว่างเมืองส่วนใหญ่แล้วจะเน้นไปทางการค้าของแห้งจำพวกอาหารระหว่างเมือง
คนผู้นี้ถือว่ามีอิทธิพลมากในระดับหนึ่งสำหรับเมืองแห่งนี้ไม่ใช่แค่ในระดับเมืองแห่งนี้เท่านั้นแต่เป็ในระดับการค้าทางฝั่งบูรพาถือว่ามันเองก็มีเส้นสายอยู่พอสมควร
ไม่ต้องพูดถึงเกี่ยวกับเื่ที่คนที่มันนั้นพอจะรู้จักแล้วแต่เป็ขุนนางระดับขั้นสี่หรือขั้นห้าทั้งสิ้นเรียกได้ว่าตัวของมันเป็คนที่กว้างขวางและมีอำนาจเป็อย่างมาก
แต่เพราะแบบนี้เลยทำให้บุตรชายของมันไม่ค่อยจะเกรงกลัวผู้ใดสักเท่าไหร่
เมื่อเกิดเื่ราวอันใหญ่โตขึ้นมามีหรือว่ามันจะปล่อยให้เื่ราวในครั้งนี้ผ่านพ้นไปง่ายๆ
บุตรชายของมันมีเพียงคนเดียวมันเลี้ยงมาโดยที่ไม่เคยให้แม้แต่แมลงกัดิัของบุตรชายของมันในยามเติบใหญ่มันหวังจะให้บุตรชายของตนเองเข้ารับราชการ สืบทอดการค้าขายต่อจากมัน
เพราะแบบนั้นเลยส่งให้บุตรชายของตนเองมานั่งเรียนที่สถานศึกษาแห่งนี้ภายในใจนั้นตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะให้บุตรชายของตนเองได้รับตำแหน่งหนึ่งในสิบนักเรียนดีเด่นของปี
แต่ในตอนนี้บุตรชายที่มันห่วงแหมากเกิดเื่ราวใหญ่โตขึ้นระหว่างที่มันกำลังนั่งดื่มชาอย่างใจเย็น
มีข่าวจากคนภายในเมืองได้มาแจ้งมันว่าบุตรชายของมันนั้นโดนคนผู้หนึ่งเข้าไปทำร้ายถึงภายในสถานศึกษา
เมื่อรู้เกี่ยวกับเื่ราวเช่นนี้เถ้าแก่ผิงมันถึงกับนั่งไม่ติดรีบพุ่งตรงออกมาจากตัวของมันอย่างรวดเร็วพุ่งตรงมายังสถานที่แห่งนี้เพื่อมาดูให้เห็นกับตาว่าบุตรชายของมันเป็อย่างไรบ้าง
ภายในห้องของอาจารย์ใหญ่ที่กำลังเกิดการสอบสวน
มีอาจารย์ใหญ่ผู้ที่มีฐานะสูงศักดิ์นั่งอยู่บริเวณโต๊ะตำแหน่งประธานแล้วก็มีคณะกรรมการมากมายที่เป็เราอาจารย์ภายในสถานศึกษาแห่งนี้ยืนล้อมรอบ
พวกเขากำลังสงบใจแล้วก็รอฟังเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากปากทั้งสองฝ่าย
ตอนนี้คุณชายร้อยผิงที่าเ็จากการโดนก้อนหินเขวี้ยงเข้าที่ฝ่ามือกำลังทำแผลอยู่
หลังจากที่นั่งรอมาสักพักคุณชายน้อยผิงพี่โดนทำร้ายก็ได้เดินเข้ามาภายในห้อง
สถานการณ์เช่นนี้มันรู้ดีว่ามันควรจะแสดงท่าทางเช่นไรในตอนที่เดินเข้ามาภายในห้องมันเองก็แสดงท่าทางอ่อนแอและก็น่าสงสารออกมา
ในขณะที่กำลังเดินเข้ามาขาของมันก็อ่อนแรงมือข้างขวาพยุงมือข้างซ้าย
ลู่หยางที่กำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ข้างๆท่านอาจารย์ใหญ่เขามองไปที่เด็กน้อยผู้นั้นแล้วก็พึมพำภายในใจของตนเอง ‘ อันใดกันนั้นข้ามั่นใจว่าค่าใช้หินปาไปที่มือเหตุใดถึงเจ็บเท้าได้ เรียนการแสดงมาเสียยกใหญ่ ’
ไม่ได้เกินความเป็จริงเลยสักนิดเพราะว่าจากที่ดูในตอนนี้จะสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตอนที่มันกำลังเดินเข้ามาการแสดงท่าทางสำออยบริเวณขาทั้งสองข้างของมันเดินราวกับว่าาเ็
เพราะแบบนั้นเขาพึมพำภายในใจของตัวเองด้วยความไม่พึงพอใจสักเท่าไหร่ที่มาแสดงท่าทางเช่นนั้นออกมา
คงอยากจะทำท่าทางที่น่าสงสารเข้าไว้ภายในห้องเหล่าอาจารย์เองก็แสดงท่าทางที่เคร่งขรึมออกมาพวกเขานั้นรู้สึกตึงเครียดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรู้ดีว่าคุณชายน้อยผู้นี้มาจากตระกูลใด
คุณชายผิงเดินเข้ามาถึงบริเวณตรงกลางห้อง
อาจารย์ใหญ่ที่กำลังนั่งอยู่ตรงบริเวณเก้าอี้ตำแหน่งประธานปลายสายตาไปหาอาจารย์ผู้ที่เป็คนทำแผลให้แล้วเอ่ยถามออกมา“ เป็อย่างไรบ้าง? ”
อาจารย์ผู้ที่ทำแผลเป็อาจารย์หนุ่มผู้หนึ่งเขาตอบกลับมาด้วยใบหน้าที่เรียกเฉย“ไม่มีอะไรมากขอรับท่านอาจารย์ใหญ่าแที่เกิดก็เป็เพียงแค่รอยถลอกเล็กน้อยเท่านั้นอาจจะมีรอยเขียวช้ำบ้าง แต่ว่าอาการเท่านี้ทายาและพักเพียงแค่สองถึงสามวันมันก็ไม่มีอาการอะไรแล้วขอรับ”
ลู่หยางเท่านั้นเพียงแค่อยากจะสั่งสอนเด็กอวดดีผู้นี้เท่านั้นถ้าเขาตั้งใจจะทำร้ายมันจริงๆการกระทำของเขามันคงจะทำให้ข้อมือของเด็กผู้นี้หักไปแล้ว
อาจารย์ใหญ่สงบใจได้เมื่อได้ยินว่าไม่เป็อะไรมากดวงตาของเขามองตรงไปยังคุณชายผิง
เขาอยากจะสอบถามเกี่ยวกับเื่ราวที่เกิดขึ้นจากผู้ที่อยู่ด้านหน้าของตนเองก่อน
ในเื่นี้ควรจะสอบถามผู้ที่าเ็ก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
แต่อาจารย์ใหญ่นั้นยังไม่ทันได้เปิดร้านแล้วก็ถามออกไปเสียงฝีเท้าอันหนักแน่นเดินมาแต่ไกลร่างของชายที่มีร่างกายอ้วนท้วนปรากฏผ่านประตูเข้ามา
คนผู้นั้นมันเป็ชายร่างกายอ้วนท้วนสมบูรณ์มองดูจากลักษณะท่าทางและรูปลักษณ์ภายนอกน่าจะอยู่ใน่อายุประมาณซักเลขสี่ถึงห้าบนใบหน้าที่อ้วนของมันปรากฏหนวดเคราเล็กน้อย ตัวของมันแต่งกายด้วยชุดที่ดูดีมีระดับเดินเข้ามากระทืบเท้าเสียงดังไม่เพียงเท่านั้นไฟหน้าของมันยังแดงก่ำบ่งบอกถึงความโกรธ
คนผู้นี้คือเถ้าแก่ผิงบุตรชายของมันมี่อายุอยู่ลาวสักประมาณสิบปีเท่านั้นแต่อายุของมันปาเข้าไปเลขสี่ถึงเลขห้าแล้วถือว่ามีบุตรช้ากว่าคนอื่นเป็อย่างมาก
อันที่จริงแล้วเกี่ยวกับเื่นี้ก็มีข้อชี้แจงผู้คนภายในเมืองต่างพากันรู้ดีอยู่แล้วว่าก่อนหน้านี้คนผู้นี้ไม่ได้ร่ำรวยมันเอาแต่ทำงานแล้วก็หาเงินก่อนตั้งร้านค้าของตนเองได้
กว่าที่จะสามารถก่อสร้างรากฐานได้ก็ปาเข้าไปในวัยเลขสามในยามนั้นพึ่งจะหาฮูหยินและก็มีบุตร
เพราะแบบนั้น่อายุของมันเลยดูเหมือนว่าจะแก่กว่าบิดาคนอื่นๆ
มันเดินเข้ามาด้วยท่าทางเดือดดาลหน้าของมันเลยตอนนี้แดงก่ำเต็มไปด้วยความโกรธเมื่อได้เดินเข้ามาสู่ภายในดวงตาของมันกวาดไปมองบริเวณรอบๆมองหาผู้ที่กระทำบุตรชายของมัน
เมื่อได้มองเห็นบุตรชายของตนเองอยู่ด้านหน้าก่อนมันก็รีบวิ่งเข้าไปดูอาการของบุตรชายของมันในทันที
วิ่งเข้าไปประชิดอย่างรวดเร็วจับมือของบุตรชายขึ้นมาดูมองเห็นว่ามีาแรอยเขียวช้ำ
คุณชายน้อยผิงมองเห็นบิดาของตนเองอยู่เบื้องหน้ามันแสร้งทำท่าทางหลังน้ำตาแล้วก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร“ ท่านพ่อ!!! ”
“ ลูกพ่อ!!! เ้าไม่ต้องกลัวพ่ออยู่ที่นี่แล้วพ่อจะปกป้องเ้าเองผู้ใดทำอันใดเ้าบอกพ่อมา ” มันพูดออกมาด้วยใบหน้าแดงก่ำหวังจะหาตัวการที่ทำเื่ราวเช่น
คุณชายน้อยผิงเมื่อเห็นว่าบิดาของตนเองที่อยู่ด้านหน้าจะเป็คนจัดการเกี่ยวกับเื่ราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้มันไม่รีรอใช้นิ้วมือของตนเองชี้ตรงไปที่ลู่หยาง
ดวงตาของผู้เป็บิดามองตามปลายนิ้วของบุตรชายตนเองไปอย่างรวดเร็วเมื่อมันมองตามปลายนิ้วไปพบเห็นร่างของบุรุษที่นั่งอยู่ข้างๆท่านอาจารย์ใหญ่
มันลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วใช้ดวงตาที่ราวกับสัตว์ร้ายจ้องมองไปที่ลู่หยางภายในดวงตานั้นบ่งบอกให้ล่วงรู้ได้ในทันทีว่ามันเป็ดวงตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธ
ในใจของผู้ที่อยู่ด้านหน้าคงอยากจะฉีกกระชากร่างของเขาให้ขาดเป็เสี่ยงๆ
แต่ลู่หยางไม่ได้เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อยเขาที่กำลังนั่งอยู่พ่อกำลังนั่งอยู่ด้วยท่าทางที่เรียบเฉย
ในขณะนั้นเองผู้ที่อยู่ด้านหน้าก็ได้รุกหน้าเข้ามาอย่างรวดเร็วมันได้สาวเท้าตรงเข้ามาหวังจะเข้ามาเอาเื่เอาราวเขาให้ได้
แต่เมื่อมันก้าวเข้ามาได้ประมาณนึงอาจารย์หนุ่มสองผู้ได้เข้ามาห้ามคนผู้นั้นเอาไว้
เถ้าแก่ผิงไม่ได้คิดจะหยุดหรือสนทนาั้แ่แรกแล้วมันได้ชี้ตรงไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วสั่งการให้ผู้คุ้มกันทั้งสองที่อยู่ด้านหลังเดินหน้าเข้าไปเล่นงานบุรุษผู้นั้นให้มัน“ เป็งานมันซะ!! ”
ผู้คุ้มกันที่อยู่ด้านหลังเป็ชายร่างกายสูงใหญ่สองคนมันได้รับคำสั่งจากผู้เป็นายพวกมันก็เดินหน้าเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ชายผู้คุ้มกันสองคนนั้นเป็คนที่มีร่างกายสูงใหญ่ไม่มีอาจารย์ที่เป็บัณฑิตผู้ใดภายในสถานที่แห่งนี้จะหยุดมันได้หรอก
พวกมันเดินเข้ามาและก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้าของลู่หยางดวงตาของผู้คุ้มก้นทั้งสองก้มต่ำลงเหลือบมามองเขา
ลู่หยางที่กำลังนั่งอยู่แสดงท่าทางเรียบเฉยหนิงหนิงที่อยู่ข้างๆแสดงท่าทางสั่นกลัวมองเห็นบิดาของตนเองกำลังเผชิญหน้ากับชายร่างกายใหญ่ั์
ลู่หยางนำออกของกระบี่ของตนเองที่อยู่บริเวณตักวางไว้ข้างๆลุกขึ้นมา
“ ระดับพวกเ้าไม่จำเป็ ”หลังจากนั้นเพียงแค่สองหมัดเท่านั้นหมัดของเขาที่ปล่อยออกไปเคลื่อนที่ใส่ใบหน้าของพวกมันหมัดที่รุนแรงปะทะเข้าที่ใบหน้าชายร่างกายใหญ่ั์ทั้งสองโดนหมัดของคนผู้นั้นที่มีร่างกายเล็กกว่าตัวเองถึงกับหงายหลังล้มลงไปนอนนิ่งกับพื้น
ผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆต่างพากันประหลาดใจแสดงท่าทางตื่นตระหนกใและก็ตะลึงลาน
เถ้าแก่ผิงที่กำลังยืนอยู่ถึงกับหน้านิ่งไปมันอ้าปากค้างคนสองผู้นั้นเป็ผู้คุ้มกันที่ดีที่สุดที่มันจ้างมาจากสำนักคุ้มกันภายในเมืองแห่งนี้แล้วแต่พวกมันลงไปนอนนิ่งกับพื้นด้วยการโดนเพียงแค่หมัดเดียวพวกนั้นยังไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย
ลู่หยางยกนิ้วมือของตนเองขึ้นมาลุกเป็ไปมาทำท่าทางบิดนิ้วแล้วกล่าว“ เ้าเป็บิดาของเ้าเด็กผู้นั้นมาก็ดีแล้ว ก่อนหน้านี้ข้าพึ่งบอกมันไปว่ามันเป็เด็กข้าไม่อยากทำอะไรแต่ว่าโทษฐานที่มันคิดจะทำร้ายบุตรสาวข้า ข้าขอคิดกับเ้าแทนได้หรือไม่ ”
ลู่หยางก้าวเดินหน้าไปหนึ่งก้าวมันถึงกับทำท่าทางสั่นกลัวออกมา
จบบท