จ้าวหลินลืมตาช้า ๆ ด้วยความงุนงง กระพริบตาอีกสามสี่ครั้ง จนนางค่อยระลึกได้ถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ที่นางและหลินจิงถูกชายผู้นั้นทำร้าย จนตกหน้าผาลงมา นางค่อย ๆ ใช้แรงที่เหลือพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล รู้สึกเจ็บระบมไปทั้งร่าง ก้มลงสำรวจร่างกายตนเองจึงพบว่ามีรอยาแขีดข่วนของกิ่งไม้ตามตัว แขนและขาทั้งสองข้างเริ่มมีรอยแดงช้ำหลายจุด มีแผลใหญ่ลากยาวเกือบฝ่ามือที่ยังมีเืกรังที่ขาด้านขวา แต่นอกจากนั้นก็ไม่ได้มีแผลฉกรรจ์ที่ใดอีก แล้วนางก็ระลึกได้ถึงหลินจิงว่านางโดนแทงและตกหน้าผามาพร้อมกัน จึงรีบสำรวจพื้นที่รอบ ๆ ตัว ห่างไปเพียงเล็กน้อยนางก็พบร่างของหลินจิงนอนสลบไม่ได้สติ าแที่โดนแทงยังมีเืไหลออกมาอย่างน่ากลัว ใบหน้าซีดเซียวจากการเสียเื นางรีบวิ่งเข้าไปพยุงร่างหลินจิงเอาไว้ แล้วรีบคิดว่าจะทำอย่างไรดี ปล่อยไว้ไม่ได้ เดี๋ยวพวกคนชั่วพวกนั้นตามมาเจอ คราวนี้พวกนางไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อสู้หรือหลบหนีได้อีก
จ้าวหลินจึงตัดสินใจ ฉีกเสื้อผ้าบางส่วนของนางแล้วพันรอบเอว บริเวณแผลที่โดนแทงของหลินจิง เพื่อพยายามห้ามเื แล้วฉีกกระโปรงหลินจิงส่วนที่เปรอะเืเป็ริ้ว แล้วนำชิ้นผ้าไปเกี่ยวตามกิ่งไม้ จากนั้นทำเช่นเดียวกันกับเสื้อผ้าของนาง เพื่อสร้างสถานการณ์หลอกให้คิดว่านางทั้งสองตกหน้าผาไปแล้ว หน้าผาสูงขนาดนี้ ตกลงไปอย่างไรก็ไม่มีทางรอดชีวิตได้
“คุณหนู...คุณหนู..” จ้าวหลินเขย่าร่างของหลินจิง พยายามเรียกให้ฟื้นคืนสติกลับมาก่อน
หลินจิงค่อย ๆ ได้สติ แล้วปรือตาขึ้นมองอย่างเหม่อลอย .... “สะ..เสี่ย..เสี่ยว..หลิน” นางพยายามเปล่งเสียงออกมาอย่างยากเย็นด้วยแรงที่เหลือเพียงน้อยนิด
“ข้าเองค่ะ คุณหนู ท่านพยายามแข็งใจ ลืมตาเอาไว้ก่อนนะ ห้ามหลับตาเด็ดขาด ข้าจะไปสำรวจหาที่ซ่อนในระแวกนี้ก่อน รอข้าก่อน ข้าจะรีบกลับมา คุณหนู..จำไว้ ห้ามหลับตาเด็ดขาดนะคะ” เสี่ยวหลินพูดเสียงเครือ นางเองก็ใจไม่ดีเลย เพราะหลินจิงอยู่ในสภาพใกล้หมดสติ ด้วยเสียเืไปมากมาย .... “ท่านได้ยินข้าหรือไม่คุณหนู รอข้าก่อน ห้ามหลับตานะคะ” นางรอจนหลินจิงพยักหน้ารับคำเพียงแ่เบา ค่อยๆ พยุงนางให้นั่งพิงโคนต้นไม้ แล้วรีบออกเดินเพื่อหาแหล่งซ่อนตัว
เสี่ยวหลินไปเพียงชั่วครู่ ก็รีบวิ่งกลับมา... “คุณหนู..แข็งใจอีกนิด เราต้องหลบไปจากตรงนี้ หากพวกมันตามมาเราจะหนีไม่ไหวแล้ว ท่านพยายามลืมตาเอาไว้ อย่าหลับนะคะ” นางค้อมตัวลงเพื่อให้หลินจิงพาดท่อนแขนกอดคอ แล้วใช้แขนอีกข้างพยุงเอวของนาง เพื่อดึงลุกขึ้นยืน
“กอดคอข้าไว้ ทิ้งน้ำหนักตัวมาที่ข้า ข้าจะพยุงท่านไปเอง ใต้โขดหินนี้มีถ้ำอยู่ จากตรงนี้จะมองไม่เห็น เราไปซ่อนในนั้นก่อน พวกมันน่าจะคิดว่าเราตกหน้าผาลงไปแล้ว คงไม่คิดจะเดินลงไปหาใต้โขดหินนี้”
แคว้นต้าซื่อ..
“รายงานเ้าชาย...องค์หญิงกับสาวชาวบ้านที่ติดตามนางอีกคน ตายแล้วพระเ้าค่ะ กระหม่อมแทงพระองค์ด้วยดาบของกระหม่อมเอง แล้วองค์หญิงก็ตกหน้าผาสูงไป กระหม่อมและทหารตามลงไป ถึงแม้ไม่เจอพระศพ แต่ก็มีร่องรอย หลักฐานที่พระองค์กับหญิงผู้นั้นตกลงไป หน้าผาสูงชันมาก ถ้าไม่เสียชีวิตด้วยคมดาบหม่อมฉัน ก็ต้องกระแทกกับโขดหินมากมาย ด้านล่างเป็ลำน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก อย่างไรก็ไม่มีทางรอดพระเ้าค่ะ”
“ดี..เ้ารีบไปสร้างข่าว ให้ไปถึงอ๋องแห่งเหอหนาน ว่าองค์หญิงทรงมีปากเสียงกับเ้าชายรัชทายาท เ้าชายทรงพิโรธจัด เผลอทำร้ายเ้าหญิงจนพลั้งมือสังหารนางจนสิ้นพระชนม์” เ้าชายกวงเฟยหลงรับสั่ง พระสุรเสียงโเี้ หมายมาด
“เ้าพี่...ท่านคิดทำอย่างไรต่อ ท่านสร้างข่าวนี้ขึ้นเพื่อสิ่งใด เราได้อะไรจากการสิ้นพระชนม์ขององค์หญิงเวยหนิงอันหรือ” พระอนุชาที่พระชนมายุห่างจากเ้าชายอยู่หลายชันสาทรงตรัสถาม
“หากไท่โจวผูกสัมพันธ์กับเหอหนาน แถมยังมีเฉิงโจวที่สนิทสนมใกล้ชิด หนุนหลังเหอหนานอีก เรา...ต้าซื่อ...จะไม่มีวันลืมตา อ้าปากได้อีก มันจะเป็การยากในการที่เราจะขยายอาณาเขตเพื่อเป็ใหญ่ในแผ่นดินนี้ ข้าจึงปล่อยให้การผูกสัมพันธ์ครั้งนี้เกิดขึ้นไม่ได้ ... แล้วไหน ๆ ก็เหนื่อยแล้ว นอกจากเราจะทำให้สองแคว้นผูกสัมพันธ์กันไม่สำเร็จแล้ว ข้าจะทำให้เกลียดกันอีกด้วย เราคอยดูเฉย ๆ แล้วคอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ยามั์ใหญ่สองตัวเริ่มอ่อนแรงดีกว่า”
แคว้นเหอนาน
“กราบทูลฝ่าา มีรายงานด่วนพระเ้าค่ะ” นายทหารม้าเร็วะโนำเข้ามาในศาลากลางอุทยานอย่างลืมความเหมาะสมและระเบียบปฏิบัติ
“ว่ามา มีสิ่งใด” อ๋องแห่งเหอหนานทรงวางหนังสือในพระหัตถ์ลงทันที
“เอ่อ...คือ”
“เอ้า...ะโมาเสียดังลั่น มาถึงมาอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ มีอะไร ถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมารายงานแบบนี้”
“มีสายข่าวแจ้งมาว่า...เอ่อ... องค์หญิงหนิงอัน...สิ้นพระชนม์แล้วพระเ้าค่ะ”
“ว่าอย่างไรนะ!” พระสุรเสียงเกือบจะเป็คำราม ...
“ซินหยาน!” ทรงรับร่างพระชายาที่เป็ลมไปทันทีที่ได้ฟังคำกล่าวรายงาน
“เล่ามาให้ละเอียด เกิดเื่อะไรขึ้น”
“กราบทูลฝ่าา...สายข่าวรายงานมาว่าเ้าชายรัชทายาททรงมีปากเสียงรุนแรงกับองค์หญิง แล้วเกิดพลั้งมือสังหารองค์หญิงพระเ้าค่ะ ข่าวมาว่าทรงมีชายาลับ ๆ อยู่แล้ว ทรงไม่พอพระทัยอย่างยิ่งที่ต้องอภิเษกกับองค์หญิง แต่สาเหตุแห่งการวิวาทจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ กระหม่อมยังไม่ทราบชัดเจนพระเ้าค่ะ”
“เรียกประชุมคณะเสนบดีด่วน”