ตอนที่ 25 ลามกจนเลื่อนระดับ
เสียงฮือฮาดังระงมเซ็งแซ่ไปทั่วทั้งลานประลองั์สถาบันยุทธ์หลงเหมินในทันทีที่การต่อสิ้นสุดลง!
ภาพของสองเทพธิดาสาวผู้สูงส่งและงดงามเป็อันดับต้น ๆ ของสถาบันอย่าง ‘หลินเสวี่ยเหยา’ และ ‘เยี่ยหลัวอิน’ ที่พุ่งตัวตัดผ่านค่ายอาคมประลองขึ้นไปประคองร่างของหลีเฮงที่หมดสติพลางแสดงความห่วงใยอย่างท่วมท้นชนิดไม่รักนวลสงวนตัว ทำเอาเหล่าศิษย์ชายทั้งหลายในลานประลองต่างพากันอิจฉาตาร้อนจนแทบกระอักเื
“บัดซบ! เ้าขยะนั่นมันทำบุญด้วยอะไรฟะ!? เทพธิดาเหมันต์กับมารรัตติกาล... สองนางฟ้าระดับ SSS ที่ปกติแทบไม่เคยปรายตามองผู้ชายคนไหน บัดนี้กลับแย่งกันโอบกอดประคองร่างของมัน!”
“ข้าอยากจะสลับร่างกับมันเหลือเกิน! ยอมกระดูกหักสิบชิ้น แลกกับการได้ซบอกหนุ่มนุ่มของสองสาวงามระดับ SSS เช่นนั้น!”
เสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ดังกึกก้องประหนึ่งคลื่นั์ซัดสาด ทว่าในอีกด้านหนึ่ง ณ แถวที่นั่งของผู้บ่มเพาะาุโและบรรดาอาจารย์ประจำสถาบัน บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและสับสนมึนงง
อาจารย์ระดับสูงหลายคนจากแต่ละห้องต่างพากันลุกขึ้นยืนพลางเบิกตากว้าง จ้องมองร่องรอยการต่อสู้บนพื้นเวทีหินร้าวที่เต็มไปด้วยโลหิตและสะเก็ดพลังงานที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ทุกคนต่างพากันเคราะห์และวิเคราะห์กระบวนท่าสุดท้ายของหลีเฮงอย่างเคร่งเครียด
“บอกข้าที... เมื่อครู่นี้เ้าสวะ Rank F นั่นออกกระบวนท่าอะไรกันแน่?” อาจารย์ห้อง B เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสับสน “มันทำเพียงแค่ชูนิ้วชี้ขึ้นจี้จุด... แต่ในเสี้ยววินาทีสุดท้าย พลังปราณอสูรคลั่งอันบ้าคลั่งของจ้าวเทียนอวี่กลับสะท้อนกลับย้อนศรเข้าหาตัวเองด้วยพลังที่แรงกว่าเดิมถึงสองเท่าได้อย่างไร?”
“ไม่ใช่แค่นั้น...” อาจารย์ประจำเวทีประลองผู้มีหน้าที่ควบคุมความปลอดภัย ซึ่งในวินาทีวิกฤตนั้นเขากำลังจะยื่นมือเข้าแทรกแซงเพื่อสลายพลังโจมตีสุดท้ายของจ้าวเทียนอวี่เนื่องจากเกรงว่าหลีเฮงจะโดนฆ่าตายคาสนาม ได้แต่ยืนขมวดคิ้วแน่นด้วยความงุนงงไม่แพ้กัน “ในฐานะผู้ควบคุมการประลอง ข้าจ้องมองทุกรายละเอียดอย่างไม่คลาดสายตา หลีเฮงไม่มีทั้งลมปราณที่กล้าแกร่งพอจะกางเกราะป้องกัน และไม่มีวรยุทธ์สะท้อนพลังใด ๆ ที่จับต้องได้เลยแม้แต่น้อย ทว่าทันทีที่หมัดของจ้าวเทียนอวี่เข้าใกล้เขา พลานุภาพสะท้อนกลับนั้นกลับแผ่ออกมาเองดุจม่านพลังธรรมชาติ... นี่มันขัดต่อหลักการบ่มเพาะปราณอย่างสิ้นเชิง!”
ความสับสนอลหม่านยังคงปกคลุมกลุ่มคณาจารย์อย่างไม่มีข้อสรุป แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ก็คือ... บุตรชายสายตรงผู้เป็ความหวังสูงสุดของตระกูลจ้าวอันเกรียงไกร บัดนี้ต้องกลายสภาพเป็คนพิการ จุดตันเถียนแตกสลาย ลมปราณอสูรเหือดแห้ง และสูญเสียพลังฝีมือไปตลอดชีวิต จากการประลองย่อยภายในสำนัก!
“์... เื่นี้ไม่ใช่เื่เล็ก ๆ แล้ว!” ผู้อำนวยการกู้ถึงกับเหงื่อตกพลางปาดหน้าผาก “ประมุขตระกูลจ้าวขึ้นชื่อเื่ความเหี้ยมโหดและรักลูกชายปานแก้วตาดวงใจ ทางสถาบันต้องรีบเตรียมเหตุผลและหลักฐานเพื่อรับมือกับการสืบสาวราวเื่ของผู้นำตระกูลจ้าว... อย่างน้อยก็ต้องอ้างว่าจ้าวเทียนอวี่ฝ่าฝืนกฎของสถาบัน ใช้ยาต้องห้ามอย่างยาเม็ดปราณอสูรและตั้งใจลงมือฆ่าคู่ต่อสู้ก่อน!”
ในขณะที่ข้างนอกกำลังเกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย หลีเฮงก็ถูกสองสาวงามประคองพาตัวเข้ามาพักผ่อนในห้องบำบัดรักษาพิเศษอย่างเร่งด่วน
ชายหนุ่มหมดสติไปจริง ๆ ร่างกายของเขาที่ปะทะกับพลังระดับอสูรคลั่งตรง ๆ บัดนี้เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว ทั่วร่างสั่นสะท้าน ลมหายใจแ่เบาโรยรินจนน่ากลัว สองสาวอย่างหลินเสวี่ยเหยาและเยี่ยหลัวอินต่างพากันใบหน้าเผือดสี ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก
“หลีเฮง! เ้าห้ามตายนะ! หากเ้าตาย ข้าจะตามไปสับิญญาเ้าในปรโลก!” เยี่ยหลัวอินกุมมือเขาแน่น น้ำตาคลอเบ้าพลางร้องะโเรียกเสียงสั่น
หลินเสวี่ยเหยาเม้มปากแน่นจนห่อโลหิต นางหันไปสั่งการผู้รับใช้ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบเฉียบขาดทว่าสั่นเครือ “รีบไปตามหมอประจำตระกูลหลินที่อยู่ในเมืองหลวงมาทันที! ใช้ยันต์เคลื่อนย้ายระยะสั้นกางค่ายอาคมพาเขามาเดี๋ยวนี้! หากเกิดอะไรขึ้นกับเขา... พวกเ้าทุกคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต!”
ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม หมอประจำตระกูลหลินนามว่า ‘หมอเกา’ ผู้ขึ้นชื่อว่าเป็แพทย์สมุนไพรระดับแนวหน้าของแคว้นก็ถูกเรียกตัวเข้ามาเป็กรณีพิเศษตามคำสั่งเร่งด่วนของคุณหนูใหญ่
ทว่าเมื่อหมอเกาก้าวเท้าเข้ามาในห้องบำบัดและพบว่าคนไข้ที่เขาต้องรักษานั้นไม่ใช่คุณหนูใหญ่หรืออัจฉริยะคนใดของตระกูลหลิน แต่กลับเป็เพียง ‘หลีเฮง’ เ้าขยะ Rank F แห่งห้อง F ผู้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่ในฐานะแมงดาเกาะกระโปรงผู้หญิง ความไม่พอใจและเย่อหยิ่งก็วาบผ่านแววตาของเขาในทันที
*‘นี่คุณหนูใหญ่เสียสติไปแล้วหรือ? ถึงกับสั่งใช้ยันต์เคลื่อนย้ายิญญาอันมีค่าของตระกูล เพื่อดึงตัวข้ามาช่วยชีวิตขยะไร้ค่าพรรค์นี้เนี่ยนะ?’* หมอเกาบ่นอุบอิบในใจด้วยความขุ่นเคือง
ทว่าภายใต้การจับจ้องอย่างกดดันเข้มข้นของหลินเสวี่ยเหยาและรังสีฆ่าฟันสีม่วงทมิฬที่แผ่ออกมาจากตัวของเยี่ยหลัวอิน หมอเกาจึงจำต้องเก็บซ่อนความรังเกียจเอาไว้ เขาแสร้งทำเป็จับชีพจร ตรวจม่านตา และใช้พลังปราณรักษาตรวจสอบร่างกายของหลีเฮงอย่างตั้งอกตั้งใจสุดขีด ท่าทางดูเชี่ยวชาญและใส่ใจในทุกรายละเอียด ทว่าความจริงแล้วกลับเป็การตรวจอย่างส่ง ๆ เท่านั้น
หมอเกาถอนมือกลับพลางแสร้งทอดถอนหายใจยาว ส่ายหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและเอ่ยกับหลินเสวี่ยเหยา “คุณหนูใหญ่... ขอให้ท่านทำใจเถอะขอรับ ชายหนุ่มผู้นี้าเ็สาหัสเกินไป เส้นชีพจรหลักทั่วร่างฉีกขาดเกือบทั้งหมด อีกทั้งยังสูญเสียโลหิตในร่างกายไปมากกว่าครึ่ง พลังปราณเหือดแห้งจนแกนิญญาอ่อนล้า ถึงแม้จะรักษาชีวิตรอดกลับมาได้ แต่ร่างกายของเขาก็คงจะพิการถาวร ไม่สามารถขยับเขยื้อนหรือเดินเหินได้อีกตลอดชีวิต...”
คำพูดของหมอเกาดุจดั่งค้อนั์ที่ทุบลงกลางใจของสองสาวงาม
ขณะนั้นเอง หมอเกาแอบเหลือบสายตาสังเกตเห็นใบหน้าของคุณหนูหลินเสวี่ยเหยา... หญิงสาวผู้เ็าปานน้ำแข็งนิรันดร์ ยามนี้ใบหน้ากลับซีดเผือด น้ำตาเม็ดโตไหลร่วงอาบแก้มงามอย่างไร้เสียง สองมือบางกุมมือของไอ้ขยะหลีเฮงแน่นพร้อมสั่นสะท้านด้วยความกลัวและห่วงใยอย่างสุดซึ้ง แววตาของนางที่มองชายหนุ่มช่างลึกซึ้งและเต็มไปด้วยอารมณ์เสน่หาที่เหนือกว่าคำว่า ‘เพื่อนร่วมสำนัก’ ไปไกลแสนไกล
หมอเกาเบิกตากว้างในใจด้วยความตระหนก *‘นี่มันเื่ใหญ่แล้ว! คุณหนูใหญ่ตระกูลหลินผู้สูงส่งแอบมีใจปฏิพัทธ์และห่วงใยขยะระดับ F ปานชีวิตเช่นนี้! เื่นี้หากประมุขตระกูลหลินล่วงรู้เข้า... ตระกูลหลินคงสั่นะเืแน่ ข้าต้องรีบกลับไปรายงานเื่นี้ต่อท่านประมุขโดยด่วน!’*
หลังจากหมอเกาขอตัวลาและเดินออกจากห้องไปพร้อมแผนการลับในใจ บรรยากาศภายในห้องบำบัดก็ปกคลุมไปด้วยความโศกเศร้า
หลินเสวี่ยเหยาและเยี่ยหลัวอินต่างพากันทรุดนั่งลงข้างเตียงไม้หอม ปล่อยให้น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาด้วยความเ็ปและรู้สึกผิด
“เพราะข้า... เพราะข้างี่เง่าเองที่โกรธเ้าจนไม่ได้ไปดูการแข่งขันประลอง...” เยี่ยหลัวอินสะอื้นไห้เสียงสั่น ร่างกายของนางมารน้อยสั่นเทา กอดแผ่นอกข้างที่ไร้าแของชายหนุ่มไว้แน่น ความโกรธแค้นต่อโลกใบนี้แปรเปลี่ยนเป็ความเศร้าโศกเสียใจอย่างที่สุด “หากข้าอยู่ข้างกายเ้า... เ้าก็คงไม่ต้องเผชิญหน้ากับความตายเช่นนี้...”
ด้วยแรงอารมณ์รักแท้อันบริสุทธิ์และลึกซึ้งที่พรั่งพรูออกมาจากหัวใจของนางมารน้อยอย่างต่อเนื่องและไร้ขีดจำกัด พลังแห่งความผูกพันก็สั่นะเืระบบที่ซ่อนอยู่ในร่างของชายหนุ่มทันที!
*วิ้งงงงงง!*
> [ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบอารมณ์รักแท้และความห่วงใยจากใจจริงอย่างต่อเนื่องจากเป้าหมายระดับ SSS เยี่ยหลัวอิน!]
> [ทำการตรวจสอบเงื่อนไขลับ: ปลดล็อก ‘ภารกิจคู่บำเพ็ญ’ (ส่วนของเยี่ยหลัวอิน) ประสบความสำเร็จ!]
> [รางวัลความรักจริงใจ: ได้รับแต้มแมงดาพิเศษ +2,500 แต้ม!]
เสียงแจ้งเตือนของระบบช่วยปลุกสติสัมปชัญญะอันเลือนรางของหลีเฮงให้ค่อย ๆ คืนกลับมา ชายหนุ่มรู้สึกถึงความอบอุ่นของน้ำตาที่หยดลงบนแก้มและแผ่นอกของเขา ความเ็ปทั่วร่างยังคงอยู่ ทว่าเขากลับััได้ถึงไออุ่นอันแสนรักจากทั้งสองสาวงามที่รายล้อม
หลีเฮงขยับเปลือกตาช้า ๆ ก่อนจะปรือตามองหน้าสองสาวที่บัดนี้ตาบวมช้ำจากการร้องไห้
“พวกเ้า... ร้องไห้จนหน้าตาหมดสวยแล้วนะ...” เสียงแหบพร่าแ่เบาของหลีเฮงดังขึ้นทำลายความเงียบ
“หลีเฮง! เ้าฟื้นแล้ว!” สองสาวร้องขึ้นพร้อมกันด้วยความยินดีปนใ
“อย่าขยับนะ! หมอบอกว่าเส้นชีพจรของเ้าเกือบจะหักหมดแล้ว!” หลินเสวี่ยเหยารีบห้ามพลางปาดน้ำตาออกจากใบหน้าของนางอย่างร้อนรน
หลีเฮงส่งยิ้มบาง ๆ ที่แฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์และออดอ้อนอันเป็เอกลักษณ์ประจำตัว ชายหนุ่มพยายามเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงสั่นสะอื้นและแสดงท่าทางอ่อนแรงน่าเวทนาถึงที่สุด “เสวี่ยเหยา... หลัวอิน... ข้าเจ็บเหลือเกิน... ข้าเจ็บจนทนไม่ไหวแล้ว... ร่างกายของข้าเหมือนจะแตกออกเป็เสี่ยง ๆ...”
“แล้ว... แล้วพวกเราต้องทำอย่างไร? มีสมุนไพรหรือยารักษาชนิดใดที่ตระกูลหลินจะช่วยเ้าได้บ้างไหม!?” หลินเสวี่ยเหยาถามอย่างกระวนกระวาย
หลีเฮงลอบกลืนน้ำลาย แววตาประกายวาบพลางเอ่ยขอร้องอย่างน่าสงสารปนกระซิบแ่เบา “ยาธรรมดารักษาข้าไม่ได้หรอก... มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น... พวกเ้าต้องช่วย ‘ร่วมรัก’ บำเพ็ญคู่กับข้า... แต่ร่างกายข้าขยับไม่ได้เลย ดังนั้นพวกเ้าต้องช่วยทำอย่างแ่เบา... และนุ่มนวลที่สุด... เพื่อให้กระแสพลังหยินและมารอันบริสุทธิ์ของพวกเ้าร่วมประสานฟื้นคืนชีพเจรร่างกายและแกนพลังชีวิตของข้า...”
ได้ยินข้อเสนอชวนหน้าแดงฉ่า สองสาวงามถึงกับชะงักงัน ใบหน้าเรียบเนียนพลันขึ้นสีแดงระเรื่อพาดผ่านไปถึงใบหู
“เ้าคนลามก! าเ็เจียนตายขนาดนี้ยังคิดเื่ลามกอีกเรอะ!” เยี่ยหลัวอินแหวใส่ ทว่าน้ำเสียงกลับไม่มีความโกรธเคืองเหลืออยู่ มีเพียงความเขินอายลนลาน “แล้วร่างกายเ้าบอบช้ำปานนี้ หากร่วมรัก... เ้าจะไม่เจ็บจนทนไม่ไหวหรือ?”
“ข้าทนได้... ขอเพียงพวกเ้ามอบบทรักที่นุ่มนวลและอ่อนหวานที่สุดให้ข้า...” หลีเฮงส่งสายตาอ้อนวอนหนักหน่วง น้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อยคล้ายสุนัขจิ้งจอกาเ็ที่้าคนโอบอุ้ม “เชื่อข้าเถอะนะยอดรัก... หากปล่อยไว้จนรุ่งเช้า ข้าต้องพิการถาวรแน่...”
เมื่อเห็นใบหน้าน่าสงสารและการร้องขออย่างสุดชีวิตของชายหนุ่มผู้เป็ที่รัก ประกอบกับความกลัวจับใจว่าเขาจะกลายเป็คนพิการถาวรตามที่หมอบอก สองสาวงามระดับ SSS จึงหมดสิ้นหนทางปฏิเสธ พวกนางหันมาสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ และยอมโอนอ่อนตามในที่สุด
และแล้ว ฉากที่รักที่นุ่มนวลชวนฝัน ภายใต้ม่านมุ้งแห่งความหวานละมุนก็เริ่มขึ้น มุ้งขยับไหว เบาๆ ลมหายใจของทั้งสาม จากแ่เบาค่อยๆ แรงขึ้น เสียงครวญครางแห่งความสุข พร้อมท่าทางอีกกว่า 9000 ตัวอักษรที่เกินจะบรรยาย [จนไรท์ ต้องขอนำฉาก รุกเร้า ลึกล้ำ ร่านร้อน แต่ไม่รุนแรง ไปบรรยายในตอนต่อไปนะคะ ^_^ อ๊าาาซ์..] จนในที่สุดก็สงบลง
*วิ้งงงงงง!*
> [ระบบแจ้งเตือน: คู่พันธะระดับ SSS สองคน บรรลุสุขาวดีดินแดน์พร้อมกันอย่างสมบูรณ์!]
> [ได้รับแต้มแมงดาจากการนำพาหลินเสวี่ยเหยาสู่ฝั่งฝัน: +2,000 แต้ม]
> [ได้รับแต้มแมงดาจากการนำพาเยี่ยหลัวอินสู่ฝั่งฝัน: +2,000 แต้ม]
> [โบนัสบำเพ็ญคู่ในสภาวะวิกฤตปางตาย: +1,000 แต้ม]
> [รวมแต้มแมงดาได้รับจากการเสร็จสมบำเพ็ญคู่อันเร่าร้อน: +5,000 แต้ม!]
เวลาผ่านไปหลายชั่วยามจนกระทั่งเข้าสู่รุ่งอรุณของวันใหม่ แสงแดดอุ่นจาง ๆ สาดส่องผ่านผ้าม่านหน้าต่างเข้ามาในห้องบำบัดอันเงียบสงบ
หลีเฮงลืมตาขึ้นช้า ๆ ทว่าครั้งนี้เขากลับไม่ได้รู้สึกเ็ปทรมานเหมือนเมื่อวานอีกต่อไป ในทางกลับกัน เขารู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังอัดแน่นไปด้วยกระแสพลังปราณที่อุ่นวาบและกระปรี้กระเปร่าอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
สองสาวนอนฟุบหลับอยู่ข้าง ๆ กายของเขา ใบหน้างดงามของพวกนางยังคงหลงเหลือคราบรอยน้ำตาและสีแดงระเรื่อจาง ๆ บนแก้มเนียนใส หลีเฮงก้มมองหน้าต่างระบบที่เด้งขึ้นตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น
*วิ้งงงงงง!*
> [บำเพ็ญคู่สามประสานเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์!]
> [แต้มบำเพ็ญคู่ประสาน +30 แต้ม]
> [กระบวนการเปลี่ยนถ่ายความเสียหายและบูรณะร่างกายผ่าน ‘พันธะฮาเร็ม’ ประสบความสำเร็จ 100%]
> [เส้นชีพจรที่เสียหายทั้งหมดถูกฟื้นฟูและเสริมความแข็งแกร่งด้วยไอเย็นจักรพรรดินีและปราณมารรัตติกาล!]
>
> [เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในแกนพลังิญญาของโฮสต์อย่างรุนแรง!]
> [ยินดีด้วย! โฮสต์ทะลวงและยกระดับจาก Rank F สู่ Rank D!]
> [อาชีพของโฮสต์อัปเกรด: จาก ‘นักบำบัดแรงงานระดับต่ำ/หมอนวดสนาม’ ยกระดับสู่ ‘นักนวดบำบัด’ (Therapeutic Masseur)!]
> [คลังทักษะบำบัดทั้งหมดได้รับการพัฒนาและปลดขีดจำกัดความสามารถ!]
>
> [แต้มแมงดาคงเหลือปัจจุบัน: 7,730 แต้ม]
> [ศักดิ์ศรีสะสมคงเหลือปัจจุบัน: -27 แต้ม]
หลีเฮงกะพริบตาปริบ ๆ จ้องมองหน้าต่างสเตตัสระดับพลังและอาชีพใหม่ที่ส่องประกายสีทองอร่ามเด่นหราอยู่กลางอากาศด้วยหัวใจที่เต้นรัวระทึก เขายื่นมือทั้งสองข้างขึ้นมาลองกำหมัดแน่นและพบว่า พลังกายและพลังปราณซัพพอร์ตในร่างของเขาไหลเวียนคล่องตัวและทรงพลังมากกว่าเดิมหลายสิบเท่าตัว!
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มกว้างกะล่อนอย่างมีความสุขที่สุดในโลกพลางเอ่ยพึมพำในใจด้วยความภาคภูมิใจ
“ในที่สุด... ข้าก็ไม่ใช่ไอ้ขยะ Rank F อีกต่อไปแล้วโว้ยยยย!”
- จบตอนที่ 25 -