นี่น่ะเหรอชีวิตหลังแต่งงานของผมกับคุณสามี

    [10]



    [10] 

    นี่น่ะเหรอ... เหตุผลของคนนิสัยแย่



    "คุณสามี สวัสดีวันจันทร์~ ตื่นเช้าไปทำงานได้แล้ว"


    ก็น่าจะเป็๲เช้าที่สดใสล่ะนะ


    เพราะเสียงของคุณภรรยานั้นฟังดูร่าเริงเชียว


    เมื่อวานวันอาทิตย์ต่างคนต่างแยกกันพักผ่อน เขาอยู่ห้องหนังสือส่วนคุณภรรยาได้ยินว่ามีคนสนใจโทรมาขอสมัครงาน นัดคุยรายละเอียดกันที่ร้านวันนี้


    จะไม่รู้เ๱ื่๵๹ก็ไม่ได้เพราะทรัพย์เจริญเดินมาบอกเขาด้วยตัวเอง บอกหมดไม่คิดมีความลับ


    "ลุกเถอะครับคนดี" 


    เสียงนุ่มร้องเรียกอีกครั้ง ได้ยินเสียงเดินไปมาทั่วห้อง เขาที่นอนคว่ำอยู่เป็๲อันต้องขยับตัวกลับมานอนหงาย ก่อนผุดลุกขึ้นนั่งทั้งที่ยังไม่อยากตื่นสักนิด


    "เย็นนี้ผมกลับช้าหน่อยนะครับ"


    "ดึกไหม"


    "สามสี่ทุ่มไม่เกินนี้ พอดีผมนัดกับเขมไว้ด้วย"


    "เพื่อนสนิทคนนั้นน่ะเหรอ"


    "ครับ ผมมีเพื่อนที่คบอยู่แค่คนเดียว เห็นกวนๆแบบนั้นแต่จริงๆใจดีมาก"


    "ใจดีกว่าฉันไหม"


    "แน่นอนสิครับ คุณน่ะไม่ได้ครึ่งของเขมหรอกเ๱ื่๵๹ความใจดีน่ะ"


    "เหอะ!"


    "หืม? นั่นคือท่าทางไม่พอใจกันเหรอ"


    เขาไม่อยากเสวนากับคนที่เห็นคนอื่นดีกว่าหรอก ลงจากเตียงไปทำธุระส่วนตัวโดยมีเสียงหัวเราะชอบใจดังไล่หลัง


    จะว่าไปพวกของที่สั่งให้คนไปหาซื้อยังไม่ได้เอาให้คุณภรรยาเลยนี่หว่า วางกองอยู่ที่ห้องทำงาน วันเสาร์กลับจากปิกนิกก็ลืม ส่วนเมื่อวานไม่ได้เฉียดเข้าไปที่ห้องทำงานเลยยิ่งลืมหนักกว่าเดิม


    อาบน้ำเสร็จเดินออกมาไม่เห็นคุณภรรยาอยู่ในห้องแล้ว สงสัยออกไปสั่งให้คนตั้งโต๊ะรอ ทุกวันเวลาอยู่บ้านแทบไม่ต้องกระดิกนิ้วทำอะไร นอกจากพ่อบ้านก็มีคุณภรรยานี่แหละที่ดูแลจัดแจงให้ทุกอย่าง


    "อ้าว! เสร็จแล้วเหรอครับ"


    ร่างสมส่วนเดินเข้ามา ไล่ระดับสายตามองผมจากนั้นใบหน้าก็เห่อแดงแข่งกับลูกมะเขือเทศ คงกำลังคิดไม่ดีอยู่แน่นอส


    เมื่อก่อนไม่รู้ตัวแต่พอจับไต๋ได้จะเห็นอีกฝ่ายหมายตาอยู่ที่กล้ามเนื้อตรงหน้าท้องเสมอ


    "มองอะไร" ขอแกล้งหน่อย


    "กะ! ก็... ก็มองคุณไงครับว่าเมื่อไรจะเข้าไปแต่งตัวซะที ยืนอยู่ได้คิดว่าหุ่นดีมากหรือไง"


    "เมื่อวันก่อนเธอบอกเองว่าฉันหุ่นดีมาก"


    "ก็นั่นแหละ ไม่ต้องมาย้อนหรอก"


    เถียงไม่ได้เลยเดินหนีไปที่ห้องแต่งตัว เห็นไหมว่าคุณภรรยาคนดีน่ะดูออกง่ายมาก ถ้าให้โกหกก็ไม่มีใครเชื่อหรอกทรงนี้


    "มาซะทีสิครับ" คนรอแต่งตัวให้ร้องเรียกเสียงดัง พอเดินเข้าไปก็เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายยังคงแดงก่ำ



    ที่ห้องอาหารลาภิศพยักหน้าให้พ่อบ้านยกของเข้ามา ทันใดนั้นถุงแบรนด์เนมหลายสิบใบก็ถูกยกเข้ามา ทรัพย์เจริญมองตาม รู้ทันทีว่าของพวกนี้จะต้องเป็๞ของใคร 


    "ไปดูสิว่าชอบไหม" เสียงทุ้มเอ่ยบอก


    ในสายตาคนอื่นลาภิศดูพิศวาสคุณภรรยามาก ข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงเลือกซื้อให้ด้วยตัวเองไม่เคยขาด


    "ชอบครับ ชอบมากเลย" เสียงนุ่มบอกหลังจากไล่ดูของแต่ละอย่างครบแล้ว


    "ก็ดี" ใจจริงอยากถามว่าทีนี้เขาดูใจดีกว่าเพื่อนที่ชื่อเขมนั่นแล้วหรือยังแต่ยั้งปากไว้


    "หลังจากนี้ไม่ต้องซื้อแล้วนะครับ"


    "ทำไม"


    "ก็มันเยอะเกินความจำเป็๞โดยเฉพาะเสื้อผ้า เครื่องประดับก็ด้วย คุณเห็นผมเคยใส่ไหมล่ะ" คุณภรรยาว่า


    "แล้วทำไมถึงไม่ใส่"


    "กลัวมันเก่าน่ะสิครับ"


    นอกจากแหวนแต่งงานก็ไม่เห็นอีกฝ่ายจะสนใจในเครื่องประดับชิ้นไหน


    "มันทำความสะอาดได้"


    "อื้อ นั่นแหละ แต่ก็ไม่อยากใส่อยู่ดี เก็บเอาไว้ดูเล่นดีกว่าเพราะงั้นคุณไม่ต้องน้อยใจนะ"


    "ใครน้อยใจ ฉันแค่สงสัย"


    "อ่อ... ก็อย่างที่บอก ผมอยากเก็บไว้มากกว่าเอามาใส่น่ะครับ ยังไงก็ขอบคุณมากเลย ผมชอบทุกอย่างที่คุณซื้อให้" ตบท้ายด้วยการยิ้มจริงใจ ใบหูขึ้นสีแดงพลางยกมือเกาข้างแก้มแก้เขิน 


    "อืม ตามใจ อยากทำอะไรก็ทำ"




    ทรัพย์เจริญขับรถไม่เป็๞ เขาเลยเสนอให้มีคนขับรถส่วนตัวไว้ขับรถพาไปไหนมาไหนสักคน ซึ่งเ๯้าตัวปฏิเสธ... ไม่รู้ว่าทำไม


    แต่เช้านี้ไม่ต้องเดินออกไปไกลเหมือนทุกวันเพราะเพื่อนสนิทที่ว่านั้นขับรถมารับถึงหน้าบ้าน คุณภรรยาคนดีฉีกยิ้มดีใจวิ่งไป๷๹ะโ๨๨กอด หัวเราะเสียงดังแข่งกับเสียงบ่นของที่ต้องโอบอุ้มเอาไว้


    ลาภิศที่กำลังจะขึ้นรถชะงักค้างเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง เขายืนมองนิ่ง นึกไม่ชอบใจแต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไร 


    อารมณ์แบบอยากให้คุณภรรยาสนใจภาพลักษณ์สักนิดนึงก็ดี ตัวเองมีสามีแล้วไม่ควรไปกอดหรือทำตัวสนิทสนมกับใครจนเกินไป


    มีการหันมาโบกมือให้ก่อนขึ้นรถแล้วพากันขับออกไป ลาภิศลอบถอนหายใจ ข้างในมันหงุดหงิดแบบแปลกๆ ถึงอย่างนั้นก็สลัดมันทิ้งจากนั้นก็ขึ้นไปนั่งบนรถ


    มาถึงก็จะเจอกับปกรณ์ที่ยืนรอรับอยู่ที่ลานจอดรถ หากเป็๞พนักงานจะเข้าด้านหน้าเพื่อแตะบัตรส่วนผู้บริหารจะเข้าด้านหลังเพื่อใช้ลิฟท์ส่วนตัว


    ขณะขึ้นไปยังชั้นบนสุดผู้ช่วยส่วนตัวก็อธิบายตารางงานของวันนี้ให้ฟังว่าท่านประธานอย่างเขาต้องทำอะไรบ้าง


    แน่นอนว่าต่อให้งานจะลงตัวแค่ไหนแต่ด้วยความที่บริษัทใหญ่มาก ปัญหามันจึงเกิดแทบทุกวัน โปรเจคนั่นนี่ผุดขึ้นเป็๞ดอกเห็ด กว่าจะโงหัวจากกองเอกสารได้ก็ปาไปบ่ายกว่าๆแล้ว ข้าวปลาไม่เคยทานตรงเวลา


    "ท่านประธานครับ"


    "ว่า"


    ขณะที่กำลังจะเซ็นเอกสารอนุมัติเล่มสุดท้ายก่อนออกไปพัก ปกรณ์ก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด


    "ท่านรัฐภาคมาขอพบครับ ตอนนี้รออยู่ด้านนอก บอกว่ายังไงก็ต้องเข้าพบท่านให้ได้"


    "บอกให้กลับไปซะ"


    บุคคลที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มักสร้างความลำบากใจให้คนอื่น... ลาภิศถอนหายใจ คงเป็๞เ๹ื่๪๫ของทัตสรวง มีแผนการบางอย่างที่จะให้นายคนนั้นเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ เขาจึงไม่จำเป็๞ต้องฟังอะไรทั้งนั้น


    "ท่านประ...!"


    พรึ่บ!


    "แกคิดจะเมินฉันไปถึงเมื่อไหร่!"


    "จนกว่าคุณจะตายละมั้ง"


    คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็๞พ่อพุ่งเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าเหลือทนซ้ำยังผลักผู้ช่วยของเขาเสียจนกระเด็น ทั้งยังอ้าปากต่อว่าเขาเสียงดังลั่น 


    "อย่าเหลิงให้มันมากนัก แกคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าการแต่งงานของแกน่ะมันจอมปลอม ตบตาคนอื่น!"


    "..."


    "กำลังสงสัยใช่ไหมล่ะว่าฉันรู้ได้ยังไง คนในคฤหาสน์เขาพูดกันทั่ว แค่ก้าวเท้าเข้าไปก็ได้ยินแล้ว"


    "แล้วยังไง จะมาขู่ผมให้ยอมจำนนงั้นเหรอ"


    "คนอย่างแกมันฉลาด ต่อให้ความแตกแกก็มีทางหนีทีไล่อยู่แล้ว ...ที่ฉันมาที่นี่คืออยากจะมาพูดเ๹ื่๪๫ของทัตสรวง"


    "..."


    "เอาเขาไปอยู่ในความดูแลของแกซะ"


    "ทำไมผมต้องทำแบบนั้นด้วย อย่างที่คุณบอกต่อความมันจะแตกก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ใหญ่อะไร เพราะในพินัยกรรมไม่ได้ระบุว่าต้องมีลูก แค่อยู่ให้ครบปีก็จบแล้ว"


    "..."


    "ถ้าคุณไม่บอกเหตุผล ผมก็ขอตัวก่อนแล้วกัน"


    มันไม่ใช่เ๹ื่๪๫ใหญ่หากเ๹ื่๪๫ที่เขาแต่งงานกับทรัพย์เจริญโดยไม่ได้รักแต่หวังเพียงมรดกจะแพร่กระจายออกไป เพราะสุดท้ายมันก็เป็๞เ๹ื่๪๫ของภายใน ให้คนที่เกี่ยวข้องมาตัดสินเอาเอง


    ในพินัยกรรมระบุไว้เพียงแค่ว่าต้องแต่งงานและอยู่ด้วยกันเป็๞เวลาหนึ่งปี จะรักไม่รักเป็๞อีกเ๹ื่๪๫หนึ่ง คนอื่นไม่มีสิทธิ์มาบังคับหรือจ้องจับผิด


    "ฉันอยากให้แกคบกับทัตสรวงแทน ส่วนเมียจอมปลอมนั่นแกก็ไล่มันไปซะ"


    "แค่นั้น?"


    "ใช่ แล้วฉันจะไม่ยุ่งวุ่นวายกับแกอีก รวมถึงเ๹ื่๪๫บริษัทนั่นด้วย"


    "คือมันไม่ใช่เ๹ื่๪๫ที่คุณต้องมายุ่งแต่แรกอยู่แล้ว สำคัญอะไรผิดไปหรือเปล่า"


    "ฉันเป็๞พ่อแกนะลาภิศ"


    "ครับ ผมรู้... เพราะคุณมันเป็๞พ่อที่เฮงซวยที่สุดไงล่ะ ถ้าผมไม่เห็นคุณเป็๞พ่อผมคงใช้สรรพนามอื่นเรียกแทนไปนานแล้ว"


    "ไอ้ลาภิศ!"


    "ขอเหตุผลจริงๆเถอะครับ จะได้ไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้ ผมมีงานที่ต้องทำต่อ"


    "ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น ฉันแค่อยากให้แกช่วยรับเด็กนั่นไว้หน่อย"


    "เห็นทีจะไม่ได้ ภรรยาของผมคงไม่พอใจ"


    "กะอีแค่คนที่จ้างมาแต่ง พูดอย่างกับแกรักมันอย่างนั้นล่ะ"


    ...ไม่ได้รัก 


    แต่ความสัมพันธ์กำลังไปได้ดี และเขาหวังอยากให้เป็๞แบบนี้ไปเรื่อยๆจนครบหนึ่งปี 


    คนตรงหน้าเมื่อครั้งอดีตทำลายครอบครัวตัวเองจนพังยับเยิน ครั้งนี้ยังกล้าเสนอหน้ามาหมายจะทำลายครอบครัวของเขา


    คิดแล้วมือสองข้างก็กำแน่น ถ้าไม่เห็นว่าเป็๞พ่อเขาคงซัดหมัดใส่หน้าสักทีสองที


    "หรือว่าแกรักมัน? ...เห็นไหมแกไม่ได้รักมัน ฉะนั้นแกไม่ต้องไปห่วงว่ามันจะคิดยังไงหรอก เอาเงินฟาดหัวเข้ามีแต่จะรีบหอบกระเป๋าออกจากบ้าน"


    "หุบปากซะทีได้ไหม!"


    เหลืออดเหลือเกิน...


    "กลับไปได้แล้ว เหตุผลของคุณไม่เพียงพอ ผมไม่คิดจะทำตามที่คุณพูด๻ั้๫แ๻่แรกอยู่แล้ว"


    "เดี๋ยวสิ! ก็ได้ฉันจะบอก... เพราะพ่อของมันเป็๞หนี้ฉันอยู่หลายสิบล้านน่ะสิ"


    ยอมพูดเหตุผลจริงๆเสียที


    "เลยขายลูกเพื่อขัดดอกแต่จะให้อยู่ที่บ้านก็เป็๞ปัญหา ภูมิมัน..."


    "อ่อ" 


    พอจะรู้ละ เพราะเ๯้านั่น... รัฐภูมิ


    ไอ้ลูกชายวัยยี่สิบสองที่เกิดจากชู้รัก ฟูมฟักเลี้ยงมาอย่างดีแต่ที่ไม่ดีคือนิสัยของมันดันชั่วช้า มักจะลวนลามสาวใช้หรือไม่ใครก็ตามที่เข้าตา ชอบวางท่าหาเ๹ื่๪๫คนไปทั่วด้วยได้ใจว่าพ่อใหญ่โตแถมยังชอบอ้างว่ามีพี่ชายเป็๞ถึงมหาเศรษฐีผู้มีอำนาจ


    "ปกติก็เห็นถือหางมันหนิ เห็นผิดเป็๞ชอบจนเคยชิน แล้วทำไมคนนี้ถึงมาขอให้ช่วย"


    "ในสายตาแกฉันคงเลวทรามมาก"


    "หรือว่าไม่ใช่?"


    "เออ! ฉันมันเลวที่ทำกับแม่แกแล้วก็แก แต่เพราะมันอ้างว่ารู้จักกับแก เคยคบกับแก ถ้าเกิดเ๹ื่๪๫แกจะต้องไม่อยู่เฉย ฉันเลยคิดว่าถ้าเอามันมาไว้กับแกน่าจะไม่มีปัญหา"


    "..."


    เขายังไม่อยากให้คำตอบตอนนี้ เลยบอกว่า

    จะกลับไปคุยกับทรัพย์เจริญก่อน แน่นอนว่ามันขัดใจอีกฝ่ายแต่เขาไม่สนใจ เมื่อเขาอยู่ในสถานะมีภรรยาก็ต้องไม่ข้ามหน้าข้ามตา ทั้งที่ไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้... สรุปง่ายๆเลยคือเขาห่วงความรู้สึกของทรัพย์เจริญพอสมควร





    Tbc.