หลินหลาน(นางผู้ปลูกผัก)

    ประหลาดนัก


    error loaded
    พิมพ์คำอธิบายที่นี่
    มือทั้งสองข้างของแดงก่ำเพราะถูกความเย็น เสื้อผ้าเนื้อหยาบที่สวมใส่หลายชั้นก็ดูเหมือนจะไม่ช่วยกันความหนาวเย็นนี้แม้แต่น้อยหนาว..... ตอนนี้ในหัวมีความคิดนี้เพียงเท่านั้นข้ามีนามว่าหลินหลาน.... ข้ามาจากที่ใดมิรู้ จะว่าอนาคตข้าก็มิค่อยแน่ใจนัก เพราะโลกที่ข้าอยู่ตอนนี้ช่างแปลกประหลาดนัก ผู้คนก็ดูเหมือนจะเป็นชาวบ้านในสมัยก่อน แต่ก็มีบางเรื่องที่ดูจะเหมือนในนิยายแฟนตาซีย้อนยุค มีสิ่งประหลาดมากมายที่ข้ามิเคยพบเห็นข้าพึ่งจะมายังสถานที่แสนแปลกนี้ได้ไม่กี่วันก่อนเท่านั้น เหตุการณ์ที่ทำให้ข้ามายังที่แห่งนี้ก็ดูคลุมเครือยิ่งข้าจำได้เพียงว่า....
    ในวันที่อากาศอบอุ่น ข้ากำลังเดินเล่นอยู่ที่สวนสาธรณะใจกลางเมืองหลวง แม้จะบอกว่าอยู่ใจกลางเมืองแต่ผู้คนก็มิได้มากมายนัก ด้วยยุคสมัยที่ข้าอยู่ ถ้าหากให้เลือกระหว่างธรรมชาติที่มีต้นไม้ต้นหญ้าเขียวขจี สงบร่มรื่น กับที่นอนฟูนุ่มในห้องสี่เหลี่ยมเปิดแอร์มอนิเตอร์เย็นฉ่ำมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย มือกดเลื่อนปัดหน้าจอโทรศัพท์ดูข่าวสารและสิ่งที่ตนสนใจ ผู้คนมากมายย่อมเลือกอย่างหลังดังนั้นภายในสถานที่กว้างใหญ่แห่งนี้ จึงมีเพียงข้าที่เดินทอดน่องช้าๆ เลียบคูน้ำนานๆ ที จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขี่รถจักรยานวนมาดูความสงบเรียบร้อย ข้าเดินไปเรื่อยๆ สายตาก็มองความเขียวขจีของบรรดาต้นไม้และดอกไม้ ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นต้นไม้เล็กๆ ที่ขึ้นแอบอยู่บริเวณโคนของต้นไม้ใหญ่ใบของมันเป็นสีแดงสะดุดตา แต่ต้นไม้ที่มีใบสีแดงก็มีมาก แต่ที่สะดุดตาจนทำให้ข้าต้องเดินเข้าไปก้มมองใกล้ๆ นั้น กลับเป็นดอกของมันที่มีสีทอง นี่ข้าไม่ได้คิดไปเองใช่หรือไม่ว่ามันเหมือนมีแสงสว่าง....
    "เอ๋? .... หรือว่าจะเป็นดอกไม้ปลอมกันนะ"ข้าเข้าไปใกล้มากขึ้นพร้อมย่อตัวลงไปยังโคนตันไม้ใหญ่ที่มีต้นไม้ประหลาดขึ้นอยู่ ด้วยความสนใจใคร่รู้ข้าจึงได้ใช้มือลูบไปยังใบสีแดงที่มีทรงยาวรีเหมือนใบไม้ทั่วไป เมื่อสัมผัสดูก็รับรู้ถึงความร้อนแปลกๆ"เอ๋!?"อะไรกันเนี้ย.. ปกติใบไม้จะต้องมีความเย็นมิใช่หรือเพราะพืชมักคายน้ำที่บริเวณใบ แต่ใบของต้นนี้เมื่อข้าสัมผัสกลับให้ความรู้สึกร้อน และก็ไม่ได้มีความรู้สึกเหมือนกำลังจับพลาสติกที่จะแข็งและเหนียวอยู่แม้แต่น้อย ดังนั้นมันน่าจะเป็นพืชของจริงเมื่อสำรวจดูใบแล้วสายตาของข้าก็ย้ายมาจับจ้องอยู่ที่ปลายยอด ดอกสีเหลืองทองเหมือนดอกลินลี่แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก มันเล็กเพียงหนึ่งในสามของดอกลินลี่หลังจากสำรวจดูจนแน่ใจแล้ว ข้าก็ตัดสินใจค่อยๆ ใช้มือลูบเบาๆ ที่กลีบดอก เพียงแค่นั้นดอกสีเหลืองทองที่ข้าคิดว่ามันเรืองแสงได้กลับเริ่มเปล่งแสงสว่างมากยิ่งขึ้น ข้าตกใจแทบสิ้นสติ"อะไรกัน เกิดอะไรขึ้น?..."ตอนนี้มิใช่เพียงดอกของมันเท่านั้นที่เปร่งแสง ใบสีแดงก็เริ่มส่องแสงสีเลือดออกมาเช่นกัน สีแดงและสีทองผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัว ข้าเบิกตากว้างมองดูการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของสีสันที่อยู่ตรงหน้าทำอะไรไม่ถูก
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!
    เสียงนั้นเป็นเสียงใครกัน คงมิใช่เสียงของข้าหรอกนะ อ้า... ฟังดูโหยหวนพิลึก..... นั้นคือสิ่งสุดท้ายที่สมองของข้าประมวลผลได้
    กลับมายังปัจจุบัน..เอ๋!! หรืออดีตนะ!? ชั่งก่อนตอนนี้ข้าเริ่มหิวเสียแล้ว ร่างของข้าก็ยังเป็นของข้าเช่นเดิม และดูจะรันทดมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมิใช่น้อย สิ่งของติดตัวมีเพียงเสื้อผ้าเท่านั้น แต่ตอนนี้ถูกคลุมทับด้วยผ้าเนื้อหยาบสีขมุกขมัวเป็นที่เรียบร้อยทันทีที่ข้าเริ่มกลับมามีสติสิ่งแรกที่ข้ารู้สึกได้คือความหนาวเย็น สภาพอากาศหนาวเหน็บเป็นอย่างมาก ข้าพยายามสืบหาข้อมูลของสถานที่แห่งนี้ ส่วนมากก็ไม่ได้อะไร แต่เมื่อไม่นานมานี้ข้าได้ยินลุงแก่ๆ ที่นั่งถัดไปจากกองไฟบอกว่า ปีนี้เกิดอาเพศหนัก เพราะมีมารบางตนไปท้าทายกฏสวรรค์ ข้าจับใจความได้เพียงเท่านี้ นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ข้าคิดว่าประหลาดยิ่ง เรื่องที่ข้างค่อนข้างพอใจก็คือทุกคนใช้ภาษาเดียวกันกับข้าทำให้ข้าเข้าใจทุกสิ่งที่ผู้อื่นพูดมารอะไรกันกฏสวรรค์อีก? ไม่ใช่ว่าโลกร้อนหรอกหรือ ลุงคนนี้ช่างเลอะเลือนเสียจริง ข้าคิดพร้อมกับส่ายหัวไปมาภายในกองไฟที่ถูกจุดสุมเอาไว้กองใหญ่มีชาวบ้านมากมายที่ต้องการความอบอุ่นเกาะกลุ่มกันอยู่เป็นกระจุกรายล้อมรอบๆกองไฟ และมีผู้ที่ใจบุญนำน้ำอาหาร และเครื่องนุ่งห่มมาแจกจ่าย ข้าก็ได้อาศัยสิ่งเหล่านี้พอจะดำรงชีวิตน้อยๆ อยู่ต่อไปได้เรื่องของวันพรุ่งนี้ก็ปล่อยไปก่อน แต่ตอนนี้ข้าหิวเหลือเกิน........................ ​ ...................................