นิยายพิสูจน์คุณค่าแห่งรัก รักพิษรัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๙
ทบทูบีบมือพ่อเขาเพื่อให้กำลังใจ “ทูอยู่ข้างพ่อเสมอนะครับ” นับแต่แม่เขาจากไป ทบทูก็มีพ่อเขนเพียงคนเดียวที่เป็ทุกอย่างสำหรับเขา
เขนมองลูกชายอย่างขอบคุณหากเป็ก่อนหน้านี้ เขนพูดได้เต็มปากว่า.. ในชีวิตเขา ‘นัท’ เป็ทั้งดวงใจและทุกสิ่งทุกอย่าง
แต่เมื่อเขามีลูกชาย.. ทบทูกลายเป็สิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตเขน ..
แม้เขนจะไม่ได้รักนัทลดน้อยถอยลง แต่เขนก็ไม่อาจพูดได้อย่างเต็มปกดังเช่นเมื่อก่อน ว่า..นัทคือทุกอย่างในชีวิต
“ขอบใจมากลูก”
ทบทูยิ้มอย่างอ่อนโยนและไร้เดียงสาให้กำลังใจพ่อของเขา
เมื่อนพกับเคนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จและลงมาที่ชั้นล่างของตัวบ้าน ทั้งสองก็เห็นว่า..แม่เคนได้นำข้าวกล่องจากกองถ่ายเมื่อวาน มาผัดและปรุงรสใหม่แล้วยังค้างไว้ในกะทะ เคนจัดการอุ่นแล้วตักแบ่งกับนพคนละจาน ทั้งสองกินอย่างอร่อยเด็ด
นพนิตขับรถไปกองถ่ายกับเคน ซึ่งวันนี้กองถ่ายนัดทั้งสองคนเวลาเที่ยง พอใกล้ถึงจุดหมายที่กองถ่ายแจ้งไว้ ณัฐกนกก็ไลน์เข้ามาที่มือถือนพนิตพอดี นพจอดรถแล้วเปิดไลน์อ่าน
..“ไม่ต้องให้ข่าว ไม่ต้องพูดอะไรเกี่ยวกับข่าวนั่นอีกนะ” ..
..“ทำเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้น” ..
.. “ที่เหลือ”..
.. “พี่จัดการเอง”..
ณัฐกนกไลน์มาเป็ข้อความสั้นๆเพื่อให้สัญญาณมันดังหลายๆ ครั้ง นพจะได้เปิดอ่าน ซึ่งก็ได้ผลอย่างที่นัทคาดการณ์ไว้
..“ขอบคุณมากครับพี่” .. นพนิตตอบไปพร้อมกับส่งสติ๊กเกอร์ขอบคุณอีกสามสี่อัน ที่จริงนพก็ไม่รู้หรอกว่า พี่นัทของเขาจะจัดการอย่างไร แต่ก็ไม่กล้าถามตอนนี้
แล้วนพนิตก็ขับรถตามทางต่อไป
“ถึงแล้วนพ” เคนบอกทันทีที่เห็นป้ายบอกทางที่เขียนว่า.กองถ่ายละคร. “จอดตรงนั้นได้เลย” พร้อมกับชี้มือให้นพดูว่ายังมีที่ว่างให้จอดรถอยู่
นพนิตเลี้ยวเข้าที่จอดตามที่เคนบอก และจอดรถในที่จอดที่กองถ่ายเตรียมไว้ แล้วทั้งสองก็เดินเข้าไปในกองถ่ายสวัสดีทักทายคนนั้นคนนี้ และเข้าไปแต่งหน้าทำผมแต่งตัวเพื่อรอทำงาน
“น้องนพ น้องเคนมาถึงแล้ว” ปณาลีเอ่ยทักทาย
สองหนุ่มไหว้ผู้จัดการกองถ่ายและทักทายกันเล็กน้อย
“อ้อ.. พี่ต้นน้ำอยากเม้าด้วยแน่ะ” ปณาลีบอก “ไป.. เดินไปกับพี่”
นพและเคนจึงเดินตามปณาลีไปพบพี่ต้นน้ำทันที
“สวัสดีครับพี่” ทั้งสองยกมือไหว้ต้นน้ำ
ต้นน้ำหันหน้ามาตามที่มาของเสียง “อ้าวหวัดดี หวัดดี นั่งสิ” พร้อมกับชี้ให้เด็กทั้งสองคนนั่งเก้าอี้สามสี่ตัวที่อยู่ตรงนั้น
“พี่มีเื่อะไรซีเรียสหรือเปล่าครับ” เคนถามขึ้นหลังจากที่เขาลงนั่งเรียบร้อยแล้ว
“ก็..นิดหน่อย” พูดจบต้นน้ำก็ยิ้มอย่างผ่อนคลาย เมื่อเขาเห็นหน้าตาเด็กสองคนจริงจังขนาดนั้น “ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นหรอก”
คำพูดต้นน้ำช่วยให้นพนิตกับเคนรีแลกซ์หน่อยนึง
“คือ.. หลังจากถ่ายทำวันนี้เสร็จเราจะต้องหยุดกองไว้สักพักนึงก่อน ผู้ใหญ่ในช่องอยากรอดูว่า ข่าวที่ฮือฮาในอินเตอร์เน็ตตอนนี้จะเงียบไป หรือจะเป็อย่างไร ถ้าข่าวยังเป็ทอร์กออฟเดอะทาวน์อยู่ ผู้ใหญ่เขาจะให้พี่เปลี่ยนตัวแสดง”
นพนิต สะดุ้ง ใ!!
เคนมองหน้าเพื่อนเขารู้สึกว่านพนิตเป็คนดี เขาอยากทำงานกับมัน อยากเป็เพื่อนกับมัน
ต้นน้ำยิ้มให้กำลังนพนิต “พี่บอกตามที่เขาแจ้งมา พี่ไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับนพและถ้านพไม่ให้ข่าว ไม่ตอบโต้ ไม่ออกสื่อ แป๊บเดียวมันก็เงียบ”
“ครับพี่”
“จำคำพี่ไว้นพอย่าตอบโต้ อย่าให้ข่าวอะไร หรือทางที่ดีที่สุด อย่าเจอนักข่าวอย่าเม้าระบายอะไรกับคนในกองถ่ายด้วย”
“ครับพี่ขอบคุณพี่มากนะครับ”
“อ้อ..ถ้าไม่ต้องมากองพี่ นพมีงานอีกเยอะมั้ย?” ปณาลีถามเด็กหนุ่มด้วยความห่วงใย
“ก็.. พอรู้ว่าได้เล่นละครของพี่ต้นน้ำนพก็ไม่รับงานอะไรอีกเลยครับ”
“แสดงว่า เวลาส่วนใหญ่ก็ว่างน่ะสิ” ปณาลีถามให้แน่ใจ
“ครับพี่”
“เคนล่ะ”
“ว่างครับว่าง”
“ต้นน้ำคะเราหาอะไรให้เด็กทำดีไหมคะ” ปณาลีเสนอความคิด ที่จริงเธอเรียนการแสดงรุ่นเดียวกับต้นน้ำ หรือเรียกว่าเป็เพื่อนกลุ่มเดียวกันมาั้แ่เรียนมหา’ลัย ก็ไม่ผิด
ต้นน้ำฟังเพื่อนก็นิ่งคิด “งั้นพี่จะลองหาคนมาสอนการแสดงให้นะ”
ทั้งสองคนรับคำและยิ้มอย่างเริงร่า
“กล้าเรียนกับครูโชมั้ย” ต้นน้ำถาม “แกดุมากนะ”
“ดุครับแต่แกดุเฉพาะคนไม่ตั้งใจครับ เคนเคยเรียนมาแล้วนิดหน่อยครับ ตอนค่ายของครูวรวุธเคนอยากเรียนกับแกอีกครับ”
“นพก็อยากเรียนครับ”
“ลีจัดการทีนะ”
“จ้ะ” ลีตอบเพื่อน แล้วหันหน้ามาคุยกับเด็กๆ “เอาล่ะ.. ถ้าพี่ประสานงานกับครูโชแล้วได้เื่ยังไง พี่จะติดต่อไปนะ”
“ครับพี่ขอบคุณมากครับ”
“แต่ว่า..ถ้ามีงานอะไรติดต่อเข้ามา ก็รับนะ อย่ารอทางพี่ทางเดียว รู้มั้ย?” ปณาลีไม่วายสอนเด็กให้รับงานเพื่อนให้มีรายได้
“ครับ”
วันนี้เป็อีกหนึ่งวันที่ณัฐกนกนั่งประชุมตัดสินใจในเื่สำคัญๆั้แ่เช้าจนบ่ายอ่อนๆ สีหน้านัทตอนเลิกประชุมสุดท้าย จึงดูโรยรา.. ไร้เรี่ยวแรงมาก
“พักสักหน่อยดีมั้ย” เขนถามด้วยความเป็ห่วง
นัทได้แต่พยักหน้ารับแล้วเอนตัวพิงพนักพิงเก้าอี้ทำงาน และหลับตา
เขนยืนซ้อนข้างหลังบีบนวดที่ต้นคอและ่บ่าไหล่ให้
“ดีจังเขน” นัทพึมพำบอก
เขนบีบนวดไปสักครู่ ก็มีสัญญาณไลน์เข้ามาที่มือถือเขน เขนจึงหยุดบีบนวดให้นัท แล้วเปิดมือถือดู แล้ว.. เขนพิมพ์ข้อความตอบไปมาสักครู่
“มีงานอะไรด่วนอีกหรือเขนนัทจะไม่ไหวแล้วนะ” นัทถามด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน นัทอ่อนระโหยโรยแรงกระทั่งไม่ลืมตามามองเขนด้วยซ้ำ
“ไม่ใช่หรอกนัท” เขนตอบไปด้วยน้ำเสียงที่พิรุธนิดหน่อย
นัทลืมตามองเขนส่งสายตาปนเชิงถามว่ามีอะไร
“คือ..น้าสองจากร้านสปาสองมือ ส่งรูปเด็กใหม่ๆ มาให้ดูเผื่อนัทอยากจะผ่อนคลายมากกว่านี้” เขนพูดอย่างแบ่งรับแบ่งสู้
“ในรูปมีสเป๊กนัทหรือเปล่าล่ะ”
“ก็มีสองสามคนนะ” เขนตอบตามจริง “อยากดูก่อนตัดสินใจมั้ย?”
นัทพยักหน้ารับ เขนจึงถือมือถือเข้าไปให้นัทดู ในไลน์น้าสองที่ส่งมาให้เขนเป็รูปเด็กผู้ชายถอดเสื้อผ้า เหลือเพียงกางเกงในหนึ่งเหลือเพียงบ๊อกเซอร์อีกหนึ่ง แต่คนสุดท้ายที่หน้าตาดีที่สุด ยังใส่เสื้อผ้าครบทุกชิ้น
“นัทชอบคนสุดท้ายที่สุดส่งรูปเค้าเข้ามาไนไลน์นัทด้วยนะ”
เขนยิ้มรับ “แป๊บนะ เขนจัดการให้”
นัทยิ้มขอบคุณแล้วก็หลับตาเพื่อพักสายตา
เขนไลน์คุยกับน้าสองต่ออีกแป๊บนึง..
...
“เด็กคนนั้นชื่อ‘ซี’ ่นี้ไม่มาทำงานแล้วเพราะอาจจะได้เป็ดารา” เขนบอกข้อมูลทั้งหมดตามที่น้าสองบอกมา
ณัฐกนกฟังแล้วก็ต้องถอนหายใจ “ยังงั้นอีกสองคน ใครก็ได้เขนวันนี้นัทอยากได้คนที่นวดดีจริงๆ เื่อื่นไม่ดีไม่เป็ไร”
เขนรีบคุยทางไลน์จนทุกอย่างเรียบร้อย เขนใช้รถยนตร์ของเขาพานัทไปยังร้านสปาสองมือ ซึ่งจริงๆแล้วคงจะเรียกว่าร้านสปาได้ไม่เต็มปาก เพราะมันคือบ้านขนาดกลางที่ค่อนข้างหรูหราทีเดียว
‘น้าสอง’ เ้าของร้านดัดแปลงบ้านหลังนี้ให้กลายเป็สปานวดเฉพาะผู้ชายเขาแบ่งห้องนอน เพิ่มห้องนอน จนในตัวบ้านมีห้องนอนสำหรับนวดสิบกว่าห้อง
ตัวบ้านสปาสองมือมีทางเข้าออกสองทาง จึงมีห้องรับรองแขกสองสไตล์ สำหรับเปิดให้ผู้มาใช้บริการในสองรูปแบบ
แบบแรกคือลูกค้าทั่วไปที่ไม่ได้กระเป๋าหนัก ก็จะเข้ามาทางซอยของถนนใหญ่ที่ติดรถไฟฟ้าห้องรับแบบด้านนี้ค่อนข้างเรียบง่าย
แบบที่สองคือลูกค้าวีไอพีที่พร้อมจ่ายไม่อั้นก็จะเข้ามาทางซอยส่วนบุคคลของถนนใหญ่คนละเส้นกับแบบแรก ห้องรับแขกด้านนี้จะหรูหรา น่านั่งคุยพร้อมรูปผู้ชายในชุดเสื้อผ้าน้อยชิ้น
เขนจอดรถที่หน้าห้องรับแขกที่หรูหรา ณัฐกนกลงจากรถ ก็เดินเข้าไปนั่งในมุมที่วีไอพีสุดๆ เด็กนวดที่เดินมาเสริฟน้ำให้นัทไม่ใส่อะไรเลยมีเพียงผ้าค่อนข้างบางหนึ่งชิ้นผูกที่เอวเพื่อปิดบังขนาดของสงวนเท่านั้น
เขนเดินตามณัฐกนกเข้ามาแล้วก็ไปเจรจากับน้าสองสักครู่ เด็กคนที่นัทเลือกก็เดินมาหานัทแบบไม่ใส่อะไรเลยมีเพียงผ้าชิ้นเดียวที่ปิดปังส่วนนั้นไว้ เหมือนคนที่มาเสริฟน้ำ
ณัฐกนกมองเด็กคนนั้นอย่างพึงพอใจ ก็ตัวเด็กนั้นทั้งสูงโปร่ง ทั้งเนื้อแน่นทั้งลีนแบบที่มีกล้ามเนื้อพองาม อย่างที่นัทชอบ ผิวขาวนวลเนียนแม้หน้าตาจะค่อนข้างธรรมดา แต่ก็ไม่ได้ดูแย่ในสายตานัท
“เชิญที่ห้องพิเศษเอครับ” เด็กนวดเอ่ยปาปบอกนัท ทั้งที่ยังก้มหน้าอายเพราะนัทมองรูปร่างเขาชัดเจน
นัทดื่มน้ำไปหน่อยนึงก็ลุกขึ้นยืน “นำทางไปสิ”
แล้วเด็กนั่นก็เดินนำทางนัทไปยังห้องพิเศษเอ
...
“ถอดเสื้อผ้าเลยครับผมจะได้อาบน้ำให้”
จบตอน ๙