หลังจากที่แก๊งของอลินตาปราบปีศาจอสูรกายดำเ้าภูแสนจนกระทั่งทุกอย่างจบสงบสุข วันเวลาก็ผันผ่านไปตามกาลของมันทุกคนในแก๊งต่างแยกย้ายไปสร้างครอบครัวและใช้ชีวิตของตัวเอง จนกระทั่ง...
10 ปี ผ่านไปกลุ่มเพื่อนๆ ของอลินตาดำเนินชีวิตกันอย่างสงบสุขและต่างก็มีครอบครัวที่น่ารักกันทุกคน เริ่มจากเป๋าและยิ้มทั้งสองกลับมาอยู่บ้านเกิดที่จังหวัดยโสธรเพื่อดูแลลุงปิ่นป้าแป๋ว พ่อกับแม่ของเป๋ารวมทั้งดูแลเผื่อแผ่ไปถึงลุงมั่น ป้าสร้อย และหนิง พ่อแม่และน้องสาวของิเพราะิไปสร้างครอบครัวกับนาคทิพย์ในเมืองกรุงฯ
เป๋าที่อยู่ในร่างของยิ้มเป็ผู้หญิงเต็มตัวเป็แม่ศรีเรือนให้กับยิ้มไม่ขาดตกบกพร่องและยิ้มที่อยู่ในร่างของเป๋าก็เป็ผู้ชายอกสามศอกดูแลภรรยาและครอบครัวภรรยารวมไปถึงดูแลครอบครัวเพื่อนของภรรยาเป็อย่างดีไม่มีบ่นมีแต่ความเต็มใจทั้งนั้น กระทั่งในที่สุดทั้งคู่ก็มีลูกแฝดชายหญิงแสนน่ารักไว้เชยชมวันเวลาผ่านไป ลูกฝาแฝดของเป๋ากับยิ้มก็เติบโตกระทั่งอยู่ในวัยเจ็ดขวบ
ยิ้มเห่อลูกทั้งสองของเขาและรักเป๋าไม่เคยเปลี่ยนแปลงเป๋าเปิดร้านขายของชำและทำโฮมสเตย์ประจำหมู่บ้าน รวมทั้งร้านกาแฟแบบไทบ้านซึ่งเป๋าผูกขาดทั้งในหมู่บ้านและตำบลข้างเคียงอีกด้วยเนื่องจากสินค้าในร้านครบครันอีกทั้งโฮมสเตย์ชมนาข้าวของเป๋าก็ไปได้ดีนักท่องเที่ยวมาพักไม่เคยขาดสายเป๋าดูแลกิจการเป็อย่างดี อีกทั้งยิ้มสามีของเป๋ายังได้เป็ผู้ใหญ่บ้านอีกด้วยใครๆ ต่างก็ขนานนามว่าผู้ใหญ่ยิ้ม นั่นยิ่งปูทางให้เป๋าขายของสะดวกนักแลเื่งานบ้านเป๋าไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักนิด ยิ้มรักและหวงแหนเป๋าเป็ที่สุดแม้ต้นอ้อที่มีสามีแต่สามีก็เสียชีวิตไปแล้วจะมาอ่อยยิ้มอยู่เนืองๆ ก็ตาม
“เื่ราวก็จบไปตั้งนานแล้ว ไม่รู้เมื่อไรยัยต้นอ้อจะตัดใจจากฉันได้สักทีนะ” เป๋าบ่นออกมาในที่สุดกับความไม่ปล่อยวางของต้นอ้อ ยิ้มได้แต่ลูบไหล่ภรรยาเบาๆ
“เอาน่าเป๋า ฉันไม่ชอบ ไม่เล่นด้วยกับต้นอ้ออยู่แล้วฉันมีเป๋าคนเดียวก็พอแล้ว” เป๋ายิ้มเขิน ก่อนจะหยิกแก้มยิ้มเบาๆแล้วกระซิบข้างหูให้ได้ยินกันสองคน
“พูดได้ดีแบบนี้ คืนนี้จัดให้ค่อนคืนเลยก็แล้วกัน” ยิ้มได้ยินก็ขนลุกซู่รู้สึกกระชุ่มกระชวนทันใด เขาลุกขึ้นยืนขยับผ้าขาวม้าที่คาดเอวให้กระชับก่อนจะเดินฉับๆ อุ้มลูกทั้งสองไปดูเรือกสวนไร่นาหลังบ้านอย่างอารมณ์ดีโดยที่ไม่รู้เลยว่าต้นอ้อแอบยืนมองอยู่อีกฝั่ง ซึ่งเป็ฝั่งตรงข้ามกับที่ดินของยิ้ม
ต้นอ้อยืนมองยิ้มซึ่งอยู่ในร่างของเป๋าด้วยแววตานิ่งงันโชคชะตาบ้าบออะไรกัน ไม่เคยเข้าข้างฉันเลยสักครั้ง ผู้ชายดีๆ ไม่เคยส่งมาให้ส่งมาแต่ละคนมีแต่พวกไร้ประโยชน์ ต้นอ้อคิดไปถึงสามีของตัวเองที่เพิ่งตายไป และศพก็ยังตั้งอยู่ที่วัดในตอนนี้ขณะที่ต้นอ้อกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่นั้น เสียงเล็กๆ ใสแจ๋วก็ดังขึ้นด้านหลัง
“แม่ฮะ มาอยู่นี่เอง ต้นตามหาแม่ตั้งนาน” ต้นอ้อสะดุ้งเล็กๆเมื่อได้ยินเสียงทักทายนั้น และจำได้ทันทีว่านั่นคือเสียงของ ต้น ลูกชายคนเดียวของเธอ และไม่ใช่แค่ต้นอ้อที่หันไปตามเสียงเรียกนั้นแต่ยิ้ม หญิง หยวน ลูกสาวลูกชายฝาแฝดของยิ้มก็หันไปตามเสียงเรียกนั้นด้วยเด็กทั้งสามคนเมื่อมองเห็นกันก็แท็กทีมวิ่งเข้าหากันด้วยความสนิทสนม ไม่สนใจว่าพ่อกับแม่ของพวกเขาจะมีเบื้องลึกเื้ัต่อกันมาอย่างไรยิ้มเดินเข้ามาหาต้นอ้อ แต่ยังคงรักษาระยะห่างเอาไว้
“นึกว่ากลับไปแล้วซะอีก” ต้นอ้อยิ้มๆ แล้วบอกอีกฝ่าย
“กำลังจะกลับ ต้นก็มาตามพอดี” ยิ้มมองเด็กชายต้นที่กำลังวิ่งเล่นกับลูกๆของตัวเองอย่างสนุกสนาน แล้วก็นึกเห็นใจต้นอ้อ ที่คงจะเหนื่อยมากในการจัดงานศพสามีตัวเองจึงเสนอขึ้น
“ให้ต้นอยู่เล่นกับลูกฉันก่อนก็ได้ เดี๋ยวตอนเย็นจะพาไปวัดพร้อมกันกับฉันและลูกๆต้นอ้อไม่ต้องห่วงหรอกไปดูแลงานศพทิดเทิดเถอะ” ต้นอ้อนิ่งคิดเล็กน้อยจากนั้นก็พยักหน้าช้าๆ แล้วหันไปบอกต้นเสียงดัง
“ต้น อยู่เล่นกับน้องหยวน น้องหญิงไปก่อนนะลูก เดี๋ยวให้ลุงเป๋าไปส่ง” ต้นไม่ได้ตอบกลับแม่ของเขาแต่กลับวิ่งเล่นกับหญิงและหยวนอย่างสนุกสนาน
เมื่อบอกลูกชายของตนแล้วต้นอ้อก็เดินจากไปทันทียิ้มในร่างของเป๋าได้แต่มองตามไปเงียบๆ อดเวทนาวาสนาของต้นอ้อไม่ได้มีสามีแต่ละคนถ้าไม่เ้าชู้มักมากในกามอย่างอ้ายฤทธิ์สามีคนแรกก็เป็ขี้เหล้าเมายาไม่เป็ผู้เป็คนอย่างทิดเทิดซึ่งสามีทุกคนของต้นอ้อนั้นอยู่กินกับต้นอ้อได้ไม่ถึงสามปีก็พากันเสียชีวิตไปทุกรายยิ้มก็ได้แต่หวังเงียบๆ ในใจ ว่าขอให้ต้นอ้อจะมีสามีที่ดีกับคนอื่นเขาเสียที
ทั้งสองสามีภรรยาเป๋าและยิ้มยังคงติดต่อกับเพื่อนๆ ของเขาเสมอ ไม่ว่าจะเป็ิ นาคทิพย์ เนตรนภา และไอดินเพื่อนรักทั้งหมดไม่เคยขาดการติดต่อกัน บางครั้งก็นัดไปสังสรรค์กันที่กรุงเทพหรือไม่ทุกคนก็จะมาหาเป๋าและยิ้ม ซึ่งอย่างหลังจะบ่อยกว่าเพราะิจะพานาคทิพย์กลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่และน้องสาวของเขาเสมออีกอย่างนี่ก็ใกล้จะถึงงานแต่งงานของหนิงและโหรหลวงอิ่นเอิงเข้ามาทุกวันนั่นจึงทำให้ิแทบจะมาเยี่ยมบ้านอาทิตย์ละครั้งเลยก็ว่าได้
ส่วนหนิงน้องสาวของิก็เริ่มเตรียมตัวย้ายไปอยู่กับโหรหลวงอิ่นเอิงซึ่งกว่าลุงมั่นและป้าสร้อยพ่อกับแม่ของหนิงจะเข้าใจและยอมรับได้ก็เล่นเอาิกับนาคทิพย์เสียน้ำลายไปหลายลิตรเลยเชียวล่ะแต่ในที่สุดพ่อกับแม่ก็ยอมเมื่อได้รู้ว่านาคทิพย์กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองิกับนาคทิพย์มีลูกด้วยกันแล้วหนึ่งคน เป็ลูกชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกับ หยวนหญิงลูกฝาแฝดของเป๋ากับยิ้ม
และเมื่อเดือนที่แล้วทุกคนก็ได้รับข่าวดีอีกครั้งเมื่อพบว่านาคทิพย์ตั้งครรภ์และอัลตร้าซาวด์เพศระบุชัดเจนว่าท้องนี้เป็ลูกสาว ทำเอาปู่และย่าอย่างป้าสร้อยกับพ่อมั่นเห่อหลานสาวอย่างหนักถึงกับบอกหนิงว่า ไปอยู่ที่นั่นก็ให้ดูแลตัวเองดีๆ หนิงกลอกตาไปมาในความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของพ่อกับแม่แต่ที่หนิงไม่รู้ก็คือ ลุงมั่นไว้ใจในตัวอลินตาเป็อย่างยิ่งว่าจะดูแลปกป้องคุ้มครองบุตรสาวของตนได้ และข้อแม้สำคัญนั่นก็คือ โหรหลวงอิ่นเอิงกับหนิงจะต้องส่งบุตรของตนมาให้ตากับยายเลี้ยงดู อย่างน้อยหนึ่งคน
เป๋าได้รับข่าวจากิเพื่อนรักว่าเขาจะกลับมาเยี่ยมบ้านพร้อมกับคิม ลูกชายคนโตของเขา ส่วนนาคทิพย์นั้น ในระหว่างที่เขากลับมาเยี่ยมบ้านนาคทิพย์จะไปอยู่กับเนตรนภาที่เรือนรูปจันทร์ แล้วจะตามมาทีหลัง เพราะต้องรออลินตาปราถะ เ้าแสนอินทร์ และเ้าแสนปราน บุตรชายฝาแฝดของอลินตาในวัยเจ็ดขวบเช่นเดียวกับลูกของเป๋ากับยิ้มรวมไปถึงไอรดา กับโหรหลวงอิ่นเอิงก็มาด้วยเพื่อเตรียมเข้าร่วมพิธีแต่งงานระหว่างโหรหลวงอิ่นเอิงกับหนิงให้ถูกต้องตามประเพณี
ทางด้านไอรดาไม่มีอวยชัยติดตามมาด้วยนั่นก็เพราะว่าอวยชัยต้องอยู่ประจำการที่คุ้มเชียงภูแสนกับชัยยันตร์และยาติ่น อีกทั้งกลับเรือนไปอวยชัยก็ต้องดูแลบุตรชายและบุตรสาวทั้งสี่คนของตนแทนศรีภรรยาไอรดาชัยยันตร์กับยาติ่นค่อนขอดอวยชัยเป็ประจำว่าขยันกันทั้งคู่ล่าสุดก็มีแววว่าไอรดาจะมีทายาทให้กับคุณสามีต้าวสมิงอีกหนึ่งคนด้วยแต่ไอรดายังปิดข่าวไว้และไม่บอกให้อวยชัยรับรู้
บ่ายแก่ๆที่ร้านกาแฟของสาวเป๋า เป๋าเบิกบานใจยิ่งนักเพราะจะได้พบกับเ้านายและเพื่อนๆของเธออีกครา เป๋าแอบคิดในใจว่า ที่จริงก็ค่อนข้างเหงาที่ไม่ได้ร่วมต่อสู้ปราบผีกับอลินตาและิอีกแต่ก็แอบค้านว่า่นี้ข้อเข่า ข้อเท้าเริ่มเสื่อมไปตามวัย จะเอาแรงที่ไหนไปวิ่งหนีผีได้ทุกวันกันล่ะอีกอย่างเป๋าก็อยากจะผลิตอุตสาหกรรมเด็กทารกแข่งกับไอรดานั่นจึงทำให้เป๋าเสาะหาของดีมาเพื่อจะปรนเปรอยิ้ม สาวเป๋าจึงอารมณ์ดีกว่าทุกวันถึงกับฮัมเพลงไปในขณะที่จัดของในร้านไปด้วยนั่นทำให้ยิ้มที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมกับต้น หญิงและหยวน เอ่ยทักภรรยาตัวเอง
“วันนี้ได้อะไรแปลกๆ เข้าบ้านอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย? ดูอารมณ์ดีเป็พิเศษ” เป๋าหันไปมองยิ้มแล้วรีบบอกทันที
“นิ่ยิ้ม” เป๋าเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังจัดของในร้าน
“วันนี้เค้าได้รากสมุนไพรตัวใหม่มา มีสรรพคุณเพิ่มเรี่ยวแรง ตื่นตัวไม่เหนื่อยง่าย” ยิ้มได้ยินถึงกับตาเหลือกแอบนึกในใจ อีกแล้วเหรอวะเนี่ยยิ้มในร่างชายหนุ่มของเป๋าหันมามองเมียตัวเองตาขวางทันที
“นี่เป๋า เอ็งอยากได้ลูกนักเอ็งก็ทำเองเลยสิวะ บางวันข้าก็เหนื่อยนะเนี่ยเห็นไหมทำงานทั้งวัน” เป๋ามองยิ้ม พร้อมกับหัวเราะได้ใจ
“ก็ที่พูดนี่ใครว่าจะให้ยิ้มกินล่ะ ฉันจัดเอง ยิ้มนอนเฉยๆ ก็พอ” เป๋าพูดจบก็ยืนขึ้นสีหน้าเริงร่าควงสมุนไพรในมือเข้าครัว ส่วนยิ้มถึงกับเข่าทรุด ตายแน่คืนนี้ดูท่าเป๋ามันจะเอาจริงเสียด้วย ขณะนั้นเอง หนิงน้องสาวของิก็เดินเข้ามาในร้านเป๋าเห็นหนิงก็ทักทายด้วยความเป็กันเอง
“อ้าวหนิง จะไปไหน? มานั่งคุยกันก่อน” หนิงส่ายศีรษะปฏิเสธ
“ไม่ล่ะค่ะพี่เป๋า หนิงจะรีบไปตลาดซื้อของให้แม่น่ะค่ะ” เป๋าพยักหน้าซึ่งทุกคนที่บ้านของเป๋าและิต่างก็เรียกชื่อของเป๋าและยิ้มอย่างชื่อเดิมของร่างนั้นขณะที่เป๋ายังไม่ได้พูดอะไร
“ แค่กๆๆๆ” หนิงก็ไอรัวๆ เป๋าเห็นเช่นนั้นก็รีบเอ่ยถามอย่างเป็ห่วง
“ไม่สบายเหรอหนิง?” หนิงส่ายหน้าแต่ก็ยังอุตส่าห์บอกอีกฝ่าย
“ไม่เป็อะไรมากหรอกค่ะพี่เป๋า คงไม่เป็อะไรมาก… กินยาแล้วนอนก็น่าจะหายค่ะ” แว้บหนึ่งแววตากังวลของหนิงพลันฉายชัดแต่ซ่อนไว้ได้ทันเป๋ารีบพูดต่อทันที
“หนิง นี่ก็เย็นมากแล้ว พี่ว่าหนิงกลับบ้านดีกว่า” หนิงส่ายศีรษะช้าๆ
“จะรีบไปรีบกลับค่ะพี่เป๋า ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ” พูดจบหนิงก็เดินออกจากร้านกาแฟของเป๋าไปอย่างรวดเร็ว เป๋าหรี่ตามอง พลางคิดคนเดียวอย่างป้าสร้อยน่ะเหรอจะใช้ลูกสาวไปซื้อของที่ตลาด อีกอย่างวันนี้ไม่มีนัดมาเปิดตลาดซักหน่อย เป๋าเงยหน้าขึ้น พลางพึมพำกับตัวเอง
“หนิงโกหกทำไม!?” เป๋ารู้สึกว่าพฤติกรรมของหนิงดูจะแปลกๆอย่างไรก็ไม่รู้สิน่า...