หลังจากที่หลี่เพ่ยหยางเดินออกไปแล้วหลี่เพ่ยเพ่ยกับไป๋จางลี่ก็เดินไปร้านเครื่องประทินผิวต่อ เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปด้านในร้านก็มีเสี่ยวเอ้อออกมาต้อนรับ ทั้งสองพากันเข้าไปเลือกซื้อของอยู่นานก็ได้กลับออกมาพร้อมได้ของสามคนล่ะสามสี่อย่าง แล้วก็พากันไปทานอาหารที่โรงเตี๊ยมทั้งคู่นั่งคุยกันจนลืมเวลาเมื่อนึกขึ้นได้ก็เย็นเสียแล้ว ทั้งคู่จึงพากันกลับจวนโดยที่หลี่เพ่ยเพ่ยจะไปส่งไป๋จางลี่ที่จวนราชครูก่อนเพราะไป๋จางลี่มากับสาวรับใช้แค่สองคน
" ข้าเข้าจวนก่อนนะ เ้าก็กลับจวนดีดีล่ะ " นางเอ่ยลาสหายก่อนที่จะเดินเข้าไปภายในจวน
" อืม เช่นนั้นข้ากลับจวนก่อนนะ " นางเอ่ยลาสหายก่อนที่จะกลับจวนแล้วทั้งสองก็ยิ้มให้กันก่อนแยกย้ายจากกัน
" กลับจวน " จากนั้นหลี่เพ่ยเพ่ยก็บอกคนขับรถม้าให้ออกรถเพื่อกลับจวนที่อยู่ห่างออกไปพอสมควร
" ขอรับ " แล้วคนขับรถม้าก็ออกตัวรถม้าไปตามถนน ท้องฟ้าเริ่มมืดพอถึงเส้นทางที่คนไม่พลุกพล่านรถม้าก็จอดลงพร้อมกับเสียงพูดคุยด้านนอก ประตูรถเปิดขึ้นพร้อมกับองครักษ์เข้ามารายงานถึงความเป็ไปของด้านนอก
" คุณหนู มีคนาเ็มาขอติดรถไปด้วยขอรับ " หลังจากองครักษ์รายงานเสร็จนางมองออกด้านไปนอกรถม้าบุรุษใส่หน้ากากปิดทั้งใบหน้ายกเว้นบริเวณปาก สวมชุดสีดำสนิทเหมือนหน้ากากที่ใส่อยู่ นางมองเขานิ่งพลันนึกขึ้นได้ ' เป็เขาชายสวมหน้ากากที่นางเคยบังเอิญได้ยินและได้เจอตอนเขาอยู่กับพี่ใหญ่ในอดีต นายท่านแห่งหอแสงจันทร์ ซุนเฉิง ' ทั้งสองสบตากันอยู่นานก่อนที่นางจะเอ่ยอนุญาตให้เขาขึ้นมาบนรถม้า
" ให้เขาขึ้นมา " นางบอกกับองครักษ์
" จะดีหรือเ้าคะคุณหนู " อ้ายฉิงเอ่ยท้วง
" ดีสิ เห็นคนาเ็เราต้องช่วยไม่ใช่หรือองครักษ์ของเราก็มีเ้าจะกลัวไปไย " นางเอ่ยพร้อมยิ้มให้สาวใช้ หลังจากนั้นซุนเฉิงก็ขึ้นมานั่งภายในรถม้ากับนางและสาวใช้ด้านใน
" ออกรถ " หลังนางพูดจบรถม้าก็ได้เคลื่อนตัวออก
" อ้ายฉิงเ้าออกไปก่อน " นางพูดกับสาวใช้ในขณะรถกำลังวิ่งอยู่ระหว่างทางกลับจวน
" คุณหนู " นางพูดได้แค่นั้นเพราะเห็นหน้าของคุณหนูที่มองหน้านางนิ่ง ๆ นางจึงต้องจำต้องออกไปรอข้างนอก
" ขอบคุณคุณหนูหลี่ " เขาเห็นรถจากจวนสกุลหลี่จึงออกมาขอความช่วยเหลือ เพราะเขานั้นรู้จักกับแม่ทัพใหญ่เขาจึงวางใจในระดับหนึ่ง
" มิเป็ไรเ้าค่ะ นายท่านซุนแห่งหอแสงจันทร์ " เขามองนางอย่างตะลึง นางรู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นายท่านแห่งหอแสงจันทร์ไม่เคยมีใครรู้ถึงตัวตนของนายท่านแห่งหอแสงจันทร์เพราะเขาไม่เคยออกไปพบกับใครสักครั้งในตำแหน่งนี้
" เ้ารู้ได้อย่างไร " เขาถามนางออกไปด้วยความสงสัย
" เื่นั้นท่านไม่จำเป็ต้องรู้หรอกเ้าค่ะ " นางเอ่ยพร้อมทำหน้านิ่งมองออกไปด้านนอกโดยไม่มองเขาแม้แต่น้อย รถม้าเคลื่อนตัวใกล้ถึงจวนแม่ทัพก็หยุดลง
" ข้าส่งท่านได้เพียงเท่านี้ " นางพูดขึ้น
" ขอบคุณคุณหนูหลี่อีกครั้ง แล้วข้าจะตอบแทนคุณหนูภายหลัง " เขาเอ่ยปากขอบคุณนางอีกครั้ง
" ข้ามีเื่ให้ท่านต้องตอบแทนแน่นอนเ้าค่ะ " นางยกยิ้มน้อย ๆ ให้กับเขา
" มาขอพบข้าที่หอแสงจันทร์ได้ทุกเมื่อ " เขาบอกกับนางแล้วลงจากรถม้าไป รถม้าเคลื่อนตัวออกไป
" ท่านมาหาข้าโดยที่ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย ดียิ่งนัก " นางพูดกับตัวเอง
ทางด้านซุนเฉิงลงมาจากรถม้ามาแล้วก็ยืนมองรถม้าที่เคลื่อนตัวออกไปก็ได้แต่คิดในใจ ' เ้าชั่งน่าสนใจยิ่งนักหลี่เพ่ยเพ่ย ' นางเป็สตรีที่แปลกยิ่งนักนางไม่มีความกลัวแสดงออกมาให้เห็นแม้เพียงนิด นางเป็เพียงสตรีในห้องหอทำไมถึงไม่มีความกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
" จัดการได้ทั้งหมดแล้วขอรับ " องครักษ์เดินออกมาจากความมืดเพื่อรายงานซุนเฉิงถึงกับเื่ราวที่เกิดขึ้น
" อืม ข้าจะไปพบเพ่ยหยาง " พูดจบทั้งสองก็หายเข้าไปในความมืด
" จัดการได้เรียบร้อยหรือไม่ " เขาเดินเข้ามาในห้องหนังสือของหลี่เพ่ยหยาง หลี่เพ่ยหยางกำลังจะลุกขึ้น
" ไม่ต้องมากพิธี " แล้วเขาก็นั่งลงที่ตั่งตรงหน้าต่าง
" จัดการเรียบร้อยหมดแล้วขอรับ " เขาตอบออกไป
" ตรวจสอบเสร็จหรือยัง " ขาถามในขณะเทน้ำชาให้กับตัวเอง
" ตรวจสอบแล้ว เป็คนของอ๋องสามขอรับ " เขาเงยหน้าขึ้นมองหลี่เพ่ยหยาง
" อ๋องสามเช่นนั้นหรือ น่าสนใจ " เขาพูดแล้วพยักหน้า เขาหันไปมองหลี่เพ่ยหยางที่ยืนก้มหน้าอยู่
" นั่งลงเถอะ " หลี่เพ่ยหยางนั่งลงแล้วเขาก็ได้เอ่ยปากขึ้น
" อ๋องสามสนใจน้องสาวของเ้าหรือ " เขาถามถึงข่าวที่ได้รับมา หยวนฟางหรงได้เข้าไปตีสนิทกับสองพี่น้องเมื่อไม่กี่วันก่อน
" ไม่แน่ใจขอรับ แต่เหมือนเขาจะให้ความสำคัญกับนางมากกว่าสตรีคนใด " เขาตอบไปตามตรง
" แล้วน้องสาวของเ้าเล่า สนใจเขาหรือไม่ " เมื่อได้ยินคำถามหลี่เพ่ยหยางมองซุนเฉิงอย่างอึ้ง ๆ
" นา นางไม่ได้สนใจอ๋องสามขอรับ " หลี่เพ่ยหยางตอบออกไปอย่างงง ๆ
" เช่นนั้นหรือ " หลี่เพ่ยหยางเห็นแววตาพึงพอใจและการยกยิ้มของซุนเฉิง ' เป็ไปได้อย่างไร เขาพึงใจในเื่ใดกัน ' เขาทำงานกับซุนเฉิงมานานไม่เคยเห็นเขายิ้มออกมาอย่างไม่มีสาเหตุเช่นนี้มาก่อน แล้วเขาก็เดินออกจากห้องไปทำให้หลี่เพ่ยหยางมองตามอย่างงง ๆ
หลังจากนั้นไม่นานหยวนฟางหรงก็เดินทางมายังจวนสกุลหลี่ตามที่เขาได้เอ่ยปากไว้
" คุณหนู ฮูหยินให้มาตามไปที่โถงรับแขกเ้าค่ะ " บ่าวรับใช้เข้ามาตามคุณหนูตามที่นายหญิงของจวนสั่งมา
" มีอะไรหรือ " นางเอ่ยถามออกไป
" ท่านอ๋องสามมาขอพบคุณหนูและคุณชายเ้าค่ะ แต่คุณชายไม่อยู่ฮูหยินจึงให้มาบ่าวเรียกคุณหนูไปพบกับท่านอ๋องเ้าค่ะ " นางรายงานตามที่ได้รับรู้มา
" เช่นนั้นหรือ " ' ช่างเลือกมาถูกวันเสียจริง คงรู้ว่าพี่ใหญ่ไม่อยู่บ้านสินะ ' นางได้แต่คิดในใจ
" เ้าค่ะ " นางตอบคุณหนู
" เดี๋ยวข้าออกไป " นางบอกสาวใช้แล้วเรียกอ้ายฉิงเขามาช่วยนางแต่งตัว
ทางด้านโถงรับแขกก็มีแขกสูงศักดิ์นั่งคุยกับฮูหยินของจวนอยู่อย่างเป็กันเอง
" คุณหนูมาแล้วเ้าค่ะ " เสียงหญิงรับใช้ดังขึ้นทำให้คนทั้งสองมองออกไปยังประตู หลี่เพ่ยเพ่ยเดินเข้ามาด้วยชุดสีแดงเพลิง แต่งหางตาให้ยกสูงขึ้นเหมือนหงส์ ปาดสีแดงระเรื่อรับกับสีชุด ปล่อยปอยผมให้คลอเคลียดวงหน้าทำให้ดูมีเสน่ห์ หุ่นที่โตเกินวัยอะไรที่ควรมีก็มี อะไรที่ควรเล็กก็เล็ก มองยังไงก็เหมือนปีศาจจิ้งจอกที่ค่อยยั่วยวนบุรุษ ในชาติก่อนนางไม่เคยแต่งตัวเช่นนี้นางชอบสวมชุดสีอ่อนอาจจะทำให้ดูจืดชืดไปบ้างเพราะนางสวมชุดเช่นนี้มันดูยั่วยวนเกินไปนางไม่ชอบเท่าไหร่ แต่แล้วอย่างไรแสนดีแล้วได้อะไรกลับมาบ้างนางจะทำให้เขาหลงนางจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วตัดความหวังที่จะได้ขึ้นครองราชย์นั้นลงเอง
" คารวะท่านอ๋องเพคะ คารวะท่านแม่เ้าค่ะ " นางเอ่ยขึ้นในขณะที่หยวนฟางหรงมองนางอย่างหลงใหล" ตามสบายเถอะคุณหนูหลี่ " เขาตอบกลับหลังจากได้สติ" ขอบพระทัยเพคะ " นางเอ่ยแล้วนั่งลงข้างมารดา มารดามองนางและหยวนฟางหรงแล้วยิ้ม ๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า" เพ่ยเอ๋อร์พาท่านอ๋องไปนั่งคุยกันที่ศาลาเถอะ แม่แก่แล้วจะเข้าไปพักเสียหน่อย " ท่านแม่พูดแล้วส่งยิ้มให้หยวนฟางหรง นางคิดว่าถ้าหยวนฟางหรงสนใจในตัวบุตรสามของตนก็ไม่เสียหายเพราะเขาก็ไม่ได้มีสตรีในเรือนจะมีก็แค่สาวใช้อุ่นเตียงก็เท่านั้น" เ้าค่ะท่านแม่ " นางตอบแล้วทำท่าเขินอายใส่มารดา" หม่อมฉันทูลลาเพคะ " นางเอ่ยลาก่อนเดินจากไป" เชิญทางนี้เพคะ " นางลุกขึ้นแล้วนำอ๋องสามเดินออกยังสวนที่ไว้ใช้รับแขกที่มาพบที่บ้าน ก่อนจะพาเดินเข้าไปยังศาลา เด็กรับใช้ก็พากันเดินนำขนมและน้ำชาเข้ามา หลังจากทั้งหมดออกไปแล้วเหลือเพียงหลี่เพ่ยเพ่ยและอ๋องสาม นางให้อ้ายฉิงออกไปนั่งไกลจากจุดที่นางกับหยวนฟางหรงอยู่แต่ก็ไม่ได้ไกลจนน่าเกลียดเกินไป" ข้าขอเรียกเ้าว่าเพ่ยเอ๋อร์เช่นมารดาของเ้าได้หรือไม่ " เขาเอ่ยขึ้นมาแล้วส่งยิ้มที่แสนจะอบอุ่นมาให้กับนาง
" ได้สิเพคะ เป็เกียรติของหม่อมฉันแล้ว " นางเอ่ยแล้วยิ้มอย่างมีเสน่ห์ส่งให้กับเขา
" ข้าได้ยินมาว่าเพ่ยเอ๋อร์เล่นพินได้ไพเราะมาก เ้าจะเล่นให้ข้าฟังได้หรือไม่ " เขาเอ่ยออกมา นางได้แต่คิดในใจว่าเขาไปได้ยินมาจากไหนนางไม่เคยเล่นให้ผู้ใดได้ยินเลยสักครั้ง
" ได้สิเพคะ " นางเรียกอ้ายฉิงให้ไปนำพินออกมาให้กับนาง แล้วนางก็เทน้ำชาแล้วยื่นให้อ๋องสาม เขายื่นมือมารับพร้อมกับจับมือของนางด้วย นางก้มหน้าลงซ่อนแววตารังเกียจแล้วเงยหน้าขึ้นพร้อมหันยิ้มยั่วยวนบุรุษตรงหน้า รอยยิ้มนี้ทำให้อ๋องสามหัวใจกระตุกเขาไม่เคยเป็แบบนี้แม้แต่กับฉีหลิงหลงคนที่เขาคบหาอย่างลับ ๆ ฉีหลิงหลง บุตรสาวของฉีอันเฉินรองเสนาบดีกรมคลัง ลูกน้องคนสนิทของท่านลุงของเขา เขาเจอนางั้แ่เล็กทำให้เกิดความสนิทกันจนเกิดเป็ความรักจนเขาได้มาเจอหลี่เพ่ยเพ่ยในวันนี้ นางทำให้เขาเกิดอาการในแบบที่ไม่เคยเกิดกับฉีหลิงหลง แต่ถึงเขาจะรักนางจากใจจริงก็ไม่สามารถแต่งนางมาเป็ชายาเอกได้เพราะเขา้ากำลังทหารของคนสกุลหลี่เพื่อเป็แรงสนับสนุนให้กับเขาเพื่อที่จะได้ตำแหน่งองค์รัชทายาทอย่างไม่มีใครกล้ามาทัดทาน
ทั้งคู่สบตากันอยู่นานแล้วอ้ายฉิงก็พาสาวใช้เดินถือพินเข้ามาทำให้ทั้งสองต้องละสายตาออกจากกัน แล้วหลี่เพ่ยเพ่ยก็ขึ้นไปนั่งบรรเลงเพลงให้หยวนฟางหรงได้ฟัง พร้อมกับมองเขาด้วยสายตาแห่งความหลงใหลทั้งที่ในใจอยากจะะโไล่ให้เขาออกไปไกล ๆ จากนาง
หยวนฟางหรงนั่งมองนางอย่างหลงใหลทั้งหน้าตา ฐานะ ความสามารถของนางเขายอมรับเลยว่านางนั่นเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะมาเป็ชายาเอกของเขา หลังจากที่หลี่เพ่ยเพ่ยบรรเลงเพลงพินจบลงก็ลงมานั่งกับหยวนฟางหรงพร้อมกับพูดคุยกันอย่างเป็กันเอง
" เพ่ยเอ๋อร์เล่นได้ไพเราะยิ่งนัก สมกับคำเล่าลือมิผิด " เขาเอ่ยชมนางออกไปเขาคิดไม่ผิดที่เลือกมาจวนสกุลหลี่ในวันนี้
" ขอบพระทัยเพคะ ทรงชมหม่อมฉันเกินไปแล้ว " ยิ่งคุยกันหยวนฟางหรงยิ่งชอบหลี่เพ่ยเพ่ยมากขึ้นไปอีกเขาไม่แน่ใจว่านี่เป็ความรักหรือเขาเพียงแค่ถูกใจของเล่นชิ้นใหม่เพียงแค่นั้น
" ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อนนี่ก็เริ่มเย็นแล้ว " เขาพูดหลังจากนั่งคุยกันมาสักพัก
" เพคะ " ทั้งสองก็เดินเคียงคู่กันออกไปหน้าจวน
" เราจะออกไปเดินตลาดด้วยกันได้หรือไม่ " เขาถามขึ้นก่อนที่จะกลับออกไป
" คงต้องขออนุญาตจากท่านพ่อเพคะ " ตอบตกลงกลาย ๆ โดยใช้บิดามาเป็ข้ออ้าง
" เช่นนั้นอีกสองวันข้าจะมาขอท่านแม่ทัพใหญ่เอง วันนี้ข้าต้องไปก่อนฝากแจ้งแก่ท่านแม่ทัพใหญ่ด้วย " เขาบอกแล้วยิ้มให้นางด้วยแววตารักใคร่
" น้อมส่งท่านอ๋องเพคะ " แล้วหยวนฉี่ฟางก็เดินขึ้นรถม้าไป นางยืนมองรถม้าที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปพร้อมกลับสีหน้าที่เปลี่ยนจากรอยยิ้มมาเป็สี่หน้าเ็า ' ข้าไม่มีวันหลงใหลรอยยิ้มและแววตาเช่นนั้นอีกแล้ว ' คิดได้เช่นนั้นก็เดินกลับเข้าไปในจวน
*********
" ข้าจะอาบน้ำ ไปเตรียมให้ข้า " หลังจากเดินเข้ามาในเรือนนางสั่งให้อ้ายฉิงไปเตรียมน้ำให้นางอาบ เพราะนางทนไม่ไหวนางรังเกียจเกินไปที่จะอยู่ในชุดนี้" คงถึงเวลาแล้วสินะ " นางยืนมองสวนดอกไม้ในความมืดผ่านหน้าต่างและนึกถึงแผนการที่นางกำลังจะเกิดขึ้น" ข้าจะทำให้เ้าเจ็บช้ำจนถึงที่สุด ฉีหลิงหลง " นางพูดออกมาผ่านความมืดให้มันล่องลอยออกไปพร้อมกับความเ็ปที่คอยกัดกินภายในหัวใจของนางที่เคยพบเจอมาหลังจากนางอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกไปทานอาหารเย็นกับครอบครัว มารดาเล่าให้บิดาและพี่ชายฟังว่าหยวนฟางหรงมาหานางที่จวน และแสดงออกถึงความพึงพอใจในตัวนาง บิดามองนางด้วยสายความเป็ห่วงแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ต่างจากพี่ชายที่หลังจากทานอาหารเสร็จก็เดินตามนางมานั่งที่ศาลาหน้าเรือน" ท่านอ๋องมาหาเ้าหรือ " เขาเอ่ยถามหลังจากเข้ามานั่งในศาลาเรียบร้อย" เขามาหาพวกเราต่างหากแต่ท่านพี่ไม่อยู่จวนเ้าค่ะ " นางบอกพี่ชาย" มาหาข้างั้นหรือ หึ ข้าอยู่จวนทุกวันนี้ข้าพึ่งออกจากจวนไปเขาก็มาหาข้า ช่างบังเอิญเสียจริง " หลี่เพ่ยเพ่ยพูดแล้วเบ้หน้าด้วยความไม่พอใจออกมา" พี่ใหญ่ท่านคิดมากไปแล้ว " นางบอกเขาอย่าได้คิดมากแต่ภายในใจนางก็คิดเช่นพี่ชาย" เ้าเข้าข้างเขาเช่นนั้นหรือ " เขาสะบัดหน้าหนีนางเขามาพบเพียงแค่วันเดียวก็ไปเข้าข้างเขาเสียแล้ว เมื่อเห็นนางเพียงแค่ขบขันกับท่าทีของเขาจึงได้เอ่ยถามต่อไป" เขาพูดอะไรกับเ้าบ้าง " เขาถามแล้วจ้องมองนางด้วยสายตาจับผิดที่แสดงออกมาชัดเจน" เขาชวนน้องออกไปเดินตลาด " นางบอกพี่ชายตามตรงนางก็ไม่ได้อยากจะออกเดินตลาดกับเขาเพียงแค่สองคน ไม่สู้ชวนพี่ชายไปด้วยจะได้สบายใจมากขึ้นอย่างน้อยเขาก็น่าจะหาทางขัดข้างเขาบ้าง" แล้วเ้าก็ตกลงงั้นหรือ หรือว่าเ้าหลงเสน่ห์เขาแล้ว " หลี่เพ่ยหยางเอ่ยขึ้นแล้วแสดงสีหน้าใออกมา" ฮ่าฮ่า ท่านอย่าได้คิดมากข้าไม่มีทางหลงเสน่ห์เขาหรอกเ้าค่ะ " นางหัวเราะให้กับท่าทางใของพี่ชาย" แล้วเ้าตอบไปอย่างไร " เขาถามแล้วรอคำตอบของนางอย่างใจจดใจจ่อ " แล้วแต่ท่านพ่อเ้าค่ะ " เมื่อนางบอกออกไปเขาก็พูดขึ้นในทันที" พี่จะไปกับเ้าด้วย " พี่ชายเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ" จะดีหรือเ้าค่ะ " นางแสร้งถามอย่างกังวลออกไป" ช่างเถอะน่ายังไงพี่ก็จะไปกับเพ่ยเอ๋อร์ด้วย ท่านอ๋องจะมารับเ้าไปเที่ยวด้วยเมื่อใด " เขาถามถึงวันที่จะต้องออกไปเดินตลาดกับหยวนฟางหรงเพื่อที่จะได้เตรียมตัวกับพวกเขาด้วย" อีกสองวันเ้าค่ะ " นางตอบพี่ชาย" อีกสองวันพี่จะมาหาเ้าแต่เช้า " พูดจบเขาก็เดินออกไปโดยไม่คิดที่จะฟังคำตอบของนาง หลังจากที่พี่ชายออกไปนางก็กลับเข้าไปในเรือน นางนั่งอ่านหนังสือบนเตียงอย่างผ่อนคลาย " ท่านอ๋องจะแต่งนางเป็ภรรยาเอกจริงหรือเพคะ " ฉีหลิงหลงถามอ๋องสามผู้เป็ที่รัก" ใช่ ข้า้าแรงสนับสนุนและกองกำลังของสกุลหลี่ " เขาพูดแล้วยื่นมือออกไปกุมมือนางไว้" แล้วหลงเอ๋อร์เล่าเพคะ " นางเอ่ยอย่างน้อยใจและพยายามดึงมือที่ถูกอ๋องสามกุมไว้ออกมา" อย่างไรหลงเอ๋อร์ก็สำคัญกับข้าที่สุด " เขาพูดปลอบนางแล้วดึงนางเข้ามาไว้ในอ้อมกอด" จริงนะเพคะ " แล้วนางก็สวมกอดเขาตอบ" ข้าจะไม่มีวันทิ้งเ้าแน่นอน " เขาจูบลงบนผมของนางพร้อมกับให้คำสัญญา หอแสงจันทร์" อ๋องสามไปพบนางเช่นนั้นหรือ " เอาถามหลังจากได้ยินคำรายงาน เขาให้ลูกน้องไปติดตามนางอย่างห่าง ๆ พร้อมกับคอยดูความเคลื่อนไหวของนาง" ขอรับ "“เ้าได้ยินในสิ่งที่พวกเขาคุยกันหรือไม่” เขาเอยถามลูกน้องที่ใช้ไปลอบสังเกตการณ์ที่จวนสกุลหลี่
“ไม่ได้ยินขอรับ ข้าไม่กล้าเข้าไปใกล้นักกลัวอ๋องสามจะจับสังเกตได้ขอรับ” เขาตอบเ้านายไป ซุนเฉิงได้ยินเช่นนั้นก็ครุ่นคิดอยู่สักพัก
“อืม จากนี้ไปเ้าต้องคอยอยู่ใกล้คุณหนูหลี่เ้าต้องรายงานข้าทุกเื่ แม้นางจะคุยกับใครเบาแค่ไหนเ้าก็ต้องนำมารายงานข้าให้จงได้” เขาสั่งงานกับลูกน้องที่ใช้ให้ไปติดตามหลี่เพ่ยเพ่ย
“ขอรับนายท่าน” แล้วเขาก็เดินออกไป
“ข้าคงต้องไปเยี่ยมเพ่ยหยางอีกแล้วสินะ” เขาบ่นกับตัวเอง แล้วเดินหายออกไปในความมืด
ภายในห้องหนังสือของหลี่เพ่ยหยาง
" นายท่าน " เขาลุกขึ้นทำความเคารพแขกผู้มาเยือนในตอนค่ำ
" ตามสบาย " แล้วเขาก็เดินไปนั่งลงที่ตั่งไม้
" อ๋องสามมาที่จวนของเ้าหรือ " เขาถามขึ้น
" ใช่แล้วขอรับ นายท่านทราบได้อย่างไร " เขาถามกลับอย่างงุนงง
" ข้ารู้ได้อย่างไรไม่สำคัญเท่าเขามาทำไม " เขาตอบอย่างนิ่ง ๆ เพื่อไม่ให้เป็การผิดสังเกต
" เขามาชวนน้องสาวกระหม่อมออกไปเดินตลาดขอรับ " เขาตอบกลับ สีหน้าของซุนเฉิงมืดครึ้มลงอย่างเห็นได้ชัด
" เขา้าอะไรจากจวนเ้า้าเป็เขย หรือ้าอำนาจของจวนเ้ากันแน่ " เขาเอ่ยออกมาอย่างเสียอารมณ์
" ข้าว่าเขา้าอำนาจของจวนแม่ทัพเป็แน่ จึงเข้าทางเพ่ยเอ๋อร์ " หลี่เพ่ยหยางพูดถึงเื่นี้ก็ทำให้เขาไม่สบอารมณ์เช่นกัน ' คิดจะใช้น้องสาวของเขาปูทางเช่นนั้นรึ แม้จะเป็อ๋องก็ฝันไปเถอะ ' เขาคิดอย่างเข็ดเขี้ยวในใจ
" เขาจะไม่มีวันได้ในสิ่งที่เขา้า " เขาพูดอย่างโมโห
" นายท่านโกรธอะไรหรือขอรับ " เขาถามอย่างไม่เข้าใจ
" อืม ข้าา โกรธที่เขาคิดจะใช้อำนาจของจวนแม่ทัพไปในทางมิชอบ เ้าก็รู้เขาไม่ใช่คนดีอะไร " เขาแสร้งเอ่ยถึงเื่ไม่ดีของหยวนฟางหรงขึ้นมา
“เช่นนั้นหรือขอรับ ขอบคุณนายท่านที่เป็ห่วงครอบครัวข้า” เขาเอ่ยขอบคุณจากใจจริง เขาไม่เคยได้รับความเป็ห่วงเช่นนี้กันนายท่านเลยสักครั้งั้แ่ที่ทำงานรับใช้เขามา
" อืม " เขาพยักหน้าแล้วมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง ' นี่ข้าเป็อะไรทำไมถึงได้อารมณ์เสียเช่นนี้ นี่ข้าคงไม่ได้ชอบนางเข้าแล้วจริง ๆ หรอกนะ ' เขาไล่ความคิดออกจากหัวแล้วเดินออกจากห้องไป
***********************
สามารถติชมได้นะคะ
ฝากกดติดตามและเป็กำลังใจให้ด้วยนะคะ