เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 50 บอกเป็นนัยๆ

            เมื่อรู้ว่าจะมีการจัดงานสมรสของตนกับหนีเจียเอ๋อร์สวีเพ่ยหรานก็มีสีหน้าผ่องใส อารมณ์ดีตลอดทั้งวัน รอยยิ้มกว้างที่ประดับบนใบหน้า ยิ่งทำให้ชายหนุ่มผู้กำลังลองชุดแต่งงานดูสง่างามมากขึ้น จนผู้คนต่างพากันตกตะลึง

            พอเห็นบุตรชายเพียงคนเดียวมีความสุขเช่นนี้นายท่านสวีจึงไม่กล้าบอกความจริง ถึงสิ่งที่ได้กระทำลงไปปล่อยให้สวีเพ่ยหรานเข้าใจไปเอง ว่าเป็นเพราะหนีเจียเอ๋อร์เห็นถึงความพยายามของเขาจึงเปลี่ยนใจยอมแต่งงานด้วย

            ชายหนุ่มเอาแต่เอ่ยขอบคุณบิดาทั้งวันที่ยอมไปสู่ขอหนีเจียเอ๋อร์ให้ตนอีกครั้ง

            ได้ยินเช่นนั้น นายท่านสวีและสวีอี๋เหนียงกลับรู้สึกอึดอัดใจมากทีเดียว

            หลังจากมื้อเช้า สวีเพ่ยหรานก็สวมเสื้อคลุมสีแดงเข้มปักลายสีม่วงทองแลดูภูมิฐาน นั่งรถม้าไปยังเรือนของหนีเจียเอ๋อร์เพื่อพบนาง

            ซึ่งตามธรรมเนียมแล้ว เขาจะต้องขอเข้าพบนายท่านหนีเสียก่อนและหากได้รับอนุญาต ก็สามารถเข้าไปเจอหน้าหญิงสาวได้

            ชายหนุ่มมุ่งหน้าไปยังห้องโถงใหญ่คารวะเจ้าบ้านสกุลหนีด้วยท่าทีอ่อนน้อม “คารวะท่านอาข้ามีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ จะมอบให้เสี่ยวเอ๋อร์ ท่านอาจะอนุญาตให้ข้าพบนางได้หรือไม่ขอรับ?”

            นายท่านหนีมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของหลานชายเดาว่านายท่านสวีคงจะมิได้บอกความจริงให้คนตรงหน้าทราบเป็นแน่

            เจ้าบ้านสกุลหนีครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ก่อนส่ายหน้าปฏิเสธ “นี่เป็นธรรมเนียมของตระกูลเราหากยังไม่ถึงวันแต่งงาน เจ้าสาวไม่อาจพบหน้าเจ้าบ่าวได้ ดังนั้น เจ้ากลับไปก่อนเถอะข้าจะนำของชิ้นนี้ไปมอบให้นางเอง”

            สวีเพ่ยหรานแสดงสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยแต่เมื่อคิดว่าอีกไม่กี่วัน หนีเจียเอ๋อร์ก็จะกลายมาเป็นภรรยาโดยชอบธรรมของตนแล้ว ก็อดยิ้มมิได้เขาจึงลุกขึ้น

            “ต้องรบกวนท่านอาแล้ว” ชายหนุ่มยื่นกล่องเครื่องประดับให้ ก่อนผละจากไป “ท่านอา หากขาดเหลือสิ่งใดโปรดแจ้งมาได้ ไม่ต้องเกรงใจ”

            นายท่านหนีพยักหน้า โดยไม่มีแม้แต่รอยยิ้ม

            พอสวีเพ่ยหรานเดินไปถึงประตูก็พบเข้ากับหนีจวิ้นหว่าน ที่มาดักรออยู่นานแล้ว

            สีหน้าของนางอ่อนลง พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย “ท่านพี่หราน จะกลับแล้วหรือ?”

            ชายหนุ่มยืนนิ่ง ก่อนตอบ “ใช่ ข้าต้องไปแล้ว”

            ขณะมองไปยังใบหน้าเปื้อนยิ้มของชายผู้เป็นที่รักหญิงสาวก็อดคิดมิได้ หลายปีที่ผ่านมา นางทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อให้เขาสนใจ แต่ไม่อาจสู้น้องสาวผู้ไม่เคยลงมือทำสิ่งใดได้เลยทั้งอีกฝ่ายยังสร้างแต่ความอับอายให้เขาเสียด้วยซ้ำ แต่กลับได้หัวใจของคนตรงหน้าไปครอง...           

            ในใจนางรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกินหนีจวิ้นหว่านเม้มปากแน่น ก่อนถามขึ้นว่า “ท่านพี่หราน กำลังจะแต่งงานกับน้องสาวข้าแล้วไม่มีอะไรจะพูดกับข้าหน่อยหรือ?”

            อดีต สวีเพ่ยหรานเคยรักและทะนุถนอมลูกพี่ลูกน้องอย่างหนีจวิ้นหว่านมากแต่มาบัดนี้ แค่เห็นหน้านางก็อึดอัดใจแล้ว ชายหนุ่มก้าวไปตรงหน้าอีกฝ่ายแล้วพูดความในใจออกไปทั้งหมด “หว่านเอ๋อร์ ขอโทษด้วย ข้าเคยหลอกตัวเองพยายามจะเปิดใจรับเจ้า เพื่อให้ลืมเสี่ยวเอ๋อร์แล้ว แต่สุดท้ายก็ทำมิได้ คนเราหากไม่ได้รักกันถึงแต่งงานไปก็ไร้ซึ่งความสุข ลืมข้าเสียเถอะ...”

            ขาดคำ หญิงสาวก็น้ำตาไหลพรากทันที “แต่ท่านพี่หราน ในเมื่อท่านรู้ว่าการถูกบังคับแต่งงานจะทำให้ชีวิตสมรสไร้ซึ่งความสุข แล้วเหตุใดจึงต้องบีบหนีเจียเอ๋อร์ ให้แต่งงานกับท่านด้วยเล่า?” 

            “ไร้สาระ! ข้ามิได้บีบบังคับนาง...” 

            แต่ทันใดนั้น ก็คล้ายจะนึกบางอย่างออกร่างของเขายืนแข็งค้างเช่นนั้นอยู่นาน จนหนีจวิ้นหว่านอดเป็นห่วงมิได้

            หญิงสาวเช็ดน้ำตาของตน “เช่นนั้นท่านก็ไปดูให้เห็นกับตาเลย ว่าตอนนี้ เจ้าสาวของท่านกำลังจะเป็นบ้าอยู่แล้วบางทีเมื่อท่านเห็นสภาพของนาง อาจจะจำมิได้!”

            สวีเพ่ยหรานจึงรีบตามหนีจวิ้นหว่านไปทันที

            เมื่อมาถึงสวนกว้าง ชายหนุ่มก็เห็นว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเขาเดินตรงเข้าไปในห้อง ก่อนปิดประตูลงทันที

            ทำให้หนีจวิ้นหว่านที่กำลังจะตามเข้าไปเกือบโดนบานประตูกระแทกใส่หน้า หญิงสาวกัดฟันกรอด แล้วเดินจากไป

            ...

            อีกด้านหนึ่ง

            ดวงตาของสวีเพ่ยหรานกวาดมองไปทั่วบริเวณก่อนจะพบเข้ากับร่างของหนีเจียเอ๋อร์ ที่กำลังถูกมัดนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง เขาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก

            ไม่ได้เจอแค่ไม่กี่วันหญิงสาวที่แสนงดงามของตน กลับมีร่างซูบผอมจนเห็นโหนกแก้ม นอนหายใจรวยรินประหนึ่งคนใกล้ตาย

            ชายหนุ่มก้าวฉับๆ ไปยังเตียงด้วยดวงใจที่ปวดร้าว

            “ไม่อยากแต่งงานกับข้า จนต้องทรมานตัวเองเช่นนี้เลยหรือ?”

            เสียงของสวีเพ่ยหรานสั่นราวกับจะร้องไห้หัวใจของเขาหนักอึ้ง เจ็บปวดยิ่งนัก ที่เห็นสภาพของสตรีอันเป็นที่รัก...

            ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่ตรงหัวเตียงเป็นเวลานานก่อนตัดสินใจ เอื้อมมือไปปลดผ้าที่พันธนาการร่างของหนีเจียเอ๋อร์อย่างเบามือ

            นิ้วเรียวไล้แก้มตอบ พลางมองใบหน้านิทราของนางจากนั้นก็ตัดใจเดินออกมา

            ...

            เมื่อกลับมาถึงจวนสวีเพ่ยหรานก็ตรงไปยังห้องหนังสือ และขอเข้าพบนายท่านสวีทันที เพื่อที่จะบอกว่า ตนไม่อยากแต่งงานกับหนีเจียเอ๋อร์แล้วทั้งยังขอให้ผู้เป็นบิดาช่วยยกเลิกงานสมรสด้วย แต่ผลที่ได้ กลับถูกอีกฝ่ายตำหนิอย่างแรงเพราะไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกงานแต่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

            ด้วยเกรงว่าท่านพ่อจะโกรธชายหนุ่มจึงได้แต่ก้มหน้ายอมจำนน

            เขาพยายามครุ่นคิดหาทางออกทั้งวันจนกระทั่งผล็อยหลับไปในยามค่ำคืน และตอนนั้นเอง ใบหน้าซูบตอบของหนีเจียเอ๋อร์ ก็ปรากฏขึ้นในห้วงฝัน

            ทำเอาสวีเพ่ยหรานต้องสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ

            ภาพนั้นยังคงเด่นชัดอยู่ในห้วงคำนึงเขาจึงไม่อาจฝืนหลับตาลงได้ ชายหนุ่มเอนตัวพิงหัวเตียง ทอดมองไปยังจันทรา ที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าในยามค่ำคืน

            จวบจนเช้าวันรุ่งขึ้น

            เมื่อแสงแรกสาดส่องเข้ามาทักทายเขาก็ตัดสินใจได้แล้ว ว่าจะทำตามแผนการที่คิดมาตลอดทั้งคืน...

            สวีเพ่ยหรานเขียนจดหมายให้คนส่งไปที่จวนสกุลโจวแล้วจึงเดินทางออกจากจวน ตรงไปยังหอจุ้ยเซียน

            เขามายืนอยู่หน้าประตูห้องรับรองส่วนตัวบนชั้นสองของหอจุ้ยเซียนพลางไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง ก่อนตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป

            ภายในห้อง มีบุรุษสวมชุดคลุมสีม่วงอ่อนมาคอยท่าอยู่ก่อนแล้ว

            สวีเพ่ยหรานค่อยๆ เดินเข้าไปในห้องจากนั้นจึงเห็นสภาพของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน... ผมเผ้ารุงรัง ใบหน้าทรุดโทรม เสื้อผ้ายับยู่ยี่หมดสภาพโจวชิงหวาผู้สง่างามไปจนสิ้น!

            ผู้มาใหม่เดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามรินชา และยกขึ้นจิบ “ไม่นึกเลย ว่าเจ้าจะเศร้าโศกเสียใจ ที่เสี่ยวเอ๋อร์ต้องแต่งงานกับข้ามากถึงขนาดนี้” 

            โจวชิงหวาเลิกคิ้ว “ที่เรียกข้ามา เพราะจะคุยถึงเรื่องนี้หรือ?”

            สวีเพ่ยหรานจึงเอ่ยถาม “โจวชิงหวา เจ้ารู้หรือไม่ ว่าข้ามีความสุขเพียงใดที่จะได้แต่งงานกับเสี่ยวเอ๋อร์?”

            คนที่นั่งฝั่งตรงข้าม ยกจอกชาขึ้นมาดื่มพรวดแล้วลุกขึ้น ทำท่าจะผละจากไป

            สวีเพ่ยหรานรีบโพล่งขึ้นทันที “ในวันแต่งงาน ข้าย่อมไม่เชิญเจ้า แต่จะแบกเกี้ยวเจ้าสาวผ่านจวนของเจ้าหากคิดจะมาท้าชน ข้าก็ไม่ขัด” 

            โจวชิงหวาหรี่ตาลง

            อีกฝ่ายยกชาขึ้นจิบ ด้วยท่าทีสงบนิ่ง“การได้มองสตรีอันเป็นที่รักนั่งอยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวของผู้อื่น คงจะเจ็บปวดมาก จริงหรือไม่?”

            โจวชิงหวาเงียบไป พลางมองบุรุษที่กำลังยกจอกชาขึ้นจิบด้วยความสับสน

            สวีเพ่ยหรานกำลังบอกเป็นนัยๆให้เขาลักพาตัวหนีเจียเอ๋อร์อย่างนั้นหรือ?

            จะเป็นไปได้อย่างไร?!

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774