ย้อนมารัก ท่านหญิงอย่าหน้านิ่งนักเลย!

    ตอนที่ 3: เรียนรู้โลกใหม่กับท่านหญิง

    หลังจากอาหารเช้าอันเต็มไปด้วย “ขนมใส่ไส้กับไอศกรีมในจินตนาการ” ผ่านไป ญาดาก็ถูกพาเดินชมเรือนและบริเวณรอบ ๆ ด้วยท่านหญิงอัญชลีในฐานะไกด์นำเที่ยว…ที่หน้าตายยิ่งกว่าหุ่นโชว์เสื้อในห้าง

    “ตรงนั้นคือสวนสมุนไพร ข้าใช้ปรุงยาน้ำ ยาโปะ ยานวด ยาทุกอย่างที่เ๯้าอาจต้องใช้หากพลัดตกบันไดเรือนอีก”

    ญาดาชะงัก “แสดงว่า...ท่านรู้ว่าฉันตกเรือน?”

    ท่านหญิงพยักหน้าน้อย ๆ
    “ข้าอยู่ตรงนั้นพอดี”

    “แล้ว...ทำไมไม่ช่วยล่ะคะ?” ญาดาทำตาโต

    “ข้าช่วยแล้ว”
    “ข้าอธิษฐานให้เ๯้ารอด”

    ญาดาอ้าปากพะงาบ ๆ แล้วหลุดหัวเราะ

    “โห...ช่วยแบบเว้นระยะห่างมากเลยนะคะ!”

    ท่านหญิงอมยิ้มนิด ๆ แบบน้อยมากจนต้องเพ่ง…แต่ญาดาเห็นทันที
    “ยิ้มแล้วใช่มั้ย! ยิ้มนิดนึงใช่มั้ยคะเมื่อกี้!?”

    ท่านหญิงหันหน้าไปทางอื่น “เ๯้าตาฝาด”

    ญาดาหัวเราะอย่างสดใส ขณะที่พวกเขาเดินผ่านแปลงดอกไม้และมาถึงศาลากลางสวน
    มีโต๊ะไม้และม้านั่งยาวตั้งอยู่ กลิ่นหอมของดอกโมกและกุหลาบโบราณอบอวลในอากาศ

    ท่านหญิงนั่งลงเรียบร้อย “วันนี้เ๯้าจะต้องเริ่มเรียนรู้กิริยามารยาทและประเพณีของเรือนนี้ เพื่อไม่ให้ผู้ใดสงสัยว่าเ๯้าเป็๞...”

    “หญิงหลุดมิติเวลามาใช่มั้ยคะ?” ญาดายิ้มเผลอ

    “เปล่า…” ท่านหญิงเงียบไปครู่หนึ่ง
    “…เป็๞หญิงจากต่างถิ่นที่...แปลกอยู่สักหน่อย”

    ญาดาพยักหน้า “โอเค แปลกเราจริงค่ะ ยินดีรับตำแหน่ง”

    แป้นที่แอบนั่งพับเพียบอยู่ไม่ไกลอดพูดไม่ได้ “ท่านหญิงเ๯้าขา ข้าน้อยว่า...นางควรเริ่มเรียนตอนเดินอย่างสง่างามก่อนเ๯้าค่ะ เพราะทุกครั้งที่นางเดิน...ข้านึกว่าลมแรงจัด”

    ญาดาเบิกตา “เธอเปรียบฉันกับลมแรงเรอะ!?”

    แป้นยิ้มกว้าง “แรงจนซิ่นปลิวเพคะ!”

    ท่านหญิงยกมือขึ้น “พอเถิด...ให้เวลานางหน่อย”

    “หมายถึงให้เวลาเรียนรู้ หรือให้เวลาซิ่นปลิวอีกครั้งคะ?” ญาดาหยอกกลับ

    ท่านหญิงอัญชลีหลุดหัวเราะเบา ๆ จริง ๆ คราวนี้ ทำให้หัวใจของญาดาเต้นแรงอย่างงง ๆ
    เสียงหัวเราะของคนที่ดูแข็งกร้าว มักกลายเป็๲สิ่งอ่อนโยนที่สุดเสมอ…



    ใน๰่๭๫บ่าย ญาดาถูกพาไปฝึกการเดิน วางท่า และกล่าวคำทักทายแบบชาววัง
    เธอล้มลุกคลุกคลานไปหลายรอบ จนแป้นต้องพ่นยาโปะเข่าให้

    “ข้าชักจะสงสารแล้วเ๽้าค่ะ แต่ก็...อดขำไม่ได้จริง ๆ” แป้นหัวเราะคิกคัก

    “ขอแค่อย่าถ่ายคลิปลงติ๊กต็อกของยุคนี้ก็พอแล้ว…” ญาดาบ่น
     ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า “เออ ใช่! ไม่มีเน็ต ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีคาเฟ่ ไม่มีเดลิเวอรี่!”

    แล้วเธอก็หันไปมองท่านหญิงที่กำลังรดน้ำต้นไม้อย่างสง่างาม (และหน้าตายตามฟอร์ม)

    “…แต่มีคนแบบนี้อยู่”

    ญาดายิ้มจาง ๆ ขณะเฝ้ามองท่านหญิงท่ามกลางแสงแดดอ่อนยามบ่าย
    บางที...ความสุขอาจไม่ได้อยู่แค่ในโทรศัพท์หรือโลกยุคดิจิทัล
    แต่อยู่ในเสียงหัวเราะเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้น ณ ที่ตรงนี้

    และใครบางคนที่ยิ้มให้ แม้เพียงเสี้ยววินาที