อาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง

    บทที่ 185 การจับทุ่มของเนีย

            เนียเริ่มแสดงสีหน้าไม่พอใจแต่เธอก็ไม่สามารถเถียงอีกฝ่ายได้ เพราะเรื่องที่เธอไม่มีเพื่อนเลยก็เป็นเรื่องจริงแม้ว่าเธอจะไม่รู้สาเหตุก็ตาม ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอก็มีเพื่อนมากมายหลายคน แต่เพื่อนเหล่านั้นก็ทยอยเลิกเล่นกับเธอไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ไม่เหลือเลยแม้แต่คนเดียว

            ใช่เธอไม่เหลือเพื่อนเลยแม้แต่คนเดียวจนกระทั่งคนคนๆ นั้นโผล่มา คนที่ไม่ว่าจะถูกเธอทำหน้าเชิดใส่กี่ครั้ง หรือไม่เคยมีสักครั้งที่เธอจะเรียกชื่อเขาโดยตรง แต่เขาก็ยังคงยิ้มให้เธออยู่เสมอและบางครั้งยังยื่นอมยิ้มให้เธอด้วย ถ้ามีคนมาพูดเช่นนี้กับเธอเมื่อก่อนเธอคงจะร้องไห้และทำอะไรไม่ถูก แต่ไม่ใช่กับตอนนี้เธอเถียงกลับไปทันทีว่า

            “ไม่จริงซะหน่อยยังมีคนมาเล่นกับเนียอยู่นะแถมมาเล่นที่บ้านเนียทุกวันด้วย”

            เด็กผู้ชายคนนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าเนียหมายถึงใคร ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องที่ผู้คนในสลัมต่างพากันสงสัยในตอนที่พวกเขารู้เรื่องลูกหลานขุนนางมาเล่นงานพวกเจคถึงที่ ทุกคนต่างก็คิดว่าอันธพาลคนนี้คงถูกกำราบแล้ว บวกกับวันต่อมาก็เป็นภาพเด็กชายถือไม้ประหลาดไล่จี้และบังคับให้พวกเจควิ่ง ก็ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกสะใจเข้าไปใหญ่ แต่เมื่อยิ่งนานวันผ่านไปหลายสิ่งหลายอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปจากที่พวกเขาคิด พวกเขาสังเกตว่าเด็กชายที่เป็นลูกหลานขุนนางคนนี้ไม่ได้รังแกหรือทำร้ายพวกเจคแต่อย่างใด ทั้งยังรู้มาจากจูนด้วยว่า คนๆ นี้ได้สอนหนังสือให้กับพวกเจคด้วยตัวเองซึ่งนั่นเป็นอะไรที่สร้างความอิจฉาให้กับพวกเขาเป็นอย่างมาก

            จริงอยู่ที่ตอนนี้มีโรงเรียนเปิดขึ้นและให้ทุกคนได้เรียนฟรีโดยไม่เกี่ยงถึงฐานะและปริมาณพลังเวทย์ แต่การที่ได้เรียนหนังสือโดยตรงจากลูกหลานขุนนางก็บ่งบอกถึงสายสัมพันธ์ที่จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง แนะนำทำให้ผู้คนในสลัมคนอื่นๆ ต่างยิ่งพากันรังเกียจและมีอคติกับพวกเจคยิ่งกว่าเดิมแม้ว่าในพักหลังมานี้พวกเจคจะไม่ได้รับจ้างทวงหนี้ ทั้งยังได้ช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนผู้คนในสลัมโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายก็ตาม ซึ่งก็มีผู้คนไม่น้อยที่มีสายตามองเจคดีขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วยเหตุนี้ บวกกับอันนาที่ทำหน้าที่รักษาคนไข้ด้วยใจจริงก็ทำให้ผู้คนเริ่มมีอคติกับพวกเจคน้อยลงแต่ก็ใช่ว่ามันจะลบเลือนไปได้ง่ายๆ

            เด็กผู้ชายคนนี้เขาก็เป็นหนึ่งในนักเรียนในโรงเรียนนั้นเช่นกัน แน่นอนว่าเขาก็ย่อมต้องอิจฉาเนียที่ได้มีโอกาสสนิทสนมกับลูกหลานคนนั้นคนนั้น เขากำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจก่อนจะแค่นหัวเราะใส่แล้วพูดว่า

            “เฮอะเธอนี่มันหน้าไม่อายจังเลยนะยังมีหน้าไปเรียกคนคนนั้นว่าเพื่อน ไม่แน่นะในสายตาของเขาคนนั้นอาจจะเห็นเธอเป็นแค่ของเล่นก็ได้ ยังไงอย่างพวกเราก็ไม่มีทางเป็นเพื่อนกับลูกหลานขุนนางได้อย่างแน่นอน และบางทีเมื่อเธอถูกลักพาตัวมาแบบนี้เดี๋ยวเขาก็คงลืมเธอและไปหาเด็กคนอื่นในสลัมมาเล่นด้วยแทน”

            เนียจ้องมองอีกฝ่ายยังไม่สะทกสะท้านก่อนจะตอบว่า

            “ไม่มีทางหรอกไอ้ปีศาจจะต้องมาช่วยพวกเราแน่เนียมั่นใจ”

            การโต้เถียงของทั้งสองคนดึงดูดความสนใจของทุกคนที่อยู่ในกรงขัง แม้แต่มีเรียเองก็ด้วยเธอไม่นึกเลยว่าเนียที่ดูเข้มแข็งและมีชีวิตชีวาจะมีภูมิหลังแบบนั้นอยู่ด้วย เธอลุกขึ้นไปพูดกับเนียว่า

            “เธอไม่เป็นไรนะเนีย”

            เนียหันมาทำหน้างงมีเรียก็รู้ว่าคำพูดของเด็กผู้ชายคนนี้ไม่มีผลต่อเนียเลยแม้แต่น้อย เด็กผู้ชายคนนั้นหันมาถามมีเรียเห็นชุดเกราะที่เธอไปอยู่ก็ยิ่งรู้สึกอิจฉาริษยา เป็นธรรมดาที่เด็กผู้ชายทุกคนควรเฝ้าฝันว่าสักวันหนึ่งจะได้เป็นอัศวินที่สง่างามและแข็งแกร่ง แต่โลกแห่งความเป็นจริงนั้นโหดร้ายเพียงแค่พวกเขาเกิดมาพร้อมกับพลังเวทย์ที่อ่อนด้อยความฝันเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่มีวันเป็นจริง ยิ่งเมื่อเขาได้เห็นเด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกันแต่เพราะชาติกำเนิดที่แตกต่างกัน พลังเวทย์ที่มีแตกต่างกันไม่สามารถเป็นอัศวินที่เขาใฝ่ฝันได้ในขณะที่เขาได้แต่แหงนมอง

            “เธอนี่เองสินะอัศวินฝึกหัดที่เขาพูดถึงกันโดนจับตัวมาง่ายๆ แบบนี้ก็คงแค่อาศัยบารมีพ่อล่ะนะ”

            มีเรียหันไปพูดกับเด็กผู้ชายคนนั้นด้วยความไม่พอใจ

            “หมายความว่าไงที่อาศัยบารมีพ่อน่ะ มีเรียได้เป็นอัศวินฝึกหัดด้วยตัวเองต่างหากไม่เกี่ยวกับพ่อซะหน่อย”

            เด็กผู้ชายก็กอดอกแค่นหัวเราะใส่ก่อนจะตอบว่า

            “จะเป็นงั้นจริงเร้อดูแล้วไม่เห็นจะมีฝีมือเท่าไหร่เลย ถ้าเก่งจริงคงไม่ถูกจับตัวมาแบบนี้หรอกมั้ง นี่หลายครั้งที่ฉันเห็นเธอเดินตรวจตราในเมืองก็ไม่เห็นจะทำอะไรเลยนี่ เพื่อนเธอก็อีกคนก็เล็กนิดเดียวแต่แบกดาบใหญ่เล่มเบ้อเร่อสมกับเป็นเผ่ามารจริงๆ เลยน่าขยะแขยงชะมัด ที่พวกเราถูกจับตัวมาได้แบบนี้ไม่ใช่เพราะว่าเล็งเป้ายัยเด็กนั่นหรอกนะ แบบนี้ก็กลายเป็นว่าพวกเราซวยเพราะยัยเด็กนั่นน่ะสิ”

            คำพูดของเด็กผู้ชายทำให้หลายคนในกรงเริ่มมองมาที่มีเรียด้วยสายตาไม่พอใจ ขณะที่มีเรียกำลังรู้สึกโกรธเพราะเพื่อนเพียงคนเดียวของเธอถูกพูดดูหมิ่น แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดเนียก็เข้าไปเห็นประจันหน้ากับเด็กผู้ชายคนนั้นแล้วพูดว่า

            “นี่หยุดเดี๋ยวนี้นะห้ามว่าร้ายพี่สาวของเดซี่นะ”

            “พี่สาวของเดซี่อ้อจะว่าไปคนที่มาข้องแวะกับพวกเธอก็มียัยเด็กเผ่ามารนั่นอีกคนนึงสินะ อย่างนี้มันก็ชัดเลยนะสิถ้าพวกเธอ 2 คนถูกจับมาด้วยกัน ก็หมายความว่ายัยเด็กเผ่ามารทั้งสองนั่นมันเป็นตัวซวยแล้วเหมือนกันลากเราให้ซวยมาด้วยกัน”

            เนียที่ตอนนี้แสดงสีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง เดินเข้าหาเด็กผู้ชายคนนั้นซึ่งอีกฝ่ายเมื่อเห็นเธอเดินเข้าหาก็ไม่มีท่าทีหวาดกลัวเพราะเห็นว่าเป็นเด็กผู้หญิง เขาจึงไม่พอใจเธอมานานแล้วก็ท้าว่า

            “ทำไมมีปัญหางั้นเหรอบอกไว้ก่อนนะว่าตอนนี้ไม่มีไอ้ขยะเจคนั่นกับลูกขุนนางคนนั้นอยู่ใกล้เธอแล้ว อย่างเธอจะไปทำอะไรได้”

            “ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้นะ”

            “ถอนคำพูด? ถ้าไม่ถอนจะทำไมอย่างเธอจะทำอะไร…”

            เด็กผู้ชายพูดยังไม่ทันจบเนียก็คว้าคอเสื้อของเขาแล้วทุ่มลงกับพื้นก่อนจะต่อยเข้าที่ใบหน้าอีก 1 ที เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทั้งรวบรัดและรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ การกระทำของเธอนั้นสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนที่อยู่ในกรงไม่เว้นแม้แต่มีเรียซึ่งเธอไม่นึกมาก่อนเลยว่า เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ แบบนี้ทำเรื่องแบบนี้ได้ ซึ่งเธอก็ดูไม่ออกเลยแม้แต่น้อยว่าร่างกายเล็กๆ นั้น จะสามารถถูกอีกฝ่ายลงพื้นได้อย่างง่ายดาย

            เด็กผู้ชายที่โดนต่อยหน้าเอามือกุมหน้าด้วยความเจ็บปวด โดยมีเนียยืนกอดอกมองก่อนจะพูดว่า

            “โทษฐานที่ปากเสียบังอาจว่าพี่เจคทั้งยังว่าเดซี่กับพี่สาวของเดซี่อีกแบบนี้ต้องโดนทำโทษ”

            มีเรียที่เริ่มฟื้นคืนสติเดินเข้ามาสะกิดเนียแล้วถามว่า

            “นี่ๆ นี่เธอทำได้ยังไงเหรอ”

            เนียหันมามองมีเรียทำหน้าไม่เข้าใจ มีเรียพูดเสริมว่า

            “ก็ที่เธอจับทุ่มนั่นไงเธอทำได้ยังไง”

            เนียก็ตอบหน้าตาเฉยว่า

            “อ๋อเป็นให้ปีศาจให้ฝึกน่ะเจ๋งดีใช่ไหมล่ะ ปกติเวลาตอนเนียฝึกนะจะต้องจับคู่กับเดซี่ล่ะ ซึ่งเดซี่นั้นเก่งมากๆเลยแหละนะ”

            “ไอ้ปีศาจ? เจ้าชายน่ะหรอ” มีเรียรู้สึกว่ามันเป็นทั้งเรื่องที่น่าเหลือเชื่อและไร้สาระพอๆ กัน ทักษะการทุ่มแบบนั้นแม้แต่เธอก็มองไม่ออกว่าทำได้ยังไง ทั้งที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนเนียก็น่าจะด้อยกว่าอีกฝ่ายที่เป็นเด็กผู้ชาย แต่เธอก็ทำมันได้อย่างงดงามแต่กลับบอกว่าคนที่สอนวิธีเหล่านี้คือเจ้าชายขยะ มีเรียรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อมาก จะว่าโกหกเธอก็ไม่รู้สึกดีการโกหกของเนียเลยแม้แต่น้อย

            ในขณะที่มีเรียกำลังรู้สึกสงสัยผู้ชายขี่ม้าที่ตีคู่มากับกรงขังก็มองเห็นเหตุการณ์ข้างในกรงอย่างชัดเจน เขาเองก็ยังรู้สึกทึ่งในตอนที่จับตัวเด็กผู้หญิงคนนี้มา เขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วยแต่มีคนเล่าให้ฟังบ้างเพื่อนของเขาถูกเด็กผู้หญิงคนนี้จับทุ่ม ซึ่งเขาเองก็มองว่าเป็นเรื่องตลกจนมาได้เห็นกับตาถึงได้พบว่ามันเป็นเรื่องจริง แต่รู้สึกทึ่งก็ส่วนรู้สึกทึ่งเพราะเมื่ออยู่ต่อหน้าเวทย์มนต์ทรงพลังการทุ่มเหล่านี้ก็ไร้ความหมาย

            ขบวนรถม้าเดินทางต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพลบค่ำก็ทำการหยุดแล้วตั้งแคมป์ เพราะการเดินทางตอนกลางคืนเป็นอะไรที่อันตรายมาก เหล่าโจรลักพาตัวต่างพากันก่อไฟและทำอาหารอย่างง่ายๆ ก่อนจะเริ่มกินกัน ส่วนเราคนที่อยู่ในกรงนั้นได้แต่มองตาปริบๆ

            ในเวลานี้เริ่มมีเด็กบางคนร้องไห้คิดถึงแม่อีกครั้ง ทำให้คนพวกนั้นต้องเดินมาเคาะของกรงขู่ด้วยความโมโห โดยการขู่ว่าถ้าไม่หยุดร้องจะจับกินแทนมื้อเย็นซึ่งก็ได้ผล

            เหล่าเด็กในกรงต่างมองคนพวกนั้นกินอาหารด้วยความรู้สึกหิวโหยแต่ก็ไม่กล้าร้องขออาหารเพราะยังกลัวคำขู่

            ซึ่งนับว่าเหล่าโจรพวกนี้ยังมีความจริงจังกับงานอยู่บ้าง เพราะพวกเขากินแต่อาหารโดยที่ไม่แตะสุราเลยแม้แต่น้อย พวกเขาทุกคนต่างล้อมกันเป็นวงกลมขณะกินอาหาร โดยมีแค่ชายชราที่ใบหน้าเป็นรอยแผลเท่านั้นที่แยกออกไปกินคนเดียว แม้ว่าพวกเขาจะหนีออกมาได้แต่ก็ยังไม่วางใจเท่าไหร่นักจนกว่าพวกเขาจะเข้าไปในเมืองริเวอร์วิวพวกเขาจึงต้องระวังเป็นธรรมดา เพราะในบรรดาเด็กที่ถูกจับมานั้นมีถึงลูกหลานขุนนางอยู่ด้วย

            จริงอยู่ที่การลักพาตัวลูกหลานขุนนางนั้นเป็นอะไรที่เสี่ยง แต่นี่ก็เป็นแค่เมืองเล็กๆ ที่อยู่สุดขอบทวีป และอีกฝ่ายก็เสนอตัวมาให้เขาจับด้วยตัวเองจะปล่อยไว้ก็ยังไงอยู่ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อความไม่ประมาท

            เด็กผู้ชายที่โดนเนียจับทุ่มและชกหน้าหลังจากนั้นก็อยู่อย่างสงบเสงี่ยม โดยที่จะคอยมองมาที่เนียเป็นพักๆ เขาสังเกตว่าเนียนั้นแม้จะอายุเท่าเขา แต่เธอดูเข้มแข็งอย่างไม่น่าเชื่อ เธอยังคอยแบ่งอมยิ้มให้กับเด็กที่มีทีท่าว่าจะร้องไห้อีกรอบ และยังคอยปลอบโยนเด็กคนอื่นๆ อีก

            ขณะที่ที่เนียกำลังแกะอมยิ้มแล้วป้อนเข้าปากเด็กคนหนึ่ง เด็กผู้ชายคนนั้นก็ลุกขึ้นแล้วเดินมาหามีเรียที่ก็นั่งมองดูการกระทำของเนีย มีเรียเหลือบมองเด็กผู้ชายคนนั้นแล้วก็ทำเป็นไม่สนใจ

            เขาที่เห็นท่าทางของเธอก็รู้สึกเก้อเขินเล็กน้อยแต่ก็ตัดใจพูดว่า

            “นี่เธอเป็นอัศวินฝึกหัดไม่ใช่หรอไม่มีวิธีพาพวกเราหนีออกจากที่นี่เลยหรือไง”

            มีเรียตอบโดยไม่หันไปมองเขา

            “ถ้ามีวิธีฉันจะไปอยู่ในสภาพแบบนี้เช่นเดียวกับพวกเธอเหรอ”

            เด็กผู้ชายที่เห็นว่าอีกฝ่ายยันกลับมาก็หน้าแดงด้วยความอาย แต่ด้วยความกลัวว่าจะถูกนำไปขายเป็นทาส เขาจึงคิดจะหนีให้ไวที่สุดจึงลองเสนอความคิด

            “ในบรรดาพวกเราเธอมีพลังเวทย์สูงที่สุดเธอทำอะไรไม่ได้เลยเหรอ”

            มีเรียก็ตอบว่า

            “ถามอะไรโง่จังนะคิดหรอว่าฉันไม่อยากออกไปจากกรงบ้าๆ นี่ แต่อนุภาพเวทย์มนต์ของฉันมันไม่พอที่จะทำลายกรง”

            เด็กผู้ชายอับจนถ้อยคำแต่ก็ยังเสนอความคิด

            “เอาเป็นแบบนี้เป็นไงรอจนพวกนั้นหลับกันก่อน แล้วเราก็หาจังหวะชิ่งกัน”

            มีเรียที่ได้ฟังก็รู้สึกว่าแผนนี้เข้าท่าแม้เธอจะยังแก้ปัญหาเรื่องกรงขังนี้ไม่ได้ก็ตาม ขณะที่เธอกำลังคิดอยู่นั้นก็ได้ยินบทสนทนาของพวกโจรลักพาตัวโดยมีคนหนึ่งพูดว่า

            “ว่าแต่ครั้งนี้พวกเราโชคดีจังเลยนะได้ตัวลูกหลานขุนนางมาคนหนึ่ง ท่าจะขายได้ราคาไม่น้อย”

            อีกคนหนึ่งก็เสริมว่า

            “นั่นสิตอนแรกก็นึกเสียดายอยู่ที่ต้องตัดใจจากเด็กผู้หญิงเผ่ามารคนนั้น”

            มีเรียได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคนชัดเจนทำให้รู้ว่าที่ผ่านมาคนพวกนี้หมายตาเพื่อนสนิทของเธอไว้

            พวกมันอีกคนก็พูดว่า

            “ใช่ๆ เดิมทีทาสแบบนี้ไม่ได้หาง่ายๆ งานนี้พวกเราคงรวยเละแล้ว”

            แล้วพวกโจรลักพาตัวก็เฮฮากันยกใหญ่ ทว่าชอชราที่ใบหน้ามีบาดแผลก็กล่าวเตือนด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์ว่า

            “อย่าประมาทจะดีกว่าต่อให้เป็นขุนนางเมืองบ้านนอกก็คงไม่ยอมให้ลูกสาวถูกจับตัวไปโดยไปทำอะไรหรอก”

            มีเรียจำคนๆ นี้ได้ดีเพราะชายแก่คนนี้เป็นคนทีใช้เวทย์ที่เกี่ยวกับโซ่คนนั้น มีเรียถามเด็กชายที่อยู่ข้างๆ ว่า

            “เธอถูกจับตัวมาได้ยังไง”

            เด็กผู้ชายคนนั้นก็ตอบไปตามตรงว่า

            “มีหญิงแก่คนนึงยื่นขนมให้น่ะพอยื่นมือรับแค่นั้นแหละ ทุกอย่างก็ดับวูบไปทันที”

            มีเรียทำหน้าเหลือเชื่อก่อนจะถามว่า

            “นี่เธอถูกจับเพราะขนมเนี่ยนะ”

            เด็กผู้ชายทำหน้าเจื่อนตอบว่า

            “ก็มันช่วยไม่ได้นี่บ้านฉันจนจะตายอย่างเธอคงไม่รู้หรอกว่าสำหรับพวกเราแค่ได้มีขนมกินเดือนละครั้งก็ดีใจมากแล้ว”

            มีเรียที่ได้ฟังก็ถึงกับพูดไม่ออกเธอนั้นรับรู้ถึงความต่างทางฐานะของเธอและอีกฝ่ายดี จากบทสนทนาที่เขาพูดจับเนียทำให้พอทราบว่าเขาเองก็เป็นผู้อาศัยอยู่ในสลัมเช่นกัน แล้วมีเรียที่หันไปเห็นอมยิ้มที่เด็กคนหนึ่งกำลังอมอยู่ เธอก็เดาได้ไม่ยากว่าคงได้มาจากเออร์วินแน่จึงถามว่า

            “ถ้าเธอชอบขนมขนาดนั้นทำไมไม่ไปขอเนียล่ะ”

            เด็กผู้ชายทำหน้าไม่พอใจก่อนจะพูดว่า

            “เธออาจจะยังไม่รู้ว่าคนที่ยัยนั่นเกี่ยวข้องด้วยไม่ใช่คนดีอะไรหรอก ไม่สิเรียกได้ว่าเป็นไอ้สารเลวคนนึงเลยก็ได้” แต่ผู้ชายสังเกตว่ามีเรียไม่มีท่าทีสนใจในสิ่งที่เขาพูด จึงเปลี่ยนเรื่องพูดทันที “ว่าแต่ขอถามอะไรอย่างหนึ่งได้ไหมอย่างฉันนั้นพอจะสามารถเป็นอัศวินได้หรือเปล่า”

            มีเรียทำหน้าประหลาดใจ

            “เธออยากเป็นอัศวินงั้นเหรอ?”

            เด็กผู้ชายนี่พยักหน้าตอบว่า

            “อยากสิอยากไม่มีเด็กผู้ชายคนไหนไม่อยากเป็นอัศวินหรอกจริงไหม”

            มีเรียมองอีกฝ่ายซึ่งเธอรับรู้ได้ถึงปริมาณพลังเวทย์ของเขาที่ไม่ต่างไปจากเนียเท่าไหร่นัก ซึ่งบ่งบอกได้ว่าความต้องการของเขาคงไม่มีวันเป็นจริง มีเรียจึงเฉไฉไปว่า

            “อย่าดีกว่าโดนเด็กผู้หญิงจับทุ่มง่ายๆ แบบนั้นเธอเป็นอัศวินไม่ไหวหรอก”

            เด็กผู้ชายที่ได้ยินอีกฝ่ายพูดถึงเรืองที่น่าอับอายซึ่งอยากจะลืมของเขาก็หน้าแดงรีบแย้งว่า

            “ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อยมันเป็นเพราะยัยนั่นเล่นทีเผลอต่างหาก…”

            เด็กผู้ชายพูดไม่ทันจบก็มีลูกบอลประหลาดสองลูกถูกปาเข้ามาในกรง มีเรียหันไปมองลูกบอลเหล่านั้นพบว่ามันมีควันสีขาวพุ่งออกมาจากลูกบอลทั้งสองลูก มีเรียมองลูกบอลทั้งสองด้วยความแปลกใจก่อนจะพบว่าเด็กผู้ชายที่อยู่ข้างเธออยู่ๆ ก็อ่อนยวบหมดสติล้มกับพื้นลูกกรง มีเรียคิดในในทันทีว่า

            ‘ผิดท่า’


    คล้ายกับเรื่องอาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง ที่คุณอ่าน

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    อสูรข้ามฟ้า

    อสูรข้ามฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.46M 2294
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258