บทที่ 6 ฉันจะพาเธอออกไป
"ที่นี่... ที่ไหนกัน?"
อวี้เจียวเดินลึกเข้าไปในโถงทางเดินอันยาวเหยียด เมื่อพ้นหัวมุม เธอก็พบว่า มันเป็อีกหนึ่งทางเดินยาวที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
ตอนที่เธอมองจากด้านนอก ปราสาทไม่ได้ดูใหญ่โตมากนัก แต่พอเข้ามาอยู่ข้างใน เธอถึงได้รู้ว่า ตัวเองดูเหมือนมดตัวน้อย ๆ ที่แสนจะไร้ค่า
"006 ฉันจะกลับออกไปได้ยังไง?"
อวี้เจียวไม่กล้ากลับไปทางเดิม เพราะกลัวว่าจะต้องเผชิญหน้ากับคนที่น่ากลัวคนนั้นอีก
006 ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างใจเย็น [เดินตรงไปข้างหน้าเถอะครับ น่าจะมีทางออก]
"อื้ม ๆ!"
อวี้เจียวพยักหน้าอย่างรวดเร็ว เธออุ้มกระจกไว้ในอ้อมแขนแล้วก้าวไปข้างหน้า
ทุกครั้งที่เดินผ่านประตูห้องที่เรียงรายอยู่ข้างทาง ในใจกลับรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก
เธอรู้สึกเหมือนกับว่าประตูพวกนั้นอาจจะเปิดออกในวินาทีถัดไป แล้วจะมีสัตว์ประหลาดรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวพุ่งออกมา
อวี้เจียวค่อย ๆ เดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง เท้าขาวนุ่มเหยียบลงบนพรม รู้สึกคัน ๆ นิดหน่อย
"006 ทำไมฉันถึงไม่มีรองเท้าล่ะ?"
เธอเห็นเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ มีชุดที่ครบถ้วนสมบูรณ์ มีแต่เธอคนเดียวเท่านั้นที่ไม่มีรองเท้าใส่มาั้แ่ต้น
น่าสงสารจริง ๆ...
อวี้เจียวอดไม่ได้ที่จะสงสารตัวเอง
006 ก็ไม่รู้ว่าควรจะตอบคำถามนี้อย่างไรดี ตอนนี้ได้แต่พูดแก้ไขสถานการณ์ไปก่อน
[อาจจะเป็เพราะการใส่รองเท้ามันไม่เหมาะกับการวิ่ง เพราะถ้าใส่ชุดกระโปรง ก็คงต้องใส่รองเท้าส้นสูง]
เมื่ออวี้เจียวได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกว่ามันดูมีเหตุผลอยู่เหมือนกัน เธอจึงพยักหน้าอย่างจำยอม
"งั้น... งั้นเดี๋ยวฉันไปหารองเท้าส้นแบนใส่ได้ไหมคะ?"
[ได้ครับ] หลังจากที่ 006 พูดจบ เขาเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเสียงของตัวเองนุ่มนวลขึ้นโดยไม่รู้ตัว เหมือนกำลังปลอบเด็ก ๆ
อวี้เจียวกลับไม่ได้สังเกตเห็นเื่นั้น เพราะเดิมทีเธอเป็คนที่มีนิสัยค่อนข้างอ่อนโยนอยู่แล้ว คำพูดแบบนี้หลายคนก็เคยพูดกับเธอจนกลายเป็ความเคยชิน
ไม่นานนัก อวี้เจียวเดินวนอยู่ในทางเดินหลายรอบ จนกระทั่งเห็นว่า กรอบภาพโดยรอบล้วนแต่เหมือนกันหมด เธอจึงค่อย ๆ รู้สึกตัวอย่างเชื่องช้าว่ามีบางอย่างผิดปกติ
"006 พวกเราเดินวนอยู่ที่เดิมหรือเปล่าคะ?"
006 ไม่ได้พูดอะไร
อวี้เจียวอดรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาในใจไม่ได้ ราวกับว่ารอบ ๆ ตัวเธอได้จมลงสู่ความเงียบสงัด
ตอนที่เธอเริ่มเดิน เธอยังสามารถได้ยินเสียงนกร้องแ่เบาดังมาจากรอบ ๆ ซึ่งฟังดูไพเราะมาก
แต่ตอนนี้ เธอเหมือนเข้าสู่โลกที่ปิดสนิทอย่างสมบูรณ์ ไม่ได้ยินอะไรเลย มีเพียงเสียงฝีเท้าของตัวเองที่เบามากเมื่อเดินบนพรม
เธอรู้สึกกลัวเล็กน้อย เรียกหา 006 หลายครั้งแต่ไม่ได้รับการตอบกลับ
เธอ้าเปิดคอมเมนต์ดูว่าคนอื่นพูดอะไรเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่กลับพบว่าหน้าจอคอมเมนต์หายไปั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ความรู้สึกนี้มันไม่ดีเลย เธอไม่กล้าหยุดเดิน และไม่กล้าหันหลังกลับ ได้แต่เดินตรงไปข้างหน้าเรื่อย ๆ
ในที่ที่เธอมองไม่เห็น คอมเมนต์เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติแล้ว
[ทำไมภรรยาถึงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมล่ะ?]
[เมื่อก่อนเคยเห็นเทพ A เข้าดันเจี้ยนนี้ ตรงนี้เหมือนจะมีเขตอาคมที่ปีศาจสร้างไว้ ถ้าเข้าใกล้จะตกลงไปในภาพลวงตา]
[ไม่จริงใช่ไหม งั้นตอนนี้ภรรยาเข้าไปอยู่ในสถานการณ์โดดเดี่ยวไร้ที่พึ่งแล้ว]
[ฮึ ตายอยู่ข้างในเลยก็ดี ดูไปก็น่ารำคาญ ทำตัวเฟคขนาดนี้]
[คน้ามีปัญหาอะไรแน่ ๆ เลย กดรายงานเรียบร้อย]
อวี้เจียวไม่รู้ว่าตัวเองเดินมานานแค่ไหนแล้ว รู้สึกแค่ว่าข้อเท้าเริ่มปวดเมื่อยและอยากจะหยุดพักสักหน่อย
แต่ในวินาที่ถัดมา ประตูห้องด้านหน้าก็เปิดออกอย่างกะทันหันพร้อมเสียงดังเอี๊ยด
ประตูนั้นดูเหมือนจะเก่ามากแล้ว ตอนเปิดจึงมีเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบา ๆ ฟังดูน่ากลัวอยู่ไม่น้อยภายในโถงทางเดินที่เงียบสงัดและว่างเปล่านี้
แผ่นหลังของอวี้เจียวรู้สึกเย็นวาบเล็กน้อย เธออยากจะออกห่างจากประตูบานนั้น
แต่เมื่อเดินผ่าน เธอกลับััได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่าง จากนั้นร่างกายก็เริ่มควบคุมไม่ได้และถูกดึงเข้าไปในห้องนั้น
ปัง! ประตูถูกปิดลงอย่างรุนแรง
สมองมึนงง ราวกับมีอะไรบางอย่างขวางกั้นความคิด
อวี้เจียวฟื้นขึ้นมาอย่างมึนงง เมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงเล็ก ๆ หลังหนึ่ง
เธอค่อย ๆ หันหน้ามองรอบข้างด้วยความยากลำบาก พบว่าตัวเองถูกล้อมรอบไปด้วยดอกไม้สวยงามมากมาย ส่วนพื้นที่ที่เธอนอนอยู่นั้นเล็กมาก พอดีสำหรับตัวเธอคนเดียว
ห้องนี้เงียบสงัดมาก เธอนอนอยู่บนแท่นสูง ราวกับเป็เครื่องสังเวย
ความรู้สึกนี้ทำให้เธอไม่สบายใจเอาเสียเลย อยากจะลุกขึ้นนั่งในทันที แต่พอขยับตัว เธอกลับพบว่าตัวเองไม่สามารถลุกขึ้นได้เลย
พูดให้ถูกต้องก็คือ ไม่สามารถขยับตัวได้เลยด้วยซ้ำ
จะทำยังไงดี...
ขณะที่อวี้เจียวกำลังกังวลอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงเปิดประตูเบา ๆ จากด้านข้างอย่างกะทันหัน
เธอใกลัวจนรีบหลับตาลง แกล้งทำเป็หลับไป
เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ใกล้เข้ามา ตามมาด้วยความรู้สึกกดดันอย่างรุนแรง และกลิ่นหอมแปลก ๆ ที่ค่อย ๆ แผ่ซ่านไปในอากาศ
กลิ่นนี้บอกไม่ถูกว่าคืออะไร เพราะมันแรงจนทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายนัก แต่ก็ไม่ได้เหม็น
อวี้เจียวรู้สึกกังวลอยู่บ้าง เธอรู้ว่าคนที่เข้ามาอาจจะเป็อันตราย ในตอนนั้นหัวใจของเธอทั้งหวาดกลัวและโศกเศร้า
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าของคนคนนั้นก็หยุดลงข้าง ๆ เธอ และดูเหมือนเขาจะโน้มตัวลงมา
ก่อนที่อวี้เจียวจะทันได้ตอบสนอง เธอก็รู้สึกได้ถึงนิ้วเย็นเฉียบที่แตะลงบนริมฝีปากของเธอ
ัันั้นเย็นะเืจนเธอเผลอสั่นสะท้านออกมา 'คง... คงไม่ถูกจับได้หรอกนะ'
ขณะที่เธอกำลังคิดวุ่นวายไปหมด เธอก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาจาก้า
แม้จะเป็เพียงเสียงลมหายใจ แต่อวี้เจียวกลับแยกแยะได้อย่างประหลาดว่า นี่คือเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายคนหนึ่ง
อืม... เสียงฟังดูไพเราะดีนะ
"เลิกแกล้งทำได้แล้ว"
เมื่อได้ยินเสียงนั้น หลังอวี้เจียวรู้สึกเย็นวาบ ตอนนี้เธอเกือบจะกลั้นลมหายใจไว้ไม่อยู่
เมื่อชายคนนั้นเห็นว่าเธอไม่ยอมลืมตาก็ดูเหมือนเขาจะรู้สึกสนุกขึ้นมา จึงเอ่ยเสริมอย่างช้า ๆ อีกประโยคว่า
"ผมรู้นะว่าคุณตื่นแล้ว"
"......"
อวี้เจียวยังคงไม่ลืมตา ตัดสินใจแกล้งตายต่อไปจนถึงที่สุด
"หรือว่าหลับไปแล้วจริง ๆ?"
เสียงของชายคนนั้นทุ้มลึก และตอนนี้มันดูเหมือนจะแนบชิดอยู่ที่ใบหูของอวี้เจียว ทำให้เธอรู้สึกขนลุกโดยไม่รู้ตัว
คนคนนี้้าทำอะไรกันแน่?
อวี้เจียวเริ่มรู้สึกทนไม่ไหวแล้ว
เมื่อเห็นว่าเธอไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองนานเกินไป ชายคนนั้นจึงเลือกที่จะค่อย ๆ ยืดตัวตรง คราวนี้เสียงของเขาดังมาจากที่ที่ไกลออกไป
"ตอนแรกผมตั้งใจจะบอกคุณว่าจะออกไปได้อย่างไร แต่เมื่อคุณนอนหลับไปแล้ว ก็นอนต่อไปเถอะ"
พูดจบ เขาก็ทำท่าจะหันหลังเดินจากไป
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่ค่อย ๆ ห่างออกไปจริง ๆ อวี้เจียวก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอรีบยันตัวลุกขึ้นนั่งทันที
"ฉัน...ฉันตื่นแล้ว""
เสียงฝีเท้าหยุดชะงักทันที แต่เมื่อคนคนนั้นหันมา และเห็นท่าทางหวาดกลัวของอวี้เจียวที่ยังคงหลับตาแน่น เขาก็อดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมา
"ตื่นแล้วทำไมไม่ลืมตาล่ะ?"
"ฉัน..."
ความจริงอวี้เจียวกลัวมากเกินไป ดังนั้นแม้จะลุกขึ้นนั่งแล้ว แต่เธอก็ยังไม่กล้าลืมตา เพราะกลัวว่าจะได้เห็นใบหน้าของคนที่น่าขยะแขยง
แต่แล้วเสียงของชายคนนั้นที่แฝงไปด้วยความเย้ายวนชวนหลงใหล ก็ค่อย ๆ เข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว
"ลืมตาของคุณสิ ผมจะพาคุณออกไปเอง"