"วันนี้เวลาบ่ายโมงมีประชุมกับคณะกรรมการบริหารค่ะ ส่วน่บ่ายมีนัดทานข้าวกับคุณชาคริตจากบริษัทซีเอสกรุ๊ปที่กำลังจะร่วมงานกันภายในปีนี้ด้วยค่ะ" รสาทำหน้าที่เลขาได้อย่างดีเยี่ยมถึงแม้ว่าเธอจะค่อนข้างขัดข้องใจอยู่บ้างที่วันนี้ประธานคนใหม่นั้นมาสายอีกแล้ว
"ซึ่ง่เช้าท่านพลาดการประชุมภายในบริษัทไปนะคะ" เธอพูดออกไปอย่างตรงๆ
"ประชุมภายในบริษัทงั้นเหรอ?" เคนไม่รู้มาก่อนเลยว่ามีเื่อะไรแบบนี้ด้วย "งั้นคุณก็สรุปการประชุม่เช้าให้ผมฟังแล้วกัน"
"สรุปให้ฟังเหรอคะ?" รสาไม่เข้าใจ
"ใช่ คุณแค่สรุปอย่างสั้นๆมาก็พอแล้ว"
"ค่ะ โดยรวมแล้วแต่ละแผนกก็ปกติดีค่ะ" รสาทำตามคำสั่งอย่างถูกต้องเพราะเธอได้สรุปหัวข้อในการประชุมได้รวบรัดเอามากๆ
"คุณล้อผมเล่นงั้นเหรอ?" เคนถามขึ้น
"ขอโทษค่ะท่านประธาน แต่ว่าการประชุมประจำวันนั้นมีเพียงรายงานการทำงานของวันที่ผ่านมาเพียงเท่านั้นค่ะ โดยที่ไม่ได้มีหัวข้อพิเศษอะไร"
"จำเป็ด้วยเหรอครับ?" เคนถามอีกครั้ง
"คะ?" รสารู้สึกกดดันที่ถูกถามย้ำแบบนี้
"ออกความคิดเห็นได้เลยครับ"
"เอ่อ.. ฉันคิดว่าการประชุมประจำวันไม่มีความจำเป็ใดๆที่ต้องเข้าร่วมเลยค่ะ เพราะจะทำให้สูญเสียเวลาอย่างไม่มีประโยชน์ค่ะ" รสาพูดไปตามความรู้สึกของตัวเองด้วยความกล้าๆกลัวๆ
"แต่ท่านประธานคนก่อนเป็คนตั้งกฏนี้ขึ้นมาจึงไม่มีใครกล้าโต้แย้งค่ะ"
"งั้นคุณก็กล้าหาญมากที่มาพูดต่อหน้าผมแบบนี้" เคนพูดขึ้นทำเอารสาเหงื่อตกทันที "แต่ไม่ใช่ทางที่ไม่ดีหรอกนะ อย่าได้กังวลไป"
รสาถึงกับโล่งใจขึ้นมา "ขอบคุณค่ะ"
"เอาเป็ว่าแจ้งพนักงานและคณะผู้บริหารทุกคนให้เข้าประชุมพร้อมกันตอนนี้ด้วยครับ" เคนพูดขึ้นอย่างปุบปับก่อนที่จะลุกขึ้นยืน "ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธเข้าประชุมทุกกรณี เข้าใจไหมครับ?"
"ค่ะ! ท่านประธาน"
ภายในบริษัทแห่งนี้มีทั้งหมด 3 แผนกหลักๆ
จึงทำให้มีพนักงานเป็จำนวนมาก และยังมีบริษัทย่อยอีกมากมายทั่วทั้งประเทศ
การที่ทุกคนถูกเรียกตัวมาประชุมกันอย่างกะทันหันทำให้ไม่มีใครพอใจกับการตัดสินใจปุบปับแบบนี้ของประธานคนใหม่นัก
"อะไรกันล่ะเนี่ย? จะถึงเวลาพักแล้วแท้ๆ"
"จะประชุมอะไรตอนนี้ไม่ทราบ?!"
"ทั้งที่ฉันมีนัดสำคัญแท้ๆ!"
"ฉันเองก็มีนัดทานข้าวกับแฟนเหมือนกัน"
"ใช้แรงงานพวกเรากันเกินไปแล้ว!"
ในขณะที่พนักงานทั้งหลายกำลังบ่นยุบยิบกันอยู่นั้นก็ได้หยุดเงียบลงเพราะได้เจอกับหัวหน้าแผนกทั้งสามที่กำลังเดินกันมา
"คุณไม่รู้จริงๆเหรอว่าทำไมถึงได้เรียกประชุมกะทันหันแบบนี้?" หัวหน้าแผนกการตลาดได้หันไปถามทั้งสองคนด้วยความสงสัย
"ใครจะไปรู้ล่ะ?" หัวหน้าแผนกฝ่ายบุคคลตอบกลับอย่างหงุดหงิด "นับั้แ่วันแรกที่ได้ต้อนรับประธานคนใหม่มา ก็ไม่ได้เข้าพบเขาอีกเลย"
"มีที่ไหนปฏิเสธการเข้าพบจากพนักงานของตัวเอง ถ้ามีธุระอะไรให้ประสานงานกับเลขาแทนงั้นเหรอ? แปลกประหลาดซะจริง!" หัวหน้าแผนกการเงินได้พูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ เพราะตำแหน่งของพวกเขาก็ไม่ใช่ธรรมดาแต่ประธานคนใหม่กลับเมินพวกเขาอย่างเห็นได้ชัด
แต่เมื่อทุกคนได้เข้าไปในห้องประชุมแล้วนั้นต่างก็ใกันไปเป็แถบเพราะเคนนั้นได้เข้ามารอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว
เวลาผ่านไปสักพักก่อนที่พนักงานจะมากันครบกันทุกคนและภายในห้องประชุมในขณะนั้นเองก็กลับเงียบสงบเพราะไม่มีใครกล้าแม้แต่จะส่งเสียงออกมาเพราะเคนเองก็กำลังนั่งมองพนักงานของตัวเองอยู่อย่างไม่ละสายตา
"มากันครบแล้วค่ะ" รสาได้กระซิบบอกเคนก่อนที่จะเริ่มเดินแจกเอกสารให้กับพนักงานทุกคน
"นี่มันเื่อะไรกันคะ?!" หัวหน้าแผนกการเงินถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความใ
"ต้องมีการเข้าใจผิดกันแน่นอนครับ!" หัวหน้าแผนกการตลาดได้พูดขึ้นต่อด้วยความร้อนรน
"ท่านจะเชิญพวกเราออกแบบนี้ไม่ได้นะคะ!" หัวหน้าแผนกฝ่ายบุคคลได้โวยวายขึ้นมาอย่างไม่พอใจ "ท่านจะมากล่าวหาแบบนี้ไม่ได้!"
ในขณะเดียวกันพนักงานที่ได้อ่านข้อมูลในเอกสารได้รับมาต่างใกันไปตามๆกันเพราะมันมีเนื้อหาว่าหัวหน้าแผนกทั้งสามคนได้ทำการทุจริตและมีคำสั่งให้พ้นสภาพการเป็พนักงานั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ตอนแรกพวกเขาก็ไม่เชื่อแต่เมื่อได้เห็นปฏิกิริยาของทั้งสามคนจึงรู้สึกว่ามันมีพิรุธเต็มไปหมดเลย
"กล่าวหางั้นเหรอ?" เคนคิดคิดอยู่แล้วว่าทั้งสามจะมีปฏิกิริยาแบบนี้ "เข้ามาได้เลยครับ"
สิ้นสุดคำพูดของเคนก็ได้มีตำรวจจำนวนไม่ต่ำกว่าสิบคนบุกเข้ามารวบตัวทั้งสามคนทันที
"ผมไม่เก็บเนื้อร้ายไว้หรอกนะครับ"
"ท่านประธาน!" หัวหน้าแผนกทั้งสามต่างตกอกใกันมากเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเรียกตำรวจมาจับตัวเองแบบนี้
"ฉันผิดไปแล้วค่ะ! ได้โปรดยกโทษให้ด้วยนะคะ" หัวหน้าแผนกการเงินรับสารภาพและอ้อนวอนอีกฝ่ายทันที
"คุณกาน!" หัวหน้าแผนกอีกสองคนต่างใกันยิ่งกว่าเดิมเพราะคำสารภาพของหัวหน้าแผนกการเงินทำให้พวกเขาไม่สามารถปฏิเสธคำกล่าวหาได้อีกต่อไป
"พวกเราแค่ทำตามคำสั่งของท่านประธานคนก่อนเพียงเท่านั้น ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะคะ!" หัวหน้าแผนกฝ่ายบุคคลรีบอธิบายออกไปอย่างไม่มีทางเลือกในเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้ว
"ใช่ครับ! ถ้าไม่ใช่เพราะท่านประธานคนก่อนพวกเราก็ไม่กล้าทำหรอกครับ" หัวหน้าแผนกการตลาดได้พูดขึ้นต่ออย่างกระวนกระวาย
"นำตัวไปได้เลยครับ" เคนไม่ได้สนใจทั้งสามคนเลยก่อนที่จะหันไปพูดกับตำรวจ
"ครับ!" ตำรวจตอบรับพร้อมกับนำตัวทั้งสามคนออกไปดำเนินคดีกันต่อที่โรงพัก
"เดี๋ยวก่อนครับ!" หัวหน้าแผนกการตลาดพยายามต่อต้านแต่ก็ไม่เป็ผล
"ท่านประธาน!" หัวหน้าแผนกการเงินกับหัวหน้าแผนกฝ่ายบุคคลได้ะโเรียกเคนกันอย่างสุดเสียงเผื่อว่าเขาจะยกโทษให้
แต่ความหวังลมๆแล้งๆนั้นย่อมไม่มีอยู่จริง
หลังจากที่ตำรวจได้รวบตัวหัวหน้าแผนกทั้งสามออกไปแล้วนั้น ภายในห้องประชุมก็ได้กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
"ก็อย่างที่ทุกคนได้เห็น เพราะฉะนั้นตอนนี้ตำแหน่งหัวหน้าแผนกทั้งสามนั้นได้ว่าลงแล้ว" เคนได้พูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน
สิ้นสุดคำพูดของเคนบรรยากาศก็ได้เงียบอยู่เหมือนเดิม ไม่มีใครกล้าตอบกลับแต่อย่างใด
"คุณชาลี คุณธาม คุณเจนิส อยู่ไหมครับ?" เคนได้ถามหาพนักงานทั้งสามคนขึ้นมา
ทันใดนั้นทุกคนก็ได้แตกตื่นขึ้นมาเพราะคิดว่าทั้งสามคนนี้อาจจะมีคดีไม่ต่างไปจากหัวหน้าแผนกทั้งสามอย่างแน่นอน
ไม่นานทั้งสามก็ได้ยกมือขึ้นมาอย่างกล้าๆกลัวๆ
"คุณชาลีจากแผนกการเงิน ผมได้ยินมาว่าคุณมีปัญหากับหัวหน้าแผนกคนก่อนงั้นเหรอครับ?" เคนได้ถามขึ้นมา
"ค.ครับ" ชาลีตอบรับด้วยเสียงที่สั่นเครือ
"คุณธามจากแผนกฝ่ายบุคคล คุณกำลังจะลาออกภายในสัปดาห์หน้าใช่ไหมครับ?" เคนได้หันไปถามผู้ชายอีกคน
"..ครับ" ธามตอบกลับอย่างเศร้าสร้อย
"ส่วนคุณเจนิสจากแผนกการตลาด ผลงานแทบจะทั้งหมดของแผนกส่วนมากมักจะมาจากความคิดของคุณใช่หรือเปล่าครับ?" เคยได้หันไปถามพนักงานหญิงคนสุดท้ายอีกครั้ง
"เอ่อ..ค่ะ" เจนิสตอบกลับด้วยความกังวล
"นับั้แ่วันนี้เป็ต้นไปพวกคุณทั้งสามได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็หัวหน้าแผนกของแต่ละแผนก เพราะฉะนั้นผมหวังว่าพวกคุณจะไม่เดินซ้ำรอยหัวหน้าแผนกคนก่อนของพวกคุณกันนะครับ" เคนได้พูดขึ้นท่ามกลางเสียงฮือฮาของพนักงานภายในห้องที่ได้รับรู้ข่าวที่น่าเหลือเชื่อนี้กัน "มีใครคัดค้านไหมครับ?"
"ผมครับ" ทันใดนั้นก็ได้มีพนักงานชายคนนึงยกมือขี้นมาพูด "ผมเชื่อว่าหลายๆคนในที่แห่งนี้ต่างสงสัยไม่ต่างจากผมว่าทำไมพวกเขาทั้งสามคนจึงได้เลื่อนตำแหน่งเป็หัวหน้าแผนกได้ครับ? โดยปกติแล้วรองหัวหน้าแผนกจะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็หัวหน้าแผนกไม่ใช่เหรอครับ?"
"ดีครับที่กล้าถาม" เคนชอบคนตรงไปตรงมาอยู่แล้วซึ่งเขาจำได้ว่าผู้ชายคนนี้คือรองหัวหน้าแผนกการเงิน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ร่วมทุจริตไปกับหัวหน้าแผนกของตัวเองแต่ก็รับรู้ทุกอย่างแต่ก็ไม่ได้มีท่าทีต่อต้านอะไร
"ไม่ทราบว่าที่คุณชาลีมีปัญหากับหัวหน้าแผนกนั้นเป็เพราะเหตุผลอะไรครับ?" เคนถามพนักงานชายคนนี้กลับ
"เอ่อ.." ถึงจะรู้แต่พนักงานชายยากที่จะตอบ
"คุณเองก็น่าจะรู้ดีว่าเป็เพราะคุณชาลีโต้แย้งเื่การทุจริตกับหัวหน้าแผนกคนก่อนกันก่อนหน้านี้แล้ว เพราะฉะนั้นคุณชาลีเป็คนที่น่ายกย่องมากที่กล้าสู้กับอีกฝ่ายแบบนั้น"
"ซึ่งนั่นมันก็เพียงพอสำหรับเหตุผลที่คุณตามหาสำหรับผมแล้ว"
"สำหรับคุณธามเหตุผลของการลาออกก็คงไม่ต่างไปจากคุณชาลีสักเท่าไหร่ เพราะทัศนคติต่างไปจากหัวหน้าแผนกจึงถูกเลือกปฏิบัติและผลงานของคุณธามเองก็เป็น่าพึงพอใจมาก"
"และคนสุดท้ายคุณเจนิส เรียกได้ว่าผลงานแต่ละครั้งของคุณนั้นสร้างสรรค์มากแต่คุณมักจะไม่ได้เครดิตใดๆในงานของตัวเองเลย ที่สำคัญไอเดียส่วนใหญ่ของคุณจะมักจะถูกปัดตกไปเพราะความอิจฉาริษยาของคนส่วนมาก ซึ่งมันเป็เื่น่าเสียดายมากถ้าให้คนมีความสามารถอย่างคุณได้หลุดลอยไปแบบนี้"
"มีใครยังจะคัดค้านการตัดสินใจของผมอีกไหมครับ?" เคนได้ถามขึ้นมาอีกครั้ง
ครั้งนี้บรรยากาศได้เงียบสงบไม่มีใครกล้าโต้แย้งอีกเลยเมื่อได้รับรู้เหตุผลของเคนอย่างแจ่มแจ้ง ถ้าเกิดยังมีใครกล้าตั้งคำถามไม่แน่อาจจะถูกอีกฝ่ายเล่นงานเื่สมรู้ร่วมคิดเื่การทุจริตของเหล่าหัวหน้าแผนกอย่างแน่นอน
"ส่วนเื่การประชุมประจำวันผมขอยกเลิกนับั้แ่วันนี้เป็ต้นไปด้วยครับ" เคนพูดขึ้น
เป็ไปตามคาดสีหน้าของพนักงานต่างเกิดความดีใจขึ้นมาเพราะการประชุมประจำวันนั้นออกจะไร้สาระมากๆแถมยังจัดกันั้แ่เช้าอีกด้วย
"มีใครสงสัยเื่อะไรไหมครับ?" ถึงเคนจะถามไปก็ไม่สามารถหาคำตอบอะไรได้จากพนักงานของเขา "งั้นจบการประชุมเพียงเท่านี้ครับ"
หลังจากที่เคนได้เดินออกไปจากห้องนั้น ความเงียบสงบภายในห้องก็กลับมาฮือฮากันอีกครั้ง
"ทุกคนคะ ตอนนี้ก็เลยเวลาพักกันมาสักพักแล้ว ท่านประธานได้จองร้านอาหาร ณ โรงแรมพฤกษาให้กับทุกคนไว้แล้วและอนุญาตให้ใช้เวลาพักให้เต็มที่ก่อนที่จะกลับมาทำงานต่อด้วยค่ะ" รสาชี้แจงในฐานะเลขาของเคนเพราะอาจจะหลายคนไม่พอใจในจุดนี้
พนักงานทุกคนต่างก็เก็บความดีใจกันไม่อยู่เพราะโรงแรมพฤกษาขึ้นชื่อว่าเป็โรงแรมหรูระดับห้าดาวและห้องอาหารของโรงแรมแห่งนี้เองก็ดังมาก ซึ่งพนักงานทั้งหมดที่ว่านี่ไม่ต่ำกว่าห้าสิบกว่าคนเลย เรียกได้เลยว่าต้องเหมาเท่านั้นถึงจะเพียงพอสำหรับทุกๆคน
"มาไวกว่าที่คิดอีกนะครับคุณลุง" เคนได้กล่าวต้อนรับลุงเบนที่พรวดพราดเข้ามาในห้องทำงานของเขาด้วยความโกรธเกรี้ยว
"จะเอาถึงตายกันเลยหรือไง?!" ลุงเบนถามขึ้น
"ไม่หรอกครับ" เคนได้ลุกขึ้นเดินเข้าไปหาลุงเบนที่กำลังยืนสั่นเทาด้วยความโกรธอยู่ "จะว่าไปลุงก็ได้ไปเยอะดีนะครับ ถ้าผมจะเล่นถึงตาย ลุงคงไม่ได้มายืนอยู่ต่อหน้าผมหรอกครับ"
"เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!" ลุงเบนโมโหมากที่ถูกหลานของตัวเองเล่นงานกันง่ายๆแบบนี้
"ลุงไม่เคยเลี้ยงดูผมสักหน่อยเพราะฉะนั้นอย่ามาทวงบุญคุณตอนนี้เลยครับ" เคนตอบกลับอย่างไม่ไว้หน้า "ตอนนั้นผมเสียใจมากเลยนะครับที่ถูกลุงทิ้งไปทั้งแบบนั้น"
"ฉันไปทิ้งแกตอนไหนกัน?!" ลุงเบนรีบโต้แย้ง "การที่พ่อของแกตายไปแล้วแม่ของแกก็หนีไปมันเป็ความผิดของฉันหรือไง? แล้วยังไงเป็ความผิดของฉันอีกหรือไงที่รับการสืบทอดจากพ่อของแกเพราะผู้สืบทอดตัวจริงอย่างแกยังเป็เยาวชนอยู่ไง!"
"ลุงยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะครับ น่าทึ่งจริงๆ" เคยเหนื่อยใจมากที่ลุงเบนไม่มีท่าทีสลดหรือรู้สึกผิดอะไรเลย
"แล้วยังไงแกจะเรียกตำรวจมาจับฉันด้วยหรือไง?!" ลุงเบนโวยวายใหญ่เลย "ถึงจะดีร้ายยังไงฉันก็ยังเป็ลุงของแกวันยันค่ำนะ!"
"มาพูดถึงความสัมพันธ์ทางสายเืตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้ว เอาเป็ว่าลุงคืนเงินที่ทุจริตกลับมาซะยังดีกว่าครับ" เคนตอบกลับอย่างหน้าตาเฉย "แล้วผมจะทำเป็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเอง"
"นี่ไอ้เคน!" ลุงเบนถึงกับเืขึ้นหน้าด้วยความโมโหขึ้นมาอีกครั้ง
"ไม่ใช่ว่าลุงกำลังคิดว่าแค่มาขอโทษผมเื่มันก็จะจบหรอกใช่ไหม? คิดง่ายเกินไปแล้ว" เคนไม่เคยคิดที่จะยกโทษให้ลุงเบนง่ายๆอยู่แล้ว
"ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ฉันก็ไม่มีคืนให้หรอกนะ!" ลุงเบนตอบกลับไปอย่างตรงๆเพราะเงินที่ได้มาก็เกิดการหมุนเวียนภายในครอบครัวแทบจะไม่เหลือแล้วด้วยซ้ำ
"แย่เลยนะครับ" เคนคิดไม่ถึงจริงๆว่าจำนวนมากมายขนาดนั้นแต่เขากลับใช้มันอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังได้แบบนี้
"ไม่มีทางเลือกอื่นที่มันง่ายกว่านี้หน่อยหรือไง?" ลุงเบนถามขึ้นอย่างเบาๆ ถึงแม้จะเสียศักดิ์ศรีแต่เขาก็ไม่ได้อยากติดคุกตอนนี้ซะด้วย
"เข้าไปรับใช้โทษสิครับ ไม่กี่ปีก็ได้ออกมาแล้ว"
เคนตอบกลับด้วยความเฉยชา "ไม่มีทางเลือกอื่นสำหรับลุงหรอกครับเพราะผมไม่ได้้าสิ่งใดจากลุงเลย"
"ยัยเพโลน่าเลี้ยงดูแกมาแย่จริงๆ!" ลุงเบนทนไม่ไหวกับความกดดันอีกต่อไป "เอาสิ! แกจะแจ้งความจับฉันก็เชิญเลย แล้วฉันจะคอยดูผลกระทบของบริษัทแก คิดเหรอว่าถ้าฉันเข้าคุกไปแล้วหุ้นของบริษัทจะไม่ร่วงหล่น?"
"ฮ่าๆ ลุงจะให้ผมทำอย่างนั้นจริงๆไหมล่ะ?" เคนหัวเราะลั่นก่อนที่จะถามกลับด้วยความหงุดหงิด
"แน่นอนว่าไม่อยู่แล้ว!" ลุงเบนรีบกลับคำพูดทันทีเพราะดูท่าทางอีกฝ่ายจะเอาจริง "ถือว่าลุงขอร้องแล้วกัน ตอนนี้น้องมินนี่ของแกกำลังเรียนมหาลัยอยู่เลยนะ ถ้าเกิดแกส่งฉันเข้าคุกไปแล้วใครจะดูแลครอบครัวของฉัน ไหนจะชื่อเสียงอีก?" ลุงเบนถึงกับพูดถึงลูกสาวของตัวเองเพื่อเรียกร้องความน่าสงสารให้เคนฟัง
"ช่างเป็พ่อที่ประเสริฐซะจริง!"