“คุณวุฒิกลับไปก่อนเลยเดี๋ยวหยีจะตามไปทีหลังค่ะ”ลูกหยีลงมาบอกวรวุฒิด้วยตัวเอง สายตาเขามีแต่ความสงสัย
“ทำไมไม่ไปด้วยกันละครับ หยีจะไปโรงงานยังไง”
“ครามจะไปส่งค่ะ ยังเหลือเวลาหยีว่าจะแวะซื้อของก่อนเข้าโรงงาน ไม่อยากรบกวนคุณวุฒิ”พอตรวจโรงงานเสร็จน่าจะไม่เกินเที่ยงก็ตีรถเข้ากรุงเทพฯเลย เธอจะซื้อของไปฝากนมจันทร์และเพ็ญแขพี่คนสนิท
“ที่ผมนัดก่อนเวลา ก็เพราะอยากจะพาหยีไปซื้อของหาอะไรอร่อยกินไม่เป็การรบกวนหรอกครับ”เขายิ้มให้อย่างอ่อน โยนเข้าใจว่าเธอเกรงใจ
“หยีจะไปกับครามค่ะ ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณวุฒิเสียเวลา”น้ำเสียงสายตาจึงมีแต่ความเกรงใจและเขาก็ััมันได้ คงไม่ใช่ลูกหยีที่ปฏิเสธเขา เขารู้ว่าเมื่อคืนฟ้าครามไม่ได้นอนที่โรงแรมนี้ สายของเขารายงานว่าฟ้าครามพักอยู่อีกโรงแรมกับผู้หญิงของเขา ดูเหมือนว่าฟ้าครามคงกลับมาห้องแล้ว
“ไม่เป็ไรครับไม่ทำให้ผมเสียเวลาสักนิดถ้าเป็เื่หยี” สายตาของเขามีความหมายเมื่อพูดกับเธอ แต่ลูกหยีทำเป็มองไม่เห็นไป เธอไม่ค่อยผูกสัมพันธ์กับผู้ชายที่ไม่ค่อยสนิท
“งั้นหยีกลับขึ้นห้องก่อนค่ะ แล้วค่อยเจอที่โรงงานสิบโมง” น้ำเสียงเล็กดูกระตือรือร้นดวงตาสุกใส รู้สึกได้ว่าลูกหยีกำลังมีความสุข ต่างจากคนเมื่อวานลิบลับ
“ครับเจอกันที่โรงงาน”เขากล่าวอย่างเสียดายมองตามเธอไปจนลับสายตา ลูกหยีเข้าห้องก็เห็นครามเล่นโทรศัพท์อยู่ เธอจึงไปนั่งข้างเขา
“ครามจะพาพี่ไปกี่โมง พี่ต้องไปซื้อของหลายอย่าง”
“แล้วแต่พี่เลยจะไปเมื่อไหร่ก็บอกผม ว่าแต่พี่จะซื้อของไปฝากใครเหรอ”
“ซื้อฝากนมจันทร์ และพี่แข”
“ก็ว่าจะหาของอร่อยไปฝากนมพอดี คุณแขกับหยีน่าจะสนิทกันดีใช่ไหมครับ”
“สนิทซิคะทำงานด้วยกันทุกวัน พี่แขเขามีบุญคุณกับหยี ถ้าไม่ได้เขาหยีคงไม่ได้ทำงานที่อมรกรุ๊ปหรอก”
“ทำไมละ หรือเขาฝากพี่เข้าทำงาน”สายตาที่มองมีความอยากรู้
“หยีมาสมัครเอง แต่พี่แขเป็คนเลือกให้มาทำงานตรงนี้”
“ไม่ใช่ผู้บริหารสักหน่อยทำไมมีสิทธิเลือกคนได้ด้วย”
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ครามสงสัยอะไรเหรอ”เพราะสายตาที่ดูสงสัยเปิดเผย จึงอดถามไม่ได้
“เปล่าหรอก ผมแค่คิดในมุมที่เป็ไปได้แต่ก็ช่างเถอะถ้าเขาไม่รับพี่ ผมคงไม่ได้เจอพี่เช่นกัน”ลูกหยีเหลือบตามองค้นหาความหมายที่เขาพูด ก็เจอแต่ลูกตาคมเป็ประกายเจิดจ้า จนเธอต้องหลุบตามองต่ำไม่กล้าสู้สายตา
“พี่เก็บของเสร็จหรือยัง ไปเลยไหม”
“เก็บเสร็จตั้งนานแล้ว ดีเหมือนกันเวลาเหลือจะได้หาอะไรอร่อยกิน มาทะเลทั้งที”
“ที่กินไปเมื่อกี้ ยังไม่อิ่มเหรอ”อดจะแซวไม่ได้ เมื่อกี้ก็เห็นกินไปตั้งเยอะแยะกินเก่งแต่ไม่อ้วน บอบบางแต่ซ่อนรูปหน้าอกอวบอิ่มลอยขึ้นมาในหัว
“มาทะเลต้องกินอาหารทะเลสิ เมื่อคืนกินได้แค่นิดเดียว” ดวงตากลมหวานทอประกายสดใสมองแล้วเพลินแทบไม่อยากละสายตาไปจากตรงนี้ พอเธอหันมาก็เจอดวงตาคมเข้ม
“ไปกันเถอะ”เธอชวนเพราะแอบเขินสายตาที่มองไม่ยอมหลบ และเขาก็ลุกขึ้นยืนคว้าประเป๋าของเธอมาถือไว้และเดินนำ หน้าไปที่รถหรู
“ของฝากร้านนี้น่าจะโอเคสุดละ”เขาพามาจอดร้านของฝากที่ใหญ่สุดในย่านนี้ ในร้านมีคนมากมายกำลังเลือกซื้อของกันอยู่ ลูกหยีเดินนำเข้าในร้านเธอเลือกซื้ออาหารทะเลหลายอย่างทั้งฝากคนอื่นและเก็บไว้ทานเอง เสร็จแล้วก็พากันไปจ่ายเงิน ครามยื่นบัตรเครดิตของเขาให้คนขาย ไม่ยอมให้ลูกหยีปฏิเสธ เธอขอบคุณเขาและนำไปเก็บไว้ที่รถ
“เหลืออีกชั่วโมง เดี๋ยวผมพาพี่ไปทานอาหารทะเลร้านที่ผมชอบเอง”เขาบอกแค่สั้นๆและมุ่งหน้าไปยังร้านนั้น ไม่ยักรู้ว่าเขาเคยมาที่นี่ด้วยทั้งๆที่เพิ่งกลับจากนอก
ร้านเล็กๆติดชายหาดมีความเป็ส่วนตัวไม่มีคนพลุกพล่านด้านในร้านตกแต่งด้วยเปลือกหอยอย่างละนิดละหน่อย ดูรวมๆแล้วมีชีวิตชีวา น่ารัก เสียงกระดิ่งที่ดังอย่างต่อเนื่องเมื่อลมทะเลพัดเข้ามา ฟังดูเพลินและััได้ถึงกลิ่นอายทะเล ทั้งคู่ช่วยกันสั่งอาหาร รอไม่นานอาหารก็มาเสริฟตรงหน้าเต็มโต๊ะน่ากินไปหมด อาหารทะเลเผาหลายอย่าง
“พี่ไม่เกรงใจแล้วนะคราม”ดวงตาของลูกหยีทอประกายเมื่อเห็นกุ้งเผาตัวใหญ่ในจาน
“แกะแบบนี้เมื่อไหร่จะได้กิน”
ครามคว้ากุ้งในมือของลูกหยีมาแกะให้อย่างคล่องแคล่ว โดยมีสายตาของเธอมองตามเจิดจ้า นึกอายเขาที่แค่แกะกุ้งก็ทำไม่เป็
“เอ้าได้แล้ว”เขาเอากุ้งอีกสองตัวมาแกะให้เธอและวางตรงจานให้ลูกหยี ทำหน้าล้อๆ
“ขอบคุณมากนะคราม”เธอยิ้มให้เขาจนเห็นฟันเรียงกันสวยงาม เขามองเธอกินกุ้งอย่างมีความสุข ลูกหยีกินเก่งแต่ไม่อ้วน ท่าทางดูเป็ธรรมชาติน่ารักไปอีกแบบ ต่างจากพวกผู้หญิงที่เคยเจอสงวนท่าทีแม้กระทั่งการกิน มีแค่อย่างเดียวที่พวกเธอแสดงออกเต็มที่นั่นคือเื่เซ็กส์
“ว้า อิ่มแล้วพุงกางเลย” ลูกหยีกางแขนและเอามือกุมตรงท้อง หน้าท้องแบนราบแทบจะไม่มีไขมันส่วนเกินสักนิด
“ไม่เห็นครามกินเลย ไม่อร่อยเหรอ”
“อร่อยสิ แต่ไม่อยากกินตอนนี้เดี๋ยวขับรถให้พี่อีกไกล”
“กว่าจะตีรถเข้ากรุงเทพก็คงบ่าย ระหว่างตรวจโรงงานครามก็งีบในห้องรับรองระหว่างรอสิ”เธอชี้ทางให้ เขามองหน้าเธอแล้วยิ้มบางๆ
“ไม่เคี่ยวเข็ญให้ตรวจงานด้วยกันแล้วหรือไง ถึงให้หลับ”
“แซะกันเหรอเปล่าเนี่ย ครามง่วงก็แค่หลับก่อนพี่พูดผิดตรงไหน”
“จะทำอะไรต้องรอให้พี่อนุญาตก่อนเหรอไง”
“ไม่ใช่นะครามที่พี่หย่อนให้เธอ เพราะเมื่อวานตรวจเอกสารหมดแล้ว เหลือแค่ไปดูเครื่องจักรถ่ายรูปประเมินให้ฝ่ายจัดซื้อแล้วก็เซ็นเอกสารบางส่วนแค่นั้นเอง” ส่วนสำคัญของงานได้จัดการเมื่อวานจนเสร็จ วันนี้จึงสบายๆคาดว่าสักเที่ยงก็น่าจะกลับ
“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ครับ”น้ำเสียงเขารื่นรมย์จนเธอต้องมองหน้าสบตาคมเข้ม และเขาก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้
“มองหน้าผมนานๆระวังนะครับ”เขากระซิบข้างติ่งหูจนขนลุกซู่ คำพูดนั้นแฝงอะไรบางอย่างแววตาเขาพราวระยิบ
“บ้า” เธอผลักเขาออกและยิ้มเสมองทางอื่น เขามองตามและก็ยิ้มบ้างสายตาคมกล้าที่มองเธอมีประกายตาแปลกๆ ไม่น่าเชื่อว่า่เวลาเล็กๆที่ได้อยู่ด้วยกันเปลี่ยนครามจากเด็กชายอารมณ์ร้ายเป็คนที่ยิ้มหัวเราะได้ง่ายขึ้น การตรวจงานที่โรงงานผ่านไปด้วยดี แต่ที่ทำให้เขารำคาญ ก็เห็นจะเป็วรวุฒิที่เข้ามาเกาะแกะลูกหยี จนต้องหนีไปรอที่รถ
“ขอบคุณค่ะคุณวุฒิที่อำนวยความสะดวกให้หยีจนงานเสร็จด้วยดี”เธอยกมือไหว้ขอบคุณ ก่อนจะลากลับกรุงเทพ
“นี่นะครับของฝากหยีผมไปเลือกเองกับมือ”ของฝากถุงใหญ่ยื่นให้เธอ สายตาของเขาที่มองเจิดจ้าเป็ประกาย
“ขอบคุณค่ะ ไว้คราวหน้าหยีจะเลี้ยงคุณวุฒิที่กรุงเทพฯตอบแทนนะคะ”ลูกหยียิ้มเก้อๆเมื่อเห็นแววตาที่มองเธอ
“ด้วยความยินดีครับ ความจริงไม่ต้องเลี้ยงผมหรอก แค่ให้โอกาสได้ทานข้าวด้วยกันสักมื้อ”
“ได้ค่ะ แล้วเจอกัน”ลูกหยีตัดบทลาพร้อมกับเดินไปที่รถ วรวุฒิยังคว้าของฝากในมือของเธอเดินตามมาส่งที่รถอีก
“ไปนะคะ”ลูกหยีโบกมือให้เขาตามมารยาท เหลือบมองหน้าคนขับที่ทำสีหน้าเฉยชาไม่ยินดียินร้าย ถามคำก็ตอบคำโดยไม่รู้ว่าเขางอนอะไร
“ครามคุยกันหน่อยสิ”เธอเขย่าแขนชายหนุ่มที่เอาแต่มองไปข้างหน้า ไม่แม้แต่เหลือบตามองเธอเลย
“คุยอะไร พูดมาดิ”น้ำเสียงเขาหงุดหงิดจนรู้สึกได้
“ครามทำตัวน่าเกลียดเป็เ้าของบริษัท แต่ไม่มีมารยาทกับคุณวุฒิเลย”เธอจึงเอ่ยปากเตือนเขาตรงๆ ฟ้าครามทำหน้าหงุดหงิดตลอดเวลาไม่เหมือนตอนอยู่กับเธอสองคน ไม่เข้าใจว่าครามจะต่อต้านอะไรนักหนา
“แล้วไง ใครสนจำเป็ต้องมีมารยาทกับคนแบบนั้นด้วยเหรอ” ลูกหยีถอนหายใจ เขาเป็ครามคนเดิมเมื่อสองวันก่อน
“พี่เตือนเพราะหวังดี ครามจะขวางโลกกับทุกคนแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ อีกหน่อยครามต้องเป็ผู้ใหญ่ถึงไม่อยากรับงานต่อจากพ่อแต่ครามก็ต้องทำอยู่ดี”เธอให้ข้อคิดเห็นในฐานะของคนที่แก่กว่า แต่หารู้ไม่ว่าคำพูดของเธอมันทำให้เขาเบื่อหน่าย
“พี่จะพูดอะไรก็พูดเถอะแต่ผมไม่ฟัง มันชีวิตของผมไม่มีใครมาชี้ได้ นอกจากผมอยากทำเอง”ลูกหยีได้ฟังก็รู้สึกเหนื่อยแทนพ่อของเขา เื่ราวที่เขาก่อั้แ่อยู่เมืองไทยหรือไปเรียนเมืองนอกได้รับการถ่ายทอดให้ฟังจากพี่แข มาถึงตอนนี้เธอจึงรู้ว่าไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเปลี่ยนครามได้ ถ้าเขาไม่ฟังและไม่ปรับตัวเข้ากับคนอื่น
“ก็แล้วแต่ครามเถอะ พี่ไม่สมควรพูดแบบนี้กับครามด้วยซ้ำแต่เพราะห่วงอยากให้ครามได้เปิดใจรับคนอื่นบ้าง แต่เมื่อมันเป็แบบนี้พี่คงจะไม่ยุ่งกับครามแล้ว”เธอพูดอย่างน้อยใจน้ำเสียงจึงสั่นนิดๆ ครามเหลือบมองแสยะยิ้มมุมปาก
“ก็แล้วแต่พี่สิไม่อยากคุยกับผม แต่อยากคุยกับไอ้นั่นก็ตามใจ”เขาพูดเสียงเย็นมองหน้าเธอด้วยสายตาเ็า