เวลา 20.10 น ระหว่างทางไปโรงพยาบาลกรีนไฮ
"ตรงนี้เป็กล้อง เปิดอย่างนี้ ปุ่มนี้ให้กดค้างไว้….บอกให้ค้างไว้ไง…ไม่อย่าทำอย่างนั้น! เดี๋ยวมันหัก เฮ้อ" ระหว่างทางไปโรงพยาบาล เด็กน้อยพยายามสอนเด็กโข่งใช้โดรน
แต่ก็ดูเหมือนคำพูดจะเข้าไปที่หูซ้ายและทะลุไปยังหูขวาโดยไม่ผ่านสมองกลวงๆนั่นก่อนเลยสักนิด
“นี่ลุงสมองเสื่อมหรือเปล่าเนี่ย เฮ้อ” เฟรีสอดดูถูกชายตรงหน้าไม่ได้ เขาไม่เคยสอนนักเรียนโง่ขนาดนี้มาก่อน
“เฮ้ เ้าหนู อย่ามาโทษฉัน นายสอนห่วยเองมากกว่า….ว่าแต่ปุ่มนี้ถูกแล้วแน่นะ” โจนาธานประท้วง
“มันผิด……บอกไปแล้วไง! หัดจำซะบ้างสิ” เฟรีสตอบกลับเสียงดังพร้อมกับเอานิ้วนวดขมับ
“เอาล่ะ ทวนอีกรอบ เปิดที่กั้นเตียงกดปุ่มสีฟ้า ท่อง 30 ครั้ง ปิดที่กั้นให้กดซ้ำอีกครั้ง ท่องอีก 30 ครั้ง เริ่มได้” เด็กน้อยพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย
ดังที่มีคนบอกไว้ว่า สำหรับบางคนแล้วความพยายามอยู่ที่ไหนความพยายามก็อยู่ที่นั่น
ซึ่งไอ้บางคนที่ว่าก็ต้องนับรวมตำรวจหนุ่มเข้าไปด้วย ตอนนี้เขาจึงต้องพยายามต่อไปเพราะยังไม่สำเร็จ
เปิดสีฟ้า ปิดกดซ้ำ เปิดสีฟ้า ปิดกดซ้ำ เปิดสีฟ้า ปิดกดซ้ำ ฯลฯ
เสียงแหบๆของชายหนุ่มกล้ามใหญ่แต่สมองจิ๊ดเดียวแว่วมาเป็ระยะๆ
"ไอ้หนู ที่บอกว่าเวลาเปิดให้กดปุ่มสีฟ้านั่นหมายถึงเปิดสวิทซ์โดรนด้วยใช่ป่ะ?"
"...."
หลังจากท่องเพิ่มอีก 50 ครั้ง ความพยายามก็สำเร็จ
“จำได้สักที เฮ้อ” เฟรีสถอนหายใจแรง ในที่สุดความทรมานก็จบลงเสียที
“ก็ไม่ได้ยากอะไรนี่หว่า” โจนาธานพูดด้วยน้ำเสียงภูมิอกภูมิใจ
"…."
ถึงจะเก่งเื่สืบสวนสอบสวนแต่สำหรับเื่เทคโนโลยีแล้ว ตำรวจหนุ่มเข้าขั้นโง่บัดซบเลยก็ว่าได้ อาทิตย์ที่แล้วเขายังต้องยกคอมพิวเตอร์ไปที่ร้านเพื่อลงโปรแกรมกระจอกๆให้อยู่เลย
------------
ไม่กี่นาทีต่อมา ทั้งคู่ก็ได้มาถึงหน้าโรงพยาบาล
"ระวังตัวด้วยนะเ้าหนู" โจนาธานปลดล็อกประตูรถพร้อมกับพูดกับเด็กข้างๆ
เฟรีสพยักหน้าตอบรับตำรวจหนุ่มเล็กน้อยก่อนจะลงจากรถไป
"เดี๋ยวก่อน! ฉันยังไม่รู้ชื่อเธอเลย"
เพราะว่ามัวแต่เกิดเื่ยุ่งๆ จนป่านนี้เขาเพิ่งจะนึกได้ว่ายังไม่ได้ถามชื่อเ้าหนูตรงหน้าเลย
"เฟรีส" เด็กน้อยตอบกลับสั้นๆ
"นี่ที่อยู่และเบอร์โทรของฉัน ถ้าเจอพ่อแม่เมื่อไรก็ให้ติดต่อกลับด้วยนะ เอาล่ะ! รีบไปเถอะ รักษาตัวด้วย โทรมาได้ตลอดเวลานะ"
พูดจบโจนาธานก็จดที่อยู่พร้อมเบอร์โทรใส่เศษกระดาษยื่นให้เฟรีสและลูบหัวเขาเบาๆ
"...."
"ทำอย่างกับว่าฉันเป็เด็ก(เอ็งเป็เด็ก)แต่นิสัยก็ไม่ได้แย่ ถึงจะโง่ไปหน่อยก็เถอะนะ" ชายหนุ่มร่างเด็กพึมพำเบาๆพร้อมกับเดินเข้าโรงพยาบาลไป
-------------------------
ย้อนกลับมา่เวลาที่เฟรีสหนีออกมาจากโรงพยาบาล
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดก็สำเร็จ กล่องสุ่มขั้นอีปิคซะด้วย"
บุรุษพยาบาลพยาบาลติดเกมส์อุทานด้วยความดีใจ หลังพยายามอยู่นานในที่สุดก็ชนะกิจกรรมจนได้
"ระหว่างไอ้หีบอีปิคบัดซบนั่นกับงานของแกจะเลือกอะไรดีล่ะ?"
ทันใดนั้น เสียงคุ้นหูก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง เหงื่อจำนวนมากเริ่มผุดออกมาตลอดทั่วทั้งตัวภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
“ห ห หัวหน้า คือว่า….”
“ไอ้เด็กนั่นอยู่ไหนนนน !!!”
ชายชราหัวล้านหนวดขาวตะคอกเสียงดังลั่นจนผู้คนแถวนั้นต่างพากันหันมามองเป็ทางเดียว
"กะ...ก็นอนอยู่นี่ไง…เฮ้ย ไม่มี!" เมื่อพบว่าเตียงฉุกเฉินว่างเปล่า หน้าที่ซีดอยู่แล้วก็ยิ่งซีดเข้าไปอีก
นาทีนี้ชายร่างผอมอยากจะเขวี้ยงสมาร์ทโฟนตัวเองทิ้งไปซะ ไอ้หีบนั่นเขาไม่อยากได้แล้ว
“ไปหาเ้าเด็กเวรนั่นมา ถ้าไม่เจอ....แกคงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ชายชราหัวล้านพูดด้วยใบหน้าถมึงตึง
ในฐานะหัวหน้าแผนกเขาเองก็กดดันเช่นกัน เพราะเื่เฟรีสกับเซซาเรียในวันนี้นั้นตอนนี้เริ่มมีสื่อมวลชนให้ความสนใจแล้ว
ถ้าเกิดมีอะไรผิดพลาดขึ้นมาคนจะซวยมันก็คือเขาเองนั่นแหละ
เมื่อได้ยินคำขาดจากหัวหน้า บุรุษพยาบาลอาภัพก็ทั้งเดินทั้งวิ่งตามหาเฟรีสจนทั่วทั้งโรงพยาบาล กระทั่งแม้แต่ภายในห้องคลอด...ถึงโดนด่าก็ไม่แคร์
เพราะถ้าตกงานเมื่อไรบรรดากิ๊กทั้งหลายได้ทิ้งเขาไปแน่ๆ
ฟ้าย่อมเข้าข้างคนพยายาม ในที่สุดเขาก็เจอเด็กบัดซบนั่นที่ห้องน้ำชั้นใต้ดินของโรงจอดรถ
“แฮะ แฮะ ประตูห้องน้ำมันเปิดไม่ออกอ่ะครับ” เฟรีสตอบด้วยใบหน้าใสซื่อ
“เธอ! ห้องน้ำชั้นฉุกเฉินก็มี ทำไมแกต้องมาเข้าที่ชั้นใต้ดินนี่วะ” ชายร่างผอมติดเกมส์ตะคอกด้วยความโมโห
ห้องผ่าตัดแผนกฉุกเฉินนั้นอยู่ชั้นที่ 5 ส่วนที่จอดรถนี่อยู่ B1 จะมาฉี่ไกลไปไหม?
หลังจากได้ยินเสียงตวาด เฟรีสก็แสยะยิ้มจากนั้นก็...
“ฮึก ฮึก แงๆๆ...แง้ๆๆๆ...แง๊ๆๆๆๆๆๆ"
อะไรจะดีไปกว่าใช้ร่างกายน้อยๆนี้ให้เป็ประโยชน์อีกล่ะ
เมื่อเห็นว่าผู้คนรอบๆยังให้ความสนใจไม่พอ เฟรีสก็ไต่ระดับและเพิ่มพลังเสียงขึ้นไปอีกอย่างมีนัยสำคัญ
ซึ่งก็นับว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม บรรดาคนไข้และญาติบริเวณๆนั้นที่เพิ่งลงจากรถ ต่างก็หันมามองเ้าหน้าที่คนนั้นด้วยสายตาตำหนิทันที
"แกตวาดเด็กทำไม?" สาวแว่นติดนิยาย
"เด็กมันป่วยเธอจะดุอะไรนัก" เสียงจากป้าดัดผมคนหนึ่ง
"คนสมัยนี้ช่างจิตใจตกต่ำ พวกไม่มีศาสนาสินะ" คุณลุงหัวไข่ดาวชุดขาว
"ถ้าเธอดุเขาอีก ฉันจะฟ้องหัวหน้าเธอ ฉันจะ..บลาๆๆ(ยาวมาก)" แม่บ้านที่มาเอาฮอร์โมนวัยทอง
"มึ_นี่ไม่รักชาติ หนักแผ่นดิน ไอ้พวกอริราช" ไอ้หนุ่มที่ถูกแม่บังคับมาบำบัดยา
&%$#& %#+^T_T แง๊ๆๆๆ !!!
ท่ามกลางเสียงด่าของแม่บ้านวัยทอง(ยังด่าไม่จบ)รวมถึงคนอื่นๆเคล้าไปกับเสียงร้องไห้ไต่ระดับของเด็กเวรบางคน สถานการณ์ก็เริ่มวุ่นวายมากขึ้น
"ผม…ไม่ได้..."
บุรุษพยาบาลผู้น่าสงสารพยายามอธิบาย แต่ก็ราวกับไฟที่ได้เชื้อเพลิงชั้นดี มันจึงโหมกระหน่ำแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่าง
แน่นอน! เชื้อเพลิงที่ถูกเผาที่ว่ามันก็คือเขาเองนั่นแหละ
“เอาล่ะๆ พี่ขอโทษ หยุดร้องเถอะนะ ขอร้อง…ไหว้ล่ะ” ชายร่างผอมพยายามอ้อนวอนให้เด็กน้อยหยุดร้องไห้ ซึ่งก็ดูจะไม่ได้ผลเลยสักนิด
"อย่าหยิกผม แง๊ๆๆๆๆๆ"
ตูไปหยิกเอ็งตอนไหนวะ ชายร่างผอมร่ำร้องในใจ เขายังไม่ได้แตะตัวเด็กเวรนั่นเลยสักนิด
เมื่อไม่รู้ว่าจะจัดการยังไงแล้ว เขาจึงอุ้มเฟรีสขึ้นเตียงฉุกเฉินและรีบเข็นหนีไปทันทีราวกับถูกไฟลนก้น
เพื่อป้องกันไม่ให้บุรุษร่างผอมหาเื่ เฟรีสจึงแกล้งแหกปากร้องไห้พร้อมกับใส่ร้ายต่างๆนาๆไปตลอดทาง แม้กระทั่งในลิฟท์ก็ไม่เว้น
"ถึงแล้วโว้ย! หยุด หยุด ได้แล้ว ไอ้เด็กเวร" บุรุษพยาบาลผู้โชคร้ายกระซิบข้างหูเฟรีสก่อนจะรีบวิ่งหนีไป
จนถึงตอนนี้เขารู้สึกว่าตนเองหูอื้อเล็กน้อยเพราะโดนคนด่ามาั้แ่ชั้น B1 ถึง ชั้น 5
ระหว่างที่รอห้องผ่าตัดพร้อมนั้นเอง
"เด็กน้อยเธอชื่ออะไรจ๊ะ?"
นางพยาบาลวัยกลางคนถามเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เพื่อลงทะเบียนตามกฎของโรงพยาบาล
"เฟรีส ครับ"
"แล้วนามสกุลอะไรจ๊ะ?"
"เอเทนีก้า"
"พ่อแม่ของเธอล่ะ?"
"...." เฟรีสไม่ตอบแต่กลับยิ้มบางๆ
เสี้ยววินาทีต่อมารอยยิ้มที่ว่านั่นก็เริ่มค่อยๆบิดเบี้ยวกลายเป็การเบะปากแทน
"แง๊ๆๆๆๆๆๆๆ !!"
"!?!"
นางพยาบาลผงะใจนแทบตกเก้าอี้
จู่ๆเ้าเด็กบัดซบตรงหน้าก็แหกปากร้องแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยราวกับจั้มแสกร์ในหนังยังไงยังงั้น
ชายหนุ่มร่างเด็กตกลงว่าจะใช้วิธีนี้นี่แหละ ถ้าเจอคำถามที่ไม่อยากตอบ
'ง่ายสุดๆไปเลยไม่ต้องมีเหตุผลด้วย เป็เด็กนี่ดีจริงๆ'
-------------------------------------------
อุทยานแห่งชาติกรีนไฮ เวลา 20.45 น
ครืนนนน
เสียงฟ้าร้องดังก้องมาแต่ไกล
เมฆดำทะมึนราวกับพรมสีดำหนาหนักแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ลมนิ่งสนิทอากาศเริ่มร้อนอบอ้าวเป็สัญญานว่าฝนห่าใหญ่กำลังจะตกลงมาในไม่ช้า
พรึ่บ
สปอร์ตไลท์แรงสูงถูกเปิดขึ้น บนหน้าผากรีนไฮในตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็สื่อมวลชนที่มารอทำข่าว
อีกส่วนจะเป็อาสาสมัครจากบริเวณใกล้เคียงที่เริ่มทยอยกันมา ทว่า มันกลับไม่มีวี่แว่วความช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐเลยแม้แต่น้อย
สิ่งที่พวกคนด้านล่าง้าที่สุดในตอนนี้ก็คือเฮลิคอปเตอร์ที่ไม่มีวี่แววว่าจะมาสักที
ดังนั้น ถึงจะมีอาสาสมัครเพิ่มขึ้นมันก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นมา
"ผมไม่สามารถให้คุณใช้อุปกรณ์นี้ได้ มันเสี่ยงมากเกินไป"
หัวหน้าทีมอาสากู้ภัยวิทยุบอกโจนาธานจากหุบเหวเบื้องล่าง เขากลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนอีกรอบ
“แล้วคุณมีวิธีอื่นหรือเปล่าครับ?” โจนาธานถามกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย
“รอสักครู่ เดี๋ยวผมจะวิทยุไปที่กรม ปภ. อีกครั้ง ถามดูว่าเฮลิคอปเตอร์ว่างหรือยัง” หัวหน้าอาสาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า
"ทีมอาสากู้ภัยกรีนไฮเรียก ปภ. เฮลิคอปเตอร์พร้อมหรือยัง คนเจ็บยังรออยู่ ย้ำ คนเจ็บยังรออยู่ ทราบแล้วเปลี่ยน"
“จาก ปภ.ถึงทีมกู้ภัย คือว่า…ขณะนี้เรากำลังไปรับเพื่อนอีกกลุ่มขององค์หญิง ทราบแล้วเปลี่ยน” เ้าหน้าที่ ปภ. ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเสียงสั่นเครือ
"บัดซบ…" หัวหน้าทีมอาสากู้ภัยสบถดังลั่น
"ผมว่าคุณไม่มีตัวเลือกอื่นแล้วล่ะ" โจนาธานพูดเลียนแบบเฟรีส