ทันทีที่ประตูบ้านเปิดออกก็มี'ชายคนหนึ่ง'เดินเข้ามา
"ป๊ะป๋า เขาคือปู่คนแคระข้าง ๆ บ้าน" เอลิน่าที่กำลังจะตักซูเฟล่เข้าปาก บอกกับอลัน
อลันรู้จักเขา แต่ไม่เคยคุยกันแม้แต่ครั้งเดียว รู้แต่ว่าเขาชื่อกลออิน เป็เ้าของร้านขายอาวุธข้างบ้าน ผิวขาวรูปร่างอ้วนเตี้ย ส่วนสูงเพียงเลยเอวของเขามานิดหน่อยเท่านั้น ผมและหนวดเป็สีเทาราวกับคนแก่อายุ 70 ปี แต่หน้าตาผิวพรรณแดงเปล่งปลั่งไม่เหมือนคนแก่เลย เครายาวจนถึงอกถูกถักเป็เปียสองแฉก เขาถือค้อนสีดำอันใหญ่สูงเกือบเท่าไหล่ของเขา รองเท้าบูตหนังและเสื้อคลุมขนสัตว์สีน้ำตาลทำให้เขาดูเหมือนหมีที่หน้าตา'ประหลาด'หน่อยๆ อลันสงสัยที่เพื่อนบ้านที่แทบไม่เคยเห็นกันจู่ๆ ก็เข้ามาอย่างกะทันหันเอ่ยถามว่า
"กลออินคุณมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ"กลออินเห็นเอลิน่ากำลังจะตักซูเฟล่ชิ้นสุดท้ายเข้าปาก สีหน้าแดงก่ำไปด้วยความตื่นเต้น ยกมือขอร้องไม่ให้เอลิน่ากินขนมส่วนที่เหลือเข้าปาก ละล่ำละลักพูดว่า"นังหนูห้ามกินหมดนะ เหลือให้ข้าบ้าง! "กลออิน เป็น'ช่างตีเหล็ก'เผ่าคนแคระ พวกเขาอาศัยอยู่ทางแดนเหนือเป็นส่วนใหญ่เพราะมีเหมืองแร่มีค่าอยู่มาก เขาเปิดร้านขายอาวุธอยู่ข้างๆ กับพวกอลัน วันนี้เขาเพิ่งเสร็จจากงานซ่อมเกราะชุดใหญ่กำลังเหนื่อยสุด ๆ กว่าจะทำเสร็จฟ้าก็มืดซะแล้ว ตอนนี้เขากำลังหิวจนหน้ามืดแต่ยังต้องเดินไปหาอะไรกินถึงใจกลางหมู่บ้าน พอเดินผ่านบ้านของอลัน ก็ได้กลิ่นหอมหวนแบบที่ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนลอยออกมา เขาไม่สามารถเดินต่อไปได้อีกแม้แต่ก้าวเดียว กลิ่นหอมชวนหิวนั้นราวกับคีมเหล็กหนีบจมูกเขาไว้ จึงเผลอเดินเข้ามาโดยไม่รู้ตัว เห็นภายในบ้านส่องสว่างสดใส กลออินก็แปลกใจมาก เลยแอบมองดูทางหน้าต่างเขารู้ว่า'โรงแรม'เก่านี้มีมนุษย์พ่อและลูกสาวอาศัยอยู่ข้างในได้ 5 ปีเศษแล้ว ชายคนนั้นเป็นคนพิการ กลออินไม่เคยคุยกับเขา ส่วน'ลูกสาว'ตัวน้อยสวมหมวกคลุมหัวสีเทาตลอดทั้งวัน เธอน่ารักมากบางครั้งเธอก็มานั่งยอง ๆ ที่ประตูร้านเพื่อดูตอนเขาใช้ค้อนทุบเหล็กเขายังนึกเสียดาย'โรงแรม'นี้ตลอดมา ในช่วงแรกๆ ที่เขาพึ่งจะเปิดร้านขายอาวุธที่หมู่บ้านกรีนล็อกนี้ ซึ่งก็ผ่านไปร้อยกว่าปีแล้ว ตอนนั้นโรงแรมนี้คึกคักเต็มไปด้วยนักรบรับจ้างมาใช้บริการหนาแน่นทุกวัน แต่เมื่อมีการเซ็นต์สัญญาสงบศึกนักรบรับจ้างก็ไม่มีงานทำ โรงแรมนี้ก็ค่อย ๆ ซบเซาจนปิดในที่สุดจำได้ว่าในตอนนั้นกลออินรู้สึกมีความสุขกว่าตอนนี้มาก อาวุธที่เขาทำมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วสนามรบพร้อมกับเกียรติยศของนักรบที่ถือมัน หลังจากที่ทำงานหนักก็มานั่งดื่มสังสรรค์กับเพื่อนฝูง หรือไม่ก็คนแปลกหน้าที่โรงแรมนี้เป็นประจำ แต่ตอนนี้งานสร้างอาวุธลดน้อยลงมาก เขาต้องมารับงานซ่อมแซมที่ไม่ชอบแทน แถมยังต้องเดินไปกินข้าวไกลๆ ทุกวันอีกด้วย"กลออิน...ยินดีรับใช้... ข้าขออภัยที่เข้ามาโดยพลการ กลิ่นหอมของอาหารที่ท่านทำ นำพาขาของข้ามา ข้าเห็นทั้งหมดจากทางหน้าต่าง ท่านเป็นผู้ที่ทำอาหารนี้ ขอให้ข้าได้กินมันบ้างเถิด ไม่สิๆ ขายให้ข้าเถอะ ข้ายินดีจ่ายในราคาที่ท่านพอใจ" กลออินพูดกับอลันอย่างจริงจัง ทำท่าทางย่อโค้งตัวด้วยเอวตันๆ ของเขาอลันที่เพิ่งตกตะลึงก็ตั้งสติได้ ตอบเขาไปอย่างสุภาพว่า “ต้องขออภัยจริงๆ อาหารจานนี้ผมทำให้กับลูกสาว คงขายให้คุณไม่ได้หรอก”พอได้ยินคำตอบของอลัน กลออินก็คอตกอย่างผิดหวัง“ป๊ะป๋า ชิ้นนี้เอลิน่าไม่กินแล้วก็ได้ ถ้าคุณปู่คนแคระอยากกิน เอลิน่ายกให้ก็ได้” เอลิน่าเห็นเขาทำท่าน่าสงสารจึงพูดขึ้นอย่างน่ารักกลออินได้ยินก็หัวเราะเสียงดังตอบว่า “เป็น'เด็กมนุษย์'ที่รู้ความน่ารักจริงๆ สบายใจได้ พวกท่านบอกราคามาเถอะ เท่าไหร่ก็ได้”นี่เป็นครั้งแรกที่อลันทำ'อาหาร'ในโลกนี้ ไม่รู้จะตั้งราคายังไงถึงจะเหมาะสม ขณะกำลังคิดใคร่ครวญ เอลิน่าก็พูดออกมาอย่างไร้เดียงสา“ป๊ะป๋าเคยบอกว่าขนมนี้อร่อยกว่าขนมปังหวานร้อยเท่า อย่างนั้นก็ต้องแพงกว่าร้อยเท่าน่ะสิคะ”พอกลออินได้ยินราคาก็ตกใจตาโต พูดเสียงละห้อย“หนึ่งร้อยเหรียญทองแดง?! นั่นซื้ออาหารที่'ร้านเหล้าของเบอร์เจส'ได้มื้อใหญ่เลยนะยัยหนู แถมไวน์อีกสองเหยือกด้วยซ้ำ ขนมนี้มันทำด้วยเนื้อมังกรงั้นรึ”“เอ่อ คุณอย่าถือสาคำพูดลูกสาวของผมเลย หากคุณต้องการ ก็จ่ายในราคาเดียวกับขนมปังหวานที่ราคาหนึ่งเหรียญทองแดงเถอะ” อลันก็รู้สึกว่าแพงเกินไป ขนาดขนมปังหวานชื่อดังก็ยังขายแค่หนึ่งเหรียญทองแดง จึงได้พูดออกไป แต่คนแคระกลออินกลับโบกมือปฎิเสธเสียงแข็ง ย่นหน้าอย่างถือดีพูดว่า“เนย์ๆๆ (ไม่ๆๆ) ให้เคราดกตายสิ ในเมื่อข้าได้พูดไปแล้ว ต่อให้'หมดตัว' ข้าก็ต้องจ่าย คนแคระจ่ายหนี้ของเขาเสมอ!” พูดเสร็จด้วยความอยากกินจนทนไม่ไหว เขาก็คว้าส้อมจากมือเอลิน่ายัด'ซูเฟล่'เข้าปากกว้างนั่นในคำเดียวจนหนวดเลอะไปด้วยครีมสีขาวทันทีที่สัมผัสลิ้น ความรู้สึกนุ่มฟูราวกับปุยเมฆกำลังละลาย กลิ่นควันกระทะและกลิ่นหอมหวานเข้มข้นปนขมเล็กน้อยของ'คาราเมลบัทเตอร์' อบอวลอยู่ในปาก กลออินรู้สึกอร่อยจนไม่รู้จะบรรยายยังไงได้ถูก รู้สึกล่องลอยเคลิบเคลิ้มจนเผยอยิ้มออกมา หน้าตาของเขาดูมีความสุขสุด ๆ ราวกับคริสต์มาสมาถึงก่อนกำหนด(อร่อย! ไม่ใช่สินี่มัน...อร่อยมาก! ไม่น่าเชื่อว่าจะมีของอร่อยขนาดนี้อยู่ในโลก)กลออินอดไม่ได้ที่จะ'เลียหนวด'เลยทีเดียว นี่เป็นนิสัยเสียที่เขามักจะทำเมื่อได้กินของอร่อยจริงๆ เท่านั้น ถ้าเมียเขามาเห็นเข้าละก็ต้องโดนทุบแน่นอนตอนแรกกลออินยังรู้สึกว่าอาหารบ้านี่แพงบรรลัย รู้สึกเสียใจที่ตกปากรับคำไว้ก่อนหน้านี้ แต่ด้วยความรู้สึกว่าไม่อยากเสียหน้า แล้วก็กำลังหิวจนหน้ามืด ไม่ว่ายังไงก็ต้องกินให้ได้เขาเพิ่งเคยกินอาหารที่อร่อยขนาดนี้เป็นครั้งแรกตลอดช่วงชีวิตคนแคระสองร้อยกว่าปีของเขา แค่เพียงรสชาติที่อร่อยจนเกินบรรยายราคานี้ก็คุ้มค่าสุด ๆ ยังไม่พอ เขายังรู้สึกได้ถึงพละกำลังที่ฟื้นคืนมาเต็มเปี่ยม แถมยังรู้สึกแข็งแรงขึ้นนิดหน่อยอีกด้วย ด้วยประสบการณ์ทำอาวุธชุดเกราะมาร้อยกว่าปี เขารู้ได้ทันทีว่านี่คือผลจาก'โพชั่น'ฟื้นฟูกำลังชั้นสูงอย่างแน่นอนเขาตกตะลึง(เคราดูรินเป็นพยาน! เป็นไปไม่ได้ ขนมชิ้นเล็กๆ นี้ ทำได้ยังไงกัน)การ'ซ่อม'อาวุธแต่ละครั้งยังเหนื่อยกว่าตีขึ้นใหม่หลายเท่า ถึงจะเหวี่ยงค้อนน้อยครั้งกว่า แต่ต้องใช้สมาธิและความแม่นยำค่อนข้างสูง ผิดพลาดไม่ได้ ทำให้เหนื่อยล้าได้ง่าย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา งานสร้างอาวุธใหม่ลดน้อยลง ทุกวันกลออินต้องรับงานซ่อมอาวุธจำนวนมากแทน บางครั้งเพื่อให้ภาระงานเสร็จสมบูรณ์บางครั้งต้องดื่ม'ยาฟื้นพลังระดับกลาง'หนึ่งขวดในตอนเที่ยง ซึ่งปาเข้าไปขวดละห้า'เหรียญทอง'แล้ว แถมการพึ่งพาของสิ่งนี้มากเกินไปมีผลข้างเคียง ตอนนี้เขาเริ่มแก่ตัวและเขารู้สึกได้ชัดเจนเนื่องจากร่างกายเริ่มโทรมหลังจากใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานานค่า'ซ่อม'อาวุธชุดเกราะหนึ่งชิ้นได้ค่าแรง 1 เหรียญทองปรกติแล้วกลออินรับได้วันละ 7-8 ชิ้น แต่หากมี'ซูเฟล่'ฟื้นฟูชิ้นนี้เขาจะทำได้มากกว่า 20 ชิ้นงาน คิดเป็นเงินกำไรมากกว่า 20 เหรียญทองต่อวัน'อาหาร'แสนอร่อยนี้ราคาแค่หนึ่งทองเท่านั้น กลับมีประสิทธิภาพที่มากกว่า'โพชั่นระดับกลาง' นี่แทบจะเป็น'ทองคำ'ที่หล่นจากฟ้า แถมยังรู้สึกว่าไม่มีผลค้างเคียงอะไรเลย ตอนนี้ในสมองของคนแคระกำลังทำบัญชีอย่างรวดเร็ว“ปู่เคราขาว ขนมของป๊ะป๋าอร่อยสุดๆ เลยใช่มั้ยล่า” เอลิน่าหัวเราะเบา ๆ และมองไปที่กลออินที่ยังไม่หายตะลึง“ข้าได้'ตกหลุมรัก'รสชาตินี้ซะแล้ว” กลออินถอนหายใจ พูดตอบเอลิน่าพลางส่งวางส้อมในมือลงแล้วมองไปที่อลัน หัวเราะอย่างร่าเริง "'พี่ชาย' ขออาหารที่ท่านเรียกว่า'ซูเฟล่'นี้ให้ข้าอีกได้หรือไม่ มันอร่อยเหาะไปเลย ฮาๆๆ "อลันบอกเขาอย่างเสียใจว่า “ขออภัยด้วยจริงๆ ผมได้ใช้วัตถุดิบทั้งหมดไปกับจานนี้แล้ว หากคุณต้องการกินอีกรบกวนมาใหม่อีกครั้งพรุ่งนี้เถอะ” -----------------------------------------------------
Glorin The Blacksmith (Workshop), Credit : Annadel Cinco