ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    บทที่ 29 : ความโกรธของเต้าเฟิง

    ความโกรธของเต้าเฟิง
    “อัญมณีเลือด!” ฉู่หว่านเอ๋อร์ตกใจ เธอเคยได้ยินแต่หยกเลือด คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีอัญมณีเลือดด้วย เธอพลันมีสีหน้าหวาดกลัวขึ้นมา ดีที่เธอไม่ได้เสนอราคาประมูลมา ไม่อย่างนั้นชีวิตของเธอคงจะตกอยู่ในอันตราย
    ‘ไม่แปลกเลยที่เขาจะเรียกมันว่าขยะ’ เธอคิดในใจ ขณะเดียวกันก็รู้สึกสงสารคนที่จะประมูลมันไปขึ้นมา
    แต่เธอแน่นอนว่าไม่คิดที่จะไปบอกอะไรกับคนที่ประมูลได้ เพราะมันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเธอ อีกอย่างเธอคิดว่าถึงบอกไป อีกฝ่ายก็คงไม่เชื่อเธอแน่
    การเสนอราคาประมูลอัญมณีแดงจบลงด้วยราคาห้าล้านหยวน เป็นหญิงวัยกลางคนร่างอ้วนได้มันไป
    จากนั้นของประมูลชิ้นที่สองก็ถูกนำขึ้นมาแสดง ผู้คนเสนอราคาประมูลอย่างดุเดือด
    จนของประมูลผ่านไปหลายชิ้น แต่ก็ไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียวที่ดึงดูดสายตาของหลินเฉิน เขาได้แต่ส่ายหน้าไปมา น่าผิดหวัง น่าผิดหวังเกินไป
    ในตอนนี้ของประมูลชิ้นต่อไปถูกนำขึ้นมาแสดงบนเวที มันเป็นหยกสีเขียวที่มีการแกะสลักที่สวยงาม
    หลินเฉินมองไปที่หยก แต่มันก็ไม่ได้ดึงดูดสายตาของเขาเลยสักนิด อย่างไรก็ตาม หยกสีเขียวนี้กับมีประโยชน์กับผู้หญิง เพราะมันคือหยกเขียวอ่อนเยาว์
    ผู้หญิงคนใดที่มีมันในครอบครอง จะแก่ช้าลง ไม่มีริ้วรอยความชราบนใบหน้า แม้ว่าอายุจะสี่สิบห้าสิบแล้วก็ตาม
    หลินเฉินพลันหันไปบอกฉู่หว่านเอ๋อร์ “คุณควรประมูลหยกอันนี้”
    “ทำไมคะ?” ฉู่หว่านเอ๋อร์ถามออกมาอย่างอดไม่ได้ แต่เรื่องที่เขาเพิ่งจะพูดออกมา มันทำให้เธอตื่นเต้น เพราะของประมูลผ่านไปหลายชิ้นแล้ว แต่ก็ไม่มีชิ้นไหนเลยที่ดึงดูดสายตาของเขาได้
    ด้วยเหตุนี้ เธอจึงค่อนข้างที่จะอยากรู้ว่าหยกสีเขียวที่กำลังถูกนำแสดงขึ้นประมูลอยู่ มีความพิเศษอย่างไร
    “มันคือหยกอ่อนเยาว์ มีประโยชน์ต่อผู้หญิงเป็นอย่างมาก ขอเพียงพกมันไว้กับตัว มันจะช่วยให้คุณดูอ่อนเยาว์มากขึ้น ชะลอความแก่ชรา” หลินเฉินพูดไปตามตรงถึงประโยชน์อันดีงามของหยกอ่อนเยาว์
    หัวใจของฉู่หว่านเอ๋อร์เต้นตึกตักขึ้นมา มีผู้หญิงคนไหนบ้างที่ไม่อยากอ่อนเยาว์ให้นานเท่าที่จะทำได้ เธอไม่ลังเลที่จะร่วมเสนอราคาประมูล สุดท้ายก็ชนะการประมูลมาได้ด้วยราคาสามล้านหยวน
    ฉู่หว่านเอ๋อร์รีบไปชำระเงินค่าประมูล พร้อมกับรับหยกอ่อนเยาว์มาอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าจะมีคนมาขโมยมันไปอย่างไรอย่างนั้น
    “กลับเถอะ นี่ก็ใกล้จะบ่ายสองแล้ว แถมที่นี่ยังไม่มีของประมูลอะไรที่น่าสนใจอีก” หลินเฉินพูดพลางส่ายหน้าไปมา เขาคิดว่าเขาคงไม่เข้าร่วมงานประมูลที่ไหนอีกแล้ว
    ที่โลกปัจจุบันแตกต่างจากโลกอมตะอย่างสิ้นเชิง ที่โลกปัจจุบันแทบจะไม่มีของล้ำค่า แต่ที่โลกอมตะนั้นของล้ำค่ามีมากมายนับไม่ถ้วน
    ฉู่หว่านเอ๋อร์เห็นด้วยกับหลินเฉิน เธอพาเขาออกจากห้องโถงจัดงานประมูลในทันที
    แต่เพียงแค่ออกมา เธอต้องชะงัก เมื่อเธอเห็นว่าเต้าเฟิงกำลังเดินมาพร้อมกับเหอเถียนด้วยสีหน้าบูดบึ้งบิดเบี้ยว ไม่จำเป็นต้องบอกก็รู้ว่าเขากำลังเต็มไปด้วยความโกรธ
    จะไม่ให้เขาเต็มไปด้วยความโกรธได้ยังไง ในเมื่อหลินเฉินกล้ามายุ่งกับฉู่หว่านเอ๋อร์ หญิงสาวผู้ที่เขาไล่ตามจีบมาหลายปี
    เต้าเฟิงเป็นชายหนุ่มอายุสามสิบ ใบหน้าหล่อเหลา แต่สีหน้าดูอิจโรย ชัดเจนว่าเขาคงจะโหมเรื่องบนเตียงหนักมากเกินไป ถึงได้มีสีหน้าอิจโรยแบบนี้
    ด้านหลังของเต้าเฟิงกับเหอเถียนยังมีบอดี้การ์ดเดินตามมาสองคน บอดี้การ์ดทั้งสองคน ล้วนเป็นผู้ฝึกตน แม้ว่าจะเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับรับรู้กำลังขั้นปลายก็ตาม
    “แกกล้าดียังไงมายุ่งกับผู้หญิงของฉัน!” พอเดินมาถึงตรงหน้าของหลินเฉินกับฉู่หว่านเอ๋อร์ เต้าเฟิงก็มองหลินเฉินตาเขียว
    หลินเฉินขมวดคิ้ว มองฉู่หว่านเอ๋อร์
    ฉู่หว่านเอ๋อร์ที่รับรู้ถึงสายตาของเขา แน่นอนว่ารู้สึกโกรธขึ้นมาในทันที หลินเฉินเป็นแขกที่เธอชวนมางานประมูลด้วย แต่กลับต้องมาถูกเต้าเฟิงมาหาเรื่อง ถ้าเธอไม่จัดการเรื่องนี้ เกรงว่าความสัมพันธ์อันดีที่เธอคาดหวังเอาไว้จากเขาคงจะจบลงเป็นแน่
    “เต้าเฟิง นายหุบปากซะ ใครเป็นผู้หญิงของนาย!” ฉู่หว่านเอ๋อร์ตวาดใส่เต้าเฟิง
    เต้าเฟิงอึ้งไปจนมีสีหน้ามึนงง แม้เขาจะตามจีบฉู่หว่านเอ๋อร์มาอย่างไม่ลดละ เธอก็แค่เพียงไม่สนใจเขาเท่านั้น ไม่มีครั้งไหนเลยที่ตวาดใส่เขาแบบนี้ แต่ตอนนี้เธอกลับตวาดใส่เขา เพียงเพราะผู้ชายหน้าตาบ้านๆ อย่างหลินเฉิน
    บอกตามตรงว่าเรื่องนี้เขารับไม่ได้อย่างแรง และนอกจากรับไม่ได้แล้ว ภายในใจของเขายังเต็มไปด้วยความอิจฉาอันรุนแรง ฉู่หว่านเอ๋อร์ไม่เคยปฏิบัติกับเขาแบบนี้สักครั้ง แต่กลับหลินเฉิน เธอกลับแสดงมันออกมา
    “บัดซบ! ไอ้ขยะ! ฉันจะฆ่าแก!” ด้วยความอิจฉาและความโกรธอันรุนแรง ทำให้เต้าเฟิงกระโดดเข้าหาหลินเฉิน พร้อมทั้งง้างหมัดขึ้น ก่อนที่จะเล็งชกไปที่ใบหน้าของหลินเฉิน
    “เต้าเฟิงหยุดนะ!” เมื่อเห็นว่าเต้าเฟิงกระโดดเข้ามาหมายมั่นที่จะชกหลินเฉิน ฉู่หว่านเอ๋อร์ก็ร้องออกมาอย่างตกใจ
    ทางด้านหลินเฉิน เขาหรี่ตาลง ในเมื่อคิดที่จะทำร้ายเขา เขาเองก็จะตอบโต้กลับ ยกมือขึ้นมารวบเป็นหมัด เอียงคอหลบหมัดของเต้าเฟิง ก่อนที่จะชกสวน กระแทกหมัดลงไปที่ใบหน้าอย่างรุนแรง
    ใบหน้าของเต้าเฟิงยุบลงไปเล็กน้อย จมูกหักไป เลือดพุ่งออกมาจากปากและจมูกพร้อมกัน ขณะเดียวกันฟันสองสามซี่ก็กระเด็นออกมาจากปากของเขา ร่างกายปลิวกระเด็นออกไปชนกับเหอเถียนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
    ส่งผลให้ศีรษะของเหอเถียนกระแทกพื้นอย่างรุนแรง สลบไปในทันที จากการกระแทกพื้น ทำให้ศีรษะของเขาแตกมีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก ถ้าเขาไม่ถูกนำตัวไปส่งที่โรงพยาบาลโดยเร็ว เกรงว่าจะเสียเลือดจนเสียชีวิตในไม่ช้า!
    “อ้าก...” เต้าเฟิงที่ร่างปลิวมาชนกับเหอเถียนตกลงที่พื้น เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก เสียงร้องกำลังจะถูกส่งออกมาจากปากของเขา แต่สุดท้ายเสียงของเขาก็ออกมาได้นิดเดียว เนื่องจากหลินเฉินใช้พลังปราณทำให้เขาไม่อาจส่งเสียงออกมาได้
    สาเหตุที่หลินเฉินต้องทำให้เต้าเฟิงไม่อาจส่งเสียงได้ มันแน่นอนอยู่แล้วว่า เป็นเพราะไม่ต้องการให้ผู้คนออกมาดู เดี๋ยวจะมันจะกลายเป็นวุ่นวายน่ารำคาญ
    “แกกล้าทำร้ายนายน้อยเต้า!” สองบอดี้การ์ดในตอนนี้ได้พุ่งเข้ามาหาหลินเฉินพร้อมกัน
    การที่เต้าเฟิงถูกทำร้ายแบบนี้ ถ้าพวกเขาไม่จัดการหลินเฉิน เกรงว่าคงจะไม่มีคำอธิบายให้แก่เจ้านายของพวกเขาได้
    หลินเฉินที่เห็นสองบอดี้การ์ดพุ่งเข้ามา เขาก็รู้สึกรำคาญยิ่ง ปล่อยหมัดออกไปสองหมัด กระแทกใบหน้าคนทั้งสองจนปลิวกระเด็นไปชนผนัง จนสลบเหมือดไป
    ใบหน้าของพวกเขาที่ถูกหมัดของหลินเฉินชก แน่นอนว่ามันมีสภาพแบบเดียวกันกับใบหน้าของเต้าเฟิงอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
    ฉู่หว่านเอ๋อร์ที่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แน่นอนว่าตกใจจนยกสองมือปิดปาก กลัวว่าจะส่งเสียงออกมา เธอคิดไม่ถึงว่าหลินเฉินจะเก่งขนาดนี้ ถึงกับล้มบอดี้การ์ดฝีมือดีทั้งสองคนของเต้าเฟิงได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่สองหมัดเท่านั้น!
    จบบทที่ 29