ตึง!
กระแสลมปราณอลหม่านอบอวลบนสังเวียน ภาพที่เห็นดลคนทั้งสนามให้ตื่นตะลึง
ฉู่เหินรับหมัดของหลิวเหมิ่งได้กระนั้นหรือ?
เปลวแสงสีดำพุ่งสูงที่แขนของฉู่เหินกับแสงทองพันกำปั้นของหลิวเหมิ่งปะทะกันอย่างรุนแรง
พื้นใต้เท้าของทั้งสองแตกเป็รอยแยกเหมือนใยแมงมุมอย่างเงียบเชียบ
“พับผ่า นี่มันอะไรกัน?”
“เ้าเด็กนั่นต้านการบุกของอาจารย์หลิวเหมิ่งได้หรือ?”
...
ความเปลี่ยนแปลงกะทันหันทำคนทั้งสนามอึ้งจนพูดไม่ออก
เหล่าคนใต้สังเวียนอย่างเฮ่อเฉา ฮ่าวจึ และหลี่เวย เป็ต้น ล้วนแล้วแต่ไม่อยากจะเชื่อสายตาเฮ่อเสี่ยนที่เพิ่ง ‘ขุดหลุมฝัง’ ฉู่เหินไปหมาดๆ ยิ่งตื่นใเข้าไปใหญ่
พริบตานั้น ร่างของฉู่เหินพลันแปรเปลี่ยนเป็เร้นลับในสายตาของทุกคนขึ้นมา
บุรุษหนุ่มผู้มาจากเมืองหลินเหยียนช่างลึกล้ำซ่อนเร้นมิเปิดเผย
เห็นพลังมืดจู่โจมจากหมัดฉู่เหินแล้วหลิวเหมิ่งก็คลายคิ้วที่เคยขมวดแล้วแย้มยิ้มชมชอบ
“ไม่เลวเลย! ไม่นึกเลยว่าที่นี่จะมีฟ้าประทานยอดเยี่ยมเฉกเช่นนี้เร้นกายอยู่ด้วย”
อึง!
สิ้นคำ ฉู่เหินเก็บแรงหมัดกลับมา หันกายหายตัวไปหาเฮ่อเสี่ยนที่อยู่ไม่ไกลออกไป
ทุกคนใ ฉู่เหินผู้นี้กลับอยากหาเื่อีกฝ่ายเอาตอนนี้หรือนี่
“ฮึ!” เฮ่อเสี่ยนขมวดคิ้ววาดกระบี่คมทิ่มแทงไปทางฉู่เหิน “ถอยไปไกลๆ!”
ในสายตาของเฮ่อเสี่ยนฉู่เหินไม่ตายเพราะหมัดเมื่อครู่ของหลิวเหมิ่งก็นับว่าโชคดีมากแล้วยามนี้เ้าต่ำต้อยนี่ยังมีหน้ามาราวีเขาอีกหรือ? โง่เง่าสิ้นดี
ฉู่เหินแววตาเย็นะเืขึ้น โครงหน้าอันทรหดเปิดเผยความโเี้เฉียบขาด
ฟิ้ว!
ฉู่เหินแวบวาบมาอยู่ตรงหน้าเฮ่อเสี่ยนในพริบตาหลบกระบี่ยาวของเขาอย่างแสนง่ายดาย ตะครุบข้อมืออีกฝ่ายไว้รวดเร็วดุจฟ้าคะนองแล้วพลิกมือชิงกระบี่ในมือของเฮ่อเสี่ยนมา
อะไร?
เฮ่อเสี่ยนใจนหน้าถอดสี พลังของคนผู้นี้แข็งแกร่งกว่าที่คิดไว้มากนัก
“คิดว่าพ่อกลัวแกนักหรือ?” ฉู่เหินตะคอกเยียบเย็นเงื้อแขนขึ้นตบเฮ่อเสี่ยนไปฉาดหนึ่ง “ไสหัวไปหาแม่เสียเ้าสวะ...”
เพี้ยะ!
ฝ่ามือตบหน้าเฮ่อเสี่ยนอย่างแรงจนปลิวลอยไป เืสดพร้อมฟันหลุดร่วงจากปากเฮ่อเสี่ยนผู้ระดับพลังเปิดชีพจรขั้นแปดลอยละลิ่วปลิวละล่องหล่นลงจากสังเวียนอย่างแรงท่ามกลางสายตาตกตะลึงนับคู่ไม่ถ้วน
เงียบสงัด เงียบสงัดราวกับป่าช้า!
เื่ราวที่เป็ไปเกินใจคนจะทนรับไหว นี่มันการทดสอบนะ!
เฮ่อเสี่ยนผู้องอาจแกล้วกล้าทะนงในตัวเองสุดโต่งเมื่อครู่กลับถูกตบหล่นจากสังเวียนในฉาดเดียวหากเป็หลิวเหมิ่งยังพอว่า แต่กลับเป็ฉู่เหินที่ผู้ใดก็ไม่เห็นอยู่ในสายตา
“แค่กๆ...”
เฮ่อเสี่ยนนอนพังพาบไอเป็เืไม่หยุด ไม่มีปัญญาจะลุกขึ้นด้วยซ้ำ
ต่างคนต่างใ ฉู่เหินผู้นี้ตบแรงถึงเพียงไหนกันนี่? เฮ่อเสี่ยนถึงได้หน้าบูดหน้าเบี้ยวปานนี้
ชั่วขณะนั้น ฝูงชนโดยรอบเบนสายตาไปมองอัจฉริยะอีกด้านอย่างเฮ่อเฉามาตรแม้นเขาจะแสดงออกว่าสงบนิ่งเพียงไรแต่ดวงตานั้นเล่ากลับวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะรำไร
...
คนอื่นบนเวทีอึ้งสนิท
จากนั้น ฉู่เหินก็หันเหความสนใจมาที่หลิวเหมิ่งอีกครั้งขยับแขนขว้างกระบี่เล่มยาวที่ชิงมาจากเฮ่อเสี่ยนออกไป
ฟิ้ว!
กระบี่แหลมคมแทงทะลุอากาศธาตุ ดุจดั่งดาวตกบนท้องนภาในราตรี
“ฮะๆ มาพอดีเลย ให้ข้าดูทีซิว่าเ้าเด็กเหลือขอนี่มีดีอะไร?” หลิวเหมิ่งเลิกคิ้ว พลังหยวนแท้มหาศาลกรอกใส่ดาบใหญ่
กึงๆ
ทันใดนั้น ดาบใหญ่ปลดปล่อยแสงทองสุกสกาวออกมา หลิวเหมิ่งยกมือผ่าดาบออกไปเสียงชิ้งดังก้องใส กระบี่ยาวที่ฉู่เหินขว้างมาหักลงตามเสียงมันหักเป็สองท่อนไปเสียอย่างนั้น
คมกระบี่สองท่อนร่ายระบำในอากาศ
ฝูงชนโดยรอบใจหายใจคว่ำ หลิวเหมิ่งจริงจังกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก
แต่ขณะเดียวกันกับที่กระบี่หักออก ฉู่เหินก็เริ่มใช้ฝีเท้าัดาวเหนือจรสองมือบีบพลังหยวนแท้ พุ่งปรี่เข้าหาศัตรูดุจผีสาง
ระหว่างการเคลื่อนไหวนั้นั์ตาดำสนิทกระจ่างใสของฉู่เหินพลันแปรเปลี่ยนเป็สีม่วงอ่อนจางอย่างเงียบเชียบ
“เฮ้ยๆ น่าสนใจดีนี่” หลิวเหมิ่งตื่นเต้นจนเริ่มคึกคะนอง บุกใส่ฉู่เหินทันที
‘ทางซ้าย!’
ั์ตาฉู่เหินหรี่ลงเล็กน้อย มุมปากยกเป็ยิ้มบาง
ตู้ม!
ดาบใหญ่ของหลิวเหมิ่งทุ่มลงที่ตำแหน่งทางซ้ายของฉู่เหินอย่างรุนแรง พลังโจมตีน่าสะพรึงกลัวทำลายพื้นสังเวียนเป็หลุมขนาดั์
“หลบพ้นหรือนี่?” เสียงโพล่งจากฝูงชนเบื้องล่าง
เมื่อครู่เหมือนฉู่เหินรู้ลำดับการโจมตีของหลิวเหมิ่งก่อนแล้วอย่างไรอย่างนั้นเมื่อดาบใหญ่ฟาดฟันลงมาเขาถึงได้หลบทันในพริบตาเดียว มิหนำซ้ำภาพที่น่าตะลึงที่สุดยังรอคอยอยู่หลังจากนี้
วินาทีเดียวกันกับที่ฉู่เหินหลบการบุกของหลิวเหมิ่งได้ เขาก็ยื่นมือขวาออกไปฉับพลันกรงเล็บตะปบเอาคมกระบี่หักครึ่งที่เมื่อครู่หักลอยอยู่กลางอากาศและยังไม่ตกถึงพื้นอย่างรวดเร็ว
ฉู่เหินใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางหนีบคมกระบี่ครึ่งเดียวนั้นไว้อย่างแม่นยำ ขยับข้อมือเสียงฟิ้วแว่วดัง คมกระบี่ท่อนนั้นตัดผ่าสลาตันเข้าจู่โจมหลิวเหมิ่ง
เงากระบี่ราวกับแสง ทิ่มแทงตาผิดสามัญ!
หัวใจของทุกคนตกไปอยู่ที่ตาตุ่มหลิวเหมิ่งผู้ตั้งรับไม่ทันก็ั์ตาหรี่เล็กเท่ารูเข็ม
แคว่ก
คมกระบี่ครึ่งเดียวกรีดบนไหล่ด้านซ้ายหลิวเหมิ่งอายกระบี่เฉียบคมตัดเสื้อเหนือไหล่ในพริบตา เสียงอันชัดเจนนั้นทิ่มแทงโสตประสาททุกผู้ทุกนามในที่นั้น
...
ครืน!
ภาพที่เห็นเหมือนเช่นฟ้าผ่าลงข้างหู
ต่างคนต่างปากอ้าตาค้าง หัวใจเอ่อล้นด้วยความรู้สึก
ทั้งสนามเงียบสงัดอย่างไม่เคยเป็มาก่อนแม้จะเทียบกันกับคราวที่เฮ่อเฉากลุ่มที่แล้ว ‘สังหารเบ็ดเสร็จ’ ก็ไม่ได้ตื่นตะลึงเท่าตอนนี้เลย
“์ช่วย!”
“เ้านี่มันเป็ใครมาจากไหนกันแน่?”
...
พวกเขาส่ายหน้าถอนใจด้วยทึ่งนัก แววตาที่มองฉู่เหินเปลี่ยนไปแล้ว
เฮ่อเสี่ยนที่ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากพื้นได้แล้วทั้งอึ้งทั้งโกรธกำหมัดแน่นจนเกิดเสียง หน้าบวมปูดเต็มไปด้วยเพลิงแค้น
“ดี ดีมาก สวยงามยิ่งนัก ศิษย์น้องฉู่เหิน”เสียงกู่ร้องของฮ่าวจึทำลายความเงียบ
บรรยากาศนิ่งแข็งพลันถูกทำลาย เสียงอื้ออึงเดือดพล่านเข้าครองพื้นที่
บรรดาอาจารย์สำนักจันทร์สกาวอย่างพวกหลี่เวย และหลิวเหมิ่ง เป็ต้น ก็เริ่มตื่นจากภวังค์
“การทดสอบกลุ่มสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้ว!” หลี่เวยประกาศเสียงดัง
ศิษย์ทั้งหลายบนเวทีถอนหายใจโล่งอกต่างคนต่างมองไปยังฉู่เหินด้วยแววตายำเกรงจางๆ หลายส่วน
“ศิษย์น้องฉู่เหิน เ้าจะฉกาจเกินไปแล้ว ฮ่าๆ” ฮ่าวจึะโขึ้นเวทีตาเป็ประกายสุกใส “เ้านี่เก็บงำไม่เปิดเผยดีจริง! เล่นเสียข้าเป็ห่วงเ้าเลยนะ!”
ฉู่เหินผุดยิ้มผ่อนคลาย “เื่บังเอิญเท่านั้น โชคช่วยข้ามากนัก...”
“นี่ไม่ใช่เพราะเ้าโชคดีหรอก” หลิวเหมิ่งเดินมาเบื้องหน้าคนทั้งสองมองฉู่เหินอย่างชมชอบ “เ้าทำดีมากเลย”
แม้จะถูกฉู่เหิน ‘สังหารสิ้นซาก’ แต่หลิวเหมิ่งมีอุปนิสัยใจกว้างไม่ได้รู้สึกอับอายขายขี้หน้าเพราะเื่นี้แต่อย่างใด
“ขอบพระคุณอาจารย์หลิวเหมิ่งที่กรุณาชมเกินจริงหากเอ่ยถึงพลังแท้จริงแล้วไซร้ ข้าไม่มีอันใดให้ท่านมองด้วยซ้ำขอรับ”
“ฮ่าๆๆๆ” หลิวเหมิ่งหัวเราะร่วน “เ้านี่ช่างพูดช่างจาดีจริง ข้าชอบ ฮ่าๆ”
เห็นได้ชัดว่าหลิวเหมิ่งกลับยอมรับฉู่เหินเป็อย่างมาก
คนไม่น้อยใต้สังเวียนนึกอิจฉาในใจ ยามนี้ยังไม่มีใครได้เป็ศิษย์สำนักจันทร์สกาวอย่างเป็ทางการแต่ฉู่เหินก็ได้รับการยอมรับจากหลิวหมิ่งเสียแล้ว ต้องกลายเป็คนที่สำนักให้การอบรมบ่มเพาะเป็พิเศษในภายภาคหน้าเป็แน่
ส่วนเฮ่อเสี่ยนและเฮ่อเฉาสองพี่น้องก็ถูกแย่งความโดดเด่นไปเสียแล้ว
โดยเฉพาะเฮ่อเสี่ยนที่ไม่โดดเด่นไม่พอยังตกเป็รองอีกต่างหากสำคัญคือไม่เหลือหน้าให้เสียแล้ว ถูกฉู่เหินตบต่อหน้าผู้คนตั้งมากมาย หน้าของเขาคงกลับบ้านเก่าไปสิ้นแล้ว
“การทดสอบวันนี้จบลงเพียงเท่านี้...” หลี่เวยขึ้นเวทีประกาศเสียงดัง “พวกเราจะตัดสินใจว่าพวกเ้าจะได้เข้าสำนักจันทร์สกาวหรือไม่จากผลงานของพวกเ้าในการทดสอบวันนี้พรุ่งนี้พวกเราจะติดประกาศรายชื่อผู้ถูกคัดเลือกที่ปากประตูสำนักพวกเ้ากลับไปพักผ่อนได้”
พลันนั้น ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์อื้ออึง ทุกคนค่อยๆ ทยอยกันจากไป
ฉู่เหินเดินไปทางทิศประตูใหญ่โดยมีฮ่าวจึคอยนำทาง
“แฮะๆ ศิษย์น้องฉู่เหิน เ้านี่หล่อเหลาดีจริงๆ”
“ศิษย์พี่ฮ่าวจึ ท่านพูดประโยคนี้มาหลายรอบแล้วขอรับ”ฉู่เหินยิ้มพลางส่ายหน้าระอา
“แฮะๆ จริงหรือ?” ฮ่าวจึลูบจมูกพลางเอียงคอหัวเราะ
...
ทันใดนั้น ร่างสองร่างกลับปรากฏตัวขวางทางไปของพวกฉู่เหิน
รังสีคมกล้าแผ่กระจายออกมาจากทั้งสองไม่ปิดบังแววตาเยือกเย็นเหมือนแสงกระบี่สองสายน่าหวั่นเกรง
เฮ่อเฉา!
ฮ่าวจึสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยไม่ต้องคิดก็รู้ได้ว่าสองคนนี้คือสองพี่น้องเฮ่อเฉาและเฮ่อเสี่ยนนั่นเอง
“ทำร้ายคนาเ็แล้วจะหนีไปทั้งอย่างนี้หรือ?” เฮ่อเฉายืนกอดอกมุมปากยกเป็ยิ้มที่เหมือนจะไม่ยิ้มเื้ัเขาคือเฮ่อเสี่ยนที่ส่งสายตาดุร้ายอำมหิตชัดเจน แต่เพราะใบหน้าที่บวมปูดถึงได้ทำให้ดูน่าขันยิ่งกว่าเดิม
“พวกเ้าคิดจะทำอะไร?” ไม่รอให้ฉู่เหินเอ่ยปากฮ่าวจึก็ชิงะโถามเสียงเคร่งเสียก่อน
“ฮึ ไม่เกี่ยวอะไรกับเ้า ไสหัวไปให้พ้น” เฮ่อเสี่ยนตวาดอย่างรุนแรง
ฉู่เหินยิ้มนิ่ง หว่างคิ้วไร้ซึ่งวี่แววตื่นกลัว “ทั้งสองท่านมาขวางทางไปของข้าบังอาจถามว่าด้วยเหตุอันใด?”
“เสแสร้งให้มันน้อยๆ หน่อย!” เฮ่อเสี่ยนด่า
“ข้าหาเสแสร้งเป็ไม่ หากอยากให้ข้าจ่ายสินไหมแล้วไซร้ ขออภัยด้วยข้าไม่มี”
“เ้า...”
เฮ่อเสี่ยนเคียดแค้นจนกัดฟันกรอด เฮ่อเฉาหัวเราะ หัวเราะมัวหม่นมองฉู่เหินเป็เชิงยั่วเย้า “มาจากเมืองเล็กๆ อย่างเมืองหลินเหยียนแท้ๆอย่ามาทำสามหาวนัก”
“เหอะๆ สามหาวข้ายิ่งทำไม่เป็ ข้ารู้แต่เพียงใครทำผิดต่อข้าข้าก็จะทำผิดต่อมัน หากทั้งสองท่านไม่มีกงการอันใดแล้ว ข้าขอตัวก่อน”
ว่าพลางเดินจากไปกับฮ่าวจึ
เฮ่อเสี่ยนขมวดคิ้วมุ่นหวังจะเข้าไปขวาง
“ไม่ต้องรีบ!” เฮ่อเฉายื่นแขนรั้งเขาไว้เอ่ยเสียงเ็า “ที่นี่คือสำนักจันทร์สกาว ปล่อยมันไปก่อนสักคราหนึ่ง หากมีโอกาสในภายหน้าต้องได้สะสางบัญชีนี้แน่”
………………………..