บทที่ 9
ไม่เหมือนเดิม
“โอ้ย! เจ็บจัง...!”
เด็กสาวส่งเสียงร้องออกมาหลังจากที่เธอรีบวิ่งจนหกล้มทำเอาแว่นกรอบหนาที่เธอสวมอยู่หลุดกระเด็นออกไปเธอรู้สึกหงุดหงิดในความซุ่มซ่ามของตัวเองอยู่ไม่น้อย เพราะถ้าไม่ใช่ว่าเธอลืมกระเป๋าตังค์ไว้ที่ห้องเธอก็คงไม่ต้องรีบวิ่งจนมาหกล้มแบบนี้หรอก
“แว่นๆ...ไปอยู่ที่ไหนน่ะ...?”เธองึมงำพยายามคลำหาแว่นตาของตัวเองแต่ไม่ว่าจะหายังไงก็หาไม่เจอเสียทีหาไปสักพักแว่นสายตาของเธอก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าบนมือของใครสักคนที่มาพร้อมกับน้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“หกล้มท่าทางจะเจ็บนะ...ไม่เป็ไรใช่ไหม?”
“อ๊ะ...มะ ไม่เป็ไรค่ะ...! ขะ ขอบคุณนะคะ...!( O /// O )!”
เด็กสาวที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองล้มจับกบอยูตรงหน้าใครสักคนทำตาโตก่อนที่ใบหน้าของเธอกลายเป็สีแดงด้วยความเขินอายเธอรับแว่นสายตาจากมือของคนตรงหน้ามาสวมทำให้เธอได้เห็นใบหน้าของเขาชัดๆ เด็กหนุ่มใบหน้ารูปไข่เส้นผมและดวงตาเป็สีดำขลับ จมูกโด่ง ริมฝีปากสีชมพูมีใบหน้าแบบลูกครึ่งดูน่ารักน่าชังเห็นได้ชัดเลยว่าโตขึ้นอีกไม่กี่ปีจะต้องหล่อมากแน่ๆ
“แน่ใจนะว่าไม่เป็ไร?เธอหกล้มเสียงดังตุ้บเชียวนะ?” น้ำเสียงอ่อนโยนของเด็กหนุ่มยังคงถามเด็กสาวด้วยความเป็ห่วงซึ่งเธอก็พยักหน้ายืนกรานบอกว่าไม่เป็ไรแต่ในตอนที่เธอพยายามจะลุกขึ้นยืนนั้นเอง
“ว้าย! ( O A O )!”
“ระวัง!”
หมับ!
เด็กหนุ่มขยับเข้าไปประคองตัวของเด็กสาวที่กำลังจะหกล้มอีกครั้งเอาไว้ได้ทันก่อนที่เขาจะมองลงไปยังข้อเท้าของเด็กสาวที่เริ่มบวมดูเหมือนว่าข้อเท้าของเธอจะพลิก
“ข้อเท้าพลิกแบบนี้ยังจะบอกว่าไม่เป็ไรอีก?( - * - )”
“มะมันไม่เป็ไรมากหรอกค่ะ...”
“ไม่เป็ไรได้ยังไงข้อเท้าพลิกเลยนะ ช่วยไม่ได้แฮะ...” เด็กหนุ่มถอนหายใจเบาๆก่อนจะจับเด็กสาวให้ยืนตรงๆและเขาก็ย่อตัวลงหันหลังให้เธอพร้อมส่งเสียงบอก
“เอ้า”
“เอ้า?”เด็กสาวทวนคำของเขาอย่างงุนงง
“หมายถึงว่าขึ้นมาสิเดี๋ยวจะพาไปห้องพยาบาล” เด็กหนุ่มขมวดคิ้วเหมือนจะสงสัยว่ามันเข้าใจยากตรงไหน
“เอ๋!มะ ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ค่ะ!แค่ห้องพยาบาลฉันไปเองได้ค่ะ...!”
“ไม่ได้! เห็นแบบนี้ฉันเองก็เป็นักกีฬานะฉันเคยเท้าพลิกมาก่อนเหมือนกันย่อมต้องรู้อาการดีถ้าปล่อยให้เดินไปเองเดี๋ยวเกิดเจ็บหนักกว่าเดิมก็แย่น่ะสิ!”เด็กหนุ่มหันไปดุทำเอาเด็กสาวสะดุ้ง
“แต่ว่า...”เด็กสาวยังคงอิดออดเพราะว่าเธอไม่เคยขี่หลังของใครมาก่อนพอคิดว่าจะต้องขี่หลังของเขาก็ทำเอาเธอเขินมากจนหน้าแดงไปหมด
“ไม่รู้ล่ะฉันจะนับหนึ่งถึงสิบถ้าเธอไม่ขึ้นมาฉันจะใช้ตำแหน่งพี่คุมรายงานอาจารย์ว่าเธอไม่ให้ความร่วมมือในการเข้าค่ายเอาล่ะนะ หนึ่ง!”
“บะแบบนั้นมันขี้โกงนี่คะ...!”
“สอง! สาม!”
“ดะเดี๋ยวก่อนสิคะ...!”
“สี่! ห้า! หก!”
“โธ่...!”
“เจ็ด! แปด! เก้า!”
“เข้าใจแล้วค่ะ!( > /// < )!”
เด็กสาวสุดท้ายก็เลยต้องยอมขึ้นไปขี่หลังของเด็กหนุ่มอย่างช่วยไม่ได้เด็กหนุ่มที่เห็นแบบนั้นยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนโดยไม่แม้แต่จะให้สัญญาณทำเอาเด็กสาวที่ไม่ทันตั้งตัวต้องร้อง ‘ว้าย!’ และกอดคอเขาเอาไว้แน่น พอรู้ว่าถูกแกล้งเธอจึงพองแก้มตุ๊บป่องใส่เขาที่ทำเป็ไม่รู้เื่และเริ่มเดินพาเธอไปห้องพยาบาล
และในระหว่างที่กำลังขี่หลังเด็กสาวก็รู้สึกได้ถึงความแข็งแรงและความอบอุ่นจากแผ่นหลังของเด็กหนุ่มกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเขาทำให้รู้สึกผ่อนคลายจนเธอเริ่มที่จะเคลิ้ม
“จะว่าไปก็ยังไม่ได้รู้จักกันเลยสินะฉันชื่อจิน เป็พี่คุมห้อง 8 แล้วเธอชื่ออะไรล่ะ?ฉันจะได้เอาไปบอกอาจารย์ให้ว่าเธอาเ็”
“ห้อง8 เหรอคะ...? งะ งั้นพี่ก็เป็พี่คุมห้องของหนูน่ะสิคะ...?”
“อ้าว?นี่เธออยู่ม.1/8 เหรอ? บังเอิญจัง แต่แบบนี้ก็ง่ายหน่อยล่ะนะ แล้วเธอชื่ออะไรล่ะ?”
“ไอริน...ฉันชื่อไอรินค่ะ...” เด็กสาวตอบคำถามด้วยเสียงบางเบาพร้อมกับกระชับแขนที่กอดคอของเขาเอาไว้ให้แน่นขึ้นเพื่อกันไม่ให้ตัวเองร่วงลงไป
“ไอรินอยู่ห้องม.1/8สินะ ฉันเป็พี่สินะ งั้นพี่จะบอกไปอาจารย์ให้นะ”เด็กหนุ่มพูดกับเด็กสาวแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ เขาจึงหันไปมองเธอและก็พบว่าเด็กสาวหลับไปแล้วในขณะที่เธอกำลังขี่หลังอยู่“หลับไปแล้ว? บนหลังของฉันเนี่ยนะ? ไอริน ห้องม.1/8 เหรอ... ต่อจากนี้ฉันคงลืมเธอไม่ได้แล้วล่ะฮ่ะๆ”
“อือ...”
เมื่อลืมตาขึ้นมาฉันก็เห็นเพดานที่คุ้นเคยอยู่ตรงหน้าฉันกระพริบตาปริบๆ ปรับสายตาหลังจากที่ฝันเห็นความทรงจำที่น่าคิดถึงในอดีตนั่นเป็เื่ราวที่เคยเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้วถ้าจำไม่ผิดคือเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อหกปีก่อน ก่อนที่ฉันจะสูญเสียความทรงจำ...
คิดได้ดังนั้นฉันก็กระเด้งตัวลุกขึ้นพลางนึกถึงเื่ราวที่ตัวเองฝันถึงอีกครั้งฝันที่ฉันหกล้มลงตรงหน้าของเขา และเขาก็ให้ฉันขี่หลังไปที่ห้องพยาบาลจนฉันเผลอหลับไปนั่นคือความทรงจำในอดีตก่อนที่ฉันจะสูญเสียความทรงจำไม่ผิดแน่นั่นหมายความว่าความทรงจำบางส่วนของฉันมันกลับมาแล้ว เพียงแต่เมื่อลองพยายามนึกถึงความทรงจำในอดีตฉันก็ต้องผิดหวังเมื่อพบว่าความทรงจำที่ฟื้นขึ้นมาของฉันมีแค่เื่ที่เขาเล่าให้ฉันฟังเหมือนเดิม
ไม่มีเื่ของพ่อแม่อีกเหมือนเคย...
“เฮ้อ...”
ฉันถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวังตั้งใจจะลุกออกจากเตียงแต่ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อเท้าขึ้นมาก่อนฉันเลยก้มลงไปดูและก็เห็นข้อเท้าของตัวเองถูกประคบเย็นเอาไว้ฉันจึงนึกออกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างก่อนที่ตัวเองจะเผลอหลับไปบนหลังเขา ว่าแต่ตอนที่ฉันหลับไปมันเกิดอะไรขึ้นบ้างนะฉันถึงได้กลับมาอยู่ในห้องนอนของตัวเองแบบนี้ได้?
คิดได้แบบนั้นฉันก็มองซ้ายมองขวาพอเห็นกระเป๋านักเรียนวางอยู่ข้างๆก็ล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากในนั้นแต่แล้วฉันก็นึกขึ้นได้ว่าไม่มีเบอร์ของเขาฉันก็เลยไม่รู้ว่าควรจะติดต่อเขายังไงดีสุดท้ายก็เลยได้แต่เปิดมือถือขึ้นมาเช็คเวลาและแจ้งเตือนที่เยอะเป็พิเศษเพราะฉันไม่ได้เช็คเลยั้แ่เมื่อวานจนถึงตอนนี้
“ห้าโมงเย็นแล้วเหรอ...”ฉันเลื่อนเช็คแจ้งเตือนไปเรื่อยๆจนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับแจ้งเตือนอันหนึ่งของเฟซบุ๊คที่ทำให้หัวใจของฉันเต้นตึกตักขึ้นมา
‘JintapobSutthinaranun อยากเป็เพื่อนกับคุณ’
ฉันกำลังจะกดเข้าไปเช็คแล้วถ้าไม่ใช่ว่าเสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นมาเสียก่อนจนฉันกดล็อคหน้าจอมือถือแทบไม่ทันหลังจากตั้งสติได้ฉันเลยส่งเสียงถามคนที่กำลังเคาะประตูอยู่
“คะใครคะ?”
“ฉันเอง!” เสียงของไคท์ดังจากหลังประตู ฉันได้ยินแบบนั้นรีบส่ายหน้าตั้งสติและอนุญาตให้ไคท์เข้ามาได้
“เข้ามาได้เลย”
แกร๊ก!
“ไอริน!เธอเป็อะไรหรือเปล่า?” ไคท์ที่ได้รับอนุญาตจากฉันแล้วเปิดประตูเข้ามาถามฉันด้วยความเป็ห่วงพอเห็นขาของฉันที่ถูกประคบเย็นอยู่ เขาก็รีบพุ่งเข้ามาดูด้วยความใก่อนจะถามฉันด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด“ขาเธอเป็อะไรน่ะ! ไอ้หมอนั่นมันเป็คนทำงั้นเหรอ!?”
“ไม่ใช่นะอันนี้ฉันซุ่มซ่ามหกล้มจนข้อเท้าพลิกเองน่ะ ไม่เกี่ยวกับพี่-...ไม่เกี่ยวกับเขาหรอก เขาไม่ใช่คนแบบที่จะทำร้ายร่างกายของใครหรอกนะ”พอเห็นว่าไคท์กำลังเข้าใจผิดฉันก็รีบแก้ความเข้าใจผิดของไคท์ทันที แต่ฉันก็เกือบเผลอเรียกเขาว่า‘พี่จิน’ ตามความเคยชิน ดีที่ฉันตั้งสติไว้ได้ทันไม่เผลอเรียกเขาแบบนั้นต่อหน้าไคท์ไม่งั้นไคท์ได้ะเิลงแน่นอน ( - _ - ; )
ว่าแต่ทำไมฉันต้องแก้ตัวให้กับเขาด้วยนะเริ่มจะไม่เข้าใจตัวเองแล้วสิ...
“ฉันก็นึกว่าไอ้หมอนั่นทำอะไรเธอเสียอีก...” ไคท์ที่ได้ยินแบบนั้นถอนหายใจออกมาก่อนที่เขาจะนั่งลงข้างเตียงของฉันอย่างเหนื่อยอ่อน“รู้ไหมว่าเมื่อวานฉันเป็ห่วงเธอมากขนาดไหนตอนที่โทรมาถามป้านีแล้วรู้ว่าเธอนอนโรงพยาบาลน่ะ?แถมมาวันนี้กลับมาเธอยังข้อเท้าพลิกกลับมาอีก ให้ตายเถอะอย่าทำให้ฉันเป็ห่วงนักสิ”
“งั้นเองเหรอ?ขอโทษนะ... แล้วได้ถามป้านีหรือเปล่าว่าฉันกลับมาที่บ้านได้ยังไง?”ฉันที่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากที่ตัวเองหลับไปจึงลองถามไคท์ดู เพราะมั่นใจไคท์จะต้องถามป้านีแน่ๆว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไคท์จึงเล่าทุกอย่างที่ได้ฟังจากป้านีให้ฉันฟังด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเท่าไหร่
“เห็นป้านีเล่าว่าได้ยินเสียงกริ่งหน้าบ้านดังก็เลยลองลงมาดูแล้วก็เห็นเธอถูกใครไม่รู้อุ้มอยู่พอส่งตัวเธอให้กับป้านีแล้วไอ้หมอนั่นก็บอกว่าเธอข้อเท้าพลิกแล้วก็สอนวิธีประคบเย็นให้ป้านีป้านีก็เลยอุ้มเธอเข้ามาในห้องแล้วก็ทำตามที่ไอ้หมอนั่นสอนทุกอย่างแล้วพอจะออกมาขอบคุณไอ้หมอนั่นก็หนีไปแล้ว เฮอะ! คิดจะมาก็มาคิดจะไปก็ไป! ไอ้หมอนั่นมันน่าหมั่นไส้ชะมัด!”
“อย่างนั้นเองเหรอ?”
ฉันที่ได้รู้เื่ทุกอย่างพยักหน้าเบาๆแต่ฉันก็รู้สึกได้เลยว่าตัวเองเผลอยิ้มออกมาในตอนที่รู้ว่าเขาเป็คนสอนวิธีประคบเย็นให้กับป้านีแต่ฉันก็ต้องรีบหุบยิ้มไปก่อนเพราะกลัวว่าไคท์จะเห็นรอยยิ้มของฉัน
“ช่างเื่ไอ้หมอนั่นเถอะพูดถึงแล้วฉันรู้สึกยัวะทุกที! เฮ้อ!ตอนแรกฉันตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะชวนเธอไปเที่ยวแต่เท้าเธอพลิกแบบนี้คงต้องรอไปก่อนสินะ?”ไคท์ถอนหายใจออกมาก่อนจะรีบเปลี่ยนเื่ เขาหันไปหยิบปฏิทินตั้งโต๊ะของฉันมาดู
“ถ้างั้นวันอาทิตย์ที่2 สิงหา เธอว่างหรือเปล่า?”
“2สิงหาๆ... วันนั้นฉันไม่มีธุระอะไรนะ” ฉันพยายามนึกว่าตัวเองมีธุระอะไรในวันนั้นหรือเปล่าแต่ปกติฉันก็ไม่ได้เป็คนที่มีธุระอะไรอยู่แล้วฉันจึงตอบออกไปแบบนั้นไคท์ที่ได้ยินฉันยืนยันแบบนั้นหันมายิ้มให้ด้วยรอยยิ้มกว้างแบบที่เห็นฟันเขี้ยวของเขาและสรุปเอาเองเสร็จสรรพ
“ถ้างั้นวันที่2 สิงหา เราไปเดทกันนะ!”
ก่อนหน้านี้ฉันเคยรู้สึกว่ารอยยิ้มของเขามันน่ารักและพิเศษสำหรับฉันมากนะแต่ตอนนี้ฉันกลับรู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิม อันที่จริงฉันก็พอจะรู้อยู่หรอกว่าที่เปลี่ยนไปน่ะไม่ใช่รอยยิ้มของไคท์หรอกแต่เป็ความรู้สึกของฉันต่างหากที่มันเริ่มเปลี่ยนไป...
แต่ฉันไม่ควรที่จะรู้สึกแบบนี้เพราะว่าตอนนี้คนที่เป็แฟนของฉันคือ‘ไคท์’ ไม่ใช่ ‘เขา’ เพราะงั้นฉันจะยอมให้ความรู้สึกที่ต่อเขาเปลี่ยนไปมากกว่านี้ไม่ได้...
“เอาสิวันที่ 2 เดือนหน้าเราไปเดทกันนะ ( ^ ^ )”ฉันตอบไคท์ด้วยรอยยิ้ม ไคท์ที่ได้ยินแบบนั้นยิ่งยิ้มกว้างขึ้นไปอีกก่อนที่เขาจะขยับเข้ามากอดฉันเอาไว้ด้วยความดีใจเหมือนเด็กๆ
“ไชโย!ฉันนึกว่าเธอจะปฏิเสธฉันซะอีก!”
“ฉันจะปฏิเสธทำไมล่ะ?ในเมื่อพวกเราเป็แฟนกันไม่ใช่เหรอ?” ฉันที่ได้ยินแบบนั้นหัวเราะเบาๆและยกมือขึ้นไปลูบผมของเขาด้วยความเอ็นดู แต่ไคท์ที่ได้ยินแบบนั้นก็กลับชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะหลบสายตาและพูดออกมาด้วยเสียงเบาแต่มันก็ดังพอที่จะทำให้หัวใจของฉันหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“เพราะว่า...่นี้ฉันรู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไปน่ะสิ...”
“เปลี่ยนไป?ฉันไม่ได้เปลี่ยนไปสักหน่อย!” ฉันยิ้มและพยายามพูดแก้ตัว
“ไม่หรอกเธอเปลี่ยนไปนะ เธออาจจะไม่รู้สึกตัวแต่่นี้เธอเปลี่ยนไปจริงๆ” ไคท์ส่ายหน้าและเงยหน้ามองตาฉันด้วยแววตานิ่งเรียบ
“ฉันบอกว่าไม่ได้เปลี่ยนไปไง! ไคท์!” ฉันพยายามขึ้นเสียงเพื่อหยุดไคท์แต่เขาก็ยังคงพูดต่อ
“ก่อนหน้านี้เวลาที่เธอเจอฉันเธอมักจะยิ้มและมองตาฉันอยู่เสมอแต่หลังจากที่ไอ้หมอนั่นโผล่มาเวลาที่เธอเจอฉัน เธอมักจะหลบตาฉันตลอดเลย”
“ไม่ใช่นะ!พอได้แล้ว ไคท์!”
“แถมเวลาที่ฉันพูดถึงไอ้หมอนั่นแววตาของเธอก็จะเปลี่ยนไปตลอดเลย! มันเหมือนแววตาแบบที่เธอเคยใช้กับฉันเลย!”
“หยุดได้แล้ว!พอสักทีเถอะ! ไคท์!”
“คิดว่าฉันมองไม่ออกหรือไง! ถึงฉันจะไม่ฉลาดแต่ฉันก็ไม่ได้โง่นะ!เธอน่ะเปลี่ยนไปแล้วแววตาของเธอที่มีให้ฉันตอนนี้มันเหมือนกับตอนที่พวกเรารู้จักกันที่โรงพยาบาลครั้งแรกเลย!”
“ไคท์!!!”
เพียะ!
ฉันตบหน้าของไคท์จนใบหน้าของเขาหันไปอีกทางหลังจากนั้นทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบทั้งฉันและเขาต่างก็ใไม่แพ้กันไคท์ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาแค่ยกมือขึ้นมาลูบแก้มของตัวเองเบาๆ อย่างอึ้งๆจนฉันทนไม่ไหวต้องชิงเป็ฝ่ายขอโทษก่อน
“คะไคท์... ฉันขอโทษนะ...”
“ไม่เป็ไรฉันผิดเองแหละ ฉันแค่อารมณ์ไม่ดีนิดหน่อยเท่านั้นเอง ขอโทษนะถ้างั้นฉันไม่รบกวนเธอแล้วดีกว่า...” ไคท์พูดจบก็ลุกขึ้นหันหลังเดินไปที่ประตูก่อนที่เขาจะหันมาพูดทิ้งท้ายไว้ด้วยรอยยิ้ม
“วันที่2 สิงหาคม ฉันจะตั้งหน้าตั้งรอนะ”
“อือ...( ^ ^ )”
ฉันพยายามปั้นยิ้มส่งให้ไคท์ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินออกไปโดยไม่ลืมปิดประตูให้ฉันทำให้ห้องของฉันตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งฉันทำอะไรลงไปนะ? ฉันตบหน้าไคท์ทำไม?ทั้งที่สิ่งที่ไคท์พูดมาทันก็คือความจริงที่ถูกต้องทุกอย่างแท้ๆ...
ฉันนี่มันแย่จริงๆเริ่มรู้สึกเกลียดตัวเองขึ้นมาแล้วสิ...
“เฮ้อ...”ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความรู้สึกแย่ก่อนจะทิ้งตัวนอนลงบนเตียงและหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูอีกครั้งแจ้งเตือนอันนั้นยังคงอยู่ตรงที่เดิม
‘JintapobSutthinaranun อยากเป็เพื่อนกับคุณ’
ฉันลองจิ้มเข้าไปส่องเฟซบุ๊คของเขาดูแต่โชคร้ายที่เขาตั้งค่าเป็ส่วนตัวเอาไว้ถ้าไม่รับเพื่อนก่อนจะเข้าไปดูไม่ได้ฉันเลยต้องจำใจรับเพื่อนของเขาอย่างช่วยไม่ได้จากนั้นจึงลองเลื่อนเฟซบุ๊คของเขาดูซึ่งจะเป็รูปภาพเสียส่วนมาก ฉันเลยเลื่อนเฟซบุ๊คของเขาลงไปเรื่อยๆ จนพบกับรูปที่ฉันเคยถ่ายคู่กับเขาไว้เมื่อหลายปีก่อนในตอนที่ฉันยังไม่สูญเสียความทรงจำฉันดูรูปพวกนั้นด้วยหัวใจที่เต้นตึกตักอย่างช่วยไม่ได้ เพราะบางทีเขาอาจจะเคยโพสต์รูปพ่อแม่ของฉันเอาไว้ก็ได้
ติ๊ง!
และในตอนที่ฉันกำลังส่องเฟซบุ๊คของเขาอยู่นั้นเสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้นมา เป็แชทของเขานั่นเอง
Jintapob:ไง ขาเป็ยังไงบ้าง? : )
Airin:พี่จิน?
Airin:ก็ดีค่ะ แต่คงจะเดินลำบากไปอีกหลายวันเลย
Jintapob:ฉันเป็คนสอนวิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้องให้ป้าเธอแล้วประคบเย็นเอาไว้เดี๋ยวอาการก็ดีขึ้น
Airin:พี่นี่เก่งจังเลยนะคะ รู้วิธีปฐมพยาบาลด้วย
Jintapob:ฉันเคยเป็นักบาสนี่นาก็ต้องเรียนวิธีปฐมพยาบาลไว้ เผื่อเพื่อนร่วมทีมาเ็จะได้ปฐมพยาบาลได้ทัน
Jintapob:หรือถ้าเจอใครหกล้มข้อเท้าพลิกตรงหน้าก็จะได้ช่วยทัน : )
Airin:พี่หมายถึงฉันใช่ไหมคะ? ( - _ - ; )
Jintapob:เปล่า ฉันหมายถึงคนซุ่มซ่ามที่หกล้มจับกบตรงหน้าคนอื่น ไม่ได้พูดชื่อสักหน่อย( ^ ^ )
Jintapob:จริงสิ เธอลืมกฎของพรสามข้อหรือยัง?ต่อพรหนึ่งข้อเธอจะต้องทำตามที่ฉันขอหนี่งอย่าง
Airin:มีเื่อย่างนั้นด้วยสินะคะ? อย่าขออะไรแปลกๆ ก็แล้วกันค่ะ
Jintapob:ฉันคิดไว้แล้วล่ะว่าจะขออะไรเธอดี
Jintapob:วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม เดี๋ยวตอนเช้าฉันจะไปรับพาไปซื้อเสื้อผ้าแล้วตอนเย็นไปงานเลี้ยงรุ่นกับฉันนะ
วันที่2 สิงหาคม? วันที่ไคท์นัดฉันไปเดทนี่นา! จริงสิ! งานเลี้ยงรุ่นของเขาตรงกับวันที่ 2 สิงหาคมเหมือนกันนี่นา!
Airin: วันนั้นฉันมีนัดแล้ว
Airin:คงไปไม่ได้หรอกค่ะ
Jintapob:จริงเหรอ? เป็นัดสำคัญหรือเปล่า?
Airin:เอ่อ จะว่าสำคัญก็สำคัญค่ะ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะยกเลิกไม่ได้
Jintapob:ถ้างั้นก็ยกเลิกนัดแล้วไปกับฉัน
Jintapob:ไม่งั้นฉันจะไม่อนุญาตให้เธอขอพรข้อสอง แล้วเธอก็จะไม่ได้รู้เื่ของพ่อแม่เธอ
แบบนั้นไม่ได้สิ!ทั้งที่นัดฉันทีหลังแท้ๆ มีสิทธิ์อะไรมาบอกให้ฉันยกเลิกนัดกัน!
Airin:แบบนั้นไม่ได้สิคะ! พี่นัดฉันทีหลังนะคะจะมาบอกให้ฉันยกเลิกนัดได้ยังไง!
Jintapob:ก็เธอบอกเองนี่ว่ายกเลิกได้
Jintapob:เพราะงั้นเธอต้องไปกับฉัน ไม่งั้นเธอจะไม่ได้ขอพรข้อสอง
Jintapob:ฉันไม่ได้บังคับนะ แต่ก็ลองคิดดูว่าเื่ของพ่อแม่เธอกับนัดนั้นอะไรสำคัญกว่า: )
ทำไมเขาถึงเป็คนแบบนี้ไปได้เนี่ย?เขามันแย่สุดๆ! นี่ตัวฉันสมัยก่อนหลงไปรักคนแบบนี้ได้ยังไงกัน! ทั้งๆ ที่ไคท์บอกว่าจะตั้งหน้าตั้งตารอแท้ๆ แต่เขาก็บอกให้ฉันยกเลิกนัดของไคท์เนี่ยนะฉันไม่อยากจะเชื่อเลย! ฉันไม่ควรจะทำร้ายไคท์ไปมากกว่านี้แล้วแต่ถ้าไม่ทำแบบนั้นฉันก็จะไม่ได้รู้เื่ของพ่อแม่...
แล้วแบบนี้ฉันยังมีทางเลือกเหลืออยู่อีกเหรอ?
________________________
ห่างหายไปนานพอตัวเลยก่อนอื่นต้องขอโทษนักอ่านทุกท่านด้วยนะครับ
คือสาเหตุที่ผมไปนานเนี่ยเพราะผมเกิดอาการหมดไฟนิดหน่อยเนื่องจากไม่รู้ว่ายังมีคนอ่านอยู่หรือเปล่าเพราะไม่มีคอมเม้นท์เลยครับ แต่ว่าตอนนี้ไฟลุกกลับมาแล้วครับจะแต่งต่อเรื่อยๆ รอติดตามได้นะครับ แล้วก็ถ้ายังมีคนอ่านช่วยคอมเม้นท์เป็กำลังใจกันให้ด้วยนะครับอย่างน้อยจะได้ชื่นใจว่ายังมีคนอ่านอยู่นะ ยังไงก็ขอบคุณนักอ่านทุกท่านครับ