คนขายลูกไก่รีบมองดูลูกไก่ตัวที่หลี่อวิ๋นโม่ชี้ พอเห็นว่ามันไม่เป็อะไรจึงถอนหายใจโล่งอก และเมื่อเห็นลูกค้าเด็กสามคนจะเดินออกไป นางก็รีบะโหยุดพวกเขาไว้ “แม่หนูน้อย เ้ากลับมาก่อน ข้าขายให้พวกเ้าตัวละห้าอีแปะก็ได้!”
หลี่ิเยว่ได้ยินนางตอบตกลงก็ยกมุมปากขึ้น สาวน้อยหันกลับมานั่งยอง ๆ ลงพร้อมพูดกับป้าคนขายว่า “ท่านป้า ข้า้าลูกไก่ยี่สิบห้าตัว ท่านแถมกรงไก่ให้ข้าหนึ่งอันได้หรือไม่”
ป้าคนขายไก่เป็คนตรงไปตรงมา กรงไก่เหล่านี้ล้วนเป็ของที่สามีตนทำขึ้นมาเอง ดังนั้นจึงยอมแถมให้ด้วยความยินดี และนำลูกไก่ที่หลี่ิเยว่เลือกใส่กรงไว้ทั้งหมด หลี่ิเยว่ส่งเงินหนึ่งร้อยยี่สิบห้าอีแปะให้แม่ค้าอย่างชื่นมื่น และแบกกรงไก่เดินออกไปนอกเมืองด้วยกันกับน้อง ๆ
“น้องสี่ เ้าซื้อลูกไก่มาแล้วหรือ?” หลี่อวิ๋นห้าวกับหลี่อวิ๋นซู่เดินเข้ามาหาพวกนาง พวกเขาใเล็กน้อยเมื่อเห็นหลี่ิหัวซื้อของมามากมาย แต่พอได้ยินว่าเป็แค่เศษผ้าจึงโล่งใจ เมื่อรู้ว่าหลี่ิเยว่ยังต้องไปซื้อลูกไก่ พวกเขาจึงออกเดินหามาตามทาง
หลี่ิเยว่เห็นพี่ชายทั้งสองคนก็ยิ้มออกมาทันที นางส่งกรงไก่ในมือให้พวกเขา “พี่ใหญ่ พี่สาม ลูกไก่พวกนี้ตัวละห้าอีแปะเอง ข้าใช้เงินหนึ่งร้อยกว่าอีแปะซื้อมันมาจนหมดแล้ว พี่ใหญ่ พวกพี่ไปซื้ออาหารแล้วหรือยัง?”
หลี่อวิ๋นห้าวพยักหน้าพลางรับกรงไก่มา และเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “ซื้อมาแล้วล่ะ เดิมทีข้าอยากจะซื้อข้าวกล้อง แต่พอนึกถึงคำพูดของเ้าก็เลยซื้อข้าวชั้นกลางมาแทน ข้าซื้อข้าวมายี่สิบจิน แป้งสิบจิน แป้งข้าวโพดอีกสิบจิน แล้วก็ซื้อพวกเครื่องปรุงอย่างอื่นมาด้วย แต่เกลือค่อนข้างแพง เงินเลยเหลืออยู่เพียงเท่านี้” พูดจบ เขาก็ส่งพวงเหรียญทองแดงให้น้องสาว
พวกเขาเดินผ่านร้านขายเนื้อจึงซื้อมันหมูมาอีกสี่จิน เงินที่เหลือติดตัวพวกเขาจึงเหลือเพียงสองเหรียญทองแดงเท่านั้น เมื่อนึกถึงน้องสาวสองคนที่บ้าน จึงใช้เงินสองเหรียญที่เหลือซื้อถังหูลู่ไม้เล็ก ๆ กลับไปสี่ไม้ เป็เพียงสี่ไม้เล็ก ๆ จริง ๆ เพราะแต่ละอันนั้นมีหงกั๋วเพียงสองลูกเท่านั้น
.
.
“ท่านแม่ น้องเจ็ด น้องแปด พวกข้ากลับมาแล้ว” เมื่อลงจากเกวียนหลี่อวิ๋นฮุยก็ะโขึ้นทันใด ทันทีที่สิ้นเสียงของเขา ประตูบ้านก็เปิดออก และร่างเล็ก ๆ สองร่างก็วิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว
“พี่ใหญ่ พี่หญิงใหญ่ พี่สาม พี่สี่ พี่ห้า พี่หก พวกพี่กลับมาเสียที ข้ารอพวกพี่นานมาก” หลี่ิเสียวิ่งมาหาพลางเอ่ยพูดไม่หยุดปาก
ในตอนนั้นเองนางซูที่ได้ยินเสียงก็ออกมาจากห้องเช่นกัน เมื่อเห็นหลี่เิขนของลงมาจากเกวียนมากมาย และมองเห็นถุงเศษผ้านางก็ขมวดคิ้ว แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป ทำเพียงทักทายหลี่เิอย่างอบอุ่น
“พี่เิจือ ขอบคุณพี่มากนะที่ช่วยเด็ก ๆ ขนของมาส่ง ไปนั่งพักในเรือนก่อนเถอะ” นางพูดพลางถือถุงผ้าเข้าห้องไป
หลี่ิเยว่ดึงแขนเสื้อของพี่ใหญ่พลางกระซิบถาม “พี่ใหญ่ ในเล้าไก่ของพวกเรายังมีกระต่ายอยู่ตัวหนึ่ง ประเดี๋ยวพี่ผูกมันแล้วให้ลุงเิจือเอากลับไปนะ วันนี้ท่านลุงช่วยเหลือพวกเรามากแล้ว”
หลี่อวิ๋นห้าวพยักหน้าและส่งตะกร้าในมือให้กับหลี่ิเยว่ จากนั้นจึงเดินไปทางฝั่งตะวันตกของบ้าน เมื่อกลับออกมา ในมือของเขาก็มีกระต่ายป่าที่หนักห้าจินกว่าอยู่ตัวหนึ่ง
ในขณะที่เขากำลังผูกกระต่ายอยู่ หลี่เิก็ขนของบนเกวียนเข้าไปข้างในบ้านจนหมดแล้ว และกำลังจะขับเกวียนออกไปพอดี หลี่อวิ๋นห้าวรีบวิ่งเข้าไปและส่งกระต่ายในมือให้ “ลุงเิจือ กระต่ายป่าตัวนี้ท่านเอากลับไปทำเป็กับแกล้มสุรากินกับปู่ผู้นำตระกูลนะขอรับ”
เมื่อหลี่เิเห็นกระต่ายป่าก็รีบส่ายหัว “ห้าวเกอเอ๋อร์ พวกเ้าเอากระต่ายป่ากลับไปเถอะ หากหาเวลาว่างได้แล้วค่อยเข้าเมืองไปขายแลกเงินเอา”
หลี่อวิ๋นห้าวจึงวางกระต่ายไว้ในตะกร้าบนเกวียน จากนั้นถึงเปิดปากอธิบาย “ลุงเิจือไม่ต้องกังวล หลายวันมานี้พวกข้าล่ากระต่ายป่ากับไก่ป่าตามที่ท่านพ่อสอนมาได้ไม่น้อย ท่านเองก็รู้ว่าพวกข้าไม่ได้ขายแต่เหยื่อที่ล่ามาได้ พวกข้ายังเก็บสมุนไพรไปขายด้วย ต่อไปชีวิตคงไม่ลำบากแล้วล่ะ”
เมื่อพูดจนถึงขนาดนี้แล้วเห็นว่าหลี่เิยังคงปฏิเสธอยู่ เขาจึงพูดต่อ “ลุงเิจือ ไม่เช่นนั้นท่านก็แนะนำร้านค้าที่รับซื้อของให้พวกข้าสิ พวกข้าไม่รู้ว่าในเมืองมีร้านไหนบ้างที่รับซื้อเนื้อเลย! ลุงเิจือ หากท่านไม่รับเอาไว้ล่ะก็ ต่อไปพวกข้าจะไม่ยอมให้ท่านช่วยแล้วนะขอรับ”
นางซูเองก็พูดเกลี้ยกล่อมอยู่ข้าง ๆ “พี่เิจือ พี่รับเอาไว้เถอะ วันนี้พวกเด็ก ๆ โชคดีที่มีพี่คอยช่วย เด็ก ๆ พูดถูก หากพี่ไม่รับไปล่ะก็ ต่อไปพวกข้าก็ไม่กล้าไหว้วานให้พี่ช่วยเหลือแล้วล่ะ”
จากการพูดเกลี้ยกล่อมของพวกเขา ในที่สุดหลี่เิก็รับกระต่ายตัวนั้นมาและบังคับเกวียนกลับบ้านไป
ภายในบ้านของผู้นำตระกูลหลี่ ครอบครัวของหลี่ชงกำลังนั่งเตรียมกินอาหารอยู่ที่ลานบ้าน หลี่ชงพูดกับหลานตัวน้อยที่กำลังล้างมืออยู่ว่า “นั่วเอ๋อร์ เ้าไปดูที่หน้าประตูซิว่าลุงสามของเ้ากลับมาหรือยัง พอเขากลับมาแล้วพวกเราจะได้เริ่มกินข้าวกัน”
หลี่นั่วรับคำก่อนจะรีบวิ่งออกไปอย่างมีความสุข เมื่อออกประตูไปดู เขาก็เห็นลุงสามกำลังบังคับเกวียนมาทางบ้านอยู่ไกล ๆ “ลุงสาม ลุงสาม ท่านกลับมาแล้ว”
หลี่เิมองเห็นหลานชายตัวน้อยก็ดีใจยิ่งนัก หลังจากจอดรถได้ ก็เดินไปหาและอุ้มเขาขึ้นมาบนรถ ก่อนจะชี้ให้ดูกระต่ายป่าที่อยู่ในตะกร้า “นั่วเอ๋อร์ เ้าดูสิว่าอะไรอยู่ในตะกร้า”
หลี่นั่วได้ยินลุงสามบอกว่ามีของจะให้เขาดู ก็คิดว่าลุงสามจะซื้อของอร่อยมาให้เขา เมื่อมองสำรวจในตะกร้าดู ก็เห็นว่าข้างในนั้นมีก้อนสีเทากลม ๆ อยู่ก้อนหนึ่ง เขาจึงร้องเสียงแหลมขึ้นทันที “ลุงสาม ลุงสาม กระต่ายนี่นา!”
หลี่เิที่เห็นท่าทางดีอกดีใจของหลานชายก็หัวเราะออกมา เดิมทีเขารู้สึกว่าการรับกระต่ายมาจากพวกเด็ก ๆ บ้านหลี่หงนั้นค่อนข้างจะไม่สบายใจอยู่สักหน่อย แต่เมื่อได้เห็นท่าทางดีอกดีใจของหลานชายในเวลานี้แล้ว จึงปล่อยวางความไม่สบายใจลงได้ อย่างน้อยต่อไปก็ต้องช่วยเหลือพวกเขาให้มากกว่านี้ก็พอ
หลี่ชงเห็นลูกชายจอดเกวียนแล้วเดินเข้ามา ในมือของเขายังถือตะกร้าใบหนึ่งไว้ก็สงสัยขึ้นมา ในตอนนั้นหลานชายตัวน้อยของเขาก็ร้องว้าวเสียงดังขึ้นแล้วร้องเรียก “ท่านปู่ ลุงสามได้กระต่ายกลับมาล่ะ”
หลี่ชงรู้สึกประหลาดใจ ก่อนจะรีบถามไถ่ “เิเอ๋อร์ ไปได้กระต่ายตัวนี้มาจากไหนหรือ?”
ขณะนั้นเอง หลี่หูบุตรชายคนโตของหลี่ชงก็ดึงกระต่ายขึ้นมาจากตะกร้า เมื่อเห็นว่ากระต่ายป่ายังมีชีวิตอยู่จึงร้องเรียกภรรยาตน “เมียจ๋า รีบไปเอาสุ่มไก่ที่ไม่ใช้แล้วมาเร็วเข้า เอามาขังกระต่ายไว้ก่อน”
หลี่ชงมองหลานชายที่กำลังเดินไปรอบ ๆ กระต่ายป่าจึงพูดกับหลี่หูที่กำลังวุ่นวายว่า “เอากระต่ายป่าไปขังไว้ให้นั่วเอ๋อร์เล่นสักพักเถอะ พอถึงพรุ่งนี้ให้เ้าสองพาเด็ก ๆ มา แล้วจะได้แบ่งปันกันกับทุกคน”
หลี่หูกับภรรยายิ้มและสบตากัน พรุ่งนี้เป็วันหยุดของลูกชายทั้งสองของเขา พวกเขาจึงกลับมาพร้อมกับน้องรอง กระต่ายตัวนี้จึงนำไปปรุงเป็อาหารแก่ทุกคนได้พอดี
หลังจากหลี่เิอาบน้ำเสร็จ เขาก็เล่าเื่การเดินทางเข้าเมืองในวันนี้ ก่อนจะพูดทิ้งท้ายว่า “ท่านพ่อ เด็กพวกนั้นยอดเยี่ยมจริง ๆ พวกเขาจับไก่ป่าและกระต่ายป่าไปขายในเมืองด้วยวิธีที่น้องหงสอน แล้วเสี่ยวิเยว่เองก็คารวะหมอฟู่เป็อาจารย์ หลายวันมานี้พวกเขาจึงเก็บสมุนไพรมาได้ไม่น้อยเลยและเอาไปขาย หากชีวิตเป็เช่นนี้ต่อไปคงไม่มีปัญหาอะไรแล้วล่ะ”
พอคีบข้าวเข้าปากหนึ่งคำถึงพูดต่อ “จริงสิท่านพ่อ เมียน้องหงบอกว่า้าหาคนไปช่วยพลิกหน้าดินที่ห้าแปลงของนางให้หน่อย เห็นนางว่าจะปลูกถั่วเหลือง พอพลิกหน้าดินเสร็จก็ช่วยหว่านเมล็ดพืช แล้วนางจะให้ห้าสิบอีแปะ”
หลี่ชงได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้ว เขาเงยหน้าขึ้นมองบุตรชายทั้งสองคน “หูเอ๋อร์ เิเอ๋อร์ วันมะรืนพวกเ้าไปช่วยพวกเขาพลิกหน้าดินหน่อยแล้วกัน ส่วนเงินก็ช่างมันเถิด นางซูเลี้ยงเด็ก ๆ แปดคนมาได้ขนาดนี้ ช่างไม่ง่ายเลยจริง ๆ”
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง
