บทที่ 31
เปลี่ยนไม่ได้
“เป็เช่นที่ท่านว่าเลยท่านอาจารย์ ข้ากับจิ่วเหรินต้องตามหาเคล็ดวิชาให้พบ”
“หึหึ!” เซียนเฒ่าหัวเราะอย่างขบขัน ไป๋หลี่พูดเหมือนกับว่าเคล็ดวิชานั้นเมื่อหาพบ แล้วจะแก้ทุกอย่างได้ดังใจนึกคิด ทุกอย่างมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอ
“หากมันง่ายดายนัก ทั้งบิดาและมารดาเ้าคงยังนั่งอยู่ตรงนี้”
“...”
“ที่ข้าจะบอกคือข้อแลกเปลี่ยนที่เ้าควรเตรียมใจมากกว่า คิดเปลี่ยนชะตากรรมของต้องรับผลของมัน”
“โถ่..ท่านอาจารย์” ไป๋หลี่โอดครวญเมื่อเซียนเฒ่าพูดจาบั่นทอนกำลังใจ จิ่วเหรินเองก็คิดอย่างเดียวกับที่เซียนเฒ่าผู้นี้พูด ข้อแลกเปลี่ยนอะไรก็ตามนางยินดีรับเองทั้งหมด
“ขอแค่ซือเหยียนยังอยู่..”
ซ่งจื้อลุกขึ้นจากที่นั่งเมื่อได้ยินจิ่วเหรินเอ่ยถึงแม่ทัพ์ที่สิ้นไป ไม่คิดว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองจะแน่นแฟ้นถึงขนาดยอมเป็ตายแทนกันได้ แววตาราบเรียบนั้นมองมาที่สตรีวิหคสีชาด ด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป
“เ้าจะรับชะตากรรมอย่างไรก็ได้ แต่สรรพชีวิตต้องปลอดภัยและไม่เดือดร้อน”
“ศิษย์พี่! นี่ท่านก็เห็นว่าจิ่วเหรินกำลังลำบาก”
“นางใช้โลหิตวิหคสีชาดโดยไม่ได้ศึกษาให้ดี กระทำการอย่างยั้งคิดเช่นนี้จะให้ข้ารู้สึกอย่างไร?”
“ท่านซ่งจื้อ!”
“พอเถอะไป๋หลี่ ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ จะไม่ทำให้สรรพชีวิตเดือดร้อนแน่นอน”
ซ่งจื้อเดินออกจากกลางเรือนที่ใช้พูดคุยหายเข้าไปในห้องของตนเอง ไป๋หลี่จึงะโไล่หลังไปอย่างเหลืออดเหลือทน
“สิ่งที่ตี้หวั่งิกระทำเลวร้ายกว่าจิ่วเหรินพันเท่า สมคบคิดกับปีศาจ แม้แต่องค์รัชทายาทเองก็ตาม ไฉนเลยท่านจึงทำใจเย็นไม่เดือดไม่ร้อนทั้งที่ตนเกือบตาย ไม่คิดเลยว่าซ่งจื้อเซียนเทพก็ใจคับแคบถึงเพียงนี้!”
“...”
“อ่อ.. แล้วอีกเื่ที่ข้าคันปากอยากบอกมากเลย บัดนี้องค์รัชทายาทเซิ่นหลางจวิ้น ฝึกวิชามารไฟอสรพิษ ในกายเขาเป็อสูรไปเกือบครึ่งแล้ว ข้าส่งเขามารักษากับตี้หวั่งิ รอดูเถิดว่าจะเป็อย่างไร”
ไป๋หลี่กล่าวจบก็หยิบถ้วยชาขึ้นมากระดกแก้คอแห้ง ทุกคำพูดนั้นซ่งจื้อได้ยินอย่างชัดเจน เขาหลับตาข่มอารมณ์ของตนเองเพราะเกรงว่าาแภายในจะกำเริบ จิ่วเหรินทำทุกอย่างเพื่อซือเหยียนโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใด หากเป็เช่นนี้ต่อสู้จนเจียนตายก็ไร้ผล
“เ้าต้องให้เวลาเขาได้คิด”
“ระหว่างนี้ข้าฝากจิ่วเหรินด้วย ตัวข้านั้นยังมีธุระที่ต้องไปทำต่อ” ไป๋หลี่เลี่ยงที่จะบอกแผนการของตนให้กับผู้เป็อาจารย์รู้ ด้วยเกรงว่าจะโดนห้ามไม่ให้ไปพบเจอกับเสี่ยวชุน
“ตามใจเ้า ถ้าคิดว่านั่นคือวิธีที่ถูกต้อง”
“...”
“นังหนูตามข้ามา เดี๋ยวข้าจะพาไปห้องพักของเ้า” เซียนเฒ่าแม้รู้อยู่แล้วว่าศิษย์สาวคิดการใด ทว่าก็ไม่อยากขัดใจนางให้เสียอารมณ์ อีกเดี๋ยวนางก็จะรู้เองว่ามันไร้ผล
จิ่วเหรินบอกให้ไป๋หลี่ระวังตัว ระหว่างนี้นางจะคอยบำเพ็ญเพียรให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้น อีกทั้งยังมีหวังในใจว่าซือเหยียนจะกลับมาหาอีกครั้ง ทั้งที่ในใจนั้นแทบมองไม่เห็นหนทางเลยก็ตาม
ไป๋หลี่โบกมือร่ำลาและเดินหายไปในความมืดพร้อมกับหย่งฉี เซียนเฒ่ามองตามแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า เด็กพวกนี้ชอบทำอะไรที่มันยุ่งยากลำบาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังน่าภูมิใจกว่าเทพบางจำพวก เซียนบางคนเสียอีก
“นางก็เหมือนกับบิดา ดื้อรั้นสอนยาก แต่เป็อัจฉริยะ”
เซียนเฒ่าเอ่ยถึงไป๋หลี่เมื่อนางออกจากเรือนไปแล้ว ท่าทางของเขาเอ็นดูไป๋หลี่ไม่น้อย แม้จะชอบถกเถียงกันอยู่เป็ประจำก็ตาม จิ่วเหรินคิดว่าท่านเซียนเฒ่าผู้นี้คงรู้เื่ราวเยอะไม่น้อย
“ข้าเคยมีลูกสาวที่ไม่รักดีสักเท่าไรนัก นางจากไปไม่แม้แต่จะเอ่ยร่ำลาผู้เป็พ่อ”
“...”
“แต่ก็ไม่เคยรู้เลยว่านางพบเจอความยากลำบาก ข้าเป็พ่อกลับละเลยลูกของตนเอง”
เซียนเฒ่าหัวเราะอยู่ในลำคออย่างปลงตก จิ่วเหรินััได้ถึงความรู้สึกผิดที่อยู่ในใจของเขา มันเป็ความรู้สึกเดียวกันกับที่อยู่ในใจของบิดานาง ทว่านางยังโชคดีที่ได้คุยกับบิดาก่อนที่เขาจะสลายไป
“พ่อของข้าก็เช่นกัน เขาเอ่ยคำขอโทษในทุกประโยคที่สนทนา”
“หือ..”
“แต่ข้าเห็นแล้วว่าบิดาข้านั้นทำหน้าที่ของตนดีแค่ไหน เขาเลี้ยงดูข้าในวันที่ท่านแม่จากไป เขาพยายามทำให้ครอบครัวเรากลับมาสมบูรณ์ ให้ข้าได้มีโอกาสอยู่กับท่านแม่อีกครั้ง”
“นางเล่าให้เ้าฟังรึ?”
จิ่วเหรินส่ายหน้าของตนเองอย่างเชื่องช้า “บิดาของข้าเล่าให้ฟังน่ะ”
“เ้าพบเจอเขาอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าพบเจอเขาตอนที่อยู่ดินแดนเผ่าฝูถู เป็เพียงค่ายกลนิมิตบรรจุความทรงจำ” จิ่วเหรินเผลอยิ้มน้อยเมื่อนึกถึงใบหน้าของผู้เป็บิดาในวันนั้น
“มิน่าเล่า เ้าจึงรู้ว่าเสิ่นซ่างฉือเป็มารดาของเ้า”
เซียนเฒ่าเพิ่งเข้าใจเื่ราวที่มาของจิ่วเหริน ก่อนหน้านี้เสิ่นซ่างฉือยืนกรานว่าจะไม่บอกอะไรจิ่วเหรินทั้งสิ้น และจะเลี้ยงนางให้เป็เพียงเซียนธรรมดาเท่านั้น
วันแรกที่พบนาง ก็ััได้ถึงพลังชีวิตของเสิ่นซ่างฉือที่อยู่ในกายของจิ่วเหริน นางทุ่มสุดตัวเพื่อลูกโดยไม่คิดลังเลใจเลยสักนิด
“ท่านรู้จักกับแม่ของข้าหรือ?” จิ่วเหรินเอ่ยถามบ้าง
“รู้จักสิ ข้ารู้จักกับแม่ของเ้าเป็อย่างดี” เซียนเฒ่าตอบด้วยท่าทางมีความสุข แววตาฉายถึงความรู้สึกบางอย่างเมื่อพูดถึงมารดาของจิ่วเหริน เขาเหมือนตาแก่ที่กำลังพูดถึงลูกสาว
หรือว่า!
จิ่วเหรินอ้าปากหวอกับความคิดของตนเอง นางคงไม่ได้คิดไปเองหรอกใช่ไหม..
“ฮ่าฮ่า! เ้าไม่ต้องคิดไปมากมายขนาดนั้นหรอก ข้ากับนางนั้นก็ไม่ได้พูดคุยเลยนับจากนางกลายเป็บุรุษ”
“...”
“เท่ากับว่าลูกสาวข้านั้นสิ้นไปแล้ว ที่เหลืออยู่ก็เป็ชีวิตใหม่ที่ต้องไปต่อ”
“ท..ท่านตาหรือ..”
นางเริ่มมีญาติโผล่หน้ามาเรื่อยทีละคนสองคน โดยที่นางไม่เคยล่วงรู้มาก่อน เหตุผลก็เพื่อซ่อนนางจากอันตรายที่จะมากล้ำกราย เลยทำให้นางต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวไร้คนรู้จัก
“ไม่ต้องเรียกก็ได้ ข้ารู้ว่าเ้านั้นไม่เคยพบเจอกับผู้ใด”
“ข..ข้า เอ่อ ข้าขอโทษเ้าค่ะ”
“เื่บางเื่ก็ต้องใช้เวลา เ้าเองก็เช่นกันจิ่วเหริน”
“...”
“สิ่งที่พ่อแม่ของเ้าทำลงไปล้วนส่งต่อเป็ชะตากรรม เ้าเปลี่ยนมันไม่ได้หรอก”
“...”
“อะไรที่แตกดับไปแล้วก็ล้วนมีวิถีของมัน การนำกลับคืนมาย่อมต้องรับผลเกินกว่าที่คิด” ท่านตา หรือเซียนเฒ่าที่เพิ่งเปลี่ยนสถานะเอ่ยสอนหลานสาว นางมีบางมุมคล้ายกับซ่างฉือ แต่ส่วนมากแล้วนางจะได้บิดามาเกือบทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่นิสัย
“แต่ข้าอยากเปลี่ยน”
“จะเสี่ยงอย่างนั้นหรือ? หากผลได้ไม่คุ้มกับผลเสียเล่า”
“แบบนั้นข้าก็ยังอยากลอง” จิ่วเหรินเอ่ยตอบกลับเสียงหนักแน่น ความมั่นใจของนางนี้ทำเอาเซียนเฒ่าต้องยอมรับ แต่สายเืเทพชั้นสูงของนางนั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อแก้ไขชะตากรรมของโลกใบนี้
“เ้าใจกล้าดี สมแล้วที่เป็ลูกของนางกับจิ่วหรูเฟิ่ง”
“ที่ผ่านมาข้ามีชีวิตอยู่กับมารดาของตนเอง โดยที่ข้าเรียกนางว่า ท่านปู่ มาโดยตลอด ข้าไม่อยากหลบซ่อนไปเรื่อยโดยไม่รู้วันสิ้นสุด เมื่อข้าเป็คนเริ่มก็ย่อมต้องแก้”
“ก็ไม่แน่ บางทีเ้าอาจทำได้”
เซียนเฒ่าเริ่มเปลี่ยนความคิดของตนเอง โชคชะตาที่ไม่มีวันเปลี่ยนนั้นอาจไม่ใช่สำหรับจิ่วเหริน ์ในตอนนี้เต็มไปด้วยเทพโฉดชั่วไร้คุณธรรม แอบกระทำการลับหลังองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ ทว่าพระองค์ก็คงไม่สนใจไยดีลูกชายที่เป็โอรสเพียงหนึ่งเดียว มอบแดน์ไปแล้วก็ไม่คิดยุ่งเกี่ยวอีก
“ข้าอยากหยุดา อยากให้วิหคสีชาดเป็เพียงตำนาน”
“...”
“อยากให้แดนคุณธรรมนั้นสะอาดหมดจด”
“และข้อสุดท้ายนั้นอาจยากยิ่งจนข้าไม่กล้ารับรอง” จิ่วเหรินก้มหน้ามองฝ่ามือที่ประสานเข้าหากัน “ข้าขอให้ครอบครัวกลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง”
เซียนเฒ่าหัวเราะชอบใจในสิ่งที่จิ่วเหรินพูด อีกด้านหนึ่งนั้นซ่งจื้อก็แอบฟังอยู่ั้แ่ต้นจนจบ เขามองฝ่าความมืดมิดออกไปด้านนอก ก่อนที่จะะโออกทางหน้าต่างมุ่งตรงหายไปในป่า
#พันธะโลหิตวิหคสีชาด