บทที่11 ไกราสายอัญเชิญ
"อือ..." เสียงครางเบาๆของเด็กหนุ่มในอ้อมแขนของจิ้งจอกอสูรทำให้เขาต้องก้มมอง เปลือกตาของเขาค่อยๆเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะกะพริบถี่ๆ เพื่อปรับแสง
"ตื่นแล้วเหรอ นอนยังไม่ทันถึงสิบห้านาทีเลยพักต่ออีกหน่อยก็ได้นะ" เคไนน์พูดกับเด็กหนุ่มอย่างห่วงใย
เทพินขมวดคิ้ว "สถานที่แบบนี้ไม่ควรพักก่อนทุกอย่างจะสงบนะ"
"นี่เ้าห่วงงานมากกว่าตัวเองรึไง"
"งานเสร็จแล้วค่อยพักดีกว่า"เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วตรวจเช็คร่างกายว่ามีอะไรบกพร่องหรือไม่ เมื่อเห็นว่ายังปกติดีแต่ติดเพลียมากหน่อยเท่านั้นก็หันไปมองรอบด้าน
"ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน"เขาจำได้ว่าล้มลงที่ชั้นที่สิบเอ็ด แล้วเคไนน์พาเขาขึ้นมาถึงชั้นไหนแล้วนะสิบห้านาทีเดินด้วยฝีเท้าอสูรแล้วมันขึ้นมาได้กี่ชั้นกัน "ปล่อยได้แล้ว ผมเดินเองได้"
"อย่าเลย เหนื่อยก็พักเสียให้พอเถอะ"เสียงนุ่มอ่อนโยนแบบนานๆ ครั้งจะได้ยินจากจิ้งจอกอสูรทำให้เทพินขมวดคิ้วหรี่ตาลงอย่างระแวง
"ผมไม่เป็ไรแล้ว ตอนนี้แผลหายแล้วแค่เพลียเท่านั้น"
"ไหวแน่นะเทน"
"อื้ม..." เสียงที่ตอบกลับแ่เบากว่าที่คิด
"ถ้าไม่ไหวก็บอกนะ"
"ยังไหวอยู่น่า..."
"เทน..." เคไนน์มองสีหน้าซีดเซียวที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้าร่างกายสั่นไหวจากการฟื้นตัวเองอย่างที่สุด พลังในร่างของเขายังไม่เสถียรดีด้วยซ้ำหากปล่อยเอาไว้ก็คงไม่ดีกับตัวเขาเอง จิ้งจอกอสูรตัดสินใจในทันที "ข้าว่าเ้าพักก่อนดีกว่าข้าเป็ห่วงเ้าจนไม่เป็อันทำอะไรแล้วล่ะ"
จิ้งจอกอสูรกล่าวแล้วร่ายเวทให้อีกฝ่ายหลับลึกเทพินในเวลานี้ต่อต้านใครไม่ได้ แม้แต่เวทหยาบๆบทหนึ่งก็ทำให้เขาล้มพับลงไปอย่างง่ายดาย
"เมื่อเ้าตื่นขึ้นมาอีกครั้งทุกอย่างคงจบแล้ว"เคไนน์กระชับแขนที่อุ้มเทพินไว้มั่นแล้วก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคงตอนนี้เขาพบจุดหมายที่จะต้องเดินไปแล้ว บรรยากาศรอบด้านที่เป็หมอกนั้นได้จางหายไปั้แ่เด็กหนุ่มคนนี้เืไหลเืของเขามีพลังปัดเป่ากลิ่นสกปรกทุกสิ่งออกไปทั้งยังมีกลิ่นหอมไม่แพ้กลิ่นตัวเลยด้วย
เป็กลิ่นหอมที่ได้ทำให้รู้สึกอยากเข้ามางับด้วยความคันเขี้ยว
และเพราะกลิ่นเืพร้อมเ้าคนลึกลับที่กำลังหลับลึกนี้ทำให้เขาเจอเส้นทางได้อย่างง่ายดายแต่อาจจะไม่ง่ายตรงที่มีอสูรและปีศาจตัวเล็กๆ กำลังจะมารวมตัวกันภายใต้อาณาเขตนี้
'บางทีข้าก็เกลียดเืเนื้อหอมๆ นี่' เคไนน์คิดอย่างประชดประชัน
เดินมาจนสุดท้ายและพบเป้าหมายดวงตาสีทองมองไปยังร่างของไกราสามคนที่นอนไม่ได้สติอยู่บนพื้นที่ร่างกายถูกเกาะติดด้วยปีศาจขนาดเล็กที่ถูกเรียกว่าปีศาจความฝันเมื่อเงยหน้าขึ้นมองที่เพดานก็เห็นอุปกรณ์สร้างอาณาเขตราคาแพงที่ไกรานิยมซื้อมาใช้เพื่อป้องกันตนเองยามฉุกเฉินคิ้วเรียวของจิ้งจอกอสูรขมวดคิ้วเข้าหันแน่น
เอาอุปกรณ์มาใช้ทั้งที่ใกล้ตัวมีปีศาจอย่างนี้มันจะป้องกันอะไรได้
"มีคนมา?" จิ้งจอกอสูรพึมพำด้วยสีหน้าเคร่งเครียดดวงตาสีทองคมกริบจ้องไปทางบันไดตาไม่กะพริบััที่ได้รับมันไม่ใช่แค่กลิ่นอายของมนุษย์ทั่วไป... แต่มันมีกลิ่นอายของเทพติดมาด้วย!
ไกราอีกคนงั้นเหรอ!?
แต่กลุ่มไกราที่เขาเห็นก็อยู่ตรงนี้ครบแล้วเพิ่มมาจากไหนอีกคน แถมเดินขึ้นมาจากชั้นล่างเหมือนกันอีก... ชักจะไม่ชอบมาพากลเสียแล้วสิ
เคไนน์ขยับตัววางเทพินลงใกล้ๆ ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นเงาสีดำก็พุ่งใส่เทพินด้วยความเร็วสูงกรงเล็บที่ยื่นออกมานั่นมุ่งจะตะปบคอของเด็กหนุ่มให้ขาดในทันที แต่ยังไม่เล็บนั่นจะได้ถึงตัวของเด็กหนุ่มพัดสีเงินก็สะบัดอย่างรวดเร็วตัดกรงเล็กและแขนของปีศาจนั่นขาดสะบั้นเป็เศษเล็กเศษน้อยในพริบตาเดียวดวงตาสีทองที่มองเหยียดปีศาจที่ร้องโหยหวนจากการถูกตัดแขนออกอย่างเย็นะเืพร้อมกับไอสังหารที่กดดันให้อากาศรอบด้านหนักอึ้งขึ้นไปอีก
ไม่ปล่อยโอกาสให้ปีศาจที่พุ่งเข้ามาได้ตั้งตัว เพลิงสีเงินก่อตัวเป็ลูกศรแหลมยาวแล้วพุ่งเข้าทิ่มแทงร่างของปีศาจเสียบทะลุพื้นตรึงร่างของปีศาจไว้ไม่ให้ขยับไปไหนและเผาให้เป็จุณอย่างโเี้ ไม่มีเืให้เห็นแม้แต่เสียงกรีดร้องก็ยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยพัดสีเงินพับเก็บกลับไป เคไนน์มองกองขี้เถ้าปีศาจตรงหน้าด้วยสายตาเรียบ ก่อนจะหันไปมองที่บันไดที่มีร่างของคนๆหนึ่งเดินขึ้นมา
"ออกมาเสีย ข้าไม่มีเวลาเล่นกับเ้า"
หญิงสาวคนสวยในชุดสุภาพรูปร่างสูงเพรียวหุ่นดีผมยาวสีดำขลับถูกรวบสูงแล้วมวยไว้ข้างหลัง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเป็ประกายดูเ้าเสน่ห์ยิ่งนักริมฝีปากอิ่มสีแดงสดขยับยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อยข้างกายมีภูตที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกันกับหญิงสาวคนนี้ทุกอย่างเพียงแต่ขนาดสูงเพียงคืบเดียวเท่านั้น
"ที่แท้ก็เป็ไกราจริงๆ"เคไนน์ว่าเสียงขึ้นจมูก "หลบซ่อนตัวได้กลมกลืนกับหมอกสีดำนี่นัก ครั้งแรกที่พบกันข้าจึงไม่รู้ว่าเ้าเป็ไกราที่แฝงตัวอยู่กับมนุษย์ธรรมดา"
"ฉันเองก็แปลกใจเหมือนกันค่ะไม่คิดว่าจิ้งจอกอสูรที่อยู่กับเด็กธรรมดาแบบนั้นจะเป็อสูรที่ระดับสูงไปได้"หญิงสาวปรายตามองเทพินที่ยังหลับสนิท
"เทนไม่ได้ธรรมดาอย่างที่เ้าคิด"
"ฉันก็คิดแบบนั้น คงไม่มีคนธรรมดาที่ไหนคุมอสูรชั้นสูงได้หรอก"
"แล้วเลขาของผู้จัดการคนนั้นเช่นเ้ามาทำอะไรที่นี่?คงไม่ใช่ว่าเป็หนึ่งในกลุ่มไกราหรอกนะ" เคไนน์เอ่ยถามด้วยสีหน้าเฉยชาหญิงสาวคนนั้นหันมาส่งสายตาเหยียดหยามใส่แล้วขยับยิ้มหยัน
"ก็แค่ความแค้นส่วนตัว ฉันทุ่มเทไปมากเชียวล่ะ"
"งั้นหรือ เป็เหตุผลตื้นเขินกว่าที่คิดเอาไว้นะ แต่ถึงอย่างนั้นเ้าก็ควรถอยไปข้าจะจัดเก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนเทนจะตื่น"
"หึๆ อย่างคุณน่ะเหรอจะจัดการอะไรได้แค่เจอปีศาจที่ฉันสะกดไว้เพียงตัวเดียวก็าเ็สาหัสไปหนึ่งคนแล้ว" เธอชี้ไปที่รอยเืที่เปรอะเปื้อนตามตัวของเทพิน
"แล้วไง?"
"นี่พ่อจิ้งจอกอสูรสุดหล่อไม่ยอมมาเป็อสูรใต้อาณัติของฉันหรือ" รัตนายิ้มหวาน "อสูรเก่งๆต้องเหมาะกับไกราสายอัญเชิญเก่งๆ อย่างฉันอยู่แล้วสิแล้วงานที่คุณต้องทำจะไม่มีอีก เพราะเหตุที่เกิดขึ้นนี่ก็เป็เพราะฉันสร้างเื่เอง"
"อ้อ ไกราสายอัญเชิญสร้างเื่นี่เอง" จิ้งจอกอสูรสีเงินทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะปฏิเสธเสียงแข็ง "ข้าไม่อยากเป็อสูรอัญเชิญของเ้าหรอกมันน่ารำคาญเกินไป แค่เทนคนเดียวก็พอแล้ว... สรุปว่าไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้วใช่ไหม?"
ในสายตาของเคไนน์ใครก็ไม่สำคัญเท่าเ้าเด็กลึกลับนั่นเพราะงั้นต่อให้มีไกราที่เก่งกว่านี้มาเชื้อเชิญเขาก็ไม่คล้อยตามไปอย่างแน่นอน
"ไม่มีแล้ว!" รัตนาตอบอย่างขัดใจ
"ก็ดี ข้าจะได้จัดการเ้าแล้วเอาตัวไปส่งให้มนุษย์ผู้ชายคนนั้นซะจะได้จบเื่กันไปสักที" เคไนน์แสยะยิ้มเ็า "คนที่ทำให้เทนเป็อันตรายน่ะข้าไม่ปล่อยไว้แน่!"
"ปากดีนัก!"รัตนาเป็ฝ่ายลงมือก่อนที่จิ้งจอกอสูรจะได้ขยับตัว เธอร่ายเวทอัญเชิญปีศาจออกมาเพิ่มอีกสองตัวพวกมันทั้งสองมีรูปร่างไม่ต่างจากตัวที่ถูกตรึงไว้นักซึ่งก็คือเหมือนมนุษย์แต่ไม่ก็ไม่ใช่มนุษย์ มีเขี้ยวเล็บที่แหลมคมและกลิ่นน่าสะอิดสะเอียนอย่างเหลือเชื่อด้วย
'ปีศาจที่เกิดจากความคิดคำนึงของมนุษย์รึ ก็ไม่ได้คณามือข้าหรอกนะ' เคไนน์คิดหลังจากเห็นลักษณะของปีศาจ
"ฝีมือแค่นี้เองหรือ... กระจอกกว่าที่คิด" จิ้งจอกอสูรสีเงินพูดเสียงกระด้างก่อนจะปรายตาไปมองหญิงสาวที่ดูซีดเซียวลงไปมากเมื่อพยายามอัญเชิญปีศาจหลายตนเคไนน์ยกมุมปาก สะบัดมือออกไปครั้งเดียวไฟสีเงินก็พุ่งเข้าใส่ปีศาจเผาทำลายไปอย่างรวดเร็ว
"ไฟสีเงิน... ทำลายปีศาจในอึดใจ อสูรขั้นไหนกัน!"รัตนามองอย่างตื่นตะลึง ปีศาจของเธอไม่ใช่กระจอกนักแต่โดนจัดการได้ในพริบตานี่ต้องเป็อสูรขั้นกลางขึ้นไปถึงจะโค่นได้ง่ายขนาดนี้
หญิงสาวแสยะยิ้มกว้าง ดวงตาเต็มไปด้วยความละโมบอสูรชั้นสูงนั้นหาไม่ได้ง่ายๆ ยิ่งรูปลักษณ์งดงามขนาดนี้ยิ่งไม่ง่ายถ้าได้มาล่ะก็... แต่การที่จะต้องได้มาต้องกำจัดเ้าของเก่าก่อนเธอเลื่อนสายตาไปมาเทพินแล้วหรี่ตาลงเด็กหนุ่มที่ไร้การป้องกันนั้นง่ายต่อการโจมตีที่สุด
เห็นสายตาของผู้หญิงคนนี้แล้วเคไนน์ก็รีบขยับตัวไปบังร่างของเทพินไว้พัดสีเงินสร้างขึ้นมาบนมือ ดวงตาสีทองจับจ้องคนที่คิดร้ายต่อเทพินไม่วางตา
"คิดจะทำอะไร"
"ก็จะทำให้นายมาเป็ของฉันไงล่ะ!"ตวาดเสียงดังลั่นพร้อมกับปีศาจที่ปรากฏตัวขึ้นอีกนับสิบตน"เด็กนั่นเป็เ้าของนาย มันก็ควรหายไปซะ!!"
เคไนน์มองหญิงสาวและปีศาจทั้งหมดแล้วถอนหายใจยาวใบหน้าหล่อเหลาส่ายไปมาอย่างเอือมระอาและเสียดสีกลับไปได้อย่างเจ็บแสบไม่น้อย
"ไม่รู้จักเข็ดเลย ปีศาจพวกนั้นทำอะไรข้าไม่ได้หรอกนะเรียกมาเป็ร้อยก็ตายเรียบแท้ๆ"
"จัดการให้ได้ก่อนใครว่ากัน!"
"ชิ! ยุ่งยากเสียจริง"จิ้งจอกอสูรเรียกไฟสีเงินขึ้นมาจัดการอีกครั้งคราวนี้ปริมาณและคุณภาพที่มากขึ้นทำให้ค่อนข้างตรึงมือ
"หนวกหู... ชะมัด..."เสียงพึมพำอย่างรำคาญดังออกจากปากคนที่กำลังหลับ แม้ยังไม่ลืมแต่แต่สีหน้าก็บ่งบอกว่ากำลังไม่สบอารมณ์อยู่เคไนน์รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที
"ตื่นแล้วหรือเทน?"
"หึๆ"นอกจากไม่ตอบยังหัวเราะเพิ่มความหลอนให้คนกลัวอีก
นิ้วมือของเด็กหนุ่มที่ยังไม่ลืมตาตื่นยื่นออกไปด้านหน้าเืที่แห้งกรังติดนิ้วและมือระเหยหลายเป็ไอสีน้ำเงินและเพียงวาดมือไปในอากาศไอพลังเ่าั้ก็พุ่งเข้าฟาดฟันปีศาจทั้งหมดให้หายไปได้อย่างรวดเร็วไม่แพ้การลงมือลงจิ้งจอกอสูรเลยสักนิดเดียว
เสียงหัวเราะที่ดังในลำคอกับผมที่ลงมาปกหน้าจนมองไม่เห็นแววตาของเทพินจะเหลือก็เพียงรอยยิ้มเย้ยหยันที่เหยียดออกมาและเป็รอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกถูกเหยียดหยามและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกันและเมื่อเทพินเงยหน้าขึ้นมาเผยให้เห็นดวงตาที่เป็ประกายคมกริบเชือดเฉือนร่างทั้งร่างของรัตนาก็สั่นสะท้าน!
เคไนน์ถอยพรืดไปอยู่ด้านหลังตอนนี้พวกเขาไม่อยากเข้าใกล้เด็กหนุ่มที่สุด เพราะไอพลังที่แผ่ออกมาจากตัวเขาน่าสยองเกินรับได้ดูท่าเวทสะกดให้หลับจะให้ผลแค่ไม่นาน
เทพินมองเคไนน์แวบหนึ่งก่อนจะเลื่อนไปมองรัตนาพอเห็นอีกฝ่ายก็เอียงคอมองอย่างฉงน ไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
"นี่มันอะไรกันล่ะเนี่ย งานจบแล้วเหรอ?"
"เปล่า แม่คนนี้เป็ตัวต้นเหตุของสถานการณ์ในตอนนี้ต่างหากเป็ไกราสายอัญเชิญ อสูรที่โจมตีเ้าแม่คนนี้ก็เป็ผู้อัญเชิญมา"
ไกราสายอัญเชิญ? คนของตระกูลใหญ่ทั้งห้ารึ?
"งั้นเหรอ เข้าใจล่ะ งั้นมาปิดจ๊อบกันเลยดีกว่า"เขาเลียริมฝีปากที่แห้งผากช้าๆ สูดลมหายใจเข้าสึกๆ ดวงตาสีม่วงที่เข้มขึ้นและส่องประกายงดงามจ้องนิ่งมาที่รัตนาหญิงสาวผงะถอยหลังทันทีเมื่อได้ยินเสียงเย็นเฉียบจากเด็กหนุ่มก่อนจะตั้งท่าเตรียมพร้อมเอาไว้สีหน้าทั้งหวาดกลัวและระแวงอย่างที่สุด
เทพินไม่ได้ให้ความสนใจกับตัวเธอเท่าไหร่นักแต่ดวงตาสีม่วงกำลังจับจ้องกำไลข้อมือของหญิงสาวอยู่ เครื่องประดับชิ้นนั้นมันพิเศษและสะดุดตาเขามากกว่าปกติ...บอกตรงๆ เขาก็มองมันมาสักพักแล้วล่ะกับกำไลที่ทองที่ประดับด้วยอัญมณีสีขาวขุ่นที่เต็มไปด้วยไอปีศาจลวดลายที่อยู่บนนั้นไม่ใช่ลายเถาวัลย์ธรรมดาแต่มันแฝงไปด้วยอักขระภาษาแปลกๆ ที่อ่านไม่ได้ศัพท์แต่ก็มีอำนาจในตัวของมันเอง
จัดเป็อุปกรณ์เวทที่มีพลังสูงช่วยเสริมพลังให้ผู้ใช้ได้...เพราะแบบนั้นเองไกราสาวคนนี้ถึงเรียกปีศาจออกมาเยอะๆ แบบฝืนสังขารสินะ
"เอาล่ะนะ"เด็กหนุ่มตาสีม่วงสะบัดมือออกไปด้านข้างเกิดเป็สายลมร้อนและสายลมหนาวะเืพัดผ่าน"ศัสตราเวท"
สายลมทั้งสองเปลี่ยนรูปร่างเป็กันเบลด ดาบผสานปืนสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำด้ามจับเป็สีเงินเงา ลวดลายเป็สีฟ้าขาวเล็กละเอียดที่ดูไม่ออกไอพลังที่แผ่ออกมาละมุนละไมยิ่งนัก เป็ความอ่อนโยนที่ไม่เข้ากับตัวผู้ถือเลยสักนิดเดียว
"นะ... นายก็เป็ไกราเหรอ!"รัตนาใเมื่อเห็นอาวุธของเทพิน
คนธรรมดาไม่อาจสร้างวัตถุขึ้นมาได้หรือต่อให้เป็คนที่มีพลังพิเศษที่ไม่ขึ้นกับพรแห่งเทพก็ไม่สามารถสร้างอะไรได้ตามใจชอบพลังของพวกเขาควรจะน้อยกว่าไกราด้วยซ้ำแต่นี่คนที่ไม่ว่าจะมองทางไหนก็เป็คนธรรมดา ไม่มีััพลังของผู้ได้รับพรเทพเลยด้วยหรือเขาซ่อนพลังได้เก่งกาจกัน!
แต่พลังของพรเทพมันซ่อนกันไม่ได้ ไกราทุกคนรู้ดี!
พลังของเทพินดูจะเหมือนพลังพรเทพแต่ก็ไม่ใช่ ดูกลมกลืนกับสรรพสิ่งเกินไปดูลึกลับเกินไป ดูนิ่งสงบเกินไป ไม่ได้ดูบริสุทธิ์และสูงค่าอย่างพลังพรเทพเลยมันคืออะไรกันแน่!
"ผมไม่ใช่ไกราครับ" เทพินปฏิเสธเสียงแข็งด้วยใบหน้าไร้อารมณ์"เป็แค่คนธรรมดาที่บังเอิญมีพลังมากหน่อยก็เท่านั้นแหละ"
"เชื่อก็บ้าแล้ว!"ทั้งเคไนน์ทั้งรัตนาะโออกมาพร้อมกันความน่าเชื่อถือของเด็กหนุ่มที่กำลังหันปลายดาบมาทางหญิงสาวคนสวยนั้นไม่มีเหลือแล้วมาดไม่ให้อย่างแรง
รัตนามองแค่ดาบแล้วตัดสินใจไปเองว่านั่นคือภูตรูปแบบหนึ่งของไกราสายต่อสู้หญิงสาวคนงามอัญเชิญปีศาจออกมามากขึ้นและแข็งแกร่งยิ่งขึ้นได้มากกว่าปกติ
"ฉันจะฆ่านาย แล้วก็จะทำลายโรงแรมนี้ให้สิ้นซากตามไปด้วย!!"หญิงสาวะโก้องอย่างเครียดแค้นก่อนจะสั่งปีศาจให้โจมตีเขา เทพินตวัดกันเบลดของตัวเองอย่างรวดเร็วพริบตาปีศาจที่เข้ามาใกล้ก่อนก็ขาดเป็สิบๆท่อน ก่อนจะหันปลายดาบไปอีกทางแล้วยิงะุเวทออกไป
ตูม!
ร่างปีศาจที่โดนะุะเิตัวเองในทันที
"เฮ้อ! ความแค้นเธอเป็ยังไงผมก็ไม่สนใจหรอกอยู่เงียบๆ แล้วยอมให้จัดการแต่โดยดีเถอะ อย่าให้ผมต้องลงมือมากไปกว่านี้เลย"เด็กหนุ่มจิกตามองใส่อย่างก้าวร้าว "ไม่งั้นจะตายเอานะ"
"ใครจะยอมตายง่ายๆ กัน!"
พูดจบก็ถอดกำไลออก แล้วแกะอัญมณีสีขาวขุ่นออกมากลืนลงคอเทพินหรี่ตามองแล้วขมวดคิ้วอย่างยุ่งยากใจ ก่อนจะสบถเบาๆ แบบแอบหงุดหงิดด้วย
ยัยคนนี้โง่จริงๆไม่มีทางเลือกถึงขนาดต้องกลืนอัญมณีที่ช่วยในการเสริมพลังเลยหรือไงถึงจะได้พลังมากกว่าสวมใส่ไว้กับเครื่องประดับก็เถอะแต่มันก็เป็การดูกลืนชีวิตผู้ใช้มาเป็ของแลกเปลี่ยนด้วยนี่มันเป็การฆ่าตัวตายทางอ้อมชัดๆ
พอรัตนากลืนอัญมณีลงไปพลังของเธอก็เพิ่มมากขึ้นอีกเป็เท่าตัวเธอร่ายเวทยาวเหยียดด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจแต่ก็ไม่น่าสะพรึงกลัวเท่ากับออร่าที่แผ่ออกมาจากร่างของเธอและวงเวทอัญเชิญที่เป็สีดำสนิทดุจรัตติกาลเมื่อร่ายจบตัวประหลาดรูปร่างใหญ่โตก็ก่อตัวขึ้นที่ใจกลางวงเวท เป็อสูรประเภทกระทิงหุ้มเกราะที่ใหญ่คับทางเดินเลย
"อัญเชิญอสูรขั้นสูงโดยผ่านการสังเวยิญญาหรือ"เสียงเคไนน์ที่ดังแววมาทำให้เทพินปรายตามองแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองกระทิงอสูรอีกครั้ง
เด็กหนุ่มขยับยิ้มอย่างสมเพชและเวทนา 'ความแค้นมากมายแค่ไหนถึงต้องทำร้ายตัวเองอย่างนี้แค่ความสะใจมันคุ้มค่ากับชีวิตและอนาคตแล้วรึไง'
"อืม หมดแค่นี้แล้วใช่ไหม?" เทพินถามศัตรูกลับไปอย่างเฉยชา
"มันยังไม่จบหรอก!"หญิงสาวกัดฟันกรอดก่อนจะร่ายมนต์อีกครั้ง พื้นที่รอบบริเวณก็เปลี่ยนแปลงความรู้สึกที่เหม็นอับชวนอึดอัดพุ่งเข้าเล่นงานทุกคน ดวงตาของเทพินและเคไนน์เบิกกว้างด้วยความใ
"เขตแดนทับซ้อนงั้นเหรอ!?"พวกเขาร้องออกมาพร้อมกัน
"ไม่สิ ไม่ใช่ นี่มันการซ้อนมิติชั่วคราว"เทพินขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด "เพื่อเพิ่มพลังให้กับอสูรถึงขนาดสร้าง 'เขตแดนทวิกาล'เชียวหรือ นี่ไม่รักชีวิตจริงๆ ใช่ไหม"
เขตแดนทวิกาลมีผลเพิ่มพลังให้กับปีศาจและอสูรเพราะปีศาจและอสูรที่ออกมานอกมิติของตนจะถูกลงพลังลงหนึ่งส่วนแต่หากอยู่ในอาณาเขตนี้พลังจะกลับมาและยังเสริมการฟื้นฟูอีกด้วย
อัญเชิญอสูรระดับสูงและสร้างเขตแดนทวิกาลที่ดึงพลังเวทและพลังชีวิตไปมากมายขนาดนี้คงมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินวันนี้แล้วล่ะผู้หญิงคนนี้
"ฮึ! ฉันไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว"
"ไม่หรอกกว่าจะมาถึงตรงนี้เธอเสียไปมากมายแล้วต่างหาก"
"อย่างแกจะไปรู้อะไร!"รัตนามองเทพินด้วยความชิงชังที่สุดยิ่งเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเวทนาเห็นใจยิ่งเจ็บแค้น "ตายซะเถอะไอ้เด็กอวดดี!!"
กระทิงอสูรหุ้มเกราะพุ่งเข้าใส่เทพินพร้อมกับเสียงคำรามน่าสะพรึงกลัวดวงตาสีแดงฉานที่มองมานั้นคงทำให้ศัตรูสั่นสะท้านได้ง่ายๆ เลยเชียวล่ะแต่ไม่ได้ผลกับเด็กหนุ่มที่มีอาวุธในมือ
"เอาเถอะ พูดอะไรไปเธอคงไม่เข้าใจแต่จะบอกอะไรไว้หน่อย ความแค้นน่ะไม่ได้สำคัญกับชีวิตเธอขนาดนั้นหรอก"
แก๊ง!!
ดาบปะทะกับเกราะเหล็กเสียงดังเทพินขมวดคิ้วนิดหน่อยก่อนจะะโถอยหลังเพราะสู้แรงกับกระทิงอสูรไม่ไหวเขาสะบัดข้อมือเบาๆ แล้วบ่นออกมาอย่างอดไม่ได้
"แข็งชะมัดเลยแฮะ"
"เกราะโลหะจากมิติอสูรก็อย่างนี้แหละ...ให้ช่วยไหม?" เคไนน์ที่ปรากฏตัวข้างกายเด็กหนุ่มถามขึ้นคนถูกถามเบ้ปากพลางส่ายหน้าไปมา
"ไม่เป็ไร แค่นี้จัดการได้" เทพินหันกลับไปเผชิญหน้ากับกระทิงนั่นอีกครั้งตอนนี้วิธีรับมือเกราะที่แข็งขนาดอาวุธเขาฟันไม่เข้านั้นมีแล้ว แต่การจะจัดการไปเลยก็เป็อันตรายกับผู้หญิงคนนั้นไปหน่อยเพราะเธอผสานพลังของตัวเองกับปีศาจและเขตแดนไปแล้วฟันไปปีศาจก็ไม่ตายจนกว่าผู้หญิงคนนั้นจะตาย
เขาไม่ชอบฆ่าใครโดยไม่จำเป็ จะปีศาจ อสูรหรืุ์ก็ตามในเมื่อทำให้ไม่ต้องตายได้เขาก็จะเลือกวิธีแบบนั้นมากกว่า...แม้จะเปลืองแรงไปหน่อยก็ตาม
"ช่วยไม่ได้ล่ะนะ" เทพินพึมพำ เขาตั้งท่าสู้อีกครั้งดวงตาสีม่วงจับจ้องเขม็งไปที่เป้าหมายพลังที่อยู่รอบตัวหายไปหมดไม่เหลือเลยแม้แต่น้อยเมื่อกระทิงหุ้มเกราะพุ่งเข้ามาอีกครั้ง เทพินก็ตวัดกันเบลดฟันออกไป
เสียงเหล็กปะทะดังขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้ฝ่ายที่กระเด็นคือกระทิงอสูร มันล้มไถลไปกับพื้นเสียงดังลั่นทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างอ้าปากค้างกับเรี่ยวแรงที่เพิ่มขึ้นมหาศาลของเด็กหนุ่ม
เทพินไม่ได้จบการปะทะเขาพุ่งตัวเข้าใส่พร้อมกับตวัดดาบอีกครั้ง ทุกครั้งไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆให้กับอสูรเลยสักนิดเดียว เพราะสิ่งที่เขาฟันคือความว่างเปล่ารอบตัวกระทิงอสูรเท่านั้นเองนั่นยิ่งทำให้คนที่มองอยู่ทั้งแปลกใจและไม่เข้าใจ
'ทำบ้าอะไรอยู่ เทน!' เคไนน์แถบจะพุ่งเข้าไปลงมือแทนอยู่แล้วถ้าฟันไม่โดนแบบนั้นจะจัดการกับอสูรนั่นได้ยังไง
เมื่อฟันจนพอใจแล้วเทพินก็ถอยออกมา "มันจบแล้ว"
คำกล่าวนั่นทำให้รัตนาขมวดคิ้ว "จบที่ไหนกันอสูรของฉันยัง...!?!"
อสูรอัญเชิญและอาณาเขตกำลังหายไป... ทำไมล่ะ!?!
"แกทำบ้าอะไรกับอสูรของฉัน!"หญิงสาวหันไปตวาดใส่เด็กหนุ่มตาสีม่วงที่กำลังยิ้มให้รอยยิ้มนั้นไม่ได้อ่อนโยนหรือเหยียดหยันแต่เป็รอยยิ้มที่แลดูว่างเปล่าไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ
"ก็ส่งอสูรกลับไปยังไงล่ะ"
"อะไรนะ!?" หญิงสาวจ้องคนพูดเขม็งที่พูดมาหมายความว่ายังไงกันแน่ ผู้ที่ไม่ได้เป็ไกราจะสามารถส่งอสูรกลับมิติของตนเองได้ด้วยหรือยังไง
กระทิงอสูรกำลังจะอ้าปากถามแต่ร่างกายสลายหายไปเสียก่อน เคไนน์มองมันอยู่ครู่ก่อนจะส่ายหน้าไปมาอย่างจนใจอสูรนั่นยังมีสติอยู่ มันคงเอาเื่ของเทพินไปเล่าลือในมิติอสูรอย่างแน่นอนหลังจากนี้อาจมีปัญหาตามมาอีก เขาควรต้องเตือนเทพินไว้แล้วสิ
"ก็บอกอยู่ว่าส่งกลับไปแล้วไงล่ะ" เทพินสลายกันเบลดในมือ"รู้นะว่าจะถามว่าส่งไปได้ยังไงใช่ไหม? เื่นี้ขอไม่บอกก็แล้วกัน เป็ความลับนะครับ"
ปลายนิ้วชี้แตะริมฝีปากแล้วขยิบตาให้อย่างน่ารักไม่เข้ากับสถานการณ์และบรรยากาศนั่นทำให้เคไนน์คิ้วกระตุกสงสัยจะหายง่วงแล้วถึงได้มีท่าทางกวนประสาทอย่างนี้ได้
"เธอจบแค่นี้ล่ะเดี๋ยวลงไปข้างล่างกับพวกเราด้วยล่ะ งานจะได้จบแล้วก็รับเงิน... จากนั้นจะได้กลับไปนอนอย่างเต็มอิ่มสักที"ใบหน้าดูระรื่นขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อพูดถึงเื่นอน
"ฉันไม่ยอมแพ้หรอก!!"รัตนาชักมีดสั้นที่เหน็บไว้ที่ต้นขาขึ้นมาแล้วพุ่งใส่เทพินที่ไร้การป้องกัน
เคร้ง!
มีดสั้นนั่นกระเด็นออกไปด้วยการตบด้วยพัดสีเงินในมือของจิ้งจอกอสูรดวงตาสีทองที่จ้องมองหญิงสาวคนสวยนั้นเย็นะเืไปถึงิญญา ทำให้รัตนาผงะถอยหลังแล้วล้มลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว...
"อย่าได้คิดทำร้ายเ้านายของข้า"น้ำเสียงที่กล่าวออกมาก็ทุ้มต่ำและเ็า และคงจะลงมือฆ่าคนหลังจากนี้แน่ๆถ้าไม่ติดที่ว่าเทพินเอ่ยขัดขึ้นมาก่อน
"ก็รู้ดีนี่นาว่าใครเ้านายที่ผ่านมาคงทำซึนปฏิเสธมาตลอดสินะ?"
เคไนน์หันขวับไปมองเทพินตาขวางทันที "ข้าไม่ได้ซึนสักหน่อยแล้วก็ไม่ได้อยากยอมรับเ้าเป็เ้านายด้วย ก็แค่... ก็แค่!"
แค่อะไรไม่รู้... เขาหาเหตุผลมาแก้ตัวไม่ออก!!
"เห็นไหม นายมันก็แค่อสูรซึน" คนหยอกล้อยิ้มขบขันก่อนจะหันไปทางรัตนาที่นั่งยืนตัวสั่นไม่กล้าขยับก่อนจะเลยเป็เห็นอุปกรณ์สร้างอาณาเขตราคาแพงที่ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนแล้วพบไกราสามคนกับปีศาจความฝันภายในนั้น หัวคิ้วขมวดเข้าหากันแน่นอย่างฉงน
เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าตรงนี้ยังมีไกราอยู่อีกสามคน