สิตามารอคนรักที่ร้านชุดหมั้นนานเกือบชั่งโมงแล้ว เธอไม่ได้โทรตามเขา เพราะไม่อยากเร่งรัดคนบ้างานที่รับปากว่า ถ้าเคลียร์เอกสารเสร็จแล้วรีบลาหยุดมาช่วยเตรียมงาน จนกว่าจะถึงวันหมั้น
เธอรู้ดีว่าสารวัตรหนุ่มแฟนเธอบ้างานขนาดไหน ตลอดหลายปีที่เป็ตำรวจมา เขาแทบจะไม่ลาพักเลย นอกจากจะเป็เื่สำคัญ อย่างเช่นวันรับปริญญาของเธอ ที่เขายอมทิ้งงานที่รักเพื่อมาแสดงยินดีกับเธอ
หญิงสาวสาละวนเดินเข้าออกห้องลองชุด เพื่อสำรวจดูว่าจะมีส่วนไหนของชุดหมั้นให้ต้องปรับแก้
"พี่อยากให้น้องสิ มาลองชุดของพี่ทุกชุดเลยค่ะ แหม.. คนอะไรใส่ชุดไหน ก็ปังปุริเย่"
"พี่ชายนี่ก็พูดเกินไปค่ะ ที่มันดูสวยคงเป็เพราะพี่ตัดเย็บดีมากกว่า"
"แหม คุณน้องก็ชมพี่เกินไป พี่เขินไปหมดแล้วนะคะ"
สมชาย หรือ เจ๊ชายนี่ เป็เ้าของห้องเสื้อที่มีชื่อเสียงที่สุดในแถบนี้ ร้านของเธอมีทั้งชุดราตรี ชุดวิวาห์ ชุดหมั้น ทั้งแบบไทย-จีน-ฝรั่ง เธอก็มีหมด ดารานางแบบหลายคนมักจะมาใช้บริการที่นี่ จนทำให้ร้านนี้เป็ที่รู้จักของคนในวงการ
"พี่ชายนี่คะ สิคิดว่าน่าจะต้องเอาตรงเอวเข้าอีกหน่อยค่ะ"
"...."
ไร้เสียงตอบรับของคนที่เธอเพิ่งพูดคุยด้วย
"พี่คะ เข้ามาดูชุดให้สิหน่อยค่ะ"
"...."
เธอจึงถามย้ำอีกครั้ง เผื่อว่าสมชายจะไม่ได้ยินเธอในตอนแรก ซึ่งก็ยังไร้วี่แววการตอบกลับมา จนเธอกำลังจะหันไปเปิดม่านดู แต่ก็ได้ยินเสียงม่านเปิดเข้ามาซะก่อน
พรึ่บ!
"พี่ชายนี่ ลองดูสิคะ ตรงนี่มันดูหลวมไปหน่อย"
"...."
เธอก้มจับไปตรงผ้าที่ส่วนเอว เพื่อชี้ให้เห็นถึงจุดที่จะแก้ แต่คนที่เธอคุยด้วยก็ยังไม่พูดอะไรออกมา ด้วยความสงสัยเธอจึงเงยหน้าขึ้นจนมองเห็นคนในเงากระจก แล้วก็พบว่าเขาคือ ทศกัณฐ์
"คุณมีธุระอะไรกับฉันคะ?"
"หึๆ ข้อเสนอของผม มันยังตื่นเต้นไม่พอเหรอ? คุณถึงไม่ยอมตกลง"
สิตารู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร เมื่อสองเดือนก่อนมีเอเย่นมาทาบทามเธอให้ไปกินข้าวกับนักธุรกิจใหญ่รายหนึ่ง เขามีชื่อเสียงเื่การซื้อตัวนางแบบจากทั้งไทยและเทศ เพื่อไปเป็เพื่อนคลายเหงา
ครั้งนั้นหญิงสาวตอบอย่างบ่ายเบี่ยงไปว่า ติดงานถ่ายแบบที่ต่างประเทศ แล้วหลังจากนั้นเธอก็ถูกติดต่อมาอีกหลายครั้ง แต่เธอก็หลบเลี่ยงมาได้ทุกครั้ง จนมาวันนี้เธอไม่คิดเลยว่าจะได้เผชิญหน้ากับเขาตรงๆ
"ฉันกำลังจะหมั้น น่าจะไม่สะดวกรับใช้ค่ะ"
ร่างบางพยายามเก็บอาการหวาดกลัว แล้วยกเหตุผลเื่การหมั้นขึ้นมา
"เอ.. แล้วถ้าว่าที่คู่หมั้นของคุณบังเอิญตายวันนี้ล่ะ คุณจะยอมรับนัดผมไหม"
ั์ตาสีนิลฉายประกายความโเี้ จ้องมองเธอผ่านทางกระจก
"อึก!"
เธอก้มหน้างุดลอบกลืนน้ำลาย และเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อได้ฟังคำขู่ เธอไม่กล้าที่จะตอบโต้อะไรออกไปอีก เพราะเกรงกลัวอำนาจมืดของเขา
หมับ!
ร่างแกร่งตรงเข้ามาประชิดร่างบอบบาง พร้อมกับมือหนาที่ยื่นมาบีบปลายคางมน แล้วบังคับให้เธอเงยขึ้นสบั์ตาดุผ่านเงากระจก
"ผมจะให้โอกาสคุณดิ้นรนต่ออีกนิด เพราะของอะไรที่ได้มายากๆ มันมักจะมีเสน่ห์..."
แผล๊บ!
ลิ้นสากถูกส่งลงไปลากเลียที่ลำคอระหง เธอยืนตัวแข็งไม่กล้าแม้จะขัดขืน
กืด!
"อ๊ะ!"
รอยเขี้ยวถูกฝังลงบนเนื้อเนียน ก่อนที่เขาจะยอมปล่อยเธอ และหันหลังเดินจากไป
ความสั่นเทาของเรียวขา ทำให้เธอต้องยื่นมือไปเท้ากระจกเพื่อการทรงตัว และเมื่อมองเข้าไปในเงาสะท้อน ก็พบร่องรอยที่ตอกย้ำเธอว่า เขาคือความชั่วร้ายที่กำลังจะกัดกินเธอ
พรึ่บ!
"ค...คุณน้องงง เป็ยังไงบ้างคะ"
สมชายแหวกม่านเข้ามา และตรงเข้าประคองร่างบางที่กำลังจะทรุดตัวลง
"พี่ราม.."
แล้วตาหวานก็ต้องเบิกโพรง เมื่อเธอได้สตินึกถึงคำขู่เมื่อครู่ ป่านนี้คนรักของเธอจะเป็อย่างไร หญิงสาวจึงรีบผลุนผลันออกมาจากห้องลองชุด แล้วควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋า
.
.
รามเมษฐ์เพิ่งมาถึง และเตรียมจะข้ามจากลานจอดรถไปฝั่งตรงข้าม เขาสังเกตเห็นกลุ่มชายชุดดำกว่าสิบคนกำลังเดินข้ามฝั่งสวนมา สัญชาตญาณบอกเขาได้เลยว่าคนพวกนี้ไม่ใช่คนดี
ฉับพลันก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา เมื่อสายตาคู่หนึ่งหันมาจับจ้องมาที่เขาระหว่างเดินสวนทางกัน ถึงแม้จะถูกมองผ่านแว่นตาดำ แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงความน่าเกรงขามและความน่ากลัว
"สิตาา.. พี่ขอโทษนะที่มาสาย พอดีรถ..."
เขาเดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทีรีบร้อน และรีบเอ่ยปากขอโทษแฟนสาวทันทีที่มาถึงในห้อง แต่คำพูดก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อเห็นเธอกำลังแนบหูกับโทรศัพท์ด้วยท่าทีตื่นกลัว
ั์ตาหวานตื่นตระหนกเหลือบมองมาตามเสียง เมื่อเห็นว่าแฟนหนุ่มของเธอปลอดภัยดี ร่างบางก็รีบโผเข้าไปกอดคนตัวสูงด้วยความเป็ห่วง
"พี่รามปลอดภัยดีใช่ไหมคะ?"
เสียงหวานเอ่ยปนสะอื้น คนตัวสูงจึงโอบกอดร่างบางเอาไว้ และยกมือเรียวขึ้นมาลูบศีรษะเพื่อปลอบโยน
"ร้องไห้ทำไม..หืม พี่ปลอดภัยดี พี่ก็ยืนอยู่ตรงนี้แล้วไง"
"ฮึก! คือสิ.. สิอยากให้ถึงงานหมั้นเร็วๆ ค่ะ เพราะใครๆ จะได้รู้ว่าสิเป็ของพี่"
เธอไม่ได้ตอบเขาไปตรงๆ เพราะไม่อยากดึงแฟนหนุ่มเข้ามาเกี่ยวข้องกับเื่นี้ ด้วยความที่เป็ตำรวจหากเขารู้เื่ทั้งหมด อาจจะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับมาเฟียโหดอย่างทศกัณฐ์ก็เป็ได้ เธอคิดเพียงว่าถ้าเธอหมั้น หรือแต่งงานกับรามเมษฐ์ไปแล้ว ทศกัณฐ์ก็คงเลิกยุ่งกับเธอไปเอง
"เื่แค่นี้เอง ขี้แยไปได้ พี่ไม่ให้ใครแย่งสิไปจากพี่อยู่แล้ว"
แม้ว่าแฟนสาวจะพูดออกมาแบบนั้น แต่ท่าทางของเ้าของร้านกลับดูตื่นกลัวไม่ต่างจากเถ้าแก่ร้านล้างรถที่เขาเพิ่งเจอมาเลย ั์ตาอบอุ่นจึงฉายแววเกรี้ยวกราดขึ้น เมื่อเขานึกถึงกลุ่มคนที่เพิ่งเดินสวนกันไป ไม่ว่าคนพวกนั้นจะเป็ใครและ้าอะไร เขาจะต้องสืบหา และจับพวกมันมาลงโทษให้ได้
*****
#อีกด้านหนึ่ง
"นายครับ ให้ผมจัดการมันเลยไหมครับ"
เป็ภิธานที่ทำหน้าที่คนขับเอ่ยถามขึ้น เมื่อเขาทั้งสองขึ้นมาบนรถ ส่วนลูกน้องที่เหลือต่างพากันขึ้นรถอีก 2 คัน เพื่อเตรียมขับคุ้มกันกันเป็ขบวน
"หึๆ ยังก่อน จะกินของอร่อยมันต้องกินตอนร้อนๆ กูจะทำให้พวกมันหวาดกลัวถึงขีดสุด แล้วจึงค่อยๆเด็ดชีวิตมัน"
เขายกยิ้มอย่างชั่วร้าย แค่นึกถึงหน้าของคนทั้งสองที่จะโดนเขาทรมานมันก็ทำให้เืในร่างสูบฉีดแรงขึ้นเป็พิเศษแล้ว
*****